ประเภทคำวินิจฉัย: คำวินิจฉัย
2,108 รายการ · หน้า 3 จาก 106
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:35/2568
คดีนี้ นางสาว ส. ยื่นฟ้อง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร ที่ 1 นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร ที่ 2 สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ 3 ผู้ถูกฟ้องคดี อ้างว่าผู้ฟ้องคดีได้แจ้งความนำจับโดยประสงค์รับเงินสินบนนำจับต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ซึ่งเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ได้รับเรื่องไว้พร้อมกับแจ้งว่าจะส่งเรื่องไปยังผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 เพื่อตรวจสอบดำเนินการ แล้วจะแจ้งผลให้ผู้ฟ้องคดีทราบ แต่ก็ไม่ได้มีการแจ้งผลการดำเนินการ ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามแจ้งผลการดำเนินการกรณีแจ้งความนำจับและประสงค์เงินสินบนนำจับจากการพบเห็นร้านค้าโฆษณาจําหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่ผู้ฟ้องคดี ก่อนมีคำพิพากษา ศาลปกครองกลางเห็นว่า คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ศาลปกครองกลางเห็นว่า ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่าผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามไม่แจ้งผลการดำเนิน …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:36/2568
โจทก์เป็นเอกชนยื่นฟ้อง บริษัท ถ. จำกัด ที่ 1 กรมทางหลวง ที่ 2 จำเลย ระหว่างพิจารณาศาลเรียกให้บริษัท ม. จำกัด (มหาชน) เข้าเป็นจำเลยร่วม ว่า โจทก์เป็นผู้เช่าซื้อรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน 8 กท จำเลยที่ 1 เป็นผู้รับจ้างและเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 2 ในการดำเนินการก่อสร้าง ซ่อมแซม บำรุง และขยายทางหลวงหมายเลข 205 จำเลยที่ 2 มีหน้าที่ในการกำกับ ดูแล และควบคุมการดำเนินการของจำเลยที่ 1 เพื่อให้การก่อสร้างเรียบร้อยและเกิดความปลอดภัยแก่บุคคลสัญจรไปมา นาย ส. ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ขับรถยนต์คันที่เช่าซื้อไปตามทางหลวงหมายเลข 205 ด้วยความระมัดระวัง มีความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อมาถึงบริเวณที่มีการก่อสร้าง จำเลยที่ 1 ไม่ได้นำแท่งปูนแบริเออร์มาปิดกั้นตามแนวของถนนตลอดแนวที่ก่อสร้าง แต่นำแท่งปูนแบริเออร์มาวางในแนวเฉียงขวางถนนสลับกันกับวางในแนวตรงในช่องถนนที่ก่อสร้างทิ้งระยะห่างของแท่งปูนในแต่ละแท่งประ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:37/2568
คดีนี้ ผู้ฟ้องคดีทั้งสี่เป็นเอกชนยื่นฟ้อง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ 1 เทศบาลนครเชียงใหม่ ที่ 2 กรมควบคุมมลพิษ ที่ 3 ผู้ถูกฟ้องคดี บริษัท ท. ที่ 1 บริษัท ด. ที่ 2 ผู้ร้องสอด ต่อมาศาลปกครองเชียงใหม่มีคำสั่งไม่รับคำฟ้องในส่วนที่ฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ไว้พิจารณา สรุปคำฟ้องได้ว่า ผู้ฟ้องคดีทั้งสี่ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการก่อสร้างอาคารศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มหาราชา ขนาด 9 ชั้น และอาคารศูนย์บริการสุขภาพและบริการสาธารณสุข พร้อมที่จอดรถ ขนาด 9 ชั้น ตามโครงการก่อสร้าง Medical hub ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้ฟ้องคดีทั้งสี่แจ้งให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการทราบและได้ร้องเรียนต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมกำกับดูแลการก่อสร้างตามกฎหมายให้ตรวจสอบแล้ว แต่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และที่ 2 ไม่ดำเนินการ การกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และที่ 2 …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:38/2568
คดีที่โจทก์ทั้งสี่เป็นเอกชนยื่นฟ้องมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จำเลยที่ 1 บมจ. ท. จำเลยที่ 2 บจก. ด. จำเลยที่ 3 นาย พ. จำเลยที่ 4 สรุปคำฟ้องได้ว่า โจทก์ทั้งสี่ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่จำเลยที่ 1 กระทำละเมิดก่อสร้างอาคารศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ (Center for Medical Excellence) และอาคารศูนย์บริการสุขภาพและบริการสาธารณสุข มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (Medical Hub) ซึ่งเป็นอาคาร 9 ชั้น พร้อมที่จอดรถ ตามโครงการของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จำเลยที่ 1 โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้รับจ้าง จำเลยที่ 3 เป็นผู้ควบคุมงาน และจำเลยที่ 4 เป็นวิศวกรควบคุมงาน โครงการดังกล่าวอยู่ติดกับที่ดินและอาคารของโจทก์ทั้งสี่ ทำให้อาคารของโจทก์ทั้งสี่ทรุดตัว แตกร้าว เกิดปัญหาน้ำท่วมขังในชุมชน เกิดมลภาวะด้านฝุ่น ความร้อน แสงสะท้อน เสียง และการสั่นสะเทือน มีการเหวี่ยงเครนเข้ามาในที่ดินและอาคารของโจทก์ทั้งสี่โดยไม่ได้รับอ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:39/2568
คดีนี้ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ก. ยื่นฟ้อง เทศบาลเมืองปู่เจ้าสมิงพราย จำเลย ความว่า จำเลยมีความประสงค์จะจ้างเหมารถยนต์โดยสารปรับอากาศ จำนวน 9 คัน เพื่อใช้ในโครงการอบรมและศึกษาดูงานอาสาสมัครสิ่งแวดล้อมเทศบาลเมืองปู่เจ้าสมิงพราย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยวิธีเฉพาะเจาะจง โจทก์จึงมีหนังสือเสนอราคาโครงการดังกล่าว หลังจากนั้นจำเลยมีประกาศให้โจทก์เป็นผู้ชนะการเสนอราคา และมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ไปทำสัญญาภายใน 7 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือ โดยให้โจทก์นำหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาเป็นเงินสดมอบให้แก่จำเลยในวันทำสัญญา ต่อมาจำเลยมีประกาศยกเลิกผลการประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคาเนื่องจากเอกสารประกอบการเสนอราคาไม่ถูกต้องตามเงื่อนไข การที่จำเลยดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างจนได้ผู้ชนะการประกวดราคาและโจทก์ได้ลงนามในสัญญาจ้างเหมาแล้ว แต่จำเลยประกาศยกเลิกผลการประกาศผู้ชนะการเสนอราคาอย่างกะทันหันก่อนถึงวันออกเดินทา …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:4/2568
คดีนี้ ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินมีโฉนด ยื่นฟ้องนายอำเภอเบญจลักษ์ ที่ 1 องค์การบริหารส่วนตำบลหนองงูเหลือม ที่ 2 นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองงูเหลือม ที่ 3 ผู้ถูกฟ้องคดี กรณีผู้ฟ้องคดีขอรังวัดสอบเขตที่ดิน ช่างรังวัดได้ถือหลักฐานแผนที่และหลักเขตเดิมเป็นหลัก แต่ผู้รับมอบอำนาจของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และที่ 2 ไม่ลงลายมือชื่อรับรองแนวเขตที่ดินและคัดค้านการรังวัดสอบเขตที่ดิน โดยอ้างว่า ผู้ฟ้องคดีนำชี้แนวเขตที่ดินรุกล้ำห้วยธะนัง ขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และที่ 2 ถอนการคัดค้านการรังวัดสอบเขตที่ดินของผู้ฟ้องคดีและลงชื่อรับรองแนวเขตที่ดินตามที่ได้รังวัด ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 จ่ายเงินค่ารังวัดสอบเขตที่ดินพร้อมดอกเบี้ยให้แก่ผู้ฟ้องคดี กับให้ตรวจสอบการดำเนินงานของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามให้การว่า ที่ดินบริเวณที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งของถนนสาธารณะ ซึ่งเดิมเป็นคลองห้วยธะนัง จึงมีอำนาจหน้าที่ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:40/2568
คดีที่เอกชนเป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองกรณีสรรพากรภาค 7 ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมสรรพากร มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินของโจทก์ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 12 และแต่งตั้งจำเลยทั้งสอง ให้เป็นผู้มีหน้าที่อายัดทรัพย์สินของโจทก์เพื่อนำไปชำระหนี้ภาษีอากรค้าง โดยจำเลยที่ 1 มีหนังสือแจ้งให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดเพชรบูรณ์นำส่งเงินค่าจ้างที่โจทก์จะได้รับตามสัญญาจ้างให้แก่สำนักงานสรรพากรพื้นที่เพชรบูรณ์ ซึ่งคำสั่งอายัดไม่ได้กล่าวถึงสิทธิเรียกร้องของโจทก์ในเงินค่าจ้างตามสัญญาดังกล่าว แต่ต่อมาสรรพากรภาค 7 ได้มีคำสั่งอายัดสิทธิเรียกร้องของโจทก์ในเงินค่าจ้างและเงินที่โจทก์นำมาวางเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา จำเลยที่ 1 มีหนังสือแจ้งให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดเพชรบูรณ์นำส่งเงินค่าจ้างของโจทก์ให้แก่สำนักงานสรรพากรพื้นที่เพชรบูรณ์อีกครั้ง อันเป็นการออกคำสั่งแก้ไขการอายัดเงินค่าจ้างตามสัญญาไปก่อนหน้านี้และเป็นก …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:41/2568
คดีนี้ นางสาว ศ ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้อง ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ที่ 1 นายกเทศมนตรีตำบลศาลากลาง ที่ 2 เทศบาลตำบลศาลากลาง ที่ 3 ผู้ถูกฟ้องคดี อ้างว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน ได้กรรมสิทธิ์มาโดยการรับโอนมรดก ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ได้ขอแบ่งที่ดินให้เป็นทางสาธารณประโยชน์คิดเป็นจำนวนเนื้อที่ 84.7 ตารางวา ซึ่งผู้ฟ้องคดีได้ให้ความยินยอม ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ได้ขออนุญาตใช้ที่ดินบางส่วนของผู้ฟ้องคดีบริเวณที่ติดกับแนวถนนเพื่อก่อสร้างศาลาที่พักผู้โดยสารเป็นการชั่วคราว ต่อมาผู้ฟ้องคดีประสงค์จะใช้ประโยชน์จากพื้นที่ในที่ดินดังกล่าว จึงมีหนังสือขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 รื้อถอนศาลาพิพาท แต่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 มีหนังสือแจ้งผลการหารือกับกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นว่า เป็นเรื่องที่เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินเดิมได้มีการอุทิศให้เพื่อก่อสร้างศาลาที่พักผู้โดยสาร ผู้ฟ้องคดีจะขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 รื้อถอนศ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:42/2568
คดีนี้ บริษัท อ. จำกัด โจทก์ ยื่นฟ้อง มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ ที่ 1 นางสาว พ. กับพวก ซึ่งเป็นเอกชน เป็นจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 อ้างว่า จําเลยที่ 1 ได้มีประกาศมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ เรื่องประกวดราคาซื้อครุภัณฑ์วิทยาศาสตร์และการแพทย์ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็คทรอนิกส์ (e-bidding) จํานวน 14 รายการ และโจทก์ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ชนะการประกวดราคา ต่อมาจำเลยที่ 1 ทำสัญญาซื้อขาย ซื้อครุภัณฑ์วิทยาศาสตร์และการแพทย์จากโจทก์ จำนวน 14 รายการ โดยโจทก์จะต้องส่งมอบสิ่งของที่ซื้อขายให้แก่จําเลยที่ 1 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ โจทก์ได้นําหลักประกันเป็นเงินสด 84,950 บาท มามอบให้แก่จําเลยที่ 1 เพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา หลังจากลงนามในสัญญา โจทก์ได้มีหนังสือส่งมอบครุภัณฑ์วิทยาศาสตร์และการแพทย์ 14 รายการตามที่ระบุในสัญญาให้แก่จําเลยที่ 1 แต่จําเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ซึ่งเป็นกรรมการตรวจรับครุภัณฑ์ กระทำกา …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:43/2568
อัยการศาลทหารกรุงเทพเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นาวาเอกหญิง ว. เป็นจำเลย ว่า จำเลยเป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตรประจำการ ได้กระทำผิดกฎหมาย กล่าวคือ จำเลยใช้ท่อนเหล็กขนาดยาวประมาณ 1 เมตร จำนวน 1 ท่อน เป็นอาวุธตีทำร้ายผู้เสียหายถูกที่บริเวณแขนและลำตัวจำนวนหลายครั้ง จนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส กระดูกแขนซ้ายท่อนล่างหักและกระดูกซี่โครงข้างซ้ายซี่ที่ 5 หักด้านข้าง ป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนา จนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลทหารกรุงเทพพิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นคดีบุคคลที่อยู่ในเขตอำนาจศาลทหารกับบุคคลที่มิได้อยู่ในอำนาจศาลทหารกระทำผิดด้วยกัน จึงไม่อยู่ในอำนาจศาลทหาร ตามพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 มาตรา 14 (1) แต่อยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม ศาลจังหวัดธัญบุรีพิจารณาแล้วเห็นว่า แม้จะปรากฏว่าผู้เสียหายมีพฤติการณ์สมัครใจวิวาทและเป็นฝ่ายทำ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:44/2568
องค์การบริหารส่วนตำบลนาพู่ โจทก์ ยื่นฟ้อง นาย ส. จำเลย ว่า โจทก์ได้รับอนุมัติให้ดำเนินการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นพนักงานส่วนตำบลของโจทก์ โดยคณะกรรมการได้คัดเลือกโรงเรียน ล. เป็นหน่วยงานกลางผู้รับผิดชอบในการทำหน้าที่ผลิตข้อสอบ ตรวจข้อสอบและประมวลผลคะแนน โจทก์และโรงเรียน ล. โดยจำเลยในฐานะผู้อำนวยการโรงเรียนได้ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเรื่องการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นพนักงานส่วนตำบลของโจทก์ โดยกำหนดให้โรงเรียน ล. ดำเนินการผลิตข้อสอบ ตรวจข้อสอบ และประมวลผลคะแนนการสอบบรรจุบุคคลเป็นพนักงานส่วนตำบลของโจทก์ 11 อัตรา เมื่อจำเลยออกข้อสอบ ผลิตข้อสอบ ตรวจข้อสอบ ประมวลผลคะแนนและส่งผลการสอบให้กับโจทก์ โจทก์ออกประกาศผลการสอบแข่งขันและมีคำสั่งบรรจุแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้เป็นพนักงานส่วนตำบลจำนวน 11 ราย เป็นพนักงานของโจทก์และเรียกบรรจุพนักงานเพิ่มเติมโดยใช้ผลสอบในครั้งเดียวกันอีกหนึ่งตำแหน่ง …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:45/2568
เอกชนเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง แพทยสภา จำเลย ว่า โจทก์เป็นมารดาของผู้ตาย เนื่องจากผู้ตายมีอาการแน่นหน้าอกอย่างรุนแรง หายใจไม่สะดวก คลื่นไส้อาเจียน และปวดศีรษะ จึงเข้ารับการรักษาที่่โรงพยาบาล จ. ซึ่งเป็นสถานพยาบาลของบริษัทโรงพยาบาล จ. จำกัด (มหาชน) แต่ด้วยความประมาทเลินเล่อของนายแพทย์ ช. ซึ่งเป็นลูกจ้างหรือตัวแทนของบริษัทฯ ตรวจวินิจฉัยว่าผู้ตายเจ็บป่วยด้วยโรคกระเพาะอาหารอักเสบและรักษาด้วยการฉีดยา เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายด้วยสาเหตุระบบหายใจไหลเวียนโลหิตล้มเหลว โจทก์จึงยื่นร้องเรียนนายแพทย์ ช. กับแพทย์หญิง พ. ต่อแพทยสภาเพื่อขอให้ตรวจสอบ และได้ยื่นฟ้องนายแพทย์ ช. เป็นจำเลยที่ 1 และบริษัทฯ เป็นจำเลยที่ 2 ต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ โดยตกลงท้ากันว่า หากจำเลยมีความเห็นว่าการรักษาของนายแพทย์ ช. และบริษัทฯ ไม่ได้มาตรฐาน นายแพทย์ ช. และบริษัทฯ จะชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ แต่หากจำเลยมีความเห็นว่าการรักษาของนายแ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:46/2568
คดีนี้ นาย ณ ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้องอธิบดีกรมที่ดิน ที่ 1 เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ 2 นายอำเภอกุยบุรี ที่ 3 นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกุยเหนือ ที่ 4 ผู้ถูกฟ้องคดี อ้างว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินตามโฉนดที่ดิน 5 แปลง ได้ยื่นคำร้องขอรังวัดสอบเขตที่ดิน แต่ในการรังวัดสอบเขตที่ดินเจ้าหน้าที่ผู้ทำการรังวัดแจ้งให้ผู้ฟ้องคดีทราบว่า แนวเขตที่ดินของผู้ฟ้องคดีทางด้านทิศเหนือติดลำเหมืองสาธารณประโยชน์ซึ่งไม่ถูกต้อง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นร่องน้ำที่ผู้ฟ้องคดีขุดขึ้นเพื่อใช้ประกอบกิจการทำบ่อเลี้ยงกุ้ง และอยู่ในเขตพื้นที่ของโฉนดที่ดินทั้งห้าแปลงของผู้ฟ้องคดี ผู้ฟ้องคดีไม่เคยอุทิศหรือยกพื้นที่ที่ขุดเป็นร่องน้ำให้เป็นเหมืองสาธารณประโยชน์ จึงได้ทำการคัดค้านแนวเขตดังกล่าว นอกจากนี้ในการรังวัดสอบเขตที่ดิน พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งว่าต้องกันแนวเขตที่ดินทางด้านทิศใต้เป็นทางสาธารณะมี …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:47/2568
คดีที่เอกชนซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินมีโฉนดยื่นฟ้ององค์การบริหารส่วนตำบลบางภาษี ที่ 1 นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางภาษี ที่ 2 กรมทางหลวงชนบท ที่ 3 ผู้ถูกฟ้องคดี กรณีผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ขออนุมัติจัดทำโครงการงานซ่อมสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กสายบ้านบางภาษี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 อนุมัติให้จัดทำโครงการและดำเนินการก่อสร้างถนนลงบนที่ดินของผู้ฟ้องคดีเต็มทั้งแปลง และถ่ายโอนโครงการให้อยู่ในความรับผิดชอบของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ผู้ฟ้องคดีไม่ได้ให้ความยินยอม ไม่เคยอุทิศหรือยกที่ดินให้เป็นที่สาธารณะ การก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กดังกล่าวของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นการละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี ขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันชดใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยให้แก่ผู้ฟ้องคดี ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามให้การทำนองเดียวกันว่า ที่ดินพิพาทเป็นทางสาธารณประโยชน์อันเป็นสาธารณสมบัติของแ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:49/2568
กรมการพัฒนาชุมชน โจทก์ ยื่นฟ้อง นาง ข. จำเลย ว่า เดิมจำเลยเป็นข้าราชการในสังกัดโจทก์ ตำแหน่งพัฒนาการอำเภอร้องกวาง รักษาการในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายอำนวยการสำนักงานพัฒนาชุมชน จำเลยยื่นหนังสือลาออกจากราชการ ต่อมาคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เห็นว่า การกระทำของจำเลยมีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง จึงส่งเรื่องให้โจทก์พิจารณาลงโทษทางวินัยกับจำเลย ต่อมา อ.ก.พ. กระทรวงมหาดไทยมีมติให้ลงโทษไล่จำเลยออกจากราชการ โจทก์จึงมีคำสั่งไล่จำเลยออกจากราชการ และผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางมีหนังสือถึงกรมบัญชีกลางของดเบิกบำนาญและบำเหน็จดำรงชีพ พร้อมทั้งมีหนังสือถึงจำเลยให้คืนเงินบำนาญและบำเหน็จดำรงชีพที่ได้รับไปโดยไม่มีสิทธิ จำเลยได้รับหนังสือแล้วแต่ยังคงเพิกเฉยไม่คืนเงินแก่โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินพร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า มูลหนี้มาจาก …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:5/2568
คดีนี้นาง ส. ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้อง กองทัพบก ผู้ถูกฟ้องคดี ว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค. 1) ต่อจากบรรพบุรุษ กรมที่ดินได้ออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) ฉบับที่ 3166/2513 ทับที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค. 1) และกรมธนารักษ์ได้นำที่ดินตามหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงไปขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุแล้วอนุญาตให้ผู้ถูกฟ้องคดีเข้าใช้ที่ดิน โดยก่อสร้างเป็นสนามยิงปืน ทำให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหายจากการสูญเสียโอกาสทำกินในที่ดินอย่างถาวร ระหว่างปี 2546 ถึงปี 2553 ต่อมา คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐจังหวัดลพบุรี (กบร. จังหวัดลพบุรี) มีมติว่า น่าเชื่อว่าที่ดินตาม ส.ค. 1 ของผู้ฟ้องคดีมีการครอบครองทำประโยชน์อย่างต่อเนื่องมาก่อนประกาศพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตต์หวงห้ามที่ดิน และสำนักงานธนารักษ์พื้นที่ลพบุรีได้เห็นชอบตามมติดังกล่าวแล้ว …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:50/2568
คดีนี้ กรมการปกครอง โจทก์ ยื่นฟ้อง นาย ว. จำเลย ว่า จําเลยได้ยื่นสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้านโดยรับรองตนเองว่ามีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามรับเลือกตั้งตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช 2457 โดยจําเลยได้รับเลือกให้เป็นผู้ใหญ่บ้าน แต่ต่อมานายอำเภอเขมราฐตรวจสอบพบว่าจําเลยเคยต้องคําพิพากษาถึงที่สุดในคดีอาญาในความผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จําคุก 2 ปี 6 เดือน และปรับ 150,000 บาท โทษจําคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี คดีถึงที่สุด จึงมีคำสั่งให้จำเลยพ้นจากตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านและเพิกถอนคำสั่งที่แต่งตั้งจำเลยเป็นผู้ใหญ่บ้าน จำเลยจึงต้องถูกเรียกคืนเงินตอบแทนตำแหน่งและเงินอื่น ๆ ที่ได้มาระหว่างดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายแก่โจทก์ โจทก์มีหนังสือทวงถามให้จำเลยนำเงินตอบแทนตำแหน่งและเงินอื่น ๆ มาคืน จำเลยเพิกเฉย อันเป็นการโต้แย้ง …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:52/2568
พนักงานอัยการยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองซึ่งรับราชการในสังกัดกองทัพบก กรณีจำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำความผิด โดยจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้ฝึกทหารใหม่ รู้เห็นและอนุญาตให้จำเลยที่ 2 ครูนายสิบสั่งลงโทษพลทหาร ก. ผู้ตาย ด้วยท่าออกกำลังกาย (ท่าพีที) เป็นเวลานานเกินสมควรและให้นอนเต็นท์ภายนอกโรงเรือนนอนในสภาพที่เสื้อผ้าเปียกชื้นทั้งคืนในสภาพอากาศที่มีฝนตกและหนาวเย็นกว่าปกติ ทำให้พลทหาร ก. เจ็บป่วยและถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 และประมวลกฎหมายอาญา จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ จำเลยทั้งสองขอให้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 ส่งคำโต้แย้งให้ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 212 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาโดยเห็นว่า จำเลยทั้งสองชอบที่จะยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลไ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:53/2568
นางสาว ส ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้อง สำนักงานเขต หนองแขม ที่ 1 กรุงเทพมหานคร ที่ 2 การไฟฟ้านครหลวง ที่ 3 ผู้ถูกฟ้องคดี อ้างว่า ผู้ฟ้องคดี เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมที่ดินมีโฉนดซึ่งอยู่ในระหว่างการเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนเพื่อขยายทางหลวงท้องถิ่น สายถนนมาเจริญและถนนบางบอน 5 พ.ศ. 2561 โดยอยู่ในขั้นตอนการจัดทำสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์กับสำนักงานจัดกรรมสิทธิ์ สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร ผู้ฟ้องคดีได้ยื่นคำขอรังวัดแบ่งขาย (เวนคืน) และพบว่ามีการสร้างทางเดินเท้าของถนนเลียบคลองภาษีเจริญและติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าขนาด 24,000 วัตต์ รุกล้ำเข้ามาในที่ดินบางส่วนของผู้ฟ้องคดีด้านทางทิศใต้นอกแนวเขตเวนคืน คิดเป็นเนื้อที่ 12.25 ตารางวา โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นบริเวณที่ยังไม่ได้ข้อยุติในกระบวนการเวนคืนว่าเป็นพื้นที่สาธารณะหรือไม่ เป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีเข้าออกที่ดินลำบากและมีอุปสรรคในการใช้ท …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:54/2568
คดีนี้ นาย ส. ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้องนาย ป. ที่ 1 องค์การบริหารส่วนตำบลถนนหัก ที่ 2 จังหวัดบุรีรัมย์ ที่ 3 ผู้ถูกฟ้องคดี ต่อมา ศาลปกครองนครราชสีมามีคำสั่งไม่รับคำฟ้องในส่วนที่ฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และที่ 3 ไว้พิจารณา สรุปคำฟ้องได้ว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน ต่อมา ผู้ฟ้องคดีได้ยื่นคำขอรังวัดสอบเขตที่ดินที่สำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ สาขานางรอง เพื่อนำปักหลักเขตใหม่และตรวจสอบหลักเขตที่ดินเดิมของผู้ฟ้องคดี พบว่า ขณะที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านได้ร่วมกับผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 กระทำละเมิดก่อสร้างศาลาประชาคมหมู่บ้าน โรงสีข้าว อาคารเก็บข้าว (ยุ้งข้าว) และเสาไฟฟ้า รุกล้ำเข้ามาในที่ดินของผู้ฟ้องคดีด้านทิศตะวันออกติดกับทางสาธารณประโยชน์ โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ฟ้องคดี ทำให้ผู้ฟ้องคดีไม่สามารถใช้ที่ดินทำประโยชน์หรือให้เช่าได้ ขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั …