มาตราที่อ้างถึง: ป.วิ.พ. 231
2,107 รายการ · หน้า 18 จาก 106
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1386/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ยื่นฎีกา มีทางชนะคดีได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 93) จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน20,300 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวนับจากวันที่ 24 กันยายน 2527 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 91,90) ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ แต่จำเลยที่ 1 ไม่นำหลักทรัพย์มาวางเป็นหลักประกันต่อศาลภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด (อันดับ 78,80) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 1 หาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมดอกเบี้ยเป็นเวลาเจ็ดปีมาให้เป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1387/2533
ความว่า โจทก์ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 193 แผ่นที่ 2)โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาให้จำเลยคืนรถแทรกเตอร์ยี่ห้อโคมัสสุสีเหลือง หมายเลขทะเบียน ส.ฎ.ต.0051 แก่โจทก์ ให้ชำระค่าเสียหาย210,000 บาท ให้ชำระค่าเสียหายวันละ 2,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะคืนรถแทรกเตอร์แก่โจทก์ จำเลยให้การและฟ้องแย้ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ชำระเงินให้จำเลยตามฟ้องแย้งจำนวน 67,808 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2527 จนกว่าชำระเสร็จ โจทก์ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 189,188) โจทก์ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ โดยได้นำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกันและได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 151,160) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าโจทก์หาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1388/2533
ความว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ยื่นฎีกา มีทางชนะคดีโจทก์ได้ทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมาย โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 91แผ่นที่ 2) จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ใช้เงินให้โจทก์ 99,310.46 บาท โดยให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมรับผิดตามจำนวนมูลค่าหุ้น ที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ยังค้างชำระต่อจำเลยที่ 1 ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ใช้ดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 86,060 บาท นับแต่ วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ชำระเงินแก่โจทก์คนละ 43,030 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 6 มีนาคม 2528 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ที่ 3 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้อ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1389/2533
ความว่า จำเลยทั้งสามฎีกา มีเหตุที่ศาลฎีกาจะพิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 314) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชดใช้เงินจำนวน10,300,000 บาท แก่โจทก์พร้อมทั้งดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 26 กันยายน 2523 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระให้โจทก์เสร็จ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้เงินให้แก่โจทก์จำนวน 8,394,700 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 26 กันยายน 2523 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสามฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ296,295) จำเลยทั้งสามได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยนำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกัน และได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 266 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1391-1392/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ยื่นฎีกา มีทางชนะคดีโจทก์โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 177) คดีทั้งสองสำนวนศาลชั้นต้นสั่งรวมการพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกันและให้เรียกจำเลยในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 18147/2527 กับจำเลยที่ 1ในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 18531/2527 ซึ่งเป็นบุคคลเดียวกันเป็นจำเลยที่ 1 นอกนั้นเป็นจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ตามลำดับในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 18531/2527 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องทั้งสองสำนวน แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยที่ 1 ตามสัญญาจะซื้อขายเข้ามาใหม่ภายในอายุความ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยที่ 1 รับเงินจำนวน5,385,812.75 บาท พร้อมกับทำการโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดที่58127,58128 และ 58129 ตำบล (แขวง) ลาดยาว อำเภอ (เขต)บางเขน กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างให้โจทก์ หากจำเลยที่ 1ไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดง …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1393-1394/2533
ความว่า จำเลยที่ 4 ยื่นฎีกา มีโอกาสที่จะชนะคดีโจทก์ได้ในที่สุด โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 177) คดีทั้งสองสำนวนศาลชั้นต้นสั่งรวมการพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกันและให้เรียกจำเลยในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 18147/2527 กับจำเลยที่ 1ในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 18531/2527 ซึ่งเป็นบุคคลเดียวกันเป็นจำเลยที่ 1 นอกนั้นเป็นจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ตามลำดับในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 18531/2527 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องทั้งสองสำนวน แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยที่ 1 ตามสัญญาจะซื้อขายเข้ามาใหม่ภายในอายุความ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยที่ 1 รับเงินจำนวน5,385,812.75 บาท พร้อมกับทำการโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดที่58127,58128 และ 58129 ตำบล (แขวง) ลาดยาว อำเภอ (เขต)บางเขน กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างให้โจทก์ หากจำเลยที่ 1ไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็น …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1396/2533
ความว่า จำเลยฎีกา มีมูลพอที่จะชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 100) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินพิพาทเนื้อที่ 2 งาน 98 เศษ 6ส่วน 10 ตารางวา ตามรูปแผนที่พิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องในที่ดินดังกล่าว ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 96,95) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์(อันดับ 86) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1398/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 212) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 2 จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 10121 เลขที่ดิน 510 หน้าสำรวจ 927 ตำบลท่าเสาอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร เนื้อที่ 2 ไร่ 19 ตารางวาตามเส้นสีแดงเอกสารหมาย จ.ล.1 ให้แก่โจทก์ หากจำเลยที่ 2 ไม่ปฏิบัติตามก็ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 10121 เลขที่ดิน 510 หน้าสำรวจ 927ตำบลท่าเสา อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร เนื้อที่ 2 งาน19 ตารางวา ตามเส้นสีแดงเอกสารหมาย จ.ล.1 ให้แก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 207,206) จำเลยที่ 2 ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์(อันดับ 192) คำสั่ง …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1399/2533
ความว่า จำเลยทั้งห้าฎีกา มีโอกาสชนะคดีโจทก์ได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 144) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยทั้งห้าและบริวารออกจากที่ดินพิพาทของโจทก์ ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านหมู่ 5 ตำบลโคกกรวดอำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก เนื้อที่ 2 ไร่ 3 งาน 89 วา ตามรูปแผนที่พิพาท หมาย จ.4 กับให้จำเลยทั้งห้ารื้อถอนรั้วไม้ไผ่ออกจากที่ดินข้างต้นและให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 รื้อถอนเพิงร้านค้าออกจากที่ดินดังกล่าว หากไม่ปฏิบัติตามก็ให้โจทก์เป็นผู้รื้อถอนแทน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอของโจทก์ที่ว่าถ้าจำเลยไม่รื้อถอนให้โจทก์รื้อถอนได้เอง โดยให้จำเลยเสียค่าใช้จ่าย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งห้าฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ139,140) จำเลยทั้งห้าได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์(อันดับ 128) คำสั่ง อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ใ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:140/2533
ความว่า จำเลยที่ 3 ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ออกจากสถานที่เช่าและส่งมอบตึกอาคารโรงงานแก่โจทก์ให้จำเลยที่ 2 ส่งมอบเครื่องต้มน้ำแก่โจทก์ในสภาพเดิม ให้จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 ร่วมกันใช้ค่าเสียหายจำนวน 490,560 บาท และให้จำเลยที่ 2ใช้ค่าเสียหายจำนวน 56,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินแต่ละจำนวนนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยร่วมกันใช้ค่าเสียหายเดือนละ 30,660 บาทและให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าเสียหายเดือนละ 2,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ของเงินแต่ละจำนวนนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะออกจากสถานที่เช่า แต่ทั้งนี้จำเลยที่ 3 ไม่ต้องใช้ค่าเสียหายนับแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2524 เป็นต้นไปแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1450/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 147) ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ 2 ถูกศาลพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดโจทก์จึงขอถอนฟ้องจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันชำระเงิน815,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย โดยจำเลยที่ 1 รับผิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 12 ต่อปี ในต้นเงิน 100,000 บาท นับแต่วันที่ 5มีนาคม 2526 ในต้นเงิน 100,000 บาท นับแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2526ในต้นเงิน 200,000 บาท นับแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2526 ในต้นเงิน215,000 บาท นับแต่วันที่ 20 มีนาคม 2526 ในต้นเงิน 100,000 บาทนับแต่วันที่ 26 มีนาคม 2526 และในต้นเงิน 100,000 บาท นับแต่วันที่ 4 เมษายน 2526 เป็นต้นไป (แต่ดอกเบี้ยในส่วนนี้เมื่อรวมดอกเบี้ยตามเช็คทั้ง 6 ฉบับ คำนวณถึงวันฟ้องจะต้องไม่เกิน97,800 บาท) ส่วนจำเลยที่ 3 รับผิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1451/2533
ความว่า จำเลยทั้งสามฎีกา คดีมีทางชนะจำเลยมีทรัพย์สินและหลักทรัพย์มั่นคง หากศาลฎีกาอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไม่ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 96) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 395,872.93 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 3 มิถุนายน 2527 จนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสามฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 86,87) ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ แต่จำเลยทั้งสามไม่นำหลักทรัพย์มาวางประกันต่อศาลภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด (อันดับ 69,73) คำสั่ง ชั้นอุทธรณ์ จำเลยทั้งสามเคยขอทุเลาการบังคับ เมื่อศาลอนุญาตแล้ว จำเลยทั้งสามก็ไม่หาหลักประกันมาวางตามที่ศาลกำหนด ฉะนั้นจึงไม่สมควรที่จะอนุญาตให้จำเลยทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกาให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1453/2533
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 67) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน50,000 บาทแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 63,62) ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ แต่จำเลยทั้งสองไม่นำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกันต่อศาลภายในเวลาที่ ศาลชั้นต้นกำหนด (อันดับ 48,50) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยทั้งสองหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ มาวางศาลจนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1454/2533
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 85แผ่นที่ 3) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 405,200 บาทให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 2 พฤษภาคม2525 จนกว่าชำระเสร็จ แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องไม่เกิน 3 ปี(ตามโจทก์ขอ) ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 622,550บาท ให้แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 572,550 บาท นับแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2525 เป็นต้นไปมีกำหนดเวลา 3 ปี ในต้นเงิน 50,000 บาท นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 25กรกฎาคม 2528) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเงินเสร็จ โจทก์และจำเลยฎีกา เฉพาะจำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ80,83,82) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์(อันดับ 70) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1456/2533
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 132) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อชั้นลอยของอาคารโรงแรมบางกอกพาเลสเลขที่1091/336แขวงมักกะสัน เขตพญาไทกรุงเทพมหานคร ของจำเลย ส่วนที่รุกล้ำเข้ามาในที่ดินโฉนดเลขที่1051 ของโจทก์ ซึ่งรวมทั้งรื้อกันสาดโครงเหล็กที่จำเลยสร้างต่อจากชั้นลอยดังกล่าวออกไปด้วยและรื้อคันซีเมนต์ขวางถนนหมายเลข 2 และ 3ตามเอกสาร จ.1 ออกแล้วทำให้กลับอยู่ในสภาพถนนเช่นเดิม หากจำเลยไม่ยอมรื้อ ให้โจทก์รื้อออกได้ โดยให้จำเลยออกค่าใช้จ่ายให้จำเลยชำระค่าเสียหายจำนวน 54,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวนับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยชำระค่าเสียหายให้โจทก์อีกเดือนละ5,000 บาท นับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะรื้อสิ่งที่สร้างรุกล้ำทั้งหมดออกไปจากที่ดินของโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1457/2533
ความว่า จำเลยยื่นฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 144 แผ่นที่ 2) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยโอนขายที่ดินโฉนดเลขที่ 10561ตำบลท่าเสา อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ให้โจทก์ และรับเงินค่าราคาที่ดินจำนวน 200,000 บาท หากไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา จำเลยฎีกาและเพิ่มเติมฎีกา (อันดับ 135,141) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 134) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกาแต่ห้ามทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินพิพาทในระหว่างฎีกา ให้ศาลชั้นต้นแจ้งคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินทราบ
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:146/2533
ความว่า จำเลยฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 108 แผ่นที่ 3) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 300,500 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันที่ 14 กรกฎาคม 2527 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระให้โจทก์เสร็จหากไม่ชำระให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 7352 ตำบลบางขุนกอง(บางราวนกฝั่งใต้) อำเภอบางกรวย (บางใหญ่) จังหวัดนนทบุรีที่จำนองขายทอดตลาดชำระหนี้ให้โจทก์ จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 104,103) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์(อันดับ 88) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1462/2533
ความว่า จำเลยฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ทั้งสองแถลงคัดค้าน (อันดับ 112) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินจำนวน 28,856 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม2529 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และใช้เงินจำนวน 22,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 27 พฤษภาคม2529 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 1 ให้จำเลยใช้เงินจำนวน 17,500 บาท แก่โจทก์ที่ 2 พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2529 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 2 ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้เงินจำนวน49,772 บาท แก่โจทก์ที่ 1 พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน 48,856 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้อ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1464/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 5 ฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์ทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 205แผ่นที่ 3) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 5 ร่วมกันใช้ค่าทดแทนให้โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 2,753,216.12 บาท (สองล้านเจ็ดแสนห้าหมื่นสามพันสองร้อยสิบหกบาทสิบสองสตางค์) พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้ยกฟ้องโจทก์ที่ 1 สำหรับจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 6 ที่ 7และที่ 8 ยกฟ้องโจทก์ที่ 2 สำหรับจำเลยทั้ง 8 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ที่ 5 ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 203) จำเลยที่ 1 ที่ 5 ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ์ (อันดับ 192) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1465/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 180) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ไปจดทะเบียนใส่ชื่อโจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของนางมาลินี ศุกระพรรณา ผู้ตาย ถือกรรมสิทธิ์ร่วมเป็นจำนวนสองในห้าส่วนในที่ดินโฉนดเลขที่ 111362 ตำบลคลองตัน (บางกะปิฝั่งใต้) อำเภอพระโขนง(บางกะปิ) กรุงเทพมหานคร พร้อมตึกแถว เลขที่ 593/13-14 ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินแปลงดังกล่าว หากไม่ไปให้ถือเอา คำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 ให้จำเลยทั้งสาม ร่วมกันชำระเงิน 106,040 บาทแก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ เจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้แบ่ง ค่าเช่าที่ดินและตึกแถวพิพาทแก่โจทก์เป็นรายเดือนจำนวนสองในห้าส่วน นับแต่เดือนตุลาคม 2528 เป็นต้นไปตลอดเวลาที่มีค่าเช่าอยู่ คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้ …