กฎหมายที่อ้างถึง: พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497
821 รายการ · หน้า 28 จาก 42
- ฎีกาที่ 2719/2525
เช็คพิพาทนอกจากมีข้อความตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 988(1)(2)(3)(5)(6) และ(7) แล้วยังมีข้อความตามแบบพิมพ์ว่า'จ่าย....หรือผู้ถือ' จึงเป็นเช็คที่มีรายการตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 988(4) อีกด้วย เช็คพิพาทจึงเป็นเช็คที่สมบูรณ์ การที่จำเลยได้ขีดฆ่าคำว่า 'ผู้ถือ' ออกและเขียนข้อความว่าจ่ายเงินสดลงไป จำเลยย่อมทราบแล้วว่าธนาคารจะปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คนั้น เห็นได้ชัดว่าจำเลยมีเจตนาที่จะไม่ให้ธนาคารจ่ายเงินตามเช็คที่ตนสั่งจ่ายเป็นการออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497มาตรา 3(1)
- ฎีกาที่ 2719/2525
เช็คพิพาทนอกจากมีข้อความตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 988 (1) (2) (3) (5) (6) และ (7) แล้วยังมีข้อความตามแบบพิมพ์ว่า "จ่าย....หรือผู้ถือ" จึงเป็นเช็คที่มีรายการตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 988 (4) อีกด้วย เช็คพิพาทจึงเป็นเช็คที่สมบูรณ์ การที่จำเลยได้ขีดฆ่าคำว่า "ผู้ถือ" ออกและเขียนข้อความว่าจ่ายเงินสดลงไป จำเลยย่อมทราบแล้วว่าธนาคารจะปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คนั้น เห็นได้ชัดว่าจำเลยมีเจตนาที่จะไม่ให้ธนาคารจ่ายเงินตามเช็คที่ตนสั่งจ่ายเป็นการออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3(1)
- ฎีกาที่ 307/2525
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค ได้บรรยายเรื่องเวลาซึ่งเกิดการกระทำผิดว่า ครั้นวันที่ 4 พฤษภาคม 2522 โจทก์ได้นำเช็คไปเข้าบัญชีของโจทก์ที่ธนาคาร ก. สาขาพาหุรัดเพื่อเรียกเก็บเงิน ปรากฏว่าธนาคาร ก. สำนักงานใหญ่ปฏิเสธการจ่ายเงินและคืนเช็ค โดยอ้างเหตุผลว่าผู้สั่งจ่ายให้ติดต่อก่อน ดังนี้ย่อมเข้าใจว่า วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเป็นวันเดียวกันกับวันที่โจทก์นำเช็คเข้าบัญชี คือวันที่ 4 พฤษภาคม 2522 นั่นเอง ฟ้องโจทก์มีรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาที่เกิดการกระทำผิดคือวันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินแล้ว จึงชอบด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5)
- ฎีกาที่ 307/2525
โจทก์บรรยายฟ้องมีข้อความติดต่อกันไปว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันสั่งจ่ายเช็คธนาคารกรุงเทพ จำกัด สำนักงานใหญ่ ลงวันที่ 26 เมษายน 2522 ชำระหนี้ให้โจทก์ ครั้นวันที่ 4 พฤษภาคม 2522 โจทก์ได้นำเช็คดังกล่าวไปเข้าบัญชีของโจทก์ที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาพาหุรัด เพื่อเรียกเก็บเงินตามเช็ค ปรากฏว่าธนาคารกรุงเทพ จำกัด สำนักงานใหญ่ ปฏิเสธการจ่ายเงินและคืนเช็คให้โจทก์ดังนี้ ย่อมเข้าใจได้ว่าวันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คนั้นเป็นวันเดียวกันกับวันที่โจทก์นำเช็คเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงินนั้นเอง ฟ้องของโจทก์จึงเป็นฟ้องที่มีรายละเอียดเกี่ยวกับเวลา ซึ่งเกิดการกระทำผิดแล้ว เป็นฟ้องที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5)
- ฎีกาที่ 3322-3323/2525
จำเลยออกเช็คเพื่อชำระหนี้อันเกิดจากการพนันซึ่งตามกฎหมายหาเป็นมูลหนี้ไม่ แม้ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน การกระทำของจำเลยก็ไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค
- ฎีกาที่ 789/2525
พระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 มาตรา 15 วรรคสอง หมายความว่าขณะที่ศาลพลเรือนสั่งรับประทับฟ้องของโจทก์ ความยังไม่ปรากฏชัดแจ้งว่าคดีอยู่ในอำนาจศาลทหารหรือไม่ ต่อมาเมื่อศาลพลเรือนได้สั่งรับประทับฟ้องไว้แล้วความจึงปรากฏในภายหลังว่าจำเลยเป็นทหารประจำการ ดังนี้ศาลพลเรือนย่อมดำเนินการพิจารณาต่อไปได้เท่านั้น หาได้หมายความว่าคดีที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร หากยื่นฟ้องต่อศาลพลเรือนแล้วศาลพลเรือนจะรับไว้พิจารณาพิพากษาหรือไม่ก็ได้ การที่โจทก์นำคดีที่อยู่ในอำนาจศาลทหารมายื่นฟ้องยังศาลพลเรือน ศาลพลเรือนไม่จำต้องสั่งไม่รับขณะที่โจทก์ยื่นฟ้อง (อาจสั่งหลังจากไต่สวนมูลฟ้องแล้วก็ได้) ความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ. 2497 เป็นความผิดในทางอาญาอย่างหนึ่ง เมื่อจำเลยเป็นทหารประจำการ จึงเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร
- ฎีกาที่ 789/2525
พระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 มาตรา 15 วรรคสอง หมายความว่าขณะที่ศาลพลเรือนสั่งรับประทับฟ้องของโจทก์ ความยังไม่ปรากฏชัดแจ้งว่าคดีอยู่ในอำนาจศาลทหารหรือไม่ ต่อมาเมื่อศาลพลเรือนได้สั่งรับประทับฟ้องไว้แล้วความจึงปรากฏในภายหลังว่าจำเลยเป็นทหารประจำการ ดังนี้ ศาลพลเรือนย่อมดำเนินการพิจารณาต่อไปได้เท่านั้น หาได้หมายความว่าคดีที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร หากยื่นฟ้องต่อศาลพลเรือนแล้วศาลพลเรือนจะรับไว้พิจารณาพิพากษาหรือไม่ก็ได้ การที่โจทก์นำคดีที่อยู่ในอำนาจศาลทหารมายื่นฟ้องยังศาลพลเรือนศาลพลเรือนไม่จำต้องสั่งไม่รับขณะที่โจทก์ยื่นฟ้อง (อาจสั่งหลังจากไต่สวนมูลฟ้องแล้วก็ได้) ความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 เป็นความผิดในทางอาญาอย่างหนึ่ง เมื่อจำเลยเป็นทหารประจำการจึงเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร
- ฎีกาที่ 934-935/2525
เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง โดยไม่ได้ยกข้อที่ว่าผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้ทรงเช็คได้บอกกล่าวให้จำเลยทราบถึงเรื่องที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คของจำเลยขึ้นต่อสู้ และศาลชั้นต้นก็มิได้วินิจฉัยถึง ในเรื่องการบอกกล่าวจึงไม่มีข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติ ปัญหาข้อกฎหมายที่ว่า จำเลยมีสิทธินำเงินไปชำระให้แก่ผู้เสียหายได้จนกว่าคดีจะถึงที่สุด เมื่อจำเลยได้นำเงินตามเช็คไปชำระให้แก่ผู้เสียหายแล้วก่อนศาลชั้นต้นพิพากษา ย่อมมีผลให้คดีเป็นอันเลิกกันตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 5วรรคท้าย จึงยังไม่เกิดขึ้น วันออกเช็คตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ.2497 นั้น คือวันที่ลงในเช็ค วันที่เขียนหรือพิมพ์เช็คหาใช่วันที่ออกเช็คไม่ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า.ในวันออกเช็คจำเลยไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้ และธนาคารได้ปฏิเสธไม่จ่ายเงินตามเช็คนั้นแล้ว การก …
- ฎีกาที่ 934-935/2525
เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง โดยไม่ได้ยกข้อที่ว่าผู้เสียหาย ซึ่งเป็นผู้ทรงเช็คได้บอกกล่าวให้จำเลยทราบถึงเรื่องที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คของจำเลยขึ้นต่อสู้ และศาลชั้นต้นก็มิได้วินิจฉัยถึง ในเรื่องการบอกกล่าวจึงไม่มีข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติ ปัญหาข้อกฎหมายที่ว่า จำเลยมีสิทธินำเงินไปชำระให้แก่ผู้เสียหายได้จนกว่าคดีจะถึงที่สุด เมื่อจำเลยได้นำเงินตามเช็คไปชำระให้แก่ผู้เสียหายแล้วก่อนศาลชั้นต้นพิพากษา ย่อมมีผลให้คดีเป็นอันเลิกกันตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 5 วรรคท้าย จึงยังไม่เกิดขึ้น วันออกเช็คตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 นั้น คือวันที่ลงในเช็ค วันที่เขียนหรือพิมพ์เช็คหาใช่วันที่ออกเช็คไม่ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า.ในวันออกเช็คจำเลยไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้ และธนาคารได้ปฏิเสธไม่จ่ายเงินตามเช็คนั้นแล้ว ก …
- ฎีกาที่ 1379/2524
จำเลยออกเช็คพิพาทมอบให้โจทก์ร่วมที่ร้านของโจทก์ร่วมซึ่งตั้งอยู่ในเขตท้องที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอบางคล้าจังหวัดฉะเชิงเทราและโจทก์ร่วมก็ได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอบางคล้าเพื่อให้ดำเนินคดีกับจำเลย แม้ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินที่กรุงเทพมหานคร ก็ถือได้ว่าการกระทำผิดอาญาได้ทำลงในท้องที่อำเภอบางคล้าจังหวัดฉะเชิงเทรา ต่อเนื่องกับการกระทำผิดในท้องที่ธนาคารฏิเสธการจ่ายเงินพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอบางคล้าจังหวัดฉะเชิงเทรา ย่อมมีอำนาจสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 19(3)พนักงานอัยการจังหวัดฉะเชิงเทราจึงมีอำนาจฟ้อง
- ฎีกาที่ 1389-1390/2524
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษปรับจำเลยสถานเดียว ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218
- ฎีกาที่ 1473-1474/2524
แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนว่า 'นายวิวัฒน์ฯ (โจทก์) มีความประสงค์จะให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับนายโสภณฯ (จำเลย) ในทางคดีอาญา จึงมอบอำนาจให้ผู้แจ้งมาแจ้งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป แต่ในชั้นนี้ขอรับเช็คคืนไปก่อน' นั้น แสดงให้เห็นว่าขณะที่แจ้งความผู้แจ้งยังมิได้มีเจตนาให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับจำเลยแต่อย่างใด จึงถือไม่ได้ว่าคำแจ้งความดังกล่าวเป็นคำร้องทุกข์ตามกฎหมาย
- ฎีกาที่ 1473-1474/2524
แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนว่า "นายวิวัฒน์ฯ (โจทก์)มีความประสงค์จะให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับนายโสภณฯ(จำเลย) ในทางคดีอาญา จึงมอบอำนาจให้ผู้แจ้งมาแจ้งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป แต่ในชั้นนี้ขอรับเช็คคืนไปก่อน" นั้น แสดงให้เห็นว่าขณะที่แจ้งความผู้แจ้งยังมิได้มีเจตนาให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับจำเลยแต่อย่างใด จึงถือไม่ได้ว่าคำแจ้งความดังกล่าวเป็นคำร้องทุกข์ตามกฎหมาย
- ฎีกาที่ 2142/2524
จำเลยฎีกาว่า ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยออกเช็คให้ ส. เจ้าหนี้ จำเลยมิได้นำสืบถึงว่าเงินหนี้มีอยู่เท่าใด ไม่มีการคิดเงินหนี้สินที่ติดพันกันมาก่อนและหนี้ที่ซื้อเชื่อกันหลายครั้งหลายหน ไม่น่าจะมีจำนวนเงินครบถ้วน 12,000 บาทโดยไม่มีเศษเงินเลยเป็นการวินิจฉัยคำพยานนอกสำนวน คลาดเคลื่อนต่อพยานหลักฐานในสำนวนนั้น แต่จำเลยมิได้ยกเหตุผลขึ้นอ้างอิงเลยว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยพยานหลักฐานนอกสำนวนอย่างไร หรือคลาดเคลื่อนต่อพยานหลักฐานในสำนวนอย่างไร จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195ประกอบด้วยมาตรา 225
- ฎีกาที่ 233/2524
ในคดีอาญากฎหมายหาได้จำกัดว่าจำเลยมีสิทธิขอแก้คำให้การได้เพียงครั้งเดียวไม่ ตราบใดที่ศาลยังมิได้พิพากษาแม้จะนัดฟังคำพิพากษาไว้แล้ว ก็ไม่เป็นการตัดสิทธิจำเลยที่จะยื่นคำร้องขอแก้คำให้การเมื่อมีเหตุอันควรในคดีความผิดอันยอมความได้ ศาลเห็นว่าโจทก์ซึ่งเป็นผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์ตามกฎหมาย ย่อมมีเหตุอันควรที่จะอนุญาตให้จำเลยแก้คำให้การโดยการถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่ได้
- ฎีกาที่ 2379/2524
จำเลยออกเช็คให้ผู้เสียหายเพื่อเป็นการค้ำประกันการที่ผู้เสียหายนำที่ดินไปจำนองประกันเงินกู้ที่จำเลยกับภริยากู้ไปจากธนาคาร จำเลยย่อมไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 3 ตามที่โจทก์ฟ้อง
- ฎีกาที่ 2379/2524
จำเลยออกเช็คให้ผู้เสียหายเพื่อเป็นการค้ำประกันการที่ผู้เสียหายนำที่ดินไปจำนองประกันเงินกู้ที่จำเลยกับภริยากู้ไปจากธนาคาร จำเลยย่อมไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ.2497 มาตรา 3 ตามที่โจทก์ฟ้อง
- ฎีกาที่ 2390/2524
ปัญหาว่าคำฟ้องของโจทก์สมบูรณ์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนศาลฎีกาย่อมยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง คำฟ้องของโจทก์มีสารสำคัญแต่เพียงว่า จำเลยออกเช็คเพื่อชำระหนี้แก่ผู้เสียหาย หลังจากเช็คถึงกำหนดผู้รับมอบอำนาจจากผู้เสียหายได้นำเช็คไปเรียกเก็บเงินจากธนาคาร และธนาคารตามเช็คได้ปฏิเสธการจ่ายเงินเท่านั้นโจทก์มิได้กล่าวถึงการกระทำอันเป็นองค์ประกอบความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 3 อนุมาตรา (1) ถึง (5) แต่ประการใด ถือได้ว่าโจทก์มิได้บรรยายถึงการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำความผิด ฟ้องโจทก์จึงไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 901/2522)
- ฎีกาที่ 2390/2524
ปัญหาว่าคำฟ้องของโจทก์สมบูรณ์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนศาลฎีกาย่อมยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง คำฟ้องของโจทก์มีสารสำคัญแต่เพียงว่า จำเลยออกเช็คเพื่อชำระหนี้แก่ผู้เสียหาย หลังจากเช็คถึงกำหนดผู้รับมอบอำนาจจากผู้เสียหายได้นำเช็คไปเรียกเก็บเงินจากธนาคาร และธนาคารตามเช็คได้ปฏิเสธการจ่ายเงินเท่านั้นโจทก์มิได้กล่าวถึงการกระทำอันเป็นองค์ประกอบความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497มาตรา 3 อนุมาตรา (1) ถึง (5) แต่ประการใด ถือได้ว่าโจทก์มิได้บรรยายถึงการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำความผิด ฟ้องโจทก์จึงไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5)(อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 901/2522)
- ฎีกาที่ 251/2524
การที่จำเลยออกเช็คโดยไม่ลงวันเดือนปีที่ออกเช็คย่อมถือได้ว่าไม่มีวันที่ผู้ออกเช็คกระทำผิด แม้จำเลยได้ตกลงกำหนดวันเดือนปีที่ผู้ทรงเช็คจะนำเช็คไปเบิกเงินจากธนาคารไว้แน่นอน โจทก์ผู้ทรงเช็คได้นำเช็คไปเบิกเงินจากธนาคารตามวันที่ตกลงกัน และเจ้าหน้าที่ธนาคารได้ลงวันเดือนปีตามที่โจทก์ยื่นเช็ค ก็เป็นเรื่องเจ้าหน้าที่ธนาคารลงวันออกเช็คไปตามอำนาจของโจทก์ ที่โจทก์มีอยู่ตามกฎหมายในฐานะเป็นผู้ทรงเช็ค มีผลเพียงให้เช็คนั้นมีรายการสมบูรณ์ฟ้องร้องบังคับคดีกันได้ในทางแพ่งเท่านั้น หามีผลที่จะปรับเป็นความผิดอาญาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คได้ไม่ จำเลยจึงไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติดังกล่าว (ประชุมใหญ่ครั้งที่2/2524)