มาตราที่อ้างถึง: ป.วิ.อ. 106
1,442 รายการ · หน้า 14 จาก 73
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:142/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335,336 ทวิ,357,83ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 ให้จำคุก 2 ปี ชั้นจับกุม ชั้นสอบสวน และข้อนำสืบทางพิจารณาของจำเลยที่ 1 มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 1 ปี 4 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 รับของโจรเฉพาะทรัพย์ตามบัญชีทรัพย์ท้ายฟ้องรายการที่ 1 ถึงที่ 7 จำเลยที่ 1มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก จำคุก 2 ปีกรณีมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามจำคุก 1 ปี 4 เดือนนอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบของทนายจำเลยที่ 1(สำนวนธุรการ อันดับ 27,26) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:143/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 142,91 ลงโทษจำคุก 6 เดือน และตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ลงโทษปรับ 132,102.90 บาทรวมจำคุก 6 เดือน ปรับ 132,102.90 บาท คำรับของจำเลยในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงลงโทษจำคุก4 เดือน ปรับ 88,068.60 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 84,83) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 200,000 บาท (อันดับ 9,70 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา ในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราวยกคำ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:144/2533
ความว่า ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวในระหว่างฎีกาฉบับลงวันที่ 31 มกราคม 2533 ไว้ บัดนี้ผู้ร้องไม่ประสงค์จะประกันตัวจำเลยที่ 1 ในระหว่างฎีกา จึงขอถอนคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวดังกล่าว โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335,336 ทวิ,357,83 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 ให้จำคุก 2 ปี ชั้นจับกุม ชั้นสอบสวน และข้อนำสืบทางพิจารณาของจำเลยที่ 1 มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 1 ปี 4 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 รับของโจรเฉพาะทรัพย์ตามบัญชีทรัพย์ท้ายฟ้องรายการที่ 1 ถึงที่ 7 จำเลยที่ 1มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก จำคุก 2 ปีกรณีมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม จำคุก 1 ปี 4 เดือนนอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1458/2533
ความว่า คดีนี้จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยมีผู้ร้องเป็นผู้ขอประกัน บัดนี้ผู้ร้องไม่ประสงค์ขอให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยระหว่างฎีกาอีกต่อไป จึงขอถอนคำร้องขอประกันในระหว่างฎีกา ฉบับลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2533 และขอรับหลักประกันทั้งหมดคืนไปจากศาล โปรดอนุญาต หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 ขณะกระทำความผิดจำเลยอายุ 19 ปีรู้รับผิดชอบดีแล้ว ไม่สมควรลดมาตราส่วนโทษให้ ให้ลงโทษจำคุก 1 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ร้องแถลงในคำร้องประกอบว่าจำเลยจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 46,45) ผู้ร้องยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 47) คำสั่ง อนุญาตให้ผู้ร้องถอนคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวได้
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1459/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ฯลฯ จำคุก 5 ปี คำให้การรับสารภาพของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก3 ปี 4 เดือน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับ (อันดับ 51) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 32) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลฎีกายกคำร้อง (สำนวนธุรการ อันดับ 29) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน150,000 บาท (สำนวนธุรการ อันดับ 2 แผ่นที่ 2, อันดับ 15 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และศาลชั้นต้นก็มีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยแล้ว จึงไม่มีเหตุสมควรที่จะให้ปล่อยชั่วคราว ให …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1463/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336 วรรคแรก,336 ทวิ,83 จำคุก 6 ปีจำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 4 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 86) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน120,000 บาท (อันดับ 4,76) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1469/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์ที่ได้ยื่นไว้เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1) จำคุก 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการอันดับ 20) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน50,000 บาท (สำนวนธุรการอันดับ 2 แผ่นที่ 2, อันดับ 8 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เป็นคดีที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงสมควรจะได้พิจารณาฎีกาของจำเลยประกอบด้วย แต่จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกามา จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:147/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136,138 วรรคสอง,358,367,371,91 ฯลฯเป็นความผิดต่างกรรมเรียงกระทงลงโทษ จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งแล้ว ข้อหาดูหมิ่นตามมาตรา 136 จำคุก 15 วัน ข้อหาต่อสู้ขัดขวางมาตรา 138 วรรคสอง จำคุก 15 วัน ข้อหาทำให้เสียทรัพย์ตามมาตรา 358 จำคุก 15 วัน ข้อหาพาอาวุธตามมาตรา 371 ปรับ50 บาท ข้อหาบอกชื่อเท็จมาตรา 367 ปรับ 50 บาท รวมจำคุก 45 วันปรับ 100 บาท ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 238 ฯลฯ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ(อันดับ 23 แผ่นที่ 2 และแผ่นที่ 1) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ตีราคาประกัน 30,000 บาท (อันดับ 11) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังไม่ได้ยื่น …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1471/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักประกันซึ่งวางไว้ในชั้นขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์เป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 4,8,72 กระทงหนึ่งจำคุก 1 ปี และมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 วรรคแรก83 อีกกระทงหนึ่ง จำคุก 4 ปี รวมจำคุก 5 ปี และบวกโทษที่รอไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 11359/2530 ของศาลแขวงพระนครใต้ จำคุก1 เดือน รวมจำคุก 5 ปี 1 เดือน ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ลงโทษจำเลยในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน จำคุก 2 ปี เมื่อบวกโทษที่รอไว้ในคดีหมายเลขแดงที่11359/2530 ของศาลแขวงพระนครใต้ซึ่งมีโทษจำคุก 1 เดือน คงรวมเป็นจำคุก 2 ปี 1 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการอันดับ 33) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคร …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:148/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334,335,358,362,365,83,91 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล จึงให้ประทับฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งห้ามีความผิดฐานร่วมกันบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(2) ลงโทษจำคุกคนละ 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(2) ประกอบด้วยมาตรา 362กับให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 ในความผิดฐานบุกรุกด้วยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 203,202) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ที่ 2 ชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีร …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1482/2533
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 ขอให้ศาลฎีกาปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 339 วรรคสอง ประกอบมาตรา 340 ตรี ฯลฯ จำคุก 15 ปี ฯลฯจำเลยอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 สั่งว่า พิเคราะห์แล้วตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ไม่อนุญาตให้ยกคำร้อง จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ตามข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดี ไม่สมควรอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ที่ศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตนั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1483/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 235 วรรคสาม จำเลยอายุไม่เกิน 20 ปีแต่พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้วไม่มีเหตุลดมาตราส่วนโทษให้จึงให้จำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการอันดับ 24) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน100,000 บาท (สำนวนธุรการอันดับ 2,4) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เป็นคดีที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงสมควรจะได้พิจารณาฎีกาของจำเลยประกอบด้วย แต่จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกามา จึงไม่อนุญาตปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1489/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา บริษัทไมล์ฟอร์ดเทรดดิ้ง จำกัดผู้เสียหาย ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 วรรคแรก ลงโทษจำคุกกรรมละ 2 ปี รวม 48 กรรม เป็นโทษจำคุก 96 ปี โดยข้อจำกัดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(2) ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 คงให้จำคุกจำเลย 20 ปี และให้จำเลยคืนทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนแก่โจทก์ร่วมหรือใช้ราคาเป็นเงิน390,764 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบว่าประสงค์จะยื่นฎีกาต่อไป ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน800,000 บาท (อันดับ 4,192 แผ่นที่ 2) คำส …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1490/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ คดีทั้งสองสำนวนนี้โจทก์เป็นบุคคลรายเดียวกัน ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกัน โดยให้เรียกจำเลยในสำนวนแรกว่า จำเลยที่ 1 และเรียกจำเลยในสำนวนหลังว่า จำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91,300 พระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 43,78,157,160 ให้ลงโทษฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส จำคุก 1 ปี ฐานไม่ให้ความช่วยเหลือตามสมควรไม่แสดงตัวและแจ้งเหตุต่อเจ้าพนักงาน จำคุก1 เดือน รวมจำคุก 1 ปี 1 เดือน จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,157 ลงโทษปรับ1,000 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1ฐานขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส มีกำหนด6 เดือน และลดโทษ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1493/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก ให้จำคุกคนละ 3 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพฐานรับของโจรในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้จำเลยที่ 1 หนึ่งในสามคงให้จำคุกจำเลยที่ 1มีกำหนด 2 ปี ข้อหาอื่นให้ยก ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีของจำเลยที่ 1 ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง สมควรได้พิจารณาคำฟ้องฎีกาของจำเลยที่ 1ประกอบด้วย แต่จำเลยที่ 1 ยังไม่ได้ยื่นฎีกามา จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:151/2533
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลคดีเด็กและเยาวชนจังหวัดสุราษฎร์ธานีพิพากษายกฟ้อง แต่ให้ควบคุมตัวจำเลยทั้งสามไว้ในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคสอง,284,83 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษ จำเลยที่ 2ที่ 3 มีอายุ 16 ปี ลดมาตราส่วนให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา 75 ความผิดตามมาตรา 276 วรรคสอง จำคุกคนละ 8 ปี มาตรา 284 จำคุกคนละ2 ปี รวมจำคุกคนละ 10 ปี จำเลยทั้งสองเป็นเยาวชนอ่อนต่อความผิดเพื่อสวัสดิภาพและอนาคตของจำเลยทั้งสองจึงเห็นสมควรให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นการส่งตัวจำเลยทั้งสองไปฝึกอบรมยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กจังหวัดสุราษฎร์ธานี จนกว่าจำเลยทั้งสองจะมีอายุครบ24 ปีบริบูรณ์ ส่วนจำเลยที่ 1 อายุไม่เกิน 14 ปี ไม่ต้องรับโทษแต่เห็นสมควรใ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:152/2533
ความว่า ผู้ขอประกันอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,339 วรรคสองประกอบด้วย มาตรา 340 ตรี,371 เรียงกระทงลงโทษ ฐานชิงทรัพย์ จำคุก 18 ปี ฐานพาอาวุธปืนไปโดยไม่มีเหตุอันสมควร ปรับ 100 บาท รวมเป็นจำคุก 18 ปี ปรับ 100 บาทจำเลยกระทำความผิดอีก เพิ่มโทษกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 93 คงจำคุก 27 ปี ปรับ 150 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30 ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์จำนวน 179,850 บาทแก่ผู้เสียหายด้วย ข้อหาอื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ (อันดับ 102) จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์โดยมีนายเฉลียว พลายละหาร เป็นผู้ขอประกัน ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง (อันดับ 93,97 แผ่นที่ 2) ผู้ขอประกันจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 101) ศาลชั้นต้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:153/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(4),157 ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 ซึ่งเป็นบทหนัก จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือนนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ(อันดับ 38 แผ่นที่ 2 และแผ่นที่ 1) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ตีราคาประกัน 120,000 บาท (อันดับ 5) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:154/2533
ความว่า จำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147,162 การกระทำของจำเลย มีเจตนาเดียวกันเพื่อจะเอาเงินจากการทำใบเบิกเงิน จึงเป็น การกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามมาตรา 147ซึ่งเป็นบทหนักจำคุกกระทงละ 5 ปี ได้กระทำ 21 ครั้งเป็น 21 กระทง รวมจำคุก105 ปี ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 158 จำคุก 3 ปี ข้อนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามรวมจำคุก 72 ปี แต่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(1) ที่แก้ไขแล้วโทษจำคุกรวมทั้งสิ้นต้องไม่เกิน 50 ปี จึงให้จำคุก 50 ปี ให้จำเลยคืนหรือชดใช้เงิน 59,530.28 บาท แก่เจ้าของ ข้อหาอื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ (อันดับ 249) จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง (อันดับ 252) จำเลยจึงยื่น …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1549/2533
ความว่า จำเลยทั้งสองขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างการฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1),83 ประกอบด้วยมาตรา 80 จำคุกคนละ 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 43) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยทั้งสองชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกันคนละ 50,000 บาท (สำนวนธุรการ อันดับ 2,7 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เป็นคดีที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงสมควรจะได้พิจารณาฎีกาของจำเลยทั้งสองประกอบด้วย แต่จำเลยทั้งสองยังมิได้ยื่นฎีกามาจึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ให้ยกคำร้อง