กฎหมายที่อ้างถึง: พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499
570 รายการ · หน้า 20 จาก 29
- ฎีกาที่ 2450/2527
จำเลยเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาและทำการสอบสวนแล้วส่งตัวให้พนักงานอัยการฟ้องพนักงานอัยการได้สั่งปล่อยจำเลยชั่วคราวโดยมีประกันตัวในวันเดียวกับที่ได้รับตัวจากพนักงานสอบสวนไปจนถึงวันฟ้อง พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงว่าเป็นการจับกุมจำเลยแล้วในวันที่จำเลยเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน
- ฎีกาที่ 2450/2527
จำเลยเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน พนักงานแจ้งข้อหาและทำการสอบสวนแล้วส่งตัวให้พนักงานอัยการฟ้อง พนักงานอัยการได้สั่งปล่อยจำเลยชั่วคราวโดยมีประกันตัวในวันเดียวกับที่ได้รับตัวจากพนักงานสอบสวนไปจนถึงวันฟ้อง พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงว่าเป็นการจับกุมจำเลยแล้วในวันที่จำเลยเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:261/2527
ในคดีที่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงโจทก์จะอุทธรณ์ว่าจำเลยสั่งจ่ายเช็คหลังจากที่ธนาคารสั่งปิดบัญชีจำเลยแล้วไม่ได้ เพราะเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงโจทก์จึงไม่มีสิทธิฎีกา
- ฎีกาที่ 3697/2527
โจทก์ฟ้องจำเลยด้วยวาจา ศาลชั้นต้นบันทึกไว้ว่าจำเลยบังอาจใช้เครื่องมืออวนรุนทำการประมงภายในเขตระยะ3,000 เมตร นับจากขอบแนวตามชายฝั่งโดยไม่รับอนุญาตอันเป็นการฝ่าฝืนประกาศกระทรวงเกษตรเรื่องกำหนดเขตห้ามใช้เครื่องมืออวนลากและอวนรุนที่ใช้กับเรือยนต์ทำการประมงลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2515จำเลยให้การรับสารภาพดังนี้ ประกาศกระทรวงเกษตรฉบับดังกล่าวออกโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายใด และมีข้อความว่าอย่างไรนั้นเป็นข้อเท็จจริงเมื่อจำเลยเพิ่งยกขึ้นอ้างอิงในชั้นอุทธรณ์และกล่าวอ้างว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วยประการต่าง ๆ จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 225 แม้ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยให้ก็ไม่ถือว่าเป็นข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ จำเลยยกขึ้นฎีกามาอีกต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:373/2527
คำสั่งศาลอุทธรณ์ยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์เป็นที่สุด ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 198ทวิ ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงพ.ศ.2499 มาตรา 4
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:395/2527
อุทธรณ์และฎีกาว่าพยานหลักฐานพอฟังลงโทษจำเลยเป็นอุทธรณ์และฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา172 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์เพราะต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงพ.ศ.2499 มาตรา 22 ดังนี้เมื่อฟังว่าอุทธรณ์โจทก์ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงเสียแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:984/2527
ฎีกาที่ว่าจำเลยที่ 2 ประมาทตามฟ้องด้วยหรือไม่ โดยอ้างว่าเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงฯ พ.ศ.2499 มาตรา 4
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:290/2526
การที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยทั้งสี่มีเจตนากระทำการเพื่อสาธารณะประโยชน์หามีเจตนาบุกรุกไม่ เท่ากับฟังข้อเท็จจริงว่าไม่มีเจตนาบุกรุก แม้โจทก์จะได้อุทธรณ์ว่าการใช้อำนาจรื้อโดยพลการโดยมีเหตุจูงใจจึงต้องถือว่ามีเจตนาบุกรุกนั้นก็ไม่ใช่ปัญหาข้อกฎหมาย เพราะเท่ากับอุทธรณ์ว่าจำเลยมีเจตนาบุกรุก จึงเป็นการโต้เถียงในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา22 ปัญหาข้อนี้จึงยุติแล้วตั้งแต่ศาลชั้นต้น โจทก์จะฎีกาขอให้วินิจฉัยปัญหาข้อนี้อีกหาได้ไม่
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:294/2526
ฎีกาโจทก์ไม่มีข้อใดคัดค้านว่าศาลล่างมิได้ฟังข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานในสำนวน และการที่จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ แต่ศาลพิพากษายกฟ้อง โดยฟังข้อเท็จจริงว่ามิได้กระทำความผิดหาใช่เป็นการฟังข้อเท็จจริงผิดจากพยานหลักฐานในสำนวนไม่ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทุกข้อ ต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา22
- ฎีกาที่ 3213/2526
แม้ศาลจะบันทึกคำฟ้องด้วยวาจาของโจทก์แต่เพียงว่า จำเลย มีวีดีโอเทปภาพลามกไว้ในครอบครองเพื่อบริการแลกเปลี่ยนให้แก่ลูกค้าหรือสมาชิกด้วยการคิดค่าบริการเป็นเงินค่าเช่า แต่บันทึกหลักฐานการฟ้องคดีด้วยวาจาของโจทก์ได้บรรยายไว้ชัดแจ้งว่าจำเลยมีวิดีโอเทปภาพยนตร์ลามกไว้ในความครอบครองเพื่อบริการให้เช่าแลกเปลี่ยนแก่ลูกค้าหรือสมาชิก ด้วยการคิดค่าบริการเป็นเงินค่าเช่า อันเป็นการบรรยายครบ องค์ประกอบความผิดตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา287(2) แล้ว เมื่อจำเลยรับสารภาพ ศาลย่อมลงโทษจำเลยตามฟ้องได้ บันทึกหลักฐานการฟ้องคดีด้วยวาจาของโจทก์ระบุแต่เพียงว่าเจ้าพนักงานตำรวจได้จับจำเลยพร้อมทั้งยึดของกลางจำนวน 2 รายการซึ่งได้แนบท้ายฟ้องและบัญชีของกลางระบุว่าเงิน570 บาทเป็นของกลางที่พบในสถานที่เกิดเหตุขณะจับกุมเท่านั้น เมื่อโจทก์ไม่บรรยายให้ชัดแจ้งว่าเงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินที่จำเลยได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในกา …
- ฎีกาที่ 3213/2526
แม้ศาลจะบันทึกคำฟ้องด้วยวาจาของโจทก์แต่เพียงว่า จำเลยมีวีดีโอเทปภาพลามกไว้ในครอบครองเพื่อบริการแลกเปลี่ยนให้แก่ลูกค้าหรือสมาชิกด้วยการคิดค่าบริการเป็นเงินค่าเช่า แต่บันทึกหลักฐานการฟ้องคดีด้วยวาจาของโจทก์ได้บรรยายไว้ชัดแจ้งว่า จำเลยมีวิดีโอเทปภาพยนตร์ลามกไว้ในความครอบครองเพื่อบริการให้เช่า แลกเปลี่ยน แก่ลูกค้าหรือสมาชิก ด้วยการคิดค่าบริการเป็นเงินค่าเช่า อันเป็นการบรรยายครบองค์ประกอบความผิดตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287(2) แล้ว เมื่อจำเลยรับสารภาพ ศาลย่อมลงโทษจำเลยตามฟ้องได้ บันทึกหลักฐานการฟ้องคดีด้วยวาจาของโจทก์ระบุแต่เพียงว่า เจ้าพนักงานตำรวจได้จับจำเลยพร้อมทั้งยึดของกลางจำนวน 2 รายการซึ่งได้แนบท้ายฟ้อง และบัญชีของกลางระบุว่าเงิน 570 บาทเป็นของกลางที่พบในสถานที่เกิดเหตุขณะจับกุมเท่านั้น เมื่อโจทก์ไม่บรรยายให้ชัดแจ้งว่าเงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินที่จำเลยได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช …
- ฎีกาที่ 3642/2526
คดีที่ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ข้อเท็จจริงตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 22 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ.2520 เมื่อในชั้นอุทธรณ์ไม่มีการอนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์ในข้อเท็จจริง และศาลอุทธรณ์ก็ไม่รับวินิจฉัยข้อเท็จจริง การที่ศาลชั้นต้นเพิ่งจะอนุญาตให้ฎีกาข้อเท็จจริงในชั้นฎีกานั้น ไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา เพราะไม่มีบทกฎหมายใดให้อำนาจเช่นนั้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
- ฎีกาที่ 3705/2526
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยให้เหตุผลในการตัดสินว่ากรณียังไม่มีพฤติการณ์ที่จะแสดงว่าจำเลยทั้งสองส่อเจตนาฉ้อโกงโจทก์ เป็นการยกฟ้องในปัญหาข้อเท็จจริงว่าจำเลยไม่มีเจตนากระทำผิดตามที่โจทก์ฟ้อง ซึ่งต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 22 โจทก์อุทธรณ์ว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองได้สมคบกันหลอกลวงอันเป็นการฉ้อโกงโจทก์ จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์ย่อมพิพากษายกอุทธรณ์โจทก์
- ฎีกาที่ 429/2526
อุทธรณ์ของโจทก์ที่ว่า คำเบิกความของตัวโจทก์ พยานจำเลย และพฤติการณ์ของจำเลยประกอบกันฟังได้ว่าจำเลยกระทำผิดดังฟ้องนั้น เป็นการโต้เถียงการชั่งน้ำหนักในการรับฟังพยานหลักฐาน จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนอุทธรณ์ของโจทก์ที่ว่าศาลชั้นต้นรับฟังข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนนอกฟ้องนอกประเด็นนั้น โจทก์มิได้แสดงโดยชัดเจนว่าศาลชั้นต้นรับฟังข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนนอกฟ้องนอกประเด็นอย่างไร หาเป็นอุทธรณ์ที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ไม่ การที่ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์ ไม่เป็นการอนุญาตให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงฯ พ.ศ.2499มาตรา 22 ทวิ
- ฎีกาที่ 429/2526
อุทธรณ์ของโจทก์ที่ว่า คำเบิกความของตัวโจทก์ พยานจำเลย และพฤติการณ์ของจำเลยประกอบกันฟังได้ว่าจำเลยกระทำผิดดังฟ้องนั้น เป็นการโต้เถียงการชั่งน้ำหนักในการรับฟังพยานหลักฐาน จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนอุทธรณ์ของโจทก์ที่ว่าศาลชั้นต้นรับฟังข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนนอกฟ้องนอกประเด็นนั้น โจทก์มิได้แสดงโดยชัดเจนว่าศาลชั้นต้นรับฟังข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนนอกฟ้องนอกประเด็นอย่างไร หาเป็นอุทธรณ์ที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ไม่ การที่ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์ ไม่เป็นการอนุญาตให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวง ฯ พ.ศ.2499มาตรา 22 ทวิ
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:711/2526
ฎีกาของจำเลยที่ว่าจำเลยรับสารภาพต่อพนักงานสอบสวนแล้วจะขอผัดฟ้องครั้งสุดท้ายเพื่อสอบสวนต่อไปไม่ได้ เป็นการเถียงข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคำร้องขอผัดฟ้องว่าจำเลยให้การปฏิเสธเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนที่จำเลยฎีกาว่าศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผัดฟ้องครั้งที่สามโดยไม่ทำการไต่สวนพนักงานสอบสวนหรือพยานก่อนเป็นการไม่ชอบนั้น ก็เป็นการโต้เถียงดุลพินิจของศาลชั้นต้นซึ่งเป็นข้อเท็จจริงจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกันต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงพ.ศ.2499 มาตรา 4
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:576-588/2525
ฎีกาว่า จำเลยในฐานะผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คจะต้องรับผิดชอบตามจำนวนเงินในเช็ค เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:7/2525
โจทก์อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายหลายข้อ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์อ้างว่าอุทธรณ์ของโจทก์เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ โจทก์จึงฎีกาว่าอุทธรณ์ของโจทก์ไม่ต้องห้ามเพราะเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ฎีกาของโจทก์เช่นนี้ไม่ต้องห้ามมิให้ฎีกา โจทก์ฎีกาได้
- ฎีกาที่ 797/2525
ในการฟ้องคดีด้วยวาจา โจทก์ได้บรรยายในบันทึกหลักฐานการฟ้องคดีด้วยวาจาและบันทึกคำฟ้องว่า จำเลยนี้โดยทุจริต ได้ใช้อุบายหลอกลวงผู้เสียหายด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จว่าเป็นตัวแทนของบริษัท พ. จะส่งคนงานไปทำงานต่างประเทศโดยขอเบิกเงินจากผู้เสียหาย 150,000 บาท ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงมอบเงินจำนวนดังกล่าวให้ผู้เสียหายไป ซึ่งความจริงจำเลยมิได้เป็นตัวแทนบริษัท พ. แต่อย่างใด ดังนี้ เป็นการบรรยายฟ้องครบองค์ความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา341 และถูกต้องตาม พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงฯ มาตรา 19 วรรคสองแล้ว โดยไม่จำเป็นต้องบรรยายว่าผู้เสียหายมีความเกี่ยวข้องกับบริษัท พ. หรือจำเลยอย่างไร
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:110/2524
ฎีกาที่ว่าศาลอุทธรณ์รับฟังคำเบิกความของพยานบอกเล่าโดยโจทก์ไม่มีประจักษ์พยาน เป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟัง พยานหลักฐานของศาล เป็นฎีกาข้อเท็จจริง