ประเภทคำวินิจฉัย: คำสั่งคำร้อง
10,733 รายการ · หน้า 15 จาก 537
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:102/2545
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยทั้งสองไม่ได้วางเงินค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนโจทก์จำนวน 37,505 บาท จึงให้วางเงินดังกล่าวภายในวันที่ 9 ตุลาคม 2544 มิฉะนั้นจะไม่รับฎีกา และต่อมามีคำสั่งว่า จำเลยทั้งสองไม่วางเงินค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนโจทก์ภายในกำหนด จึงไม่รับฎีกา คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมด จำเลยทั้งสองเห็นว่า การยื่นฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในชั้นขอให้พิจารณาคดีใหม่ มิใช่เป็นการคัดค้านในเนื้อหาของคำพิพากษาของศาล จำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องวางเงินค่าฤชาธรรมเนียมที่จะต้องใช้แทนโจทก์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน1,267,174.67 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 16 ต่อปี จากต้นเงิน 1,143,808.08 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:103/2545
ความว่า เนื่องจากโจทก์ในคดีนี้ได้โอนสิทธิเรียกร้องทั้งหมดที่มีต่อจำเลยให้แก่ผู้ร้อง ซึ่งเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ตามพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์พ.ศ. 2541 มาตรา 7 ผู้ร้องในฐานะผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องดังกล่าวมีความประสงค์ขอเข้าสวมสิทธิในการดำเนินคดีแทนโจทก์ โปรดมีคำสั่งให้ผู้ร้องเข้าสวมสิทธิเป็นโจทก์แทนโจทก์เดิมด้วย หมายเหตุ จำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 300,941.51 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 213,700.20 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 31 มกราคม 2543)ไปจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้นแก่โจทก์ ฯลฯ จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว (อันดับ 29) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ผู้ร …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:104/2545
ความว่า เนื่องจาก โจทก์ที่ 2 ในคดีนี้ถึงแก่ความตายด้วยโรคมะเร็ง ผู้ร้องเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ที่ 2 มีความประสงค์ที่จะขอเข้ามาเป็นคู่ความในคดีนี้แทนโจทก์ที่ 2 ต่อไป โปรดอนุญาต หมายเหตุ จำเลยทั้งสี่ได้รับสำเนาคำร้องแล้วแถลงไม่ค้าน (อันดับ 141) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ทั้งสี่มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทตามแผนที่พิพาทกลาง เอกสารหมาย จ.ล.1 ห้ามจำเลยทั้งสี่และบริวารเข้าไปเกี่ยวข้อง ให้จำเลยทั้งสี่รื้อถอนเสาหลักที่ปักไว้แสดงแนวเขตที่หลวงออกไปจากแนวเขตที่ดินพิพาท ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ทั้งสี่ฎีกา (อันดับ 141) ศาลฎีกาทำคำพิพากษาเสร็จและส่งไปศาลชั้นต้นเพื่อนัดอ่าน ในวันนัดอ่าน ผู้ร้องยื่นคำร้องนี้ และคำร้องเพิ่มเติม (อันดับ 134,140) คำสั่ง อนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ที่ 2 ได้
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:106/2545
ความว่า คดีของจำเลยมีเหตุผลเพียงพอที่ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งให้เพิกถอนหรือเปลี่ยนแปลงคำสั่งที่ไม่รับฎีกาของจำเลยตามคำร้องของจำเลย ฉบับลงวันที่ 26 กันยายน2544 เพราะฎีกาของจำเลยเป็นการฎีกาคัดค้านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ที่ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณา ซึ่งการฎีกาคำสั่งดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งไม่มีบทบัญญัติใดกำหนดให้จำเลยต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษามาวางศาลพร้อมฎีกา และจำเลยได้ชำระค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาถูกต้องตามตารางท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งแล้ว จึงมีเหตุต้องเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมที่ไม่รับฎีกาของจำเลย โปรดมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งของศาลชั้นต้น โดยให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในคำร้องดังกล่าวของจำเลยใหม่ หรือมีคำสั่งใหม่ต่อไปตามรูปคดี หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ในวันนัดสืบพยานจำเลย ทนายจำเลยยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตแล …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:107/2545
ความว่า เนื่องจากจำเลยได้รับโทษครบกำหนดแล้ว จำเลยจึงไม่ประสงค์จะอุทธรณ์อีกต่อไป ขอถอนอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 31,70 วรรคสอง ฐานละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้า จำคุก 1 ปี และปรับ 300,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน และปรับ 150,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 2 ปี ฯลฯ จำเลยอุทธรณ์ (อันดับ 24.1) คดีอยู่ระหว่างนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 41) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ตามใบแต่งทนาย ทนายจำเลยไม่มีอำนาจถอนฟ้อง ฉะนั้นทนายจำเลยจึงไม่มีอำนาจที่จะยื่นคำร้องขอถอนอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:108/2545
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนไม่อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า คดีนี้ศาลลงโทษจำคุกค่อนข้างสูง และฎีกาของจำเลยได้อ้างอิงพยานหลักฐานในเรื่องเวลา พฤติกรรมที่เกี่ยวข้อง และพยานแวดล้อมต่าง ๆ ซึ่งข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นสาระสำคัญแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา ทั้งกฎหมายยังเปิดโอกาสให้จำเลยต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยด้วย หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว ไม่คัดค้าน (อันดับ 76) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง,66 วรรคหนึ่ง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรม ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 5 ปี ฐานจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำคุก 5 ปี รวมจำคุก 1 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:109/2545
ความว่า คดีนี้จำเลยทั้งสองได้อ้างถึงผู้เชี่ยวชาญจากศาลเพื่อตรวจสอบสัญญากู้และสัญญาค้ำประกันตามฟ้อง ไว้ในบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมครั้งที่ 3 ฉบับลงวันที่ 18 มกราคม 2543 แล้ว แต่ด้วยความพลั้งเผลอ หลงลืม จำเลยทั้งสองมิได้ร้องขอให้ส่งเอกสารดังกล่าวให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบในการพิจารณาของศาลชั้นต้น และเนื่องจากคดีนี้จำเลยทั้งสองได้ต่อสู้ในประเด็นว่า เอกสารสัญญากู้และสัญญาค้ำประกัน เอกสารหมาย จ.3 และ จ.4 เป็นเอกสารปลอม จำเลยทั้งสองจึงขอให้ศาลฎีกาโปรดตั้งผู้เชี่ยวชาญจากศาลตรวจสอบสัญญากู้และสัญญาค้ำประกันดังกล่าว เพื่อประกอบการวินิจฉัยของศาลฎีกาด้วย หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 259,700 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงิน 230,000 บาท นับแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2542 ซึ่งเป็นวันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสอง …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:11/2545
ความว่า ผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยขอใช้หลักประกันเดิม คำสั่ง พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องที่เป็นภัยอย่างร้ายแรงเมทแอมเฟตามีนของกลางมีจำนวนมากถึง 3,530 เม็ด ยังไม่เห็นควรให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:11/2545
ความว่า ผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยขอใช้หลักประกันเดิม คำสั่ง พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องที่เป็นภัยอย่างร้ายแรงเมทแอมเฟตามีนของกลางมีจำนวนมากถึง 3,530 เม็ด ยังไม่เห็นควรให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:111/2545
ความว่า จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ คำสั่ง พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีประกอบกับศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 10 ปี และจำเลยที่ 1 ไม่ได้โต้แย้งคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ในเหตุผลที่ว่าระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ได้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดอีก 2 คดีและศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ในคดีดังกล่าวคดีหนึ่งไว้ 5 ปี 4 เดือน จึงไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ยกคำร้องของจำเลยที่ 1 ชอบแล้ว มีคำสั่งยืนตามคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 1
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:118/2545
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ คำสั่ง พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหา และพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ยังไม่มีเหตุสมควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ที่จำเลยอ้างว่าป่วยด้วยวัณโรคปอดต้องรับการรักษาโดยแพทย์เฉพาะทาง ขอให้ศาลฎีกาไต่สวนแพทย์ผู้ทำการรักษาเพื่อชี้แจงอาการป่วยของจำเลยนั้นเห็นว่าไม่จำเป็น เพราะหากจำเลยมีอาการป่วยร้ายแรงถึงขั้นอันตราย อธิบดีกรมราชทัณฑ์มีอำนาจอนุญาตให้ออกไปรักษาตัวนอกเรือนจำได้อยู่แล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:122/2545
ความว่า คดีนี้ผู้ร้องทั้งสามเคยยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 23 กรกฎาคม 2544 ขอให้ประธานศาลฎีกามีคำสั่งให้โอนคดีนี้ไปยังศาลอาญามาแล้วครั้งหนึ่ง ประธานศาลฎีกามีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องทั้งสามถูกฝ่ายโจทก์ข่มขู่จริงและตลอดมา ผู้ร้องทั้งสามไม่กล้าเดินทางไปศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ตามกำหนดนัดเพราะฝ่ายโจทก์ทราบล่วงหน้าโจทก์ประกอบกิจการอยู่ในอำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รู้จักบุคคลและพื้นที่ดีอาจก่อเหตุร้ายในวันนัด ผู้ร้องทั้งสามเห็นว่าการที่จะป้องกันความปลอดภัยได้ดีที่สุดคือการไม่ไปปรากฏตัวที่ศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประกอบกับมีเหตุการณ์ใหม่เกิดขึ้นกล่าวคือการพิจารณาคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 1315/2542 อันเป็นคดีที่ผู้ร้องที่ 1 เป็นโจทก์ฟ้องโจทก์ในคดีนี้เป็นจำเลย ผู้ร้องที่ 1 ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน ซึ่งสั่งยกคำร้องของผู้ร้องที่ 1 ที่ขอให้มีคำสั่งโอนคดีดังกล่าวไปยังศาลแพ่ง และยกค …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:128/2545
ความว่า ผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยขอใช้หลักประกันเดิม คำสั่ง พิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีต้องห้ามมิให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง จึงยังไม่สมควรอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยที่จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:129-132/2545
ความว่า ศาลแรงงานกลางได้อ่านคำพิพากษาของศาลฎีกาแล้ว แต่เนื่องจากคำพิพากษาของศาลฎีกามีข้อผิดพลาดหรือข้อผิดหลงเล็กน้อยในอัตราดอกเบี้ย ซึ่งศาลแรงงานกลางให้จำเลยจ่ายในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี แต่ศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยจ่ายในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จึงเป็นการเกินคำขอ ส่วนอำนาจที่พิพากษาหรือสั่งเกินคำขอบังคับเพื่อความเป็นธรรมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 52 เป็นอำนาจของศาลแรงงานกลาง ซึ่งเป็นศาลชั้นต้นเท่านั้น มิได้ให้อำนาจศาลฎีกาที่จะสั่งเกินคำขอได้ ขอศาลฎีกาโปรดแก้คำพิพากษาที่ผิดพลาดหรือผิดหลงดังกล่าวต่อไป หมายเหตุ โจทก์ทั้งสี่ยังมิได้รับสำเนาคำร้อง คดีทั้งสี่สำนวนนี้ ศาลแรงงานกลางรวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกัน โดยเรียกโจทก์ตามลำดับสำนวนว่าโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า10,200 บาท 8,500 บาท 10,200 บาท และ 8,500 บ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:13/2545
ความว่า ผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยขอใช้หลักประกันเดิม คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าคดีนี้เป็นคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 และยังไม่ปรากฏว่าจำเลยจะได้รับอนุญาตจากผู้พิพากษาศาลล่างทั้งสองให้ฎีกาในปัญหาดังกล่าวหรือไม่ ชั้นนี้จึงไม่มีเหตุจะให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยในระหว่างฎีกา ไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:13/2545
ความว่า ผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยขอใช้หลักประกันเดิม คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าคดีนี้เป็นคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 และยังไม่ปรากฏว่าจำเลยจะได้รับอนุญาตจากผู้พิพากษาศาลล่างทั้งสองให้ฎีกาในปัญหาดังกล่าวหรือไม่ ชั้นนี้จึงไม่มีเหตุจะให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยในระหว่างฎีกา ไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:134/2545
ความว่า จำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา คำสั่ง พิเคราะห์แล้วเห็นว่า เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 ชั่วคราวแล้ว คำสั่งดังกล่าวย่อมถึงที่สุด แต่จำเลยทั้งสามมีสิทธิจะยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาต่อศาลชั้นต้นได้อีก และคำร้องของจำเลยทั้งสามพอถือได้ว่าเป็นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกาที่ยื่นเข้ามาใหม่ แม้ศาลชั้นต้นยังมิได้พิจารณาคำร้องดังกล่าว แต่เมื่อคำร้องดังกล่าวขึ้นมาสู่การพิจารณาของศาลฎีกาแล้ว ศาลฎีกาเห็นสมควรสั่งคำร้องดังกล่าวเพื่อให้เสร็จไป พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบกับการยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในครั้งนี้ ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นได้อนุญาตให้จำเลยทั้งสามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้แล้ว จึงอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 ชั่วคราวตีราคาคนละสองแสนบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:138-139/2545
ความว่า คดีทั้งสองสำนวนเกิดขึ้นทั่วราชอาณาจักร และอยู่ในเขตอำนาจของศาลอาญาด้วย พยานหลักฐานของทั้งโจทก์และฝ่ายจำเลยต่างอยู่ที่กรุงเทพมหานครการที่โจทก์นำคดีนี้ไปฟ้องที่ศาลจังหวัดพังงาเป็นการกลั่นแกล้งจำเลยที่ 1 ทำให้ต้องลำบากในการเดินทาง เกิดความไม่ปลอดภัยแก่ชีวิตและทรัพย์สิน และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีเป็นอันมาก จำเลยที่ 1 มีรายได้เพียงจากเงินเดือนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น ขอให้ประธานศาลฎีกามีคำสั่งให้โอนคดีนี้ไปยังศาลอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 26 หมายเหตุ คดีทั้งสองสำนวนโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 กับพวกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,91,326,328,332 และ พระราชบัญญัติการพิมพ์พ.ศ. 2484 มาตรา 48 ให้ชำระค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงินสำนวนละ 50,000,000 บาทพร้อมดอกเบี้ย กับให้ลงพิมพ์คำพิพากษาในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เดลินิวส์ มติชน ข่าวสด ไทยโพสต์ ประชาชาติธุรกิจ และกรุงเทพธุ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:14/2545
ความว่า เนื่องจากผู้ร้องสอดได้ถึงแก่กรรมแล้ว ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกและเป็นผู้รับมรดกของผู้ร้องสอดตามพินัยกรรม มีความประสงค์ที่จะขอเข้าเป็นคู่ความแทนผู้ร้องสอดผู้มรณะเพื่อดำเนินคดีแทนต่อไป หมายเหตุ โจทก์ทั้งสามได้รับสำเนาคำร้องแล้ว เฉพาะโจทก์ที่ 1 แถลงคัดค้าน(อันดับ 136,144) คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้แบ่งที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) ทะเบียนเล่ม 5 หน้า 156 สารบบหมู่ที่ 2 หน้า 326 หมู่ที่ 2ตำบลไก่คำ อำเภอเมืองอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ เนื้อที่ 40 ไร่ 2 งาน 41 ตารางวาเป็นของผู้ร้องสอดในฐานะเจ้าของรวม 20 ไร่ 1 งาน 20 ตารางวา ส่วนที่เหลือให้แบ่งออกเป็น 9 ส่วน เท่า ๆ กัน แก่ผู้ร้องสอด โจทก์ทั้งสาม จำเลยทั้งสาม และทายาทคือนางยอนใจทอง นางบังอร ใจทอง คนละส่วนเท่า ๆ กัน แต่เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดอำนาจเจริญไม่สามารถดำเนินการแบ่งแยกที่ดินดังกล่าวให้คู่ความได้ เ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:14/2545
ความว่า เนื่องจากผู้ร้องสอดได้ถึงแก่กรรมแล้ว ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกและเป็นผู้รับมรดกของผู้ร้องสอดตามพินัยกรรม มีความประสงค์ที่จะขอเข้าเป็นคู่ความแทนผู้ร้องสอดผู้มรณะเพื่อดำเนินคดีแทนต่อไป หมายเหตุ โจทก์ทั้งสามได้รับสำเนาคำร้องแล้ว เฉพาะโจทก์ที่ 1 แถลงคัดค้าน(อันดับ 136,144) คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้แบ่งที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) ทะเบียนเล่ม 5 หน้า 156 สารบบหมู่ที่ 2 หน้า 326 หมู่ที่ 2ตำบลไก่คำ อำเภอเมืองอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ เนื้อที่ 40 ไร่ 2 งาน 41 ตารางวาเป็นของผู้ร้องสอดในฐานะเจ้าของรวม 20 ไร่ 1 งาน 20 ตารางวา ส่วนที่เหลือให้แบ่งออกเป็น 9 ส่วน เท่า ๆ กัน แก่ผู้ร้องสอด โจทก์ทั้งสาม จำเลยทั้งสาม และทายาทคือนางยอนใจทอง นางบังอร ใจทอง คนละส่วนเท่า ๆ กัน แต่เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดอำนาจเจริญไม่สามารถดำเนินการแบ่งแยกที่ดินดังกล่าวให้คู่ความได้ เ …