มาตราที่อ้างถึง: ป.พ.พ. 537
1,119 รายการ · หน้า 23 จาก 56
- ฎีกาที่ 3695/2524
บิดาโจทก์เช่าที่ดินวัดมาปลูกบ้าน แม้ต่อมาบิดาโจทก์ถึงแก่กรรมอันมีผลให้สัญญาเช่าที่ดินระงับลงก็ตาม แต่โจทก์เป็นทายาทผู้รับมรดกของบิดาโจทก์ โจทก์จึงต้องรับโอนมาซึ่งสิทธิหน้าที่ และความรับผิดต่าง ๆ ที่บิดาโจทก์มีต่อวัดผู้ให้เช่าเมื่อโจทก์ได้ทำสัญญาเช่าที่ดินดังกล่าวจากวัดแล้ว ถือได้ว่าโจทก์ได้ครอบครองที่ดินที่เช่าทั้งแปลงติดต่อมาตั้งแต่บิดาโจทก์ถึงแก่กรรมโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยผู้ต่อเติมอาคารรุกล้ำเข้าไปในที่ดินที่โจทก์เช่าได้โดยวัดผู้ให้เช่าไม่จำต้องส่งมอบที่ดินที่เช่าให้โจทก์อีก
- ฎีกาที่ 1170/2523
โจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินของจำเลยที่ 1 แล้วโอนสิทธิการเช่าให้ ลช. โดยจำเลยที่ 1 เห็นชอบและอนุมัติแล้ว ต่อมาจำเลยที่ 1 เอาที่ดินรายเดียวกันให้จำเลยที่ 3 เช่า ดังนี้ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาเช่าระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 3 เพราะขณะที่ฟ้องโจทก์ได้โอนสิทธิการเช่าให้ผู้อื่นไปแล้ว
- ฎีกาที่ 1170/2523
โจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินของจำเลยที่ 1 แล้วโอนสิทธิการเช่าให้ ข. โดยจำเลยที่ 1 เห็นชอบและอนุมัติแล้ว ต่อมาจำเลยที่ 1 เอาที่ดินรายเดียวกันให้จำเลยที่ 3 เช่า ดังนี้ โจทก์ไม่มีอำนาจขอให้เพิกถอนสัญญาเช่าระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ เพราะขณะที่ฟ้องโจทก์ได้โอนสิทธิการเช่าให้ผู้อื่นไปแล้ว
- ฎีกาที่ 1364/2523
เงินค่าหน้าดินที่ผู้เช่าให้แก่ผู้ให้เช่า เพื่อผู้เช่าจะได้เช่าทรัพย์ เป็นส่วนหนึ่งของค่าเช่าเช่นเดียวกับเงินกินเปล่าไม่ทำให้เป็นสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าเช่าธรรมดา
- ฎีกาที่ 1687/2523
การที่จำเลยอาศัยอยู่ในบ้านพิพาทเป็นการอยู่โดยโจทก์อนุญาตให้อยู่เป็นบุคคลสิทธิ มิใช่อยู่โดยมีสิทธิอาศัยตามกฎหมาย เมื่อไม่กำหนดเวลาให้อาศัยไว้แล้ว เมื่อโจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยอยู่ในบ้านเมื่อใด จำเลยจะต้องออกจากบ้านพิพาทไปทันที โดยโจทก์ไม่จำต้องบอกกล่าวล่วงหน้า โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยออกจากบ้านพิพาทก่อนกำหนดเวลาที่แจ้งให้ออกได้
- ฎีกาที่ 1687/2523
การที่จำเลยอาศัยอยู่ในบ้านพิพาทเป็นการอยู่โดยโจทก์อนุญาตให้อยู่เป็นบุคคลสิทธิ มิใช่อยู่โดยมีสิทธิอาศัยตามกฎหมาย เมื่อไม่กำหนด เวลาให้อาศัยไว้แล้ว เมื่อโจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยอยู่ในบ้านเมื่อใด จำเลยจะต้องออกจากบ้านพิพาทไปทันที โดยโจทก์ไม่จำต้องบอกกล่าวล่วงหน้า โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องขับไล่ จำเลยออกจากบ้านพิพาทก่อนกำหนดเวลาที่แจ้งให้ออกได้
- ฎีกาที่ 1715/2523
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากตึกแถวและที่ดินของโจทก์และเรียกค่าเสียหาย โดยกล่าวในคำฟ้องว่า หากจำเลยออกจากตึกแถวและที่ดินของโจทก์แล้วโอนขายให้กับ ส. ได้ตามสัญญาที่โจทก์ทำไว้กับ ส. โจทก์จะได้รับชำระราคาที่ดินที่ยังค้างชำระจาก ส. ซึ่งเงินจำนวนนี้โจทก์ย่อมนำไปทำธุรกิจหาผลประโยชน์ต่อไปได้ อย่างน้อยที่สุดนำไปฝากธนาคารก็จะได้ดอกเบี้ยร้อยละ 8 ต่อปี ดังนี้ ค่าเสียหายดังกล่าวเป็นค่าเสียหายที่ไกลกว่าเหตุการที่จำเลยไม่ยอมออกจากตึกแถวหรือออกจากตึกแถวล่าช้าค่าเสียหายควรเป็นจำนวนเงินเท่ากับค่าเช่า
- ฎีกาที่ 1715/2523
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากตึกแถวและที่ดินของโจทก์ และเรียกค่าเสียหายโดยกล่าวในคำฟ้องว่า หากจำเลยออกจากตึกแถวและที่ดินของโจทก์แล้ว โอนขายให้กับ ส. ได้ตามสัญญาที่โจทก์ทำไว้กับ ส. โจทก์จะได้รับชำระราคาที่ดินที่ยังค้างชำระจาก ส. ซึ่งเงินจำนวนนี้โจทก์ย่อมนำไปทำธุรกิจหาผลประโยชน์ต่อไปได้ อย่างน้อยที่สุดนำไปฝากธนาคารก็จะได้ดอกเบี้ย ร้อยละ 8 ต่อปี ดังนี้ ค่าเสียหายดังกล่าวเป็นค่าเสียหายที่ไกลกว่าเหตุ การที่จำเลยไม่ยอมออกจากตึกแถวหรือออกจากตึกแถวล่าช้า ค่าเสียหายควรเป็นจำนวนเงินเท่ากับค่าเช่า
- ฎีกาที่ 2539/2523
จำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินจากโจทก์ปลูกสร้างสะพานและอาคารบนสะพานโดยมีข้อตกลงในสัญญาว่าเมื่อสัญญาเช่าครบกำหนดให้สิ่งปลูกสร้างนั้นตกเป็นของโจทก์ ครบกำหนดสัญญาเช่าเดิมจำเลยได้โอนสิ่งปลูกสร้างให้โจทก์แล้วและเช่าสิ่งปลูกสร้างนั้นต่อมา แม้ภายหลังปรากฏว่าที่ดินที่โจทก์ให้จำเลยเช่านั้นเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน และนายอำเภอผู้ปกครองดูแลที่สาธารณะฟ้องขับไล่โจทก์ให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินแต่ก็มิได้อ้างสิทธิในสิ่งปลูกสร้างด้วยสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวหาตกเป็นของรัฐไม่ โจทก์ยังมีสิทธิครอบครองเฉพาะสิ่งปลูกสร้าง จำเลยเช่าสิ่งปลูกสร้างจากโจทก์จึงมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามสัญญาเช่าโดยชำระค่าเช่าให้โจทก์ และครบกำหนดสัญญาเช่าโจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยออกจากสถานที่เช่าได้
- ฎีกาที่ 2539/2523
จำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินจากโจทก์ปลูกสร้างสะพานและอาคารบนสะพาน โดยมีข้อตกลงในสัญญาว่าเมื่อสัญญาเช่าครบกำหนดให้สิ่งปลูกสร้างนั้นตกเป็นของโจทก์ ครบกำหนดสัญญาเช่าเดิมจำเลยได้โอนสิ่งปลูกสร้างให้โจทก์แล้วและเช่าสิ่งปลูกสร้างนั้นต่อมา แม้ภายหลังปรากฏว่าที่ดินที่โจทก์ให้จำเลยเช่านั้นเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน และนายอำเภอผู้ปกครองดูแลที่สาธารณะฟ้องขับไล่โจทก์ให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินแต่ก็มิได้อ้างสิทธิในสิ่งปลูกสร้างด้วยซึ่งปลูกสร้างดังกล่าว หากตกเป็นของรัฐไม่ โจทก์ยังมีสิทธิครอบครองเฉพาะสิ่งปลูกสร้าง จำเลยเช่าสิ่งปลูกสร้างจากโจทก์จึงมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามสัญญาเช่าโดยชำระค่าเช่าให้โจทก์ และครบกำหนดสัญญาเช่าโจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยออกจากสถานที่เช่าได้
- ฎีกาที่ 2604/2523
เดิมจำเลยเข้าอยู่ในตึกแถวพิพาทก็โดยอาศัยสิทธิตามสัญญาเช่ากับโจทก์ต่อมาเมื่อสัญญานั้นสิ้นกำหนดเวลาแล้วและก่อนที่จำเลยจะทำสัญญาเช่าจากบริษัท ฮ. จำเลยยังคงอยู่ในตึกแถวพิพาทและชำระค่าเช่าให้โจทก์ตลอดมา แม้บริษัท ฮ. เป็นผู้เช่าตึกแถวพิพาทจากสำนักพระราชวัง (สำนักงานพระคลังข้างที่)เมื่อ พ.ศ.2516แต่ขณะนั้นจำเลยก็ยังเป็นผู้เช่าจากโจทก์และชำระค่าเช่าให้โจทก์ตลอดมาเช่นกันจำเลยจึงอยู่ในตึกแถวพิพาทโดยอาศัยสิทธิการเช่าจากโจทก์ต่อมาแม้การเช่าของโจทก์ซึ่งได้รับโอนสิทธิจากผู้ให้เช่าคนก่อน ๆ จะสิ้นกำหนดเวลาลงแล้วโจทก์ย่อมฟ้องจำเลยได้
- ฎีกาที่ 2871/2523
ที่พิพาทอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาไม่มีอำนาจนำที่พิพาทให้จำเลยเช่าจึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาทและเรียกค่าเช่าจากจำเลย
- ฎีกาที่ 513/2523
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1359 ให้อำนาจเจ้าของ รวมใช้สิทธิต่อสู้บุคคลภายนอกอันหมายถึงฟ้องขับไล่ด้วยหาได้หมายความเพียงยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้เมื่อถูกฟ้องอย่างเดียวไม่ การเข้าอยู่ในห้องพิพาทโดยได้ออกเงินจำนวนหนึ่งให้แก่ผู้ก่อสร้างเพื่อตนจะได้เข้าทำสัญญาเช่ากับเจ้าของห้องพิพาทหาใช่เป็นการช่วยค่าก่อสร้างห้องพิพาทไม่สัญญาเช่าที่ทำกับเจ้าของห้องพิพาทจึงไม่เป็นสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดาและเมื่อสัญญาดังกล่าวไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงใช้บังคับได้เพียง 3 ปี
- ฎีกาที่ 983/2523
ที่พิพาทมิใช่ที่สาธารณสมบัติหรือหวงห้าม แม้จะเป็นของกรมธนารักษ์และตกอยู่ในความดูแลขององค์การเชื้อเพลิงก็ตามแต่เมื่อโจทก์ได้เข้าครอบครองใช้ประโยชน์ในที่พิพาทต่อมาเป็นเวลานาน โดยองค์การเชื้อเพลิงมิได้ห้ามปรามทักท้วงประการใดพฤติการณ์เช่นนี้ถือว่าองค์การเชื้อเพลิงยินยอมโดยปริยายให้โจทก์มีสิทธิใช้ประโยชน์ในที่พิพาทและโจทก์อาจยอมให้บุคคลอื่นผู้ไม่มีสิทธิดีกว่าเข้าใช้ประโยชน์ด้วยได้ ฉะนั้น สัญญาขอใช้สถานที่ประกอบรถยนต์ในที่พิพาทที่จำเลยกระทำไว้ต่อโจทก์ จึงเป็นสัญญาที่สมบูรณ์ตามกฎหมายและมีผลบังคับให้จำเลยต้องเสียค่าตอบแทนตามสัญญา คดีเดิมศาลยกฟ้องเพราะโจทก์ฟ้องโดยไม่ได้มีหนังสือยินยอมของสามีมิได้ชี้ขาดประเด็นข้อพิพาทคดีนี้สามีเป็นโจทก์ฟ้องร่วมกับโจทก์เดิมด้วยไม่เป็นฟ้องซ้ำ
- ฎีกาที่ 1468/2522
จำเลยเช่าช่วงห้องทำการค้า เสียค่าตกแต่งไป 100,000 บาทโดยทำตามแบบที่ผู้ให้เช่าเดิมกำหนด ไม่มีข้อตกลงกับโจทก์ผู้เช่าเดิมไม่เป็นสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าเช่าธรรมดา โจทก์เลิกสัญญาแล้ว จำเลยไม่ส่งมอบห้องคืน ค่าเสียหายคือค่าเช่าที่โจทก์ควรได้รับในการเช่าห้องนั้น
- ฎีกาที่ 2052/2522
บิดาโจทก์เช่าตึกจำเลยอาศัยอยู่ในตึกกับโจทก์ บิดาโจทก์ตายโจทก์ทำสัญญาเช่าแทนบิดาโจทก์จากผู้ให้เช่าเดิม จำเลยไม่ออกจากตึกแม้โจทก์อยู่ที่อื่น โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยได้
- ฎีกาที่ 2993-2999/2522
การที่จำเลยตกลงตัดฟันต้นไม้ซึ่งขึ้นอยู่รกและพื้นที่ไม่ราบเรียบ แล้วดำเนินการปลูกบ้านเพื่อเช่าอยู่อาศัย อันเห็นได้ชัดว่าเป็นไปเพื่อประโยชน์ของจำเลยฝ่ายเดียว ถือไม่ได้ว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็น สัญญาต่างตอบแทนพิเศษยิ่งกว่าสัญญาธรรมดา และเมื่อสัญญา ดังกล่าวมิได้จดทะเบียนกับพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงหามีผลผูกพันถึงโจทก์บุคคลภายนอกแต่ประการใดไม่
- ฎีกาที่ 2993-2999/2522
การที่จำเลยตกลงตัดฟันต้นไม้ซึ่งขึ้นอยู่รกและพื้นที่ไม่ราบเรียบ แล้วดำเนินการปลูกบ้านเพื่อเช่าอยู่อาศัย อันเห็นได้ชัดว่าเป็นไปเพื่อประโยชน์ของจำเลยฝ่ายเดียวถือไม่ได้ว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็นสัญญาต่างตอบแทนพิเศษยิ่งกว่าสัญญาธรรมดา และเมื่อสัญญาดังกล่าวมิได้จดทะเบียนกับพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงหามีผลผูกพันถึงโจทก์บุคคลภายนอกแต่ประการใดไม่
- ฎีกาที่ 330/2522
โจทก์เช่าที่ดินจากกรมการศาสนาแล้วให้จำเลยปลูกบ้านถึงกำหนดแล้วจำเลยไม่ยอมออก โจทก์ในฐานะคู่สัญญาย่อมมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินที่เช่าได้จำเลยจะต่อสู้ว่า กรมการศาสนาเจ้าของที่พิพาทได้บอกเลิกสัญญาเช่าที่ทำไว้กับโจทก์เพราะโจทก์ผิดสัญญาให้เช่าช่วง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยหาได้ไม่ การที่โจทก์เช่าที่พิพาทจากกรมการศาสนาแล้วถูกบอกเลิกสัญญาเช่าโจทก์จึงตกลงกับจำเลยสละสิทธิการเช่าในภายหน้า เพื่อให้จำเลยไปติดต่อขอเช่าจากกรมการศาสนาเองโดยตรง โดยโจทก์ขอรับเงินจากจำเลยเป็นค่าสละสิทธิจำนวนหนึ่งนั้น ข้อตกลงนี้ไม่ใช่เรื่องโอนสิทธิการเช่าหรือโอนสิทธิเรียกร้องและไม่มีกฎหมายบังคับให้ทำตามแบบ
- ฎีกาที่ 330/2522
โจทก์เช่าที่ดินจากกรมการศาสนาแล้วให้จำเลยปลูกบ้าน ถึงกำหนดแล้วจำเลยไม่ยอมออก โจทก์ในฐานะคู่สัญญาย่อมมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินที่เช่าได้ จำเลยจะต่อสู้ว่า กรมการศาสนาเจ้าของที่พิพาทได้บอกเลิกสัญญาเช่าที่ทำไว้กับโจทก์ เพราะโจทก์ผิดสัญญาให้เช่าช่วง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยหาได้ไม่ การที่โจทก์เช่าที่พิพาทจากกรมการศาสนาแล้วถูกบอกเลิกสัญญาเช่า โจทก์จึงตกลงกับจำเลยสละสิทธิการเช่าในภายหน้า เพื่อให้จำเลยไปติดต่อขอเช่าจากกรมการศาสนาเองโดยตรง โดยโจทก์ขอรับเงินจากจำเลยเป็นค่าสละสิทธิจำนวนหนึ่งนั้น ข้อตกลงนี้ไม่ใช่เรื่องโอนสิทธิการเช่าหรือโอนสิทธิเรียกร้องและไม่มีกฎหมายบังคับให้ทำตามแบบ