กฎหมายที่อ้างถึง: พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528
600 รายการ · หน้า 23 จาก 30
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1578/2535
ความว่า โจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์ไว้ เนื่องจากได้มีการพิจารณาที่จะยุติระงับคดีข้อพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยโดยจำเลยได้ดำเนินการอยู่ ทนายโจทก์ได้รับการติดต่อและทราบความประสงค์ของจำเลยแล้ว จึงขอถอนคดีที่โจทก์อุทธรณ์คำสั่งและโปรดสั่งคืนค่าธรรมเนียมให้โจทก์ด้วย โปรดอนุญาต หมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับสำเนาคำบอกกล่าวหรือไม่ โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่า จำเลยยึดสินค้าโจทก์ไปขายไม่ชอบให้จำเลยคืนสินค้ากากถั่วเหลือง หรือชดใช้เงินค่าสินค้าดังกล่าวแก่โจทก์รวม 50,650,298 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 27 เมษายน 2534 ที่จำเลยอายัดและยึดสินค้าโจทก์เป็นต้นไปจนกว่าจะชดใช้เงินแก่โจทก์เสร็จสิ้น ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องโจทก์ไว้พิจารณา โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง (อันดับ 7) จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์ (อันดับ 11) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ยื่นคำบอกกล่าวนี้ (อันดับ 13 แผ่นที่ 2) จำเลยยื …
- ฎีกาที่ 183/2535
การที่เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบยอดขายน้ำมันของโจทก์โดยนำเอายอดซื้อคงเหลือต้นปีบวกด้วยยอดซื้อตลอดปี แล้วลบด้วยยอดคงเหลือปลายปี ผลที่ได้ถือเป็นยอดขายของโจทก์ เมื่อปรากฏว่ายอดขายของโจทก์จากการตรวจสอบดังกล่าวสูงกว่ายอดขายตามใบเสร็จรับเงินที่โจทก์ส่งมาให้ตรวจสอบ จึงนำยอดขายที่ได้จากใบเสร็จรับเงินลบออกจากยอดขายที่ได้จากการตรวจสอบแล้วถือว่าผลต่างที่ได้เป็นจำนวนน้ำมันที่โจทก์ขายไปโดยไม่มีใบเสร็จรับเงิน และประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มนั้น ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ในชั้นตรวจสอบไต่สวนของเจ้าพนักงานประเมิน ผู้รับมอบอำนาจของโจทก์ให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงานตรวจสอบภาษีว่ายินยอมให้เพิ่มยอดขายต่อลิตรในอัตราลิตรละ 0.02 บาท จากราคาขายที่แสดงไว้เดิม ดังนี้เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินโดยถือเกณฑ์กำไรลิตรละ 0.02 บาทได้โดยชอบ โจทก์อุทธรณ์ในข้อที่มิได้ยกขึ้นกล่าวไว้ในคำฟ้อง จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลภา …
- ฎีกาที่ 183/2535
การที่เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบยอดขายน้ำมันของโจทก์โดยนำเอายอดซื้อคงเหลือต้นปีบวกด้วยยอดซื้อตลอดปี แล้วลบด้วยยอดคงเหลือปลายปี ผลที่ได้ถือเป็นยอดขายของโจทก์เมื่อปรากฏว่ายอดขายของโจทก์จากการตรวจสอบดังกล่าวสูงกว่ายอดขายตามใบเสร็จรับเงินที่โจทก์ส่งมาให้ตรวจสอบ จึงนำยอดขายที่ได้จากใบเสร็จรับเงินลบออกจากยอดขายที่ได้จากการตรวจสอบแล้วถือว่าผลต่างที่ได้เป็นจำนวนน้ำมันที่โจทก์ขายไปโดยไม่มีใบเสร็จรับเงิน และประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มนั้น ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ในชั้นตรวจสอบไต่สวนของเจ้าพนักงานประเมิน ผู้รับมอบอำนาจของโจทก์ให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงานตรวจสอบภาษีว่ายินยอมให้เพิ่มยอดขายต่อลิตรในอัตราลิตรละ 0.02 บาทจากราคาขายที่แสดงไว้เดิม ดังนี้ เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินโดยถือเกณฑ์กำไรลิตรละ0.02 บาทได้โดยชอบ โจทก์อุทธรณ์ในข้อที่มิได้ยกขึ้นกล่าวไว้ในคำฟ้อง จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลภาษี …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2349/2535
ความว่า โจทก์ฟ้องพร้อมกับยื่นคำร้องขอฟ้องคดีอย่างคนอนาถา ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งให้ยกคำร้อง โจทก์เห็นว่า ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งให้ยกคำร้องโดยมิได้ ทำการไต่สวนก่อนคดีของโจทก์มีมูลที่จะฟ้องร้องได้ แต่กิจการ ของโจทก์ประสบภาวะขาดทุนไม่สามารถที่จะหาเงินมาชำระ ค่าธรรมเนียมศาลได้ โปรดมีคำสั่งให้ไต่สวนคำร้องและอนุญาต ให้โจทก์ฟ้องคดีอย่างคนอนาถาด้วย หมายเหตุ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 13 แผ่นที่ 2, อันดับ 18 แผ่นที่ 4,5) จำเลยที่ 4ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง (อันดับ 18 แผ่นที่ 6) ส่วนจำเลยที่ 5แถลงคัดค้าน (อันดับ 17) โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีและคำวินิจฉัยของ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องขอฟ้องคดีอย่างคนอนาถา ศาลภาษีอากรกลางสั่งในคำร้องว่า การฟ้องหรือการต่อสู้คดี อย่างคนอนาถา ผู้ฟ้องหรือต่อสู้คดีจะต้องสาบานด้วยตนเอง จะมอบ อำนาจให้ผู้อื่นสาบานตัวแทนไม่ได้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2872/2535
ความว่า โจทก์ยื่นอุทธรณ์ไว้ โจทก์เห็นสมควรขอแก้ไขเพิ่มเติมอุทธรณ์รายละเอียดปรากฏในคำร้องซึ่งการแก้ไขเพิ่มเติมนี้ไม่ทำให้จำเลยหลงข้อต่อสู้หรือเสียเปรียบแต่อย่างใดและเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมเพียงเล็กน้อย โปรดอนุญาต หมายเหตุ จำเลยทั้งหกได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 81 แผ่นที่ 2) โจทก์ฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนการประเมินภาษีของจำเลยและเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ฯลฯ ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางอ่านคำพิพากษาให้คู่ความฟังเมื่อวันที่6 กรกฎาคม 2535 โจทก์อุทธรณ์ (อันดับ 72) โจทก์ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 78) คำสั่ง เป็นการขอเพิ่มเติมข้อความในอุทธรณ์ที่โจทก์ยกขึ้นอ้างอิงไว้แล้วให้มีรายละเอียดเพิ่มขึ้น ไม่ได้ยกข้ออ้างเป็นประเด็นขึ้นใหม่ ไม่เป็นการแก้ไขอุทธรณ์ แม้จะล่วงเลยพ้นกำหนดยื่นอุทธรณ์แล้ว ก็อาจยื่นขอได้ จึงอนุญาตให้โจทก์เพิ่มเติมอุทธรณ์ …
- ฎีกาที่ 3046/2535
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าประกาศยึดทรัพย์และประกาศขายทอดตลาดทรัพย์โจทก์ของจำเลยโดยใช้อำนาจตาม ป.รัษฎากร มาตรา 12เป็นโมฆะและขอให้เพิกถอนเป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับการยึดทรัพย์และประกาศขายทอดตลาดทรัพย์ตามอำนาจของจำเลยว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่การที่โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งยึดทรัพย์และประกาศขายทอดตลาดทรัพย์ มิใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับภาษีอากรดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรฯ ดังนี้ ศาลภาษีอากรกลางไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษา.
- ฎีกาที่ 3056/2535
การที่โจทก์ฟ้องอธิบดีกรมสรรพากรให้เพิกถอนคำสั่งยึดทรัพย์และประกาศขายทอดตลาดทรัพย์ของอธิบดีกรมสรรพากรซึ่งใช้อำนาจตามประมวลรัษฎากร มาตรา 12 โดยอ้างว่าทรัพย์ที่ถูกยึดเป็นของโจทก์มิใช่ของผู้ต้องรับผิดเสียภาษีอากรนั้น มิใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับภาษีอากรดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 ศาลภาษีอากรกลางจึงไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษา
- ฎีกาที่ 3056/2535
การฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งยึดทรัพย์และประกาศขายทอดตลาดทรัพย์ของอธิบดีกรมสรรพากร ตามมาตรา 12 แห่ง ป.รัษฎากร มิใช่เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับภาษีอากรดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528ศาลภาษีอากรกลางไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษา.
- ฎีกาที่ 3148/2535
การที่พนักงานเจ้าหน้าที่กองพิธีการและประเมินอากรของจำเลยในฐานะเจ้าพนักงานประเมินตามประกาศกระทรวงการคลังฯ(ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 25 ตุลาคม 2513 สั่งให้โจทก์แก้ไขเพิ่มราคาสินค้าในใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้านั้น ถือได้ว่าเป็นการแจ้งการประเมินให้โจทก์ต้องชำระอากรขาเข้า ภาษีการค้า และภาษีบำรุงเทศบาล ตามฐานราคาสินค้าที่สั่งให้โจทก์แก้นั่นเอง โจทก์จึงต้องอุทธรณ์การประเมินภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ก่อน จึงจะมีสิทธินำคดีมาฟ้องต่อศาลได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 30 และพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 8 สิทธิในการเรียกร้องขอคืนเงินอากรขาเข้าเพราะเหตุที่ได้เสียไว้เกินจำนวนที่พึงต้องเสียจริงตามมาตรา 10 วรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติ ศุลกากร พ.ศ. 2469 นั้น ไม่ว่าจะเป็นเพราะเสียไว้เกินโดยไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ หรือเป็นเพราะยังมีข้อโต้แย้งกั …
- ฎีกาที่ 3148/2535
การที่พนักงานเจ้าหน้าที่กองพิธีการและประเมินอากรของจำเลยในฐานะเจ้าพนักงานประเมินสั่งให้โจทก์แก้ไขเพิ่มราคาสินค้า อันเป็นฐานของการคำนวณภาษีอากรสำหรับของที่นำเข้าในใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าเป็นเหตุให้ต้องแก้จำนวนค่าอากรขาเข้าภาษีการค้า และภาษีบำรุงเทศบาลเพิ่มขึ้น อันเป็นการโต้แย้งจำนวนค่าภาษีอากรที่โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีอากรไว้ดังกล่าวว่าไม่ถูกต้อง ถือได้ว่าเป็นการแจ้งการประเมินให้โจทก์ทราบว่าจะต้องชำระค่าอากรขาเข้า ภาษีการค้า และภาษีบำรุงเทศบาลตามฐานราคาของที่สั่งให้โจทก์แก้นั้นเอง มิฉะนั้นก็จะไม่ตรวจปล่อยของออกไปจากอารักขาของจำเลย โจทก์ทราบถึงการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินดังกล่าวแล้ว ยอมแก้ราคาของตลอดจนจำนวนค่าอากรขาเข้าภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลเพิ่มขึ้น กับยอมชำระค่าภาษีอากรดังกล่าวให้แก่จำเลยเพื่อรับของที่นำเข้าไปจากอารักขาของจำเลยโดยได้บันทึกขอสงวนสิทธิโต้ …
- ฎีกาที่ 3148/2535
การที่พนักงานเจ้าหน้าที่กองพิธีการและประเมินอากรของจำเลยในฐานะเจ้าพนักงานประเมินตามประกาศกระทรวงการคลัง ฯ (ฉบับที่ 2) ลงวันที่25 ตุลาคม 2513 สั่งให้โจทก์แก้ไขเพิ่มราคาสินค้าในใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้านั้น ถือได้ว่าเป็นการแจ้งการประเมินให้โจทก์ต้องชำระอากรขาเข้า ภาษีการค้า และภาษีบำรุงเทศบาล ตามฐานราคาสินค้าที่สั่งให้โจทก์แก้นั่นเองโจทก์จึงต้องอุทธรณ์การประเมินภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ก่อน จึงจะมีสิทธินำคดีมาฟ้องต่อศาลได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา30 และ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528มาตรา 8 สิทธิในการเรียกร้องขอคืนเงินอากรขาเข้าเพราะเหตุที่ได้เสียไว้เกินจำนวนที่พึงต้องเสียจริงตามมาตรา 10 วรรคห้า แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากรพ.ศ.2469 นั้น ไม่ว่าจะเป็นเพราะเสียไว้เกินโดยไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ หรือเป็นเพราะยังมีข้อโต้แย้งกันเกี่ยวกับราคาแห่ง …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:341/2535
ความว่า โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอดำเนินคดีชั้นฎีกาอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องของ โจทก์ โดยให้เหตุผลว่าโจทก์มิใช่บุคคลหรือนิติบุคคล จึงไม่อาจ เป็นคู่ความในคดีได้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง คดีโจทก์จึง ไม่มีเหตุอันสมควรฎีกา ไม่จำต้องวินิจฉัยว่าโจทก์เป็นคนยากจน ไม่มีทรัพย์สินพอที่จะเสียค่าธรรมเนียมหรือไม่อีก หากโจทก์ ประสงค์จะฎีกาต่อศาลฎีกาต่อไป ให้โจทก์นำเงินค่าธรรมเนียม มาวางศาลภายใน 15 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง โจทก์เห็นว่า ในชั้นประเมินภาษีก็ดี ในชั้นอุทธรณ์ก็ดีล้วนแต่ดำเนินการในนามของโจทก์ทั้งสิ้น เมื่อประมวลรัษฎากรบัญญัติการฟ้องคดีเกี่ยวกับการขอเพิกถอนการประเมินไว้โดยเฉพาะแล้ว จึงหาอาจนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับได้ไม่ ส่วนประเด็นที่ว่าโจทก์เป็นคนยากจนอนาถาหรือไม่นั้น ชั้นพิจารณาโจทก์นำสืบฟังได้โดยปราศจากความสงสัยว่า จำเลยที่ 1 ยึดและอายัดทรัพย์สินโจทก์ไว้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:3593/2535
ความว่า จำเลยอุทธรณ์ มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 54) ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินภาษีอากรจำนวน 517,357.04 บาท แก่โจทก์ทั้งสอง กับให้จำเลยชำระเงินเพิ่ม อากรขาเข้าในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน จากต้นเงินอากรขาเข้า 111,777.95 บาท เป็นรายเดือน เดือนละ 1,117.78 บาท เงินเพิ่มภาษีการค้าในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน จากต้นเงินภาษีการค้า 98,517.80 บาท เป็นรายเดือน เดือนละ 1,477.77 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 9 เมษายน 2535) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่ โจทก์ทั้งสอง (เฉพาะเงินเพิ่มภาษีการค้าเมื่อรวมกับที่โจทก์ คิดคำนวณมาถึงวันฟ้อง ต้องไม่เกินกว่าต้นเงินภาษีการค้า)รวมทั้งให้จำเลยชำระเงินเพิ่มภาษีบำรุงเทศบาลในอัตรา ร้อยละ 11 ของเงินเพิ่มภาษีการค้าให้แก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยอุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 55,56) …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:3761/2535
ความว่า จำเลยอุทธรณ์ มีทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ศาลฎีกาจะกลับคำพิพากษาของศาลภาษีอากรกลางได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ์ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 90) ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าภาษีอากรและเงินเพิ่มทุกประเภทตามการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินของโจทก์ที่ 1 ตามใบขนคลังสินค้าทัณฑ์บนเอกสารหมาย จ.4,จ.6, จ.15, จ.27, จ.28, จ.29, จ.35, จ.36, จ.37สำหรับ จ.28 และ จ.39 เฉพาะการประเมินสินค้าชนิดเบอร์ 115D ให้เพิกถอนการประเมินราคาและภาษีอากรตามใบขนคลังสินค้าทัณฑ์บน เอกสารหมาย จ.3, จ.16 ถึง จ.26,จ.30 ถึง จ.34, จ.40 สำหรับ จ.38 และ จ.39 เฉพาะการประเมินสินค้าชนิดเบอร์ 225D และให้ปรับปรุงการคำนวณอากรขาเข้า ภาษีการค้า ภาษีบำรุงเทศบาล ค่าธรรมเนียมพิเศษของคณะกรรมการ ส่งเสริมการลงทุน ค่าธรรมเนียมพิเศษของกระทรวงพาณิชย์ เงินเพิ่มอากรขาเข้า เงินเพิ่มภาษีการค้า และเง …
- ฎีกาที่ 3899/2535
พนักงานศาลส่งหมายนัดชี้สองสถานให้โจทก์โดยการปิดหมายวันที่ 25 กรกฎาคม 2534 และศาลภาษีอากรกลางนัดชี้สองสถานวันที่ 28 สิงหาคม 2534 โจทก์ย่อมมีเวลายื่นบัญชีระบุพยานได้ก่อนวันชี้สองสถานไม่น้อยกว่า 7 วัน ตามข้อกำหนดคดีภาษีอากรข้อ 8วรรคหนึ่ง แต่โจทก์กลับยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นบัญชีระบุพยานในวันนัดชี้สองสถาน โดยอ้างเหตุผลว่าเกิดผิดพลาดเพราะความพลั้งเผลอของโจทก์ มิได้ศึกษาข้อกำหนดและข้อกฎหมายให้ถ่องแท้มิใช่เกิดจากเจตนาหรือจงใจที่จะไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดข้อกล่าวอ้างเช่นนี้มิใช่เหตุอันสมควรที่ไม่สามารถยื่นบัญชีระบุพยานตามกำหนดเวลาดังกล่าวที่ศาลจะอนุญาตตามคำร้องขอของโจทก์ตามข้อกำหนดคดีภาษีอากรข้อ 8 วรรคสี่ได้ กฎหมายบัญญัติห้ามมิให้โจทก์ซึ่งเป็นบริษัทเงินทุนซื้อ หรือมีไว้ซึ่งอสังหาริมทรัพย์ เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นและหากโจทก์ซื้ออสังหาริมทรัพย์มาก็ต้องจำหน่ายไปภายใน 3 ปี แสดงว่าขณะที่โจทก์รับโอนที …
- ฎีกาที่ 3935/2535
โจทก์มิได้อุทธรณ์การประเมินภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 30โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีดังกล่าวตามพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากรพ.ศ. 2528 มาตรา 7(1),8 โจทก์มิได้กล่าวในคำฟ้องว่า การที่เจ้าพนักงานของกรมศุลกากรจำเลยตรวจสอบราคาสินค้าของโจทก์แล้วสั่งให้โจทก์เพิ่มราคา มิใช่เป็นการประเมินภาษีการค้าตามประมวลรัษฎากร เมื่อโจทก์ยกข้อนี้ขึ้นอุทธรณ์ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลภาษีอากรกลางศาลฎีกาไม่เห็นสมควรวินิจฉัยให้ จำเลยประเมินราคาสินค้าที่โจทก์นำเข้าโดยเปรียบเทียบกับราคาสินค้าของผู้นำเข้ารายอื่น แต่สินค้าของผู้นำเข้ารายอื่นนั้นเป็นของคนละประเภทต่างพิกัดประเภทย่อยกับสินค้าของโจทก์ และระยะเวลาที่นำของเข้าก็แตกต่างกันมาก ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในความหมายของคำว่า "ราคาอันแท้จริงในท้องต …
- ฎีกาที่ 4167/2535
ประเด็นเรื่องราคาอันแท้จริงในท้องตลาด เป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่โจทก์จะต้องนำสืบ โจทก์กล่าวอ้างในคำฟ้องว่าโจทก์ที่ 1 ตรวจสอบพบว่าจำเลยสำแดงราคาตามใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าต่ำกว่าราคาอันแท้จริงในท้องตลาดโดยอาศัยข้อมูลราคาสินค้าประเภทเดียวกันหรือใกล้เคียงกันที่ผู้อื่นนำเข้า ประกอบกับบัตรราคาสินค้าของกองวิเคราะห์ราคากรมศุลกากรที่กำหนดราคากลางไว้ในระยะเวลาใกล้เคียงกันเป็นเกณฑ์รวมทั้งราคาสินค้าส่งออกของบริษัทที่จำหน่ายสินค้าให้แก่จำเลยและลูกค้ารายต่าง ๆ ในประเทศไทย แหล่งข้อมูลดังกล่าวเมื่อนำมาพิจารณาเปรียบเทียบแล้วสามารถบ่งชี้ให้เห็นว่าสินค้าพิพาทที่จำเลยนำเข้ามาในราชอาณาจักรมีราคาอันแท้จริงในท้องตลาดตามความหมายที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 2วรรคสิบสอง เป็นจำนวนเท่าใด โจทก์ที่ 1 ชอบที่จะนำสืบพยานหลักฐานเพื่อสนับสนุนข้ออ้างของตนตามคำฟ้องได้ คำสั่งศาลภาษีอากรกลางที …
- ฎีกาที่ 4167/2535
ประเด็นเรื่องราคาอันแท้จริงในท้องตลาดเป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่จะต้องนำสืบ ข้อมูลเกี่ยวกับราคาสินค้าของผู้นำเข้ารายอื่น บัตรราคาสินค้าของกองวิเคราะห์ราคา กรมศุลกากร และรายละเอียดการสำแดงราคาสินค้าส่งออกของบริษัทที่จำหน่ายสินค้าให้แก่จำเลยและลูกค้ารายอื่น ๆ ที่กรมศุลกากรเมืองฮ่องกงส่งมาให้โจทก์ที่ 1 สามารถนำมาประกอบการพิจารณาเปรียบเทียบเพื่อบ่งชี้ว่าสินค้าที่จำเลยนำเข้านั้นมีราคาอันแท้จริงในท้องตลาดเท่าใดได้ โจทก์ที่ 1 จึงชอบที่จะนำพยานหลักฐานมาสืบถึงข้อมูลดังกล่าวได้
- ฎีกาที่ 4167/2535
ประเด็นเรื่องราคาอันแท้จริงในท้องตลาดเป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่จะต้องนำสืบ ข้อมูลเกี่ยวกับราคาสินค้าของผู้นำเข้ารายอื่น บัตรราคาสินค้าของกองวิเคราะห์ราคา กรมศุลกากร และรายละเอียดการสำแดงราคาสินค้าส่งออกของบริษัทที่จำหน่ายสินค้าให้แก่จำเลยและลูกค้ารายอื่น ๆ ที่กรมศุลกากรเมืองฮ่องกง ส่งมาให้โจทก์ที่ 1 นั้น เป็นข้อมูลที่สามารถนำมาประกอบการพิจารณาเปรียบเทียบเพื่อบ่งชี้ว่าสินค้าที่จำเลยนำเข้านั้นมีราคาอันแท้จริงในท้องตลาดเท่าใด โจทก์ที่ 1 จึงชอบที่จะนำพยานหลักฐานมาสืบถึงข้อมูลดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งงดสืบพยานโจทก์ที่ 1 และพยานจำเลยจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย.
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:472/2535
ความว่า ด้วยกระทรวงการคลังได้ประกาศให้ผู้เสียภาษีมีสิทธิเสียภาษีให้ถูกต้องโดยไม่ต้องเสียเบี้ยปรับและ เงินเพิ่มแม้คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล โจทก์ได้เสียภาษีให้กับกรมสรรพากรแล้ว จึงขอถอนอุทธรณ์ โปรดอนุญาตและสั่งคืนค่าธรรมเนียมศาลให้โจทก์ตามระเบียบด้วย หมายเหตุ ทนายจำเลยทั้งสองแถลงท้ายคำร้องว่าไม่คัดค้าน (อันดับ 89) โจทก์ฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนใบประเมินคำสั่งเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลและเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ (อันดับ 83) คดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 89) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้โจทก์ถอนอุทธรณ์ได้ ให้จำหน่าย คดีออกเสียจากสารบบความของศาลฎีกา คืนค่าขึ้นศาลให้สามในสี่