มาตราที่อ้างถึง: ป.วิ.อ. 106
1,442 รายการ · หน้า 17 จาก 73
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2282/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคสอง และ 365 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียว แต่ผิดกฎหมายหลายบทให้ลงโทษบทหนัก ตามมาตรา 335วรรคสอง จำคุก 3 ปี และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์เป็นเงิน13,000 บาท แก่ผู้เสียหายทั้งสอง ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 59,58) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน90,000 บาท (อันดับ 3,44) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เป็นคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง สมควรได้พิจารณาคำฟ้องฎีกาของจำเลยประกอบด้วย แต่จำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกา จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2290/2533
ความว่า จำเลยทั้งสามขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา นายลี อาเลียน ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้ขังจำเลยทั้งสามไว้ระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,268 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 265และมาตรา 341 แต่การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,268วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 265 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดจำคุกคนละ 3 ปี จำเลยทั้งสามเบิกความต่อศาล เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ 2 ปี ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนเงิน 500,000 บาท และเช็คธนาคารกรุงเทพ จำกัดสาขาสุไหงโกลก ฉบับลงวันที่ 20 สิงหาคม 2529 แก่โจทก์ร่วมนอกจากที่แก้คงให้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2304/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291,390 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522มาตรา 33,43,151,157 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดตามมาตรา 90 จำคุก 4 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบของผู้ขอประกัน(อันดับ 91,90) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน150,000 บาท (อันดับ 5,67) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา ในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราวยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2305/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 5,7,8,26,75,76,102ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58,91 รวมสองกระทง จำคุกกระทงละ 2 ปีปรับกระทงละ 20,000 บาท รวมจำคุก 4 ปี ปรับ 40,000 บาทจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี ปรับ 20,000 บาท โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด2 ปี คดีนี้ศาลรอการลงโทษ คำขอให้บวกโทษจึงให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26 วรรคแรก ประเภท 5 มาตรา 75วรรคแรก มาตรา 76 วรรคสอง และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 วรรคแรกให้ลงโทษจำคุกกระทงละ 2 ปี โดยไม่ปรับ รวมจำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี โดยไม่รอการลงโทษจึงให้นำโทษจำคุกค …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2311/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง แต่ให้ขังจำเลยไว้ในระหว่าง อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297(8),83 จำคุก 1 ปี จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบว่าจำเลยจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 40,39) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน80,000 บาท (อันดับ 6,28) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ตีราคาประกันแปดหมื่นบาทให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2315/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7,55 ที่แก้ไข,72 วรรคสอง, วรรคสาม ที่แก้ไข,78 ที่แก้ไข ฐานมีอาวุธปืนของผู้อื่นซึ่งได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมาย อันเป็นการกระทำกรรมเดียวกับฐานมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมายให้ลงโทษฐานมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมายตามมาตรา 72 วรรคสองซึ่งเป็นบทกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 8เดือน กระทงหนึ่ง และฐานมีอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้อันเป็นการกระทำกรรมเดียวกับฐานมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย ให้ลงโทษฐานมีอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ตามมาตรา 78 ที่แก้ไขซึ่งเป็นบทกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 2 ปี กระทงหนึ่งนอกจากนี้จำเลยมีความผิดฐาน …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2319/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336 วรรคแรก จำคุกจำเลย 4 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 6 เดือนนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบของทนายจำเลย(อันดับ 90,89) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน120,000 บาท (อันดับ 5,76 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เป็นคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงสมควรได้พิจารณาคำฟ้องฎีกาของจำเลยประกอบด้วยแต่จำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกามา จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2321/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยจำเลยขอประกันตัวเอง และได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 4,30 วรรคหนึ่ง,82 ลงโทษจำคุก 5 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ คำสั่ง พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ยังไม่สมควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2326/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80,83,288 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯพ.ศ. 2490 มาตรา 7,8 ทวิ,72,72 ทวิ, เรียงกระทงลงโทษฐานพยายามฆ่าผู้อื่น จำคุก 13 ปี 4 เดือน ฐานมีอาวุธปืนจำคุก 1 ปีฐานพาอาวุธปืน จำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 14 ปี 10 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ให้ขังจำเลยไว้ในระหว่างฎีกา โจทก์ฎีกา (อันดับ 119) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 115) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ตีราคาสามแสนบาทให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2328/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณาสมาคมราชกรีฑาสโมสรผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต และจำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตายศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 ออกจากสารบบความ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ประกอบมาตรา 83 การกระทำของจำเลยที่ 1 ที่ 3 เป็นการกระทำความผิดต่างกรรมต่างวาระรวม 40 กระทงความผิด เรียงกระทงลงโทษ จำคุกกระทงละ 3 เดือน รวมจำคุก 10 ปีกับให้จำเลยที่ 1 ที่ 3 ร่วมกันคืนหรือใช้เงิน 4,219,736.67 บาทแก่โจทก์ร่วมด้วย คำขออื่นนอกจากนั้นให้ยก ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์ร่วมขอถอนคำร้องทุกข์เฉพาะจำเลยที่ 3 ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 3 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 คืนหรือใช้เงินจำนวน 9,640, …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2330/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอวางเงินสด 140,000 บาท เป็นหลักประกัน หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297,371,91 ฯลฯ ลงโทษฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายสาหัส จำคุก 6 ปี ฐานพกพาอาวุธไปในเมืองปรับ 100 บาท ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 371 ปรับ 90 บาท ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยไว้มีกำหนด 4 ปี และปรับ 60 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการอันดับ 31) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน140,000 บาท (สำนวนธุรการอันดับ 1 แผ่นที่ 6, อันดับ 23) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2334/2533
ความว่า จำเลยทั้งสองขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 พิเคราะห์พฤติการณ์แล้วให้ลงโทษจำคุกคนละ 5 ปี จำเลยทั้งสองรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกคนละ 3 ปี 4 เดือนข้อหาอื่นให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้น อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ (อันดับ 188,187) จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบของทนายจำเลยทั้งสอง (อันดับ 190,189) ศาลอุทธรณ์และศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 และที่ 2ชั่วคราวตามลำดับในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น ส่วนในชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยทั้งสองชั่วคราวโดยตีราคาประกันคนละ 400,000 บาท (อันดับ 83,95,157,159) คำสั่ง พิเ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2335/2533
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีนี้รวมกับคดีหมายเลขแดงที่836/2531 ของศาลชั้นต้น โดยเรียกจำเลยในคดีนี้ว่า จำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า สำหรับจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้องโจทก์แต่ให้ขังจำเลยที่ 2 ไว้ระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80 ด้วย จำคุก 10 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ฎีกา และยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 72,84) จำเลยที่ 2 เคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลฎีกาอนุญาต ตีราคาประกัน 200,000 บาท(อันดับ 79) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ตีราคาประกัน 150,000 บาท (สำนวนหลัง อันดับ 13) คำสั่ง ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการตามคำสั่งของศาลฎีกาที่ 1103/2533ลงวันที่ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:235/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์ มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335,336 ทวิ,83 จำคุก 3 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา (อันดับ 95) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบของผู้ประกัน(อันดับ 109) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 101) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ ตีราคาประกัน150,000 บาท (อันดับ 20,57) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกาตีราคาค่าประกันสองแสนบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและเรียกหลักประกันเพิ่มแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2352/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 337 วรรค 1,83 จำคุก 2 ปี จำเลยนำสืบรับข้อเท็จจริง ฯลฯ เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 1 ปี 4 เดือน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบว่าจำเลยจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 35 แผ่นที่ 1 และที่ 3) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน60,000 บาท (อันดับ 3,25 แผ่นที่ 2) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2353/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,339 วรรคสอง จำคุก 10 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โดยตีราคาประกัน 200,000 บาท คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ตีราคาสี่แสนบาทให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกัน และดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2356/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295,297(8) ให้ลงโทษตามมาตรา 297(8)ซึ่งเป็นบทหนัก จำเลยทั้งสองอายุไม่เกิน 20 ปี แต่พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้วไม่สมควรลดมาตราส่วนโทษให้จำคุกคนละ 6 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการอันดับ 25) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ ตีราคาประกัน 100,000 บาท (สำนวนธุรการอันดับ 1,14) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวระหว่างฎีกาตีราคา 300,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและหลักประกันเพิ่ม และดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2359/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง แต่ให้ขังจำเลยไว้ในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคแรก,340 ตรี จำคุก 18 ปีให้จำเลยคืนหรือใช้ราคารถจักรยานยนต์จำนวน 36,000 บาทแก่ผู้เสียหายจำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบของผู้ขอประกัน(อันดับ 120,119 แผ่นที่ 3) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ ตีราคาประกัน200,000 บาท (อันดับ 21,103) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ตีราคาสองแสนห้าหมื่นบาทให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกัน และดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2363/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66 วรรคหนึ่ง จำคุก 5 ปีคำรับชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 3 ปี 4 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบว่าประสงค์จะฎีกาต่อไป (อันดับ 102,101) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน120,000 บาท (อันดับ 3,83) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เป็นคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง สมควรได้พิจารณาคำฟ้องฎีกาของจำเลยประกอบด้วย แต่จำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกามา จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2376/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 และมาตรา 268 แต่จำเลยเป็นผู้ปลอมและผู้ใช้เอกสารราชการปลอม จึงให้ลงโทษตามมาตรา 268 วรรคสองประกอบกับมาตรา 265 ให้จำคุก 3 ปี ให้ริบบัตรประจำตัวประชาชนของกลาง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรกประกอบมาตรา 265 ให้จำคุก2 ปี ยกฟ้องโจทก์ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการอันดับ 34) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน200,000 บาท (สำนวนธุรการอันดับ 3 แผ่นที่ 2,21 แผ่นที่ 2) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงในข้อหาควา …