ประเภทคำวินิจฉัย: คำสั่งศาลฎีกา
22 รายการ · หน้า 1 จาก 2
- คำสั่งศาลฎีกาที่ คำสั่งศาลฎีกา:2065/2559
ที่ดินพิพาทตั้งอยู่ในเขตปกครองของโจทก์ จำเลยก่อตั้งสำนักสงฆ์ในที่ดินพิพาทโดยไม่ได้รับอนุญาตจากทางราชการ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยได้ตาม พ.ร.บ.เทศบาล พ.ศ.2496 มาตรา 50 (9) ประกอบด้วย พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 มาตรา 122 และระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน พ.ศ.2553 ข้อ 6 วรรคสอง
- คำสั่งศาลฎีกาที่ คำสั่งศาลฎีกา:877/2559
ฎีกาของโจทก์ที่ว่า เงินค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่ค้างชำระเป็นเงินค้างจ่าย มีกำหนดอายุความ 5 ปี จำเลยทั้งสองไม่อาจเรียกให้ชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลางรายเดือนที่ค้างชำระก่อนเดือนกรกฎาคม 2552 เพราะพ้นอายุความเรียกร้องให้โจทก์ชำระได้ตามกฎหมาย และมีข้อโต้แย้งว่าค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่ค้างชำระเป็นจำนวนเท่าใด อันหมายถึงจำเลยทั้งสองเรียกให้ชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลางรายเดือนที่ค้างชำระได้บางส่วน แต่โจทก์ก็มิได้ขอชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลาง ทั้งโจทก์ฎีกาด้วยว่า ไม่มีกฎหมายให้โจทก์ผู้ซื้อห้องชุดจากการขายทอดตลาดต้องชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่ค้างชำระ และการให้โจทก์ผู้ซื้อห้องชุดพิพาทจากการขายทอดตลาดต้องชำระหนี้ที่ค้างชำระทั้งหมดเพื่อประโยชน์แก่ผู้พักอาศัยอยู่ก่อนย่อมไม่เป็นธรรม จึงขัดแย้งกันเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้ง ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง
- คำสั่งศาลฎีกาที่ คำสั่งศาลฎีกา:9650/2559
โจทก์เป็นสามีโดยชอบด้วยกฎหมายของ ส. โจทก์เป็นฝ่ายกล่าวอ้างว่าขณะทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง ส. อ่านพูดหรือเขียนหนังสือไม่ได้ ไม่สามารถแสดงเจตนาทำพินัยกรรมได้ พินัยกรรมจึงเป็นโมฆะ แต่จำเลยปฏิเสธ ภาระการพิสูจน์จึงตกแก่โจทก์ เมื่อพยานหลักฐานของจำเลยมีน้ำหนักให้รับฟังมากกว่าพยานหลักฐานของโจทก์ ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า ขณะทำพินัยกรรม ส. มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า พินัยกรรมมิได้ทำต่อหน้า ธ. ปลัดอำเภอรักษาราชการแทนนายอำเภอบ้านดุง พินัยกรรมจึงเป็นโมฆะ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1658 และมาตรา 1705 นั้น แม้มิใช่ข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น แต่ปัญหาว่าพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองทำถูกต้องตามแบบเป็นโมฆะหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน โจทก์สามารถยกขึ้นอุทธรณ์ได้ ซึ่งเมื่อพิจารณาพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองของ ส. ประกอบคำเบิกความของ ภ. เจ้าหน้าที่ทะเบีย …
- คำสั่งศาลฎีกาที่ คำสั่งศาลฎีกา:10814/2558
ผู้ร้องมี บ. ที่เบิกความยืนยันว่าในวันดังกล่าวเห็น จ. ยื่นบัตรแนะนำตัวผู้คัดค้านหมู่บ้านละ 1 ปึก และพูดว่าให้ช่วยกัน และ จ. ยื่นเงินธนบัตรให้คนละ 500 บาท ส่วน สพ.เบิกความยืนยันว่าเห็นเหตุการณ์ในบ้าน สท. มีการถ่ายภาพและบันทึกวิดีโอไว้ แต่ไม่ปรากฏภาพชัดเจนว่ามีการแจกบัตรแนะนำตัวและธนบัตร อีกทั้งผู้ร้องไม่มีบัตรแนะนำตัวผู้คัดค้านและเงินมาแสดงเป็นพยานหลักฐานสนับสนุน ส่วนพยานผู้ร้องทั้งสี่ปากแม้เคยให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนว่า ในวันที่ 26 มีนาคม 2557 มีการแจกบัตรแนะนำตัวผู้คัดค้านและแจกเงินคนละ 500 บาท แต่มาเบิกความต่อศาลปฏิเสธข้อเท็จจริงดังกล่าว ซึ่งการให้ถ้อยคำในครั้งแรกเกิดขึ้นหลังเกิดเหตุไม่นานนัก พยานไม่มีเวลาคิดปรุงแต่งข้อเท็จจริงหรือผู้มีส่วนได้เสียพูดจาโน้มน้าวชักชวน แม้น่าเชื่อว่าจะเป็นจริงมากกว่า แต่ถ้อยคำดังกล่าวก็ไม่ชี้ชัดว่า สท., ว, หรือ จ. เป็นผู้แจกเงินให้แก่ผู้เข้าร่วมปร …
พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2550 53พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2550 111พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2550 122 - คำสั่งศาลฎีกาที่ คำสั่งศาลฎีกา:11063/2558
เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2557 ผู้คัดค้านเดินทางไปหาเสียงเลือกตั้งที่สหกรณ์การเกษตรห้วยทับทัน จำกัด หลังจากผู้คัดค้านเดินออกจากห้องประชุมไปแล้ว อ. ซึ่งมิได้มีชื่อเป็นคณะทำงานหาเสียงของผู้คัดค้านที่แจ้งต่อคณะกรรมการเลือกตั้งนำแผ่นซีดี (มีธรรมาธิปไตย ปกป้อง 4 ป) ไปแจกให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มาประชุมใหญ่สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ของสมาชิกสหกรณ์การเกษตรห้วยทับทัน จำกัด และ อ. ปราศรัยแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มาประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2556 สมาชิกสหกรณ์การเกษตรห้วยทับทัน จำกัดแต่ไม่ปรากฏว่า อ. มีการพูดเชิญชวนให้สมาชิกที่อยู่ในห้องประชุมที่สหกรณ์การเกษตรห้วยทับทัน จำกัดเลือกผู้คัดค้านซึ่งเป็นผู้สมัครหมายเลข 1 ตามที่ผู้ร้องกล่าวอ้าง คงมีแต่เสียง อ. พูดในตอนต้นว่า เอาคนที่เรารู้จัก เอาคนที่เราเชื่อถือได้เป็น ส.ว. แล้วผมจะฝากงานหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องข้าว เรื่องเกษตรกรนะฮะ และ อ. เสนอตัวที่จะซื้อข้าว หอม กร …
พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2550 53พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2550 111พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2550 112 - คำสั่งศาลฎีกาที่ คำสั่งศาลฎีกา:4247/2558
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาเป็นการทั่วไป พ.ศ.2557 กำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาเป็นการเลือกตั้งทั่วไป ในวันที่ 30 มีนาคม 2557 ผู้คัดค้านเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดศรีสะเกษ ต่อมา ส. ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าการเลือกตั้งในส่วนที่เกี่ยวกับผู้คัดค้านมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม เนื่องจากศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ 496/2555 ว่า ผู้คัดค้านมีความผิดตาม พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 114 วรรคสอง และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172 ประกอบมาตรา 174 วรรคสอง ให้ลงโทษจำคุก 5 ปี และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 10 ปี ผู้คัดค้านจึงเป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ผู้ร้องเห็นว่าควรสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้คัดค้าน ขอให้มีคำสั่งให …
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 100รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 102รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 115พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2550 111พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2550 119พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2550 122 - คำสั่งศาลฎีกาที่ คำสั่งศาลฎีกา:6830/2558
บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ ม. มิได้ลงพิมพ์ว่า ผู้คัดค้านมิได้ จ้าง วาน ใช้ให้ลงพิมพ์ข้อความดังกล่าว เพียงแต่ปฏิเสธว่าข้อความที่ลงพิมพ์นั้น มิได้หาเสียงให้ผู้สมัครรายใด จึงเชื่อได้ว่า ผู้คัดค้านได้ก่อ สนับสนุน หรือรู้เห็นเป็นใจให้ ส. บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ ม. กระทำการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งผ่านสื่อหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น โดยมีข้อความอันเป็นการหาเสียงเลือกตั้งดังที่ผู้ร้องกล่าวหา และเมื่อพิจารณาข้อความโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งของผู้คัดค้าน เห็นว่า ข้อความดังกล่าวเป็นอำนาจหน้าที่ของฝ่ายบริหารอันเป็นการกำหนดนโยบายของพรรคการเมือง ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานในหน้าที่ของวุฒิสภา จึงเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2550 มาตรา 123 วรรคหนึ่ง ทั้งข้อความดังกล่าวยังเป็นการจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ลงคะแนนเลือกตั้งให้แก่ผ …
พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2550 111พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2550 122พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2550 123 - คำสั่งศาลฎีกาที่ คำสั่งศาลฎีกา:9175/2558
ผู้คัดค้านเคยสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภามาแล้วถึงสามครั้ง หลังจากที่ผู้คัดค้านไม่ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาแทนตำแหน่งที่ว่างในปี 2556 ผู้คัดค้านก็ได้พบปะกับพี่น้องประชาชนและเข้าร่วมกิจกรรมกับพี่น้องประชาชนในโอกาสต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ อันเป็นการแสดงให้เห็นว่าผู้คัดค้านย่อมทราบได้ว่าสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดระนองจะครบวาระในวันที่ 2 มีนาคม 2557 และพึงคาดหมายได้ว่าจะต้องมีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาเป็นการทั่วไปขึ้น เนื่องจากถึงคราวครบวาระของสมาชิกวุฒิสภา การที่ผู้คัดค้านจัดทำปฏิทินประจำปี 2557 ขึ้นเพื่อแจกจ่ายแก่ประชาชนทั่วไปในจังหวัดระนอง เมื่อพิจารณาปฏิทินประจำปี 2557 ที่มีรูปหรือตราสัญลักษณ์พรรคประชาธิปัตย์ และภาพ ว. ซึ่งขณะนั้นเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระนองสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ปรากฏอยู่ส่วนบนและภาพของผู้คัดค้านอยู่ส่วนกลางแล้ว ย่อมทำให้บุคคลทั่วไปเยี่ยงวิญญูช …
พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2550 53พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2550 111พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2550 122 - คำสั่งศาลฎีกาที่ คำสั่งศาลฎีกา:2930/2557
ข้อเท็จจริงได้ความจากผู้คัดค้านว่า จากข้อมูลสมาชิกที่พรรคการเมืองบันทึกเข้าระบบถึงวันที่ 4 มีนาคม 2557 ตามเอกสารท้ายคำคัดค้านหมายเลข 6 ปรากฏว่า ผู้ร้องเป็นสมาชิกพรรคสังคมประชาธิปไตยไทย เลขประจำตัวสมาชิก 00011405 เมื่อวันที่ 4มิถุนายน 2553 ซึ่งตามมาตรา 19 วรรคท้ายแห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นทะเบียนที่ถูกต้องและแท้จริงตามกฎหมาย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าเป็นอย่างอื่น การที่ผู้ร้องอ้างว่า ได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคสังคมประชาธิปไตยไทยตั้งแต่ปี 2551 จึงขัดกับข้อมูลสมาชิกที่พรรคการเมืองบันทึกเข้าระบบดังกล่าว กรณีจึงเป็นการโต้แย้งว่าทะเบียนสมาชิกพรรคการเมืองไม่ถูกต้อง แต่ผู้ร้องไม่มีหลักฐานใด ๆ มาแสดงให้ศาลเห็นว่าทะเบียนสมาชิกดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือแท้จริงอย่างใด ทั้งระยะเวลาที่ระบุว่าผู้ร้องเป็นสมาชิกพรรคสังคมประชาธิปไตยไทยก็เป็นระยะเวลา …
- คำสั่งศาลฎีกาที่ คำสั่งศาลฎีกา:2931/2557
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช2550 มาตรา 284 วรรคหนึ่งบัญญัติว่า "องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องมีสภาท้องถิ่นและคณะผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น" และตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545 มาตรา 4 ผู้บริหารท้องถิ่นหมายความรวมถึงคณะผู้บริหารท้องถิ่น แม้นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นผู้มีอำนาจแต่งตั้งรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็นผู้ปฏิบัติราชการแทนในการบริหารราชการขององค์การบริหารส่วนจังหวัดตามกรอบนโยบายที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำหนดไว้ ตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 มาตรา 39/1 วรรคท้าย แต่บทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวมาตรา 44/3 บัญญัติห้ามนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด กระทำการอันเป็น การกระทบกระเทื …
- คำสั่งศาลฎีกาที่ คำสั่งศาลฎีกา:2932/2557
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 284 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องมีสภาท้องถิ่นและคณะผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น" และตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545 มาตรา 4 ผู้บริหารท้องถิ่นหมายความรวมถึงคณะผู้บริหารท้องถิ่น แม้นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นผู้มีอำนาจแต่งตั้งรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็นผู้ปฏิบัติราชการแทนในการบริหารราชการขององค์การบริหารส่วนจังหวัดตามกรอบนโยบายที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำหนดไว้ตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 มาตรา 39/1วรรคท้าย แต่บทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวมาตรา 44/3 บัญญัติห้ามนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระทำการอันเป็นการกระทบกระเทือน …
- คำสั่งศาลฎีกาที่ คำสั่งศาลฎีกา:2933/2557
ตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545 มาตรา 4 ผู้บริหารท้องถิ่นหมายความรวมถึงคณะผู้บริหารท้องถิ่น แม้นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็นผู้มีอำนาจแต่งตั้งรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็นผู้ปฏิบัติราชการแทนในการบริหารราชการขององค์การบริหารส่วนจังหวัดตามกรอบนโยบายที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำหนดไว้ ตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 มาตรา 39/1วรรคท้าย แต่บทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวมาตรา 44/3 บัญญัติห้ามนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด กระทำการอันเป็นการกระทบกระเทือนต่อผลประโยชน์ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 44/3 (1) ถึง (3) แสดงให้เห็นว่านายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เลขานุกา …
- คำสั่งศาลฎีกาที่ คำสั่งศาลฎีกา:2937/2557
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 284 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องมีสภาท้องถิ่นและคณะผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น" และตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545 มาตรา 4 ผู้บริหารท้องถิ่นหมายความรวมถึงคณะผู้บริหารท้องถิ่น ซึ่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นผู้มีอำนาจแต่งตั้งรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็นผู้ปฏิบัติราชการแทนในการบริหารราชการขององค์การบริหารส่วนจังหวัด ตามกรอบนโยบายที่ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำหนดไว้ ตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 มาตรา 39/1 วรรคท้าย และบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวมาตรา 44/3 บัญญัติห้ามนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด กระทำการอันเป็นการกระทบกร …
- คำสั่งศาลฎีกาที่ คำสั่งศาลฎีกา:2991/2557
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2550 มาตรา 284วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องมีสภาท้องถิ่นและคณะผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น" และตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545 มาตรา 4 ผู้บริหารท้องถิ่นหมายความรวมถึงคณะผู้บริหารท้องถิ่น แม้นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นผู้มีอำนาจแต่งตั้งเลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็นผู้ช่วยปฏิบัติราชการในการบริหารราชการขององค์การบริหารส่วนจังหวัดตามกรอบนโยบายที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำหนดไว้ ตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 มาตรา 39/1 วรรคท้าย แต่บทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวมาตรา 44/3 บัญญัติห้ามนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด กระทำการอันเป็นการกระทบ …
- คำสั่งศาลฎีกาที่ คำสั่งศาลฎีกา:2992/2557
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 284 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องมีสภาท้องถิ่นและคณะผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น" และตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545 มาตรา 4 ผู้บริหารท้องถิ่นหมายความรวมถึงคณะผู้บริหารท้องถิ่น แม้นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นผู้มีอำนาจแต่งตั้งรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็นผู้ปฏิบัติราชการแทนในการบริหารราชการขององค์การบริหารส่วนจังหวัดตามกรอบนโยบายที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำหนดไว้ ตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 มาตรา 39/1 วรรคท้าย แต่บทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวมาตรา 44/3 บัญญัติห้ามนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด กระทำการอันเป็นการกระทบกระเท …
- คำสั่งศาลฎีกาที่ คำสั่งศาลฎีกา:2996/2557
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 115 บัญญัติว่า "บุคคลผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือได้รับการเสนอชื่อเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิกวุฒิสภา....(9) ไม่เป็นรัฐมนตรีหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่นซึ่งมิใช่สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือเคยเป็นแต่พ้นตำแหน่งดังกล่าวมาแล้วยังไม่เกินห้าปี" ที่ผู้ร้องกล่าวอ้างว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่นตามความในมาตรา 115 (9) มิได้หมายความรวมถึงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาด้วย ผู้ร้องจึงเป็นบุคคลผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามนั้น เห็นว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 259 บัญญัติว่า "ผู้ดำรงตำแหน่งการเมืองดังต่อไปนี้....(4) สมาชิกวุฒิสภา...." จะเห็นได้ว่า มาตรา 259 (4) บัญญัติไว้ชัดเจนว่าสมาชิกวุฒิสภาเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แม้มาตรา 115 บัญญัติในหมวด 6 ร …
- คำสั่งศาลฎีกาที่ คำสั่งศาลฎีกา:10099/2555
พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2550 มาตรา 130 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ผลการพิจารณาสรรหาของคณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาให้ถือเป็นที่สุดนั้น เป็นบทบัญญัติให้ผลการสรรหาเป็นที่สุดเฉพาะที่เกี่ยวกับการใช้ดุลพินิจของคณะกรรมการสรรหาในการสรรหาบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อผู้ใดเป็นสมาชิกวุฒิสภา โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของบุคคลที่ได้รับการสรรหาเป็นสมาชิกวุฒิสภาในเรื่องความรู้ ความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณ์ที่จะเป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงานของวุฒิสภาและองค์ประกอบจากบุคคลที่มีความรู้ความสามารถในด้านต่าง ๆ ที่แตกต่างกัน โอกาสและความทัดเทียมกันทางเพศ สัดส่วนของบุคคลในแต่ละภาคส่วนที่ใกล้เคียงกัน รวมทั้งการให้โอกาสกับผู้ด้อยโอกาสทางสังคมด้วย ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 114 วรรคสอง แต่ไม่รวมถึงการสรรหาที่ไม่สุจริต ไม่ …
พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2550 26พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2550 27พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2550 130พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2550 133พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2550 134พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2550 161 - คำสั่งศาลฎีกาที่ คำสั่งศาลฎีกา:12650/2555
มาตรา 219 วรรคสาม ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 บัญญัติให้ศาลฎีกามีอำนาจพิจารณาและวินิจฉัยคดีที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ทั้งนี้ วิธีพิจารณาและวินิจฉัยคดีให้เป็นไปตามระเบียบที่ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกากำหนด โดยต้องใช้ระบบไต่สวนและเป็นไปโดยรวดเร็ว ส่วนระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยคดีที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งและการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2550 ได้กำหนดหลักเกณฑ์ใหญ่ๆ ในการพิจารณาและวินิจฉัยคดีเลือกตั้ง ในกรณีที่วิธีพิจารณาใดซึ่งระเบียบมิได้กำหนดไว้โดยเฉพาะ ความใน ข้อ 4 วรรคสอง ของระเบียบกำหนดให้นำบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ. มาใช้บังคับเท่าที่พอจะใช้บังคับได้ ผู้ร้องอ้างว่าเหตุที่ขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภ …
- คำสั่งศาลฎีกาที่ คำสั่งศาลฎีกา:22630/2555
ขณะที่คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งอนุญาตให้ฟื้นฟูกิจการของจำเลยและตั้งจำเลยเป็นผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการ ศาลอุทธรณ์ทำคำพิพากษาเสร็จและส่งสำนวนคืนศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ แม้ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/12 (4) บัญญัติว่า นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอไว้เพื่อพิจารณา ห้ามมิให้ฟ้องลูกหนี้เป็นคดีแพ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ ในกรณีที่มีการฟ้องคดีไว้ก่อนแล้ว ให้งดการพิจารณาไว้ แต่จำเลยและผู้ร้องต่างไม่แจ้งให้ศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์รู้ว่าศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของจำเลย และไม่ปรากฎว่าศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์รู้ถึงข้อเท็จจริงดังกล่าว กรณีจึงไม่มีเหตุที่จะเพิกถอนกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นและยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ แต่เมื่อความปรากฏต่อศาลฎีกาว่า คดีล้มละลายอยู่ระหว่างการดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการของจำเลย กรณีจึงต้องตาม พ.ร …
- คำสั่งศาลฎีกาที่ คำสั่งศาลฎีกา:9024/2553
คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานปลอมเอกสารราชการ 2 กระทง จำคุกกระทงละ 2 ปี ฐานเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ชอบ จำคุก 1 เดือน ฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน จำคุก 2 เดือน ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี 2 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้โดยปรับบทลงโทษให้ถูกต้องตามฟ้องที่จำเลยให้การรับสารภาพเฉพาะความผิดฐานปลอมเอกสารราชการกระทงหนึ่ง โดยความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานกับความผิดฐานปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานใช้เอกสารราชการปลอมเพียงบทเดียว จำคุก 1 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน จึงเป็นการแก้ไขทั้งบทลงโทษและโทษ เป็นการแก้ไขมาก แต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 4 ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 2 ปี และศาลอุทธรณ์ภาค 4 มิได้เพิ่มเติมโทษ จึงต้องห้ามฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 219 ส่วนที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้โทษจำเลยฐานปลอมเอกสารราชการอีกกระทงหนึ …