กฎหมายที่อ้างถึง: กฎหมายลักษณะอาญา
3,682 รายการ · หน้า 16 จาก 185
- ฎีกาที่ 1504/2500
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดตามมาตรา 251 - 55 จำคุกจำเลย 6 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยผิดตามมาตรา 249 - 53 จำคุก 2 ปี ดังนี้ เป็นแก้มาก ฎีกาในข้อเท็จจริงได้ไม่ต้องห้ามตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 218 ผู้ตายไล่ตามจะทำร้ายจำเลยเข้าไปในห้องผู้มีชื่อ แล้วมีการต่อสู้กัน จำเลยแทงผู้ตาย 5 แห่ง ดังนี้เป็นการป้องกันตัวเกินกว่าเหตุคดีเข้ามาตรา 249 - 53. (ประชุมใหญ่)
- ฎีกาที่ 1519/2500
จำเลยกล่าววาจาหมิ่นประมาทเจ้าพนักงานจราจรซึ่งปฏิบัติราชการตามหน้าที่ว่า "ผมผิดแค่นี้ ใครๆ ก็ผิดได้ ทำไมมาว่าผม อย่างคุณจะเอาผมไป คุณถอดเครื่องแบบมาชกกับผมตัวต่อตัวดีกว่า" และยังแสดงอาการดูถูกดูหมิ่น เป็นผิดตาม มาตรา 116 คำว่า "หมิ่นประมาท"ใน มาตรา 116 เป็นคำกว้างหมายถึงการใส่ความหรือการดูถูกดูหมิ่นก็ได้ กิริยาและถ้อยคำที่จำเลยกล่าวท้าทายเจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่อันชอบด้วยกฎหมายให้มาชกกับจำเลย ย่อมถือได้ว่าเป็นการดูถูกหรือดูหมิ่นเจ้าพนักงานตาม มาตรา 116 (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 13/2500)
- ฎีกาที่ 1519/2500
จำเลยกล่าววาจาหมิ่นประมาทเจ้าพนักงานจราจรซึ่งปฏิบัติราชการตามหน้าที่ว่า "ผมผิดแค่นี้ ใคร ๆ ก็ผิดได้ ทำไมมาว่าผม อย่างคุณจะเอาผมไป คุณถอดเครื่องแบบมาชกกับผมตัวต่อตัวดีกว่า " และยังแสดงอาการดูถูกดูหมิ่น เป็นผิดตาม มาตรา 116 คำว่า "หมิ่นประมาท" ใน ม. 116 เป็นคำกว้างหมายถึงการใส่ความหรือการดูถูกดูหมิ่นก็ได้ กิริยาและถ้อยคำที่จำเลยกล่าท้าทายเจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่อันชอบด้วยกฎหมายให้มาชกกับจำเลย ย่อมถือได้ว่าเป็นการดูถูกหรือดูหมิ่นเจ้าพนักงาน มาตรา 116. (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 13/2500)
- ฎีกาที่ 1524/2500
ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้เพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 72 เพราะจำเลยเคยต้องโทษปรับฐานมีอาวุธปืนไม่รับอนุญาตมาแล้ว ไม่เข็ดหลาบนั้น บัดนี้ ได้มีประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 บัญญัติให้เพิ่มโทษผู้กระทำผิดอีกเฉพาะผู้ที่ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกมาแล้ว ศาลต้องใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 จะเพิ่มโทษจำเลยไม่ได้
- ฎีกาที่ 1524/2500
ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้เพิ่มโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา 72 เพราะจำเลยเคยต้องโทษปรับฐานมีอาวุธปืนไม่รับอนุญาตมาแล้ว ไม่เข็ดหลาบนั้น บัดนี้ ได้มีประมวลกฎหมายอาญา มง 92 บัญญัติให้เพิ่มโทษผู้กระทำผิดอีกเฉพาะผู้ที่ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกมาแล้ว ศาลต้องใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา ม. 3 จะเพิ่มโทษจำเลยไม่ได้.
- ฎีกาที่ 1594/2500
ความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ดูแลควบคุมผู้ต้องขังแล้วเป็นใจช่วยหรือปล่อยผู้ต้องขังหนี เป็นความผิดต่อรัฐเอกชนไม่ใช่ผู้เสียหาย จึงไม่มีอำนาจฟ้อง
- ฎีกาที่ 1594/2500
ความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ดูแลควบคุมผู้ต้องขัง แล้วเป็นใจช่วยหรือปล่อยผู้ต้องขังหนี เป็นความผิดต่อรัฐ เอกชนไม่ใช่ผู้เสียหาย จึงไม่มีอำนาจฟ้อง.
- ฎีกาที่ 1611/2500
ในคดีที่ฟ้องว่าจำเลยฆ่าคนโดยเจตนาและจับจำเลยได้พร้อมด้วยปืนและแมกกาซีนของกลาง เมื่อฟังว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันชีวิตและทรัพย์พอสมควรแก่เหตุ ไม่ควรรับอาญาแล้ว ก็ไม่ควรริบของกลาง เพราะคดีไม่มีประเด็นว่าของกลางมีทะเบียนหรือไม่ โจทก์มิได้บรรยายความมาในฟ้อง
- ฎีกาที่ 1611/2500
ในคดีที่ฟ้องว่าจำเลยฆ่าคนโดยเจตนาและจับจำเลยได้พร้อมด้วยปืนและแมกกาซีนของกลาง เมื่อฟังว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันชีวิตและทรัพย์พอสมควรแก่เหตุ ไม่ควรรับอาญาแล้ว ก็ไม่ควรริบของกลาง เพราะคดีไม่มีประเด็นว่าของกลางมีทะเบียนหรือไม่ โจทก์มิได้บรรยายความมาในฟ้อง.
- ฎีกาที่ 1617-1618/2500
จำเลยเป็นไวยาวัจกรของวัด ได้บอกกล่าวให้โจทก์รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างรวมทั้งต้นไม้ที่ปลูกล้ำที่เช่าวัดออกมา เพื่อทางวัดจะได้ขุดคูไปให้ทะลุคลอง ตามที่ได้ตกลงจ้างเขาไว้ โจทก์รับทราบและว่าจะจัดการแล้วต่อมาไม่จัดการ ประวิงเวลาไว้จนสัญญาที่ทางวัดจ้างผู้ขุดจะหมดจำเลยจึงได้เข้าจัดการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและตัดต้นไม้ที่ล้ำนอกเขตเช่า โดยระมัดระวังพยายามให้เกิดการเสียหายน้อยที่สุด เพื่อขุดคลองแล้วนำไปกองไว้ให้โจทก์เช่นนี้ จำเลยยังไม่มีผิดฐานทำให้เสียทรัพย์เพราะมิได้มีเจตนาทำให้เสียทรัพย์แต่จำเลยต้องรับผิดในการละเมิดที่ทำแก่ทรัพย์ของโจทก์ ไม่ได้รับการยกเว้นตามประมวลแพ่งมาตรา 451 นอกจากค่าเสียหายธรรมดาแล้วศาลยังคิดค่าเสียหายให้ตามประมวลแพ่งฯ มาตรา 446 อีกโสดหนึ่งด้วย
- ฎีกาที่ 1617-1618/2500
จำเลยเป็นเวยยยาวัจจกรของวัด ได้บอกกล่าวให้โจทก์รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างรวมทั้งต้นไม้ที่ปลูกล้ำที่เข่าวัดออกมา เพื่อทางวัดจะได้ขุดคูไปให้ทะลุคลอง ตามที่ได้ตกลงจ้างเขาไว้ โจทก์รับทราบและว่าจะจัดการ แล้วต่อมาไม่จัดการ ประวิงเวลาไว้จนสัญญาที่ทางวัดจ้างผู้ขุดจะหมด จำเลยจึงได้เข้าจัดการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและตัดต้นไม้ที่ล้ำนอกเขตเช่า โดยระมัดระวังพยายามให้เกิดการเสียหายน้อยที่สุด เพื่อขุดคลองแล้วนำไปกองไว้ให้โจทก์ เช่นนี้จำเลยยังไม่มีผิดฐานทำให้เสียทรัพย์เพราะมิได้มีเจตนาทำให้เสียทรัพย์ แต่จำเลยต้องรับผิดในการละเมิดที่ทำแก่ทรัพย์ของโจทก์ ไม่ได้รับการยกเว้นตามประมวลแพ่ง มาตรา 451 นอกจากค่าเสียหายธรรมดาแล้วศาลยังคิดค่าเสียหายให้ตามประมวลแพ่งฯ มาตรา 446 อีกโสดหนึ่งด้วย.
- ฎีกาที่ 1625/2500
ในกรณีที่การจำคุกแทนค่าปรับตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 18 ในหมายจำคุกยังไม่ถึงเวลาคุมขัง เพราะโทษจำคุกยังมีอยู่จนกระทั่งถึงวันใช้ประมวลกฎหมายอาญา เช่นนี้ ต้องนำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 30 มาใช้บังคับตาม พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2499 มาตรา 6 คือต้องออกหมายกักขังแทนค่าปรับใหม่เป็นอัตราวันละ 5 บาท
- ฎีกาที่ 1625/2500
ในกรณีที่การจำคุกแทนค่าปรับตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม.18 ในหมายจำคุกยังไม่ถึงเวลาคุมขัง เพราะโทษจำคุกยังมีอยู่จนกระทั่งถึงวันใช้ประมวลกฎหมายอาญาเช่นนี้ ต้องนำประมวลกฎหมายอาญา ม.30 มาใช้บังคับตาม พ.ร.บ. ให้ใช้ประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2499 ม. 6 คือต้องออกหมายกักขังแทนค่าปรับใหม่เป็นอัตราวันละ 5 บาท.
- ฎีกาที่ 1626/2500
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยฆ่าผู้ตายเพื่อเอาทรัพย์ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 250 แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยฆ่าผู้ตายจนถึงแก่ความตายแล้ว จำเลยจึงเกิดโลภเจตนาเอาทรัพย์ของผู้ตายในภายหลัง เช่นนี้ ถือว่าข้อเท็จจริงที่ได้ความในการพิจารณาไม่แตกต่างกับข้อเท็จจริงที่ได้กล่าวในฟ้อง ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 288 ได้ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 3/2501) โจทก์ฟ้องจำเลยเรื่องลักทรัพย์และขอให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 15,400 บาท เจ้าพนักงานจับจำเลยและได้เงิน 900 บาทเป็นของกลาง แต่ข้อเท็จจริงฟังได้เพียงว่าจำเลยเอาเงินสดจากเจ้าทรัพย์ไป 500 บาท จึงควรหักเงินสดของกลางคืนให้เจ้าทรัพย์ 500 บาทเท่าที่ได้ความว่าจำเลยเอาไป เหลือนอกนั้นคืนให้จำเลย ต่อจากนั้นเป็นเรื่องของโจทก์ที่จะดำเนินการบังคับคดีต่อไป
- ฎีกาที่ 1626/2500
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยฆ่าผู้ตายเพื่อเอาทรัพย์ตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม.250 แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยฆ่าผู้ตายจนถึงแก่ความตายแล้ว จำเลยจึงเกิดโลภเจตนาเอาทรัพย์ของผู้ตายในภายหลังเช่นนี้ ถือว่าข้อเท็จจริงที่ได้ความในการพิจารณาไม่แตกต่างกับข้อเท็จจริงที่ได้กล่าวในฟ้องลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม.288 ได้. (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 3/2501) โจทก์ฟ้องจำเลยเรื่องลักทรัพย์และขอให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 15,400 บาท เจ้าพนักงานจับจำเลยและได้เงิน 900 บาทเป็นของกลาง แต่ข้อเท็จจริงฟังได้เพียงว่าจำเลยเอาเงินสดจากเจ้าทรัพย์ไป 500 บาท จึงควรหักเงินสดของกลางคืนให้เจ้าทรัพย์ 500 บาทเท่าที่ได้ความว่าจำเลยเอาไป เหลือนอกนั้นคืนให้จำเลย ต่อจากนั้นเป็นเรื่องของโจทก์ที่จะดำเนินการบังคับคดีต่อไป.
- ฎีกาที่ 1628/2500
จำเลยลงข่าวในหนังสือพิมพ์ของจำเลยเป็นข้อความหมิ่นประมาทใส่ความกำนันตำบลหาดท่าเสา อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาทว่าให้สินบนพนักงานสอบสวนที่ทำการสอบสวนกำนันฐานทุจริตต่อหน้าที่และพนักงานสอบสวนนั้นได้หน่วงเหนี่ยวสำนวนไว้เพื่อให้พยานกลับคำ เมื่อปรากฏว่ากำนันตำบลหาดท่าเสามีนายใบโสภาสุขคนเดียว และนายใบ โสภาสุขกำลังถูกนายประโยชน์แสงสอาดสอบสวนเรื่องทุจริตต่อหน้าที่ (สอบสวนคนเดียว) เช่นนี้จำเลยก็ย่อมมีผิดฐานหมิ่นประมาทใส่ความนายใบและนายประโยชน์ทั้งสองคน
- ฎีกาที่ 1628/2500
จำเลยลงข่าวในหนังสือพิมพ์ของจำเลยเป็นข้อความหมิ่นประมาทใส่ความกำนันตำบลหาดท่าเสา อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท ว่าให้สินบนพนักงานสอบสวนที่ทำการสอบสวนกำนันฐานทุจริตต่อหน้าที่ และพนักงานสอบสวนนั้นได้หน่วงเหนี่ยวสำนวนไว้เพื่อให้พยานกลับคำ เมื่อปรากฎว่ากำนันตำบลหาดท่าเสามีนายใบ โสภาสุข คนเดียว และนายใบ โสภาสุข กำลังถูกนายประโยชน์ แสงสอาด สอบสวนเรื่องทุจริตต่อหน้าที่ (สอบสวนคนเดียว) เช่นนี้จำเลยก็ย่อมมีผิดฐานหมิ่นประมาทใส่ความนายใบและนายประโยชน์ทั้งสองคน.
- ฎีกาที่ 1630/2500
ประมวลกฎหมายอาญาซึ่งเป็นกฎหมายที่บัญญัติในภายหลังมิได้บัญญัติว่าการฆ่าคนตายโดยเจตนาไม่เป็นความผิด ฉะนั้นการที่จำเลยฆ่าคนเมื่อยังใช้กฎหมายลักษณะอาญาอยู่ จึงเป็นความผิดตลอดมา และศาลลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249 ได้เพราะมาตรานี้กับมาตรา 288 แห่งประมวลกฎหมายอาญาซึ่งใช้บังคับอยู่ในขณะนี้มีกำหนดโทษเหมือนกัน
- ฎีกาที่ 1630/2500
ประมวลกฎหมายอาญาซึ่งเป็นกฎหมายที่บัญญัติในภายหลังมิได้บัญญัติว่าการฆ่าคนตายโดยเจตนาไม่เป็นความผิด ฉะนั้นการที่จำเลยฆ่าคนเมื่อยังใช้กฎหมายลักษณะอาญาอยู่ จึงเป็นความผิดตลอดมา และศาลลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249 ได้ เพราะมาตรานี้กับมาตรา 288 แห่งประมวลกฎหมายอาญาซึ่งใช้บังคับอยู่ในขณะนี้มีกำหนดโทษเหมือนกัน.
- ฎีกาที่ 1637/2500
คำว่า "รับเลี้ยง" ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 247นั้น หมายความถึงผู้ที่เป็นครูและมีหน้าที่เลี้ยงผู้ถูกทำร้ายด้วย ในคดีข่มขืนชำเรา เมื่อได้ความว่าจำเลยเป็นครูสอนผู้เสียหายแต่ไม่ได้เป็นผู้รับเลี้ยงผู้เสียหายด้วย ดังนี้การกระทำของจำเลยยังไม่เป็นผิดตามมาตรา 247 อีกบทหนึ่ง(ฎีกาที่ 260/2477)