ประเภทคำวินิจฉัย: คำวินิจฉัย
2,108 รายการ · หน้า 6 จาก 106
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:21/2567
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4) บัญญัติให้ศาลปกครอง มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครองเท่านั้น และมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 บัญญัติให้ "สัญญาทางปกครอง" หมายความรวมถึง สัญญาที่คู่สัญญาอย่างน้อยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองหรือเป็นบุคคลซึ่งกระทำการแทนรัฐ และมีลักษณะเป็นสัญญาสัมปทาน สัญญาที่ให้จัดทำบริการสาธารณะหรือจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภคหรือแสวงประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ และบัญญัติให้ "หน่วยงานทางปกครอง" หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ และให้หมายความรวมถึงหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ใช้อำนาจทางปกครองหรือให้ดำ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:22/2567
ผู้ร้องเป็นคู่ความและคู่กรณีทั้งในคดีของศาลยุติธรรมตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4424/2562 และคดีของศาลปกครองตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดงที่ อ. 562/2566 ซึ่งทั้งสองคดีเป็นคดีพิพาทที่เกิดจากการโต้แย้งกันเกี่ยวกับการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการขึ้นลงของอากาศยานและค่าธรรมเนียมที่เก็บอากาศยาน ตามข้อตกลงใช้ทรัพย์สิน บริการ และสิ่งอำนวยความสะดวก เลขที่ 12/2547 ลงวันที่ 9 ธันวาคม 2547 ระหว่างบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) กับผู้ร้อง ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวกำหนดให้การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมฯ เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศกำหนด เมื่อศาลฎีกาและศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาที่วินิจฉัยปัญหาการมีผลใช้บังคับของประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง ยกเว้นค่าธรรมเนียมในการขึ้นลงของอากาศยานให้กับอากาศยานขนาดเล็กของบริษัทเอกชนในเที่ยวบินที่ใช้เพื่อการฝึกบินภายในประเทศ ลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2548 ซึ่งออกโดยอาศ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:24/2567
แม้เทศบาลตำบลมุก ผู้ถูกฟ้องคดี จะเป็นหน่วยงานทางปกครอง ตามบทนิยาม ในมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 และ มีหน้าที่ในการจัดให้มีและบำรุงทางบก และทางน้ำ ตามมาตรา 50 (2) แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 แต่การที่ผู้ฟ้องคดีทั้งสองฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีโดยอ้างเหตุว่า ผู้ถูกฟ้องคดีกระทำละเมิดก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กรุกล้ำที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งสอง แต่ผู้ถูกฟ้องคดีให้การว่า ไม่ได้กระทำละเมิด ที่ดินพิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันจึงไม่จำต้องรื้อถอนถนนคอนกรีตที่ได้ก่อสร้างแล้วออกไปจากแนวที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งสอง ดังนี้ การที่จะวินิจฉัยว่าผู้ถูกฟ้องคดีกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีทั้งสองหรือไม่ จึงเป็นเพียงผลของการวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับสถานะของที่ดินพิพาทว่าเป็นที่ดินที่ผู้ฟ้องคดีทั้งสองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกันหรือเป็นที่สาธารณสมบัติขอ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:25/2567
คดีนี้โจทก์และจำเลยต่างเป็นบริษัทจำกัดที่จดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จึงเป็นนิติบุคคลเอกชน มิใช่เป็นหน่วยงานทางปกครอง แม้คู่ความจะอ้างว่าจำเลยเป็นผู้ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบกให้เป็นผู้จัดตั้งและดำเนินการสถานีขนส่งผู้โดยสารอำเภออรัญประเทศ แต่ข้อพิพาทในคดีนี้เป็นข้อพิพาทตามสัญญาจ้างก่อสร้างอาคารสถานีขนส่งผู้โดยสาร ระหว่างโจทก์กับจำเลย ซึ่งเป็นเอกชนด้วยกัน มิใช่ข้อพิพาทเกี่ยวกับการบริหารสถานีขนส่ง อันจะถือว่าเป็นการจัดทำบริการสาธารณะตามที่ได้รับมอบหมาย ทั้งการจ้างโจทก์ก่อสร้างอาคารพิพาทก็เป็นเรื่องที่จำเลยจะต้องดำเนินการด้วยตนเอง โดยทรัพย์สินและเงินลงทุนเป็นของจำเลย การตัดสินใจเลือกผู้รับจ้างเป็นการตัดสินใจของจำเลยซึ่งเป็นเอกชน กรมการขนส่งทางบกมิได้เป็นคู่สัญญาหรือมอบหมายให้จำเลยเป็นคู่สัญญาว่าจ้างโจทก์ในการก่อสร้าง การว่าจ้างโจทก์ก่อสร้างอาคารพิพาท จำเลยจึงมิได้กระทำในฐานะหน …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:26/2567
คดีที่อัยการศาลมณฑลทหารบกที่ 13 โจทก์ ยื่นฟ้องจำเลยซึ่งเป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตรประจำการว่า กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาและพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 โดยมิได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดด้วยกันกับพลเรือน แม้ข้อเท็จจริงตามคำฟ้องจะปรากฏเพิ่มเติมว่าผู้ตายซึ่งเป็นพลเรือนได้กระทำความผิดในข้อหาเป็นผู้ขับขี่รถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ด้วยก็ตาม แต่เมื่อพนักงานสอบสวนเห็นควรสั่งไม่ฟ้องเนื่องจากผู้ต้องหาถึงแก่ความตาย กรณีจึงมิใช่คดีที่เกี่ยวพันกับคดีที่อยู่ในอำนาจศาลพลเรือนที่จะอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรมตามมาตรา 14 (2) ตามพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 ดังนั้น คดีนี้ จึงอยู่ในอำนาจของศาลทหารตามมาตรา 13 และมาตรา 16 (1) แห่งพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:27/2567
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งในเรื่องดังต่อไปนี้ (3) คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดหรือความรับผิดอย่างอื่นของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายหรือจากกฎ คำสั่งทางปกครองหรือคำสั่งอื่น หรือจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร คดีนี้ แม้เทศบาลนครหาดใหญ่ จำเลยที่ 2 มีฐานะเป็นราชการส่วนท้องถิ่น ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 4 (3) ประกอบกับมาตรา 70 (2) จึงเป็นหน่วยงานทางปกครองตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 แต่เมื่อพิจารณาการกระทำที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดี โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองกระทำละเมิดโดยในระหว่างการก่อสร้างวางท่อระบายน้ำ จ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:28/2567
คดีนี้ แม้สำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 1 ผู้ถูกฟ้องคดี เป็นหน่วยงานทางปกครอง แต่การที่สำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 1 ผู้ถูกฟ้องคดี โดยอธิบดีผู้พิพากษาภาค 1 มีหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อผู้พิพากษาหัวหน้าศาลแขวงธนบุรีเพื่อทราบและขอให้แจ้งผู้ถูกร้องเรียนทราบ นั้น เป็นเพียงการปฏิบัติราชการทั่วไปในการแจ้งผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ผู้เกี่ยวข้องทราบผลการดำเนินการ มิใช่การใช้อำนาจตามกฎหมาย ข้อพิพาทในคดีนี้จึงมิใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) ที่จะอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:29/2567
คดีนี้ แม้โจทก์ฟ้องกรมที่ดิน ที่ 1 สำนักงานที่ดินจังหวัดนครปฐม สาขาบางเลน ที่ 2 จำเลย ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง ตามบทนิยามในมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 แต่เหตุแห่งการฟ้องคดีโจทก์อ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินของโจทก์ แต่จำเลยทั้งสองรังวัดสอบเขตที่ดินโจทก์แล้วอ้างว่าที่ดินโจทก์รุกล้ำทางสาธารณประโยชน์และไม่รับรองแนวเขตที่ดินพิพาทให้ถูกต้อง ดังนี้ การที่จะวินิจฉัยว่าจำเลยทั้งสองกระทำการตามฟ้องชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นเพียงผลของการวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินพิพาทว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์หรือเป็นทางสาธารณประโยชน์ ข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็นการโต้แย้งกรรมสิทธิ์ในที่ดินเป็นสำคัญ โดยวัตถุประสงค์ในการฟ้องคดีนี้ ก็เพื่อให้ศาลรับรองคุ้มครองว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ไม่ใช่ทางสาธารณประโยชน์ กรณีจึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อันอยู่ในอำนาจพิจารณา …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:3/2567
แม้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ถึงที่ 6 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติออบหลวง จะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามบทนิยาม "เจ้าหน้าที่ของรัฐ" ในมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 7 จะเป็นหน่วยงานทางปกครอง ตามบทนิยาม "หน่วยงานทางปกครอง" ในมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน แต่การกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ถึงที่ 6 ที่เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ฟ้องคดีทั้งสองทั้งการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ถึงที่ 6 ทำการตรวจค้นรถ อ้างว่ารถยนต์ของผู้ฟ้องคดีที่ 2 ขนไม้ผิดกฎหมาย พร้อมทั้งยึดรถยนต์ของผู้ฟ้องคดีที่ 2 และไม้ทั้ง 9 ท่อน หรือการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 มอบหมายให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ลงบันทึกประจำวันต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรฮอดเพื่อเตรียมการดำเนินคดีกับผู้ฟ้องคดีทั้งสองว่ากระทำผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:30/2567
แม้คดีนี้โจทก์เป็นเอกชน ยื่นฟ้องสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง และจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเอกชนด้วยกัน อ้างว่า จำเลยที่ 1 ออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) ให้แก่จำเลยที่ 2 โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทับที่ดิน น.ส. 3 ก. ของโจทก์ โดยมีคำขอให้เพิกถอนหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินดังกล่าว อันมีลักษณะเป็นการตั้งรูปเรื่องการฟ้องคดีเป็นการฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งมีคำขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินตาม น.ส. 3 ก. เป็นของโจทก์ ให้จำเลยที่ 2 ออกจากที่ดินและห้ามจำเลยที่ 2 พร้อมบริวารยุ่งเกี่ยวเข้ามาด้วย แต่เหตุแห่งการขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว โจทก์อ้างว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหลักฐาน น.ส. 3 ก. แต่จำเลยที่ 1 ออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) พิพาททั …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:33/2567
คดีที่เอกชนยื่นฟ้ององค์การบริหารส่วนตำบลวังน้ำคู้ ที่ 1 นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังน้ำคู้ ที่ 2 ผู้ถูกฟ้องคดี ต่อมาศาลมีคำสั่งเรียกนาง ค. เข้ามาเป็นผู้ร้องสอด สรุปคำฟ้องได้ว่า ผู้ฟ้องคดีพบว่า ผู้ร้องสอดนำเครื่องมือขุดปรับทางสาธารณประโยชน์เส้นทางขึ้นจากแม่น้ำน่านเชื่อมต่อออกถนนสายหลักผ่านที่ดินของผู้ฟ้องคดีและนำทางสาธารณประโยชน์ดังกล่าวไปออกโฉนดที่ดิน ผู้ฟ้องคดีขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองเรียกคืนทางสาธารณประโยชน์จากผู้ร้องสอดและติดตามเรื่องดังกล่าวหลายครั้ง แต่ไม่ได้รับคำตอบ การกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองเป็นการละเลยต่อหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควร ขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายโดยเรียกคืนทางสาธารณประโยชน์ดังกล่าว เห็นว่า องค์การบริหารส่วนตำบลวังน้ำคู้ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 เป็นราชการส่วนท้องถิ่น ตามมาตรา 43 แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์ก …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:34/2567
คดีนี้ นาง จ. ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้องเทศบาลตำบลสระกระโจม ที่ 1 นายกเทศมนตรีตำบลสระกระโจม ที่ 2 นายอำเภอดอนเจดีย์ ที่ 3 ผู้ถูกฟ้องคดี อ้างว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินมีโฉนดจำนวน 2 แปลง ตำบลสระกระโจม อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งติดกับป่าช้าสระกลอย (ป่าช้าสาธารณะ) ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และที่ 2 นำขยะมูลฝอยมาทิ้งในที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งสองแปลงรวม 3,840 ตัน ตามโครงการบ่อขยะ 5 ไร่ และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลการบริหารงานของ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 และดูแลรักษาที่ดินสาธารณประโยชน์ในเขตตำบลที่อยู่ในเขตพื้นที่การปกครองของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ละเลยต่อหน้าที่ไม่สำรวจและรังวัดที่ดินสาธารณประโยชน์ เพื่อขึ้นทะเบียนหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) ป่าช้าสระกลอย จนเป็นเหตุให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 นำขยะทิ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:35/2567
คดีที่ นาย อ. ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้อง นายกเทศมนตรีตำบลน้ำโจ้ ผู้ถูกฟ้องคดี ต่อมาศาลมีคำสั่งเรียกเทศบาลตำบลน้ำโจ้เข้ามาเป็นคู่กรณีโดยกำหนดให้เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการก่อสร้างและขยายถนน ตามโครงการในความรับผิดชอบของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 โดยระหว่างการก่อสร้างผู้รับจ้างงานสร้างถนนได้ไถเกลี่ยดินทำให้หลักหมุดที่ดินของผู้ฟ้องคดีเสียหาย และได้ตัดโค่นต้นไม้ กับก่อสร้างและขยายถนนรุกล้ำที่ดินของผู้ฟ้องคดี ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองให้การว่า ไม่ได้กระทำละเมิด ถนนสายดังกล่าวเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ขอให้ยกฟ้อง เห็นว่า แม้เทศบาลตำบลน้ำโจ้ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 จะเป็นราชการส่วนท้องถิ่นมีฐานะเป็นหน่วยงานทางปกครอง ตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีของผู้ถู …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:37/2567
คดีนี้ แม้องค์การบริหารส่วนตำบลหนองงูเหลือม จำเลยที่ 1 นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองงูเหลือม จำเลยที่ 2 จะเป็นหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามบทนิยามในมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 แต่การที่จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่ในการดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช 2457 และระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการดูแลรักษาและคุ้มครองที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน พ.ศ. 2553 ได้คัดค้านการรังวัดสอบเขตที่ดินของโจทก์ทั้งสองเพื่อป้องกันมิให้มีการรังวัดสอบเขตที่ดินรุกล้ำที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน เป็นเพียงการปฏิบัติหน้าที่โดยทั่วไปที่ใช้สิทธิในฐานะผู้ดูแลรักษาที่ดินข้างเคียงคัดค้านการรังวัดสอบเขตที่ดินเพื่อป้องกันมิให้มีการรังวัดรุ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:38/2567
คดีนี้ แม้กองทัพบก ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 จะเป็นหน่วยงานทางปกครอง ตามบทนิยามในมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 และมีหน้าที่เตรียมกำลังกองทัพบก การป้องกันราชอาณาจักร และดำเนินการเกี่ยวกับการใช้กำลังกองทัพบกตามอำนาจหน้าที่ของกระทรวงกลาโหม ตามมาตรา 17 (2) มาตรา 19 และมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2551 แต่เหตุแห่งการฟ้องคดีนี้ผู้ฟ้องคดีกล่าวอ้างว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และที่ 2 กระทำละเมิดก่อสร้างสนามยิงปืนเขาเอราวัณรุกล้ำที่ดินโฉนดเลขที่ 85206 ของผู้ฟ้องคดี ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ให้การว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่ราชพัสดุใช้เพื่อประโยชน์ในราชการทหาร อันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน การที่จะวินิจฉัยว่าผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 กระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีหรือไม่ จึงเป็นเพียงผลของการวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวก …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:39/2567
คดีนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ถูกฟ้องคดี เป็นส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงหรือทบวง แต่มีฐานะเป็นกรมตามมาตรา 46 (7) แห่งพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 ซึ่งเป็น "หน่วยงานทางปกครอง" ตามบทนิยามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ผู้ถูกฟ้องคดีทำสัญญาว่าจ้างผู้ฟ้องคดีให้ก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตำรวจ ระดับผู้กำกับการถึงรองผู้บังคับการ จำนวน 1 หลัง ณ สถานีตำรวจภูธรสรรคบุรี ตำบลในเมือง อำเภอเมืองชัยนาท จังหวัดชัยนาท แม้สัญญาพิพาทเป็นสัญญาที่มีคู่สัญญาอย่างน้อยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เป็นหน่วยงานทางปกครอง แต่เมื่อพิจารณาลักษณะของสัญญาพิพาทเป็นสัญญาจ้างก่อสร้างบ้านพักเพื่อใช้เป็นที่พักอาศัยของข้าราชการเท่านั้น สัญญาดังกล่าวจึงมิได้มีลักษณะเป็นสัญญาสัมปทาน สัญญาที่ให้จัดทำบริการสาธารณะ หรือจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภคหรือแสวงประโยชน์จากทรัพยา …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:4/2567
คดีนี้ โจทก์ซึ่งเป็นเอกชน ยื่นฟ้องการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จำเลย อ้างว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามแบบเสียภาษีบำรุงท้องที่ ทำประโยชน์โดยปลูกต้นยางพาราและพืชสวนจำพวกกาแฟและต้นผักหวานเต็มพื้นที่ ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่จำเลยก่อสร้างสายส่งไฟฟ้า 500 เควี ผ่านที่ดินของโจทก์ มีการตัดต้นผักหวาน แต่ไม่ได้จ่ายเงินค่าทดแทนให้แก่โจทก์ตามที่ได้ตกลงกัน ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้จำเลยชดใช้ค่าทดแทนพร้อมดอกเบี้ย เห็นว่า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จำเลย เป็นรัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้น ตามพระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2511 จึงเป็นหน่วยงานทางปกครอง ตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 โจทก์ ฟ้องว่า ได้รับความเสียหายจากการที่จำเลยจ่ายค่าทดแทนความเสียหายของต้นไม้ หรือพืชผลระหว่างการสำรวจ/ก่อสร้างสาย …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:40/2567
คดีนี้ บริษัท ข. จำกัด ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้อง สำนักงานศาลยุติธรรม ผู้ถูกฟ้องคดี ความว่า ผู้ถูกฟ้องคดีโดยศาลแขวงสุราษฎร์ธานีได้ทำสัญญาว่าจ้างผู้ฟ้องคดีให้ก่อสร้างบ้านพักผู้พิพากษา จำนวน 1 หน่วย พร้อมสิ่งก่อสร้างประกอบ วงเงินค่าจ้าง 4,547,000 บาท ผู้ฟ้องคดีได้นำหลักประกันเป็นเงินสดจำนวน 227,350 บาท เพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา กำหนดทำงานให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 27 สิงหาคม 2566 และผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือบอกกล่าวการโอนสิทธิเรียกร้องการรับเงินค่าจ้างให้แก่บริษัท ภ. จำกัด ต่อมา ศาลแขวงสุราษฎร์ธานีมีหนังสือแจ้งบอกเลิกสัญญาจ้าง ผู้ฟ้องคดีได้ทำการก่อสร้างไปแล้วบางส่วน แต่ยังไม่ได้รับการเบิกจ่ายเงินจึงมีหนังสือขอรับเงินค่างานก่อสร้างที่ดำเนินการไปแล้ว ค่าวัสดุที่ได้จัดซื้อ เพื่อเข้ามาทำงานก่อสร้างและเงินค้ำประกันสัญญา แต่ผู้ถูกฟ้องคดีไม่รับพิจารณา ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีจ่า …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:41/2567
คดีนี้กรมทางหลวง จำเลย เป็นส่วนราชการมีฐานะเป็นกรม สังกัดกระทรวงคมนาคม ตามมาตรา 21 (6) แห่งพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 จึงเป็นหน่วยงานทางปกครอง ตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 และโดยที่กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2558 ข้อ 2 กำหนดว่า ให้กรมทางหลวงมีภารกิจเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทางหลวง การก่อสร้างและบำรุงรักษา ทางหลวงให้มีโครงข่ายทางหลวงที่สมบูรณ์ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ และเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยในการเดินทาง จึงเป็นกรณีที่มีกฎหมายกำหนดหน้าที่ของจำเลยเกี่ยวกับการก่อสร้างและบำรุงรักษาทางหลวงให้ประชาชนได้รับความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยในการเดินทาง ประกอบกับพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 มาตรา 4 ก็ได้นิยาม คำว่า "ทางหลวง" หมายความว่า ทางหร …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:42/2567
คดีนี้ แม้เทศบาลตำบลรัตนบุรี จำเลยที่ 1 จะมีฐานะเป็นราชการส่วนท้องถิ่น ตามมาตรา 70 (2) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 จึงเป็นหน่วยงานทางปกครอง ตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 โดยมีหน้าที่ตามมาตรา 50 วรรคหนึ่ง (3) และมาตรา 51 (3) และ (5) แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 แต่เมื่อพิจารณาการกระทำที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีนี้ โจทก์ฟ้องว่า การที่จำเลยที่ 2 เป็นผู้ชนะการประมูลห้องสุขา แจ้งให้โจทก์รื้อถอนแผงลอยและจะถือเอาพื้นที่ที่โจทก์ได้รับสิทธิมาโดยชอบมาเป็นของตน และการที่จำเลยที่ 1 มีคำสั่งให้โจทก์รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ขนย้ายทรัพย์สิน และบริวารออกจากบริเวณหน้าอาคารห้องน้ำตลาดสดของจำเลยที่ 1 เพื่อจะนำพื้นที่ของโจทก์ไปเอื้อประโยชน์ให้แก่จำเลยที่ 2 เป็นการโต้แย้งสิทธิโจทก์ ขอให้ศาลมีคำพิพากษาว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิใช้พื้นที่แผงลอย …