กฎหมายที่อ้างถึง: อาชญา
1,192 รายการ · หน้า 14 จาก 60
- ฎีกาที่ 153/2477
- ฎีกาที่ 154/2477
- ฎีกาที่ 155/2477
- ฎีกาที่ 156/2477
- ฎีกาที่ 157/2477
- ฎีกาที่ 158/2477
- ฎีกาที่ 16/2477
- ฎีกาที่ 160/2477
บาดแผลที่ถูกทำร้ายฟกบวมช้ำโลหิตซับนับว่าถึงบาดเจ็บตาม ม.256 พ้นโทษครั้งแรกไปจนถึงวันทำผิดคดีนี้เกิน 5 ปี แล้วอย่าง 1 กับพ้นโทษครั้งที่ 2 ภายหลังที่ ทำผิดคดีนี้อีกอย่าง 1 ทั้ง 2 อย่างนี้เพิ่มโทษจำเลยฐานไม่เข็ดหลาบไม่ได้ วิธีพิจารณาอาชญา หลักวินิจฉัยคำว่าไม่แตกกับฟกบวมช้ำโลหิตชับนั้นไม่ใช่คำโต้แย้งกัน ฟังรวมไปด้วยกันได้
- ฎีกาที่ 163/2477
- ฎีกาที่ 164/2477
- ฎีกาที่ 165/2477
- ฎีกาที่ 167/2477
ทนายความทำสัญญาจะถอนฟ้องคดีกับอีกฝ่ายหนึ่ง ภายหลังลูกความไม่ยอมให้ถอนฟ้องดังนี้จึงได้ขอคืนเงินที่ได้รับไป รูปคดีดังนี้เป็นเรื่องผิดสัญญาไม่ใช่เรื่องฉ้อโกงทางอาชญา ฎีกาอุทธรณ์ คดีที่ฎีกาได้ฉะเพาะข้อกฎหมายนั้นถ้ากล่าวอ้างข้อเท็จจริงนอกจากที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยแล้ว ศาลฎีกาไม่รับพิจารณาข้อเท็จจริงนั้น
- ฎีกาที่ 168/2477
- ฎีกาที่ 171/2477
- ฎีกาที่ 172/2477
บาดเจ็บสาหัส วิธีพิจารณาอาชญา หลักวินิจฉัยการที่ผู้ถูกทำร้ายมีบาดแผลถึง 9 แผลแลต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลถึง 31 วันเช่นนี้ เห็นได้ว่าในระวางที่ผู้ถูกทำร้ายรักษาตัวอยู่นั้นไม่สามารถประกอบการหาเลี้ยงชีพได้โดยปกติ เกินกว่า 20 วัน บาดแผลที่ถูกทำ ร้ายนั้น นับได้ว่าเป็นบาดแผลสาหัสตามมาตรา 256 ข้อ 8 พะยาน ข้อเท็จจริงข้อ 1 อาจพิศูจน์ข้อเท็จจริงอีกข้อ 1 ได้ในตัวเมื่อข้อเท็จจริงสืบได้ความว่าผู้ถูกทำร้ายต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลถึง 31 วันแล้วฟังได้ว่าในระวางเวลานั้นผู้ถูกทำร้ายทำการงานตามปกติไม่ได้โดยไม่ต้องสืบพะยานในข้อหลัง
- ฎีกาที่ 174/2477
คำว่า ปล่อย ตามมาตราข้างบนนี้หมายความว่ายอมให้สัตว์เที่ยวไปตามพอใจของมัน แต่ถ้ามีผู้เลี้ยงดูแลควบคุมอยู่ด้วยแล้วไม่เรียกว่า ปล่อยเจ้าของสัตว์เลี้ยงแลเฝ้าดูแลให้สัตว์กินหญ้าอยู่ สัตว์นั้นเข้าไปกัดกินข้าวในไร่นาของผู้อื่น เจ้าของสัตว์ยังไม่มีผิดตามกฎหมายข้างบน วิธีพิจารณาอาชญา แปลกฎหมาย กฎหมายอาชญามาตรา 340 ข้อ 1 นั้นหาได้ประสงค์ว่าเมื่อสัตว์พาหนะหรือปสุสัตว์ของผู้ใดเข้าไปในเรือกสวนไร่นาของผุ้อื่นแล้วเจ้าของสัตว์จะต้องมีผิดตามมาตรานี้เสมอไป
- ฎีกาที่ 175/2477
- ฎีกาที่ 176/2477
ปล่อยจำเลย
- ฎีกาที่ 177/2477
- ฎีกาที่ 178/2477
พะยาน หน้าที่นำสืบในคดีอาชญานั้นโดยปกติตกอยู่แก่ฝ่ายโจทก์ผู้กล่าวหา แต่เมื่อโจทก์นำสืบแสดงได้ในเบื้องต้นว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดแล้ว ถ้าจำเลยกล่าวอ้างข้อยกเว้นแก้ตัวอย่างไรเป็นหน้าที่ของจำเลยต้องนำสืบให้สมข้อต่อสู้ คดีที่โจทก์หาว่าจำเลยยิงช้างของโจทก์ จำเลยรับว่ายิงจริงโจทก์ไม่จำเป็นต้องนำสืบว่าจำเลยมิได้กระทำโดยป้องกันแต่จำเลยมีหน้าที่ต้องนำสืบว่าได้ยิงโดยป้องกันตามข้อต่อสู้