ประเภทคำวินิจฉัย: คำสั่งคำร้อง
10,733 รายการ · หน้า 17 จาก 537
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:19/2545
ความว่า ผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยขอใช้หลักประกันเดิม คำสั่ง พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว กรณีไม่มีเหตุสมควรอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกา จึงไม่อนุญาตให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2/2545
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ตีราคาประกันสองแสนห้าหมื่นบาทให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2/2545
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ตีราคาประกันสองแสนห้าหมื่นบาทให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:20/2545
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมแล้ว คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกา ในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุสมควรให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกาให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:20/2545
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมแล้ว คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกา ในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุสมควรให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกาให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:202/2545
ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นการโต้แย้งข้อเท็จจริงซึ่งนำไปสู่ข้อกฎหมาย จึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยประเด็นที่ว่า การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ จำเลยได้ระบุเหตุผลการเลิกจ้างตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานฯ มาตรา 17 วรรคสามและมาตรา 119(5) แล้วหรือไม่นั้น เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดรับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 50) ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าชดเชยจำนวน 96,000 บาทแก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 11 มิถุนายน2544) เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ คำขออื่น นอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว ( …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:203/2545
ความว่า จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกา ผู้พิพากษาดังกล่าวมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ฎีกา ศาลชั้นต้นจึงสั่งฎีกาว่า จำเลยไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 4พิพากษาแก้ไขเล็กน้อย ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ฎีกาของจำเลยล้วนเป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า การกระทำความผิดของจำเลยเป็นความผิดครั้งแรก จำเลยได้สำนึกในการกระทำความผิดจึงบรรเทาผลร้ายแห่งคดีโดยได้คืนเงินให้แก่ผู้เสียหายจนเป็นที่พอใจและได้ไปทำการขอถอนคำร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนแล้ว ดังนั้น เพื่อให้โอกาสจำเลยต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ โปรดมีคำสั่งแก้คำสั่งของผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนเป็นอนุญาตให้จำเลยฎีกาด้วย หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีควา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:209/2545
ความว่า จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้มีอัตราโทษสูงถึงประหารชีวิตและศาลชั้นต้นพิพากษาให้ประหารชีวิตจำเลยที่ 2 แม้ศาลอุทธรณ์จะยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลยที่ 2ก็ตาม พฤติการณ์ต่าง ๆ แห่งคดีเช่นนี้ หากให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา จำเลยที่ 2อาจจะหลบหนีและเกิดความเสียหายแก่กระบวนการยุติธรรม จึงไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:21/2545
ความว่า ผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยขอใช้หลักประกันเดิม คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยที่ 1 ยังไม่ยื่นฎีกา ในชั้นนี้ ยังไม่มีเหตุสมควรให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:21/2545
ความว่า ผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยขอใช้หลักประกันเดิม คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยที่ 1 ยังไม่ยื่นฎีกา ในชั้นนี้ ยังไม่มีเหตุสมควรให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:214/2545
ความว่า ผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยขอใช้หลักประกันเดิม คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว การลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ของผู้อื่นถือว่าเป็นภัยอย่างร้ายแรงต่อสังคม ในชั้นนี้ยังไม่มีเหตุอันสมควรอย่างอื่นที่จะอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:219/2545
ความว่า ผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยขอใช้หลักประกันเดิม คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนให้จำคุกจำเลยมีกำหนด 6 เดือนคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาและได้รับอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ชั้นนี้จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:22/2545
ความว่า จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 9 ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ตีราคาประกัน 500,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:22/2545
ความว่า จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 9 ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ตีราคาประกัน 500,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:229/2545
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 6 ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ปรากฏข้อเท็จจริงตามฎีกาของจำเลยว่าจำเลยได้ชำระค่าปรับตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นแล้ว จำเลยไม่ได้ถูกกักขังแทนค่าปรับ จึงไม่มีเหตุให้ต้องปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ส่วนที่จำเลยขอให้คืนเงินค่าปรับนั้น เมื่อไม่ปรากฏว่าคำพิพากษาของศาลชั้นต้นได้ถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นที่จะทำให้ต้องมีการคืนเงินค่าปรับแก่จำเลย กรณีจึงย่อมจะคืนเงินค่าปรับให้แก่จำเลยไม่ได้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:239/2545
ความว่า ผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยขอใช้หลักประกันเดิม คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้ไขเล็กน้อยและให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาจึงไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวจำเลยในระหว่างฎีกา ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:24/2545
ความว่า ผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยขอใช้หลักประกันเดิม คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 1 ระหว่างฎีกา ตีราคาห้าแสนบาทให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:24/2545
ความว่า ผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยขอใช้หลักประกันเดิม คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 1 ระหว่างฎีกา ตีราคาห้าแสนบาทให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:241/2545
ความว่า ผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยขอใช้หลักประกันเดิม คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 และตามพฤติการณ์แห่งคดีเป็นการถูกกล่าวหาว่า กระทำผิดในร้านอาหารซึ่งเป็นที่สาธารณะ จึงยังไม่มีเหตุสมควรให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในชั้นนี้ ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:242/2545
ความว่า เนื่องจากจำเลยที่ 1 ได้ถึงแก่กรรมแล้ว ขอให้ศาลมีคำสั่งเรียกนางสาวชุลีข้องม่วงและนายภิรมย์ข้องม่วง ทายาทของจำเลยที่ 1 เข้ามาเป็นคู่ความแทนจำเลยที่ 1 ผู้มรณะด้วย หมายเหตุ นางสาวชุลีข้องม่วงและนายภิรมย์ข้องม่วง ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว เฉพาะนางสาวชุลีข้องม่วง แถลงว่า ประสงค์จะเข้าเป็นคู่ความแทนจำเลยที่ 1 (อันดับ 139,140 แผ่นที่ 2) โจทก์ทั้งเจ็ดฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองที่ดินพิพาท ตามโฉนดเลขที่ 11303 ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี และให้จำเลยที่ 1 จดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทแก่โจทก์ทั้งเจ็ด หากไม่ปฏิบัติตามก็ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนเจตนาจำเลยทั้งสอง และหากตกลงไม่ได้ก็ให้ขายทอดตลาดที่ดินพิพาท ระหว่างพิจารณา โจทก์ที่ 2 และที่ 3 ถึงแก่กรรม นายอำนาจ โมพันธุ์ และนางสาววิภาวรรณข้องม่วง ทายาทของโจทก์ที่ 2 และที่ 3 ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ที่ 2 และที่ 3 …