กฎหมายที่อ้างถึง: กฎหมายลักษณะอาญา
3,682 รายการ · หน้า 36 จาก 185
- ฎีกาที่ 29/2498
ถ้าโดยเหตุผลทั่วๆ ไปในท้องสำนวน ศาลเห็นว่าจำเลยควรได้รับความปราณีศาลจะใช้ดุลพินิจลดโทษให้จำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 59 ก็ได้
- ฎีกาที่ 29/2498
ถ้าโดยเหตุผลทั่วๆ ไปในท้องสำนวน ศาลเห็นว่าจำเลยควรได้รับความปราณีศาลจะใช้ดุลยพินิจลดโทษให้จำเลยตามกฏหมายลักษณะอาญามาตรา 59 ก็ได้.
- ฎีกาที่ 300/2498
คำสั่งต้องเป็นคำบังคับมิใช่คำแนะนำซึ่งผู้รับจะกระทำหรือไม่ก็แล้วความตกลงใจของผู้นั้น ผู้ใหญ่บ้านพูดว่า 'นายบัวมันบ้าๆบอๆ ให้จำเลยไปเอามาดีกว่าเป็นเจ้าพนักงานมันจะได้กลัว'เพียงแค่นี้ยังถือไม่ได้ว่าผู้ใหญ่บ้านมีคำสั่งให้จำเลยไปทำการจับกุมนายบัวมาโดยใช้อำนาจบังคับหากแต่เป็นการแนะนำจำเลยว่าจำเลยควรจะไปเอามาดีกว่า เพราะจำเลยเป็นเจ้าพนักงาน(นายตรวจสรรพสามิต) ผู้ใหญ่บ้านกลับมาแอบอ้างอำนาจจำเลยเสียเองเพื่อให้นายบัวกลัว เมื่อจำเลยขึ้นไปบนบ้านผู้เสียหายและบังคับตบตี นำผู้เสียหายมาเช่นนี้ จำเลยก็ต้องมีความผิดตาม มาตรา 329,และ 270 จะอ้างว่ากระทำไปตามคำสั่งของเจ้าพนักงานให้พ้นผิดไม่ได้
- ฎีกาที่ 300/2498
คำสั่งต้องเป็นคำบังคับ มิใช่คำแนะนำซึ่งผู้รับจะกระทำหรือไม่ ก็แล้วความตกลงใจของผู้นั้น ผู้ใหญ่บ้านพูดว่า "นายบัวมันบ้า ๆ บอ ๆ ให้จำเลยไปเอามาดีกว่า เป็นเจ้าพนักงานมันจะได้กลัว" เพียงแค่นี้ยังถือไม่ได้ว่าผู้ใหญ่บ้านมีคำสั่งให้จำเลยไปทำการจับกุมนายบัวมา โดยใช้อำนาจบังคับ หากแต่เป็นการแนะนำจำเลยว่าจำเลยควรจะไปเอามาดีกว่า เพราะจำเลยเป็นเจ้าพนักงาน(นายตรวจสรรพสามิตต์) ผู้ใหญ่บ้านกลับมาแอบอ้างอำนาจจำเลยเสียเอง เพื่อให้นายบัวกลัว เมื่อจำเลยขึ้นไปบนบ้านผู้เสียหายและบังคับตบตี นำผู้เสียหายมาเช่นนี้ จำเลยก็ต้องมีความผิดตาม ม. 329 และ 270 จะอ้างว่ากระทำไปตามคำสั่งของเจ้าพนักงานให้พ้นผิดไม่ได้
- ฎีกาที่ 311/2498
เจตนาของผู้กระทำผิดฐานรับของโจรนั้นต้องดูตามพฤติการณ์ทั่วๆ ไปประกอบกัน เดิมรถจักรยานสองล้อของกลางที่จับได้จากจำเลยมีเลขทะเบียนเมื่อค้นได้ไม่มีแต่หมายเลขใต้อานปรากฏว่าตรงกันกับใบทะเบียนของเจ้าทรัพย์ ข้อนี้ทำให้ข้อนำสืบของจำเลยที่ว่าซื้อมาจากผู้มีชื่อก่อนเกิดเหตุสองปีมาแล้วฟังไม่ได้ก็ตาม โจทก์มีหน้าที่นำสืบว่าจำเลยรับไว้โดยรู้ว่าเป็นของร้ายแต่พยานโจทก์ว่าเมื่อไปค้นบ้านนั้นรถคันนี้อยู่ในที่เปิดเผย กรณีจึงอาจเป็นว่าจำเลยรับไว้โดยซื่อแต่จงใจปิดบังผู้โอนรถให้มาโดยเกรงว่าจะสูญเสียกรรมสิทธิ์ในรถนี้ก็ได้เมื่อพยานโจทก์และเหตุผล(พฤติการณ์)ในคดีล้วงไปไม่ถือว่าจำเลยได้รับรถมาโดยรู้ว่าเป็นของร้ายเช่นนี้ก็ลงโทษจำเลยไม่ได้
- ฎีกาที่ 311/2498
เจตนาของผู้กระทำผิดฐานรับของโจรนั้นต้องดูตามพฤติการณ์ทั่ว ๆ ไปประกอบกัน เดิมรถจักรยานสองล้อของกลางที่จับได้จากจำเลยมีเลขทะเบียนเมื่อค้นได้ไม่มี แต่หมายเลขใต้อานปรากฎว่าตรงกันกับในทะเบียนของเจ้าทรัพย์ ข้อนี้ทำให้ข้อนำสืบของจำเลยที่ว่าซื้อมาจากผู้มีชื่อก่อนเกิดเหตุสองปีมาแล้วฟังไม่ได้ก็ตาม โจทก์มีหน้าที่นำสืบว่าจำเลยรับไว้โดยรู้ว่าเป็นของร้ายแต่พะยานโจทก์ว่าเมื่อไปค้นบ้านนั้นรถคันนี้อยู่ในที่เปิดเผย กรณีจึงอาจเป็นว่าจำเลยรับไว้โดยชื่อแต่จงใจปิดบังผู้โอนรถให้หาโดยเกรงว่าจะศูนย์เสียกรรมสิทธิ์ในรถนี้ก็ได้ เมื่อพะยานโจทก์และเหตุผล(พฤติการณ์) ในคดีล้วงไปไม่ถึงว่าจำเลยได้รับรถมาโดยรุ้ว่าเป็นของร้ายเช่นนี้ก็ลงโทษจำเลยไม่ได้
- ฎีกาที่ 313/2498
ผู้ใหญ่บ้านไปจับจำเลยในคดีที่หาว่าจำเลยเบิกความเท็จแล้วพาตัวไปอำเภอแต่ความปรากฏว่าระหว่างทางผู้ใหญ่บ้านให้จำเลยข้ามคลองไปก่อนและจำเลยว่าจะไปคอยข้างหน้าผู้ใหญ่บ้านอนุญาตดังนี้การที่จำเลยไปแล้วกลับหลบหลีกไม่ไปอำเภอเช่นนี้จะฟังว่าจำเลยหลบหนีในระหว่างคุมขังตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 163 ยังไม่ได้เพราะในระหว่างนั้นจำเลยไม่ได้อยู่ในความควบคุมหรือคุมขังของผู้ใหญ่บ้านได้ความดังนี้แล้วปัญหาอื่นเรื่องผู้ใหญ่บ้านจะมีอำนาจจับกุมและการจับกุมจะต้องมีหมายจับหรือไม่ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัย
- ฎีกาที่ 313/2498
ผู้ใหญ่บ้านไปจับจำเลยในคดีที่หาว่าจำเลยเบิกความเท็จแล้วพาตัวไปอำเภอ แต่ความปรากฎว่าระหว่างทางผู้ใหญ่บ้านให้จำเลยข้ามคลองไปก่อนและจำเลยว่าจะไปคอยข้างหน้า ผู้ใหญ่บ้านอนุญาตดังนี้การที่จำเลยไปแล้วกลับหลบหลีกไม่ไปอำเภอเช่นนี้ จะฟังว่าจำเลยหลบหนีในระหว่างคุมขังตามกฎหมายลักษณะอาญา ม.163 ยังไม่ได้ ในระหว่างนั้น จำเลยไม่ได้อยู่ในความควบคุมหรือคุมขังของผู้ใหญ่บ้าน ได้ความดังนี้แล้ว ปัญหาอื่นเรื่องผู้ใหญ่บ้านจะมีอำนาจจับกุมและการจับกุมจะต้องมีหมายจับหรือไม่ ๆ จำเป็นต้องวินิจฉัย
- ฎีกาที่ 314/2498
เจตนาของผู้กระทำผิดฐานรับของโจรนั้นต้องดูตามพฤติการณ์ทั่วๆ ไปประกอบกัน เมื่อได้ความว่าจำเลยซื้อนาฬิกาของกลางไว้ในราคาถูกประการหนึ่ง ทั้งในชั้นสอบสวนจำเลยก็รับว่าได้รับซื้อไว้โดยรู้ในขณะนั้น(ขณะซื้อ) ว่าเป็นของที่ถูกลักมาพฤติการณ์ต่างๆ เหล่านี้ประกอบกันฟังได้ว่าจำเลยรับของกลางไว้โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นของที่ได้มาโดยการกระทำผิดกฎหมาย จึงผิดตามมาตรา 321
- ฎีกาที่ 314/2498
เจตนาของผู้กระทำผิดฐานรับของโจรนั้นต้องดูตามพฤติการณ์ทั่ว ๆ ไปประกอบกันเมื่อได้ความว่าจำเลยซื้อนาฬิกาของกลางไว้ในราคาถูกประการหนึ่ง ทั้งในชั้นสอบสวนจำเลยก็รับว่าได้รับซื้อไว้โดยรู้ในขณะนั้น (ขณะซื้อ ) ว่าเป็นของที่ถูกลักมา พฤติการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ประกอบกันฟังได้ว่าจำเลยรับของกลางไว้โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นของที่ได้มาโดยการกระทำผิดกฎหมาย จึงผิดตามมาตรา 321
- ฎีกาที่ 319/2498
คดีฟังเป็นยุติว่าจำเลยยิงผู้ตายตายแต่โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานขณะจำเลยยิงผู้ตายคงมีคำรับสารภาพของจำเลยชั้นสอบสวนว่าผู้ตายเป็นฝ่ายบุกรุกขึ้นไปจะทำร้ายจำเลยถึงบนเรือนในเวลาค่ำคืนจำเลยจึงยิงผู้ตายตายและพยานแวดล้อมกรณีเห็นจำเลยตอนหามศพผู้ตายดังนี้แม้ชั้นพิจารณาจำเลยจะไม่ได้ต่อสู้และนำสืบว่ากระทำไปโดยป้องกันตัวก็ดี เมื่อโจทก์ไม่มีประจักษ์พยานและคำรับสารภาพของจำเลยชั้นสอบสวนก็เป็นพยานหลักฐานของโจทก์เองอยู่แล้วจึงฟังได้ตามคำรับสารภาพของจำเลยนั้นว่าจำเลยยิงผู้ตายตายเพื่อป้องกันตัวแต่เมื่อปรากฏว่า(ตามคำรับสารภาพของจำเลยชั้นสอบสวน) ยิงผู้ตายสองนัด ผู้ตายล้มลงแล้วยังยิงซ้ำอีกดังนี้ เป็นการป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุ
- ฎีกาที่ 319/2498
คดีฟังเป็นยุติว่าจำเลยยิงผู้ตาย ตาย แต่โจทก์ไม่มีประจักษ์พะยานขณะจำเลยยิงผู้ตาย คงมีคำรับสารภาพของจำเลยชั้นสอบสวนว่าผู้ตายเป็นฝ่ายบุกรุกขึ้นไปจะทำร้ายจำเลยถึงบนเรือนในเวลาค่ำคืน จำเลยจึงยิงผู้ตายตาย และพยานแวดล้อมกรณีเห็นจำเลยตอนหามศพผู้ตายดังนี้ แม้ชั้นพิจารณาจำเลยจะไม่ได้ต่อสู้และนำสืบว่ากระทำไปโดยป้องกันตัวก็ดี เมื่อโจทก์ไม่มีประจักษ์พะยานและคำรับสารภาพของจำเลยชั้นสอบสวนก็เป็นพะยานหลักฐานของโจทก์เองอยู่แล้ว จึงฟังได้ตามคำรับสารภาพของจำเลยนั้นว่าจำเลยยิงผู้ตายตายเพื่อป้องกันตัว แต่เมื่อปรากฎว่า(ตามคำรับสารภาพของจำเลยชั้นสอบสวน)ยิงผู้ตายสองนัด ผู้ตายล้มลงแล้วยังยิงซ้ำอีกดังนี้ เป็นการป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุ
- ฎีกาที่ 327/2498
ข้อกฎหมายทั้งปวงอันคู่ความฎีการ้องอ้างอิงให้แสดงไว้โดยชัดเจนในฎีกา โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ฝ่ายหนึ่ง กับจำเลยที่ 2,3 อีกฝ่ายหนึ่งวิวาทกันถึงบาดเจ็บขอให้ลงโทษตาม มาตรา 254,338 จำเลยรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม มาตรา 254ปรับ 80 บาท และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโดยฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่าจำเลยทั้ง 3 มีบาดเจ็บ ดังนี้จำเลยจะฎีกาได้แต่เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย จำเลยที่ 1 ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตาม มาตรา 338 บทเดียวโดยกล่าวอ้างถึงตัวจำเลยว่าแพทย์ออกความเห็นว่ารักษาไม่เกิน 1 วันหาย ไม่ใช่หมายถึงผู้ถูกทำร้าย (ตามมาตรา338) และอ้างว่าจำเลยเป็นนักศึกษา ดังนี้เป็นฎีกาที่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 เพราะไม่ชัดเจนว่าฎีกาในข้อกฎหมายข้อไหนอย่างไร (จะค้านว่าบาดแผลอีกฝ่ายคือจำเลย 2,3 ไม่ถึงบาดเจ็บก็เป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามจะค้านว่าที่ศาลล่างฟังว่าบาดแผลอีกฝ่ายบาดเจ็บนั้นโดยข้อก …
- ฎีกาที่ 339/2498
คดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดตาม มาตรา 249,53 ให้จำคุก 20 ปี และศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยผิดตาม มาตรา249,53 เช่นเดียวกับศาลชั้นต้น แต่แก้อัตราโทษเป็นจำคุกจำเลยไว้เพียง 6 ปีและลดตามมาตรา 59 อีกคงเหลือโทษจำคุกเพียง 4 ปี เช่นนี้เป็นการแก้มาก ฎีกาได้ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 (ประชุมใหญ่)
- ฎีกาที่ 357/2498
เจตนาทุจริตของจำเลยศาลไม่อาจหยั่งรู้ความในใจอันแท้จริงได้ นอกจากจะอนุโลมโดยอาศัยเหตุผลทั่วๆ ไปตามที่ปรากฏในท้องสำนวน ผู้เสียหายมอบเงินจำเลยให้นำไปชำระแก่เจ้าหนี้ของผู้เสียหายจำเลยเอาไปใช้ส่วนตัวเสียบางส่วนแม้จะได้ไปบอกแก่เจ้าหนี้ว่าผู้เสียหายได้มอบเงินมาชำระครบแล้วแต่จำเลยเอาไปใช้เสียบางส่วนต้องส่งให้แต่ส่วนที่เหลือรับจะใช้คืนให้โดยไม่ต้องไปทวงจากผู้เสียหายอีกพฤติการณ์เช่นนี้แสดงว่าจำเลยเอาเงินรายนี้ไปใช้โดยเจตนาทุจริตคดีนี้จำเลยมีหน้าที่จะนำเงินไปมอบให้เจ้าหนี้ตามที่รับมอบมาเงินแม้จะเป็นธนบัตรเปลี่ยนมือได้หากจำเลยเอาไปใช้เมื่อถึงคราวจะนำไปให้เจ้าหนี้จำเลยก็ต้องพร้อมที่จะมอบเงินในจำนวนนั้นให้แก่เจ้าหนี้ทันทีมิใช่หวังเอาเองอย่างเลื่อนลอยว่าเจ้าหนี้คงจะยอมเปลี่ยนตัวลูกหนี้ให้อนึ่งการไปบอกความจริงแก่เจ้าหนี้ดังกล่าวเป็นการสารภาพผิดมิใช่การแสดงความบริสุทธิ์ของจำเลย
- ฎีกาที่ 357/2498
เจตนาทุจริตของจำเลยศาลไม่อาจหยั่งรู้ควมในใจอันแท้จริงได้ นอกจากจะอนุโลมโดยอาศัยเหตุผลทั่ว ๆ ไปตามที่ปรากฎในท้องสำนวน ผู้เสียหายมอบเงินจำเลยให้นำไปชำระแก่เจ้าหนี้ของผู้เสียหายจำเลยเอาไปใช้ส่วนตัวเสียบางส่วนแม้จะได้ไปบอกเจ้าหนี้ว่า ผู้เสียหายได้มอบเงินมาชำระครบแล้วแต่จำเลยเอาไปใช้เสียบางส่วน คงส่งให้แต่ส่วนที่เหลือ รับจะใช้คืนให้โดยไม่ต้องไปทวงจากผู้เสียหายอีก พฤติการณ์เช่นนี้แสดงว่าจำเลยเอาเงินรายนี้ไปใช้โดยเจตนาทุจริต คดีนี้จำเลยมีหน้าที่จะนำเงินไปมอบให้เจ้าหนี้ตามที่รับมอบมา เงินแม้จะเป็นธนบัตรเปลี่ยนมือให้หากจำเลยเอาไปใช้เมื่อถึงคราวจะนำไปให้เจ้าหนี้จำเลยก็ต้องพร้อมที่จะมอบเงินในจำนวนนั้นให้แก่เจ้าหนี้ทันที มิใช่หวังเอาเองอย่างเลื่อนลอยว่าเจ้าหนี้คงจะยอมเปลี่ยนตัวลูกหนี้ให้อนึ่งการไปบอกความจริงแก่เจ้าหนี้ดังกล่าวเป็นการสารภาพผิดมิใช่การแสดงความบริสุทธิ์ของจำเลย
- ฎีกาที่ 362/2498
ผู้ตายเป็นผู้ก่อเหตุขึ้นก่อนและที่สุดท้าทายจะทำร้ายจำเลยก่อนดังนี้แม้จะปรากฏว่าจำเลยว่า เอาก็เอา เป็นทำนองสมัครใจกระทำร้ายกัน แต่จำเลยก็ยังยืนอยู่เฉย มิได้เตรียมการจะต่อสู้ ต่อเมื่อผู้ตายตีจำเลยด้วยไม้ตะบองและยังจะตีซ้ำอีกจำเลยจึงใช้มีดฟันเอาทีหนึ่งแล้วมิได้ซ้ำอีก เช่นนี้เป็นการกระทำพอสมควรแก่เหตุจำเลยไม่ผิด
- ฎีกาที่ 362/2498
ผู้ตายเป็นผู้ก่อเหตุขึ้นก่อนและที่สุดท้าทายจะทำร้ายจำเลยก่อน ดังนี้แม้จะปรากฎว่าจำเลยว่า เอาก็เอาเป็นทำนองสมัครใจกระทำร้ายกันแต่จำเลยก็ยังยืนอยู่เฉย มิได้เตรียมการจะต่อสู้ ต่อเมื่อผู้ตายตีจำเลยด้วยไม้ตะบองและยังจะตีซ้ำอีกจำเลยจึงใช้มีดฟันเอาที่หนึ่งแล้วมิได้ซ้ำอีก เช่นนี้เป็นการกระทำพอสมควรแก่เหตุ
- ฎีกาที่ 364/2498
จำเลยเป็นคนไทยไปปล้นทรัพย์ในประเทศลาว ดังนี้คดีก็ต้องด้วยกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 10(4) และเมื่อคดีได้ความบริบูรณ์ทุกประการตามความในมาตรา 10(4) แล้วก็ลงโทษจำเลยตามมาตรา 301 ได้
- ฎีกาที่ 364/2498
จำเลยเป็นคนไทยไปปล้นทรัพย์ในประเทศลาว ดังนี้คดีก็ต้องด้วย กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 10(4) และเมื่อคดีได้ความบริบูรณ์ทุกประการตามความในมาตรา 10(4) แล้วก็ลงโทษจำเลยตาม มาตรา 301 ได้