มาตราที่อ้างถึง: ป.วิ.อ. 106
1,442 รายการ · หน้า 24 จาก 73
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:789/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 วรรคสอง จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี6 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยเพราะเป็นอุทธรณ์ซึ่งเกิดจากการกระทำอันมิชอบ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ(อันดับ 56,55) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โดยตีราคาประกัน 150,000 บาท (อันดับ 7) คำสั่ง พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ยังไม่สมควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:790/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,7,26,76,102 ลงโทษจำคุก6 เดือน จำเลยรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 26) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 50,000 บาท (อันดับ 5,15) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:793/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 266,268 ลงโทษตามมาตรา 268 กระทงเดียวจำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก6 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 266(1) ประกอบ 268 วรรคสอง ให้ลงโทษตามมาตรา 268 วรรคสอง กระทงเดียว นอกจากที่ แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบว่าประสงค์จะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 56,55) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 80,000บาท (อันดับ 3,39) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เป็นคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงสมควรได้พิจารณาคำฟ้องฎีกาประกอบด้วย แต่จำเลยยังไม่ได้ ยื่นฎีกามาจึงไม่อ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:795/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 69,74 ลงโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 15,000 บาทจำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงเหลือจำคุก 6 เดือนปรับ 7,500 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ให้จำเลย มารายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือน ในระยะเวลา 1 ปีศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่รอการลงโทษให้จำเลยไม่ลงโทษปรับ และไม่คุมประพฤติ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบของผู้ขอประกัน(อันดับ 39,38) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น โดยตีราคาประกัน 150,000 บาท (อันดับ 4) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ตีราคาหนึ่งแสนห้าหมื่นบาทให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:796/2533
ความว่า จำเลยที่ 4 ขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอวางเงินสด 250,000 บาท เป็นประกันต่อศาล หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา ธนาคารกสิกรไทย จำกัด ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งห้ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265,266,268,341 และ 342 ให้ลงโทษฐานปลอมบัตรประชาชนตามมาตรา 265 ประกอบด้วยมาตรา 268 จำคุก3ปีฐานปลอมตั๋วเงินตามมาตรา 266 ประกอบด้วยมาตรา 268 จำคุก 5 ปีและฐานฉ้อโกงโดยแสดงเป็นคนอื่นตามมาตรา 342(1) จำคุก2 ปีรวม 3 กระทง จำคุกคนละ 10 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า เฉพาะความผิดฐานปลอมสำเนาภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนและใช้สำเนาภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนปลอม จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 5 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา264 วรรคแรก และ 268 ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 268ประกอบด้วยมาตรา 264 วรรคแรก แต่กระทงเดียว จำคุก คนละ 2 ปีส่วน …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:799/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา นายเยื้อง สระหงษ์ทอง กับพวกรวม4 คน ผู้เสียหาย ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341,343,91 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางานพ.ศ. 2511 มาตรา 4,7,27,28 ลงโทษฐานฉ้อโกงประชาชน จำคุก4 ปี ฐานจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 เดือน รวมจำคุก4 ปี 1 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ลงโทษจำคุก 2 ปี ข้อหาอื่นให้ยกจำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบว่าประสงค์จะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 146) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 200,000บาท (อันดับ 20,126) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:800/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 69 วรรคสาม ฯลฯ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฯลฯ ฐานมีฝิ่นไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 3 ปีฐานจำหน่ายฝิ่น จำคุก 3 ปี รวมจำคุก 6 ปี ฯลฯ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 74 แผ่นที่ 2) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างพิจารณาตีราคาประกัน 100,000 บาท (อันดับ 19) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ตีราคาค่าประกันสองแสนบาทให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกัน และหลักประกันเพิ่ม แล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:801/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 จำคุก 3 ปี ฯลฯ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 114) จำเลยได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ศาลฎีกาตีราคาประกัน150,000 บาท (อันดับ 19,101) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:802/2533
ความว่า จำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ขอให้ ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคสอง จำคุก 15 ปี คำให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 10 ปี จำเลยอุทธรณ์ (อันดับ 87) จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 95) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 98) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างพิจารณาตีราคาประกัน 200,000 บาท (อันดับ 24) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ตีราคาค่าประกันสองแสนบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:866/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอวางเงินสดจำนวน 20,000 บาท เป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497มาตรา 3(2) การกระทำของจำเลยผิดสองกรรมให้เรียงกระทงลงโทษจำเลยผิดตามคำฟ้องข้อ 1ก. จำคุก 2 เดือน ผิดตามคำฟ้องข้อ1ข.จำคุก 3 เดือน รวมจำคุก 5 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 3 เดือน 10 วัน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบว่า จำเลยได้ชำระหนี้ให้โจทก์ (น่าจะเป็นผู้เสียหาย) จนครบถ้วนแล้ว แต่โจทก์ยังไม่ดำเนินการถอนคดีจำเลยประสงค์จะขอประกันตัวในระหว่างฎีกาเพื่อไปติดตามตัวโจทก์มาถอนคดี (อันดับ 69) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคา ประกัน5 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:867/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรค 2 ขณะเกิดเหตุจำเลยอายุ19 ปี ประกอบกับพฤติการณ์ความผิดส่อไปในทางเกิดจากความ คึกคะนองเห็นสมควรลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่ง จำคุก 5 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ หนึ่งในสามคงจำคุก 2 ปี 4 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการอันดับ 20) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 100,000 บาท (สำนวนธุรการอันดับ 1,12 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เป็นคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงสมควรได้พิจารณาคำฟ้องฎีกาของจำเลยประกอบด้วย แต่จำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกามา จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:869/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,157ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง จำคุก 1 เดือน เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบว่าประสงค์จะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 66,65) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โดยตีราคาประกัน 20,000 บาท (อันดับ 8) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:873/2533
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง แต่ให้ขังจำเลยที่ 2 ไว้ระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80,83,288 จำคุก 12 ปี จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา (อันดับ 89) จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 81แผ่นที่ 2, อันดับ 94) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 200,000 บาท (อันดับ 5,58) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:887/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคแรก จำคุก 2 ปี ส่วนจำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคแรกประกอบมาตรา 86 จำคุก 1 ปี 4 เดือน ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์และโจทก์ร่วมสำหรับจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยที่ 1 ยังมิได้ยื่นฎีกา ในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราวยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:888/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 จำคุก 10 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน ลดโทษให้หนึ่งในสามคง จำคุก 6 ปี8 เดือน และจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯพ.ศ. 2490มาตรา 72,72 ทวิ เรียงกระทงลงโทษฐานมีอาวุธปืนและ เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี จำเลย ให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง จำคุก 6 เดือน และฐานพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีใบอนุญาตให้พกพา จำคุก 6 เดือนจำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้หนึ่งในสาม จำคุก 4 เดือน รวมจำคุก7 ปี 6 เดือน ฯลฯ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว คำสั่ง พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ยังไม่สมควรให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:889/2533
ความว่า จำเลยทั้งสองขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่าง ฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง วรรคสาม วางโทษจำคุกคนละ12 ปี ขณะกระทำผิดจำเลยที่ 1 อายุ 16 ปีเศษ จำเลยที่ 2 อายุ17 ปีเศษ ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่ง เป็นจำคุกคนละ 6 ปีจำเลยทั้งสองให้การชั้นสอบสวนและชั้นศาลนับว่าเป็นประโยชน์แก่การ พิจารณาลดโทษให้อีกกึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 3 ปี ให้จำเลยคืนหรือ ใช้ราคาทรัพย์จำนวน 61,000 บาทแก่ผู้เสียหายด้วย ข้อหาอื่นให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ขณะกระทำความผิดจำเลยที่ 1อายุไม่เกินสิบเจ็ดปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่ง จำเลยที่ 2อายุไม่เกินยี่สิบปีเห็นสมควรลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่ง วางโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 6 ปี ลดโทษให้จำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คนละกึ่งแล้ว คงจำคุกคนละ 3 ปี นอกจากที …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:890/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลคดีเด็กและเยาวชนจังหวัดสุราษฎร์ธานีพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,91,277 วรรคสาม,279 วรรคสอง,317 วรรคสาม ขณะกระทำความผิดจำเลยอายุ 17 ปีเศษลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่ง ฐานพรากผู้เยาว์อายุไม่เกินสิบห้าปีจำคุก 3 ปี ฐานกระทำอนาจารผู้เยาว์อายุไม่เกินสิบห้าปีโดยใช้กำลังประทุษร้าย จำคุก 1 ปี ฐานข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกินสิบห้าปีโดยใช้อาวุธปืนและใช้กำลังประทุษร้าย จำคุก 25 ปีเรียงกระทงลงโทษจำเลยแล้วจำคุก 29 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 14 ปี 6 เดือน พิเคราะห์รายงานของผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กจังหวัดสุราษฎร์ธานีแล้ว เห็นควรส่งจำเลยไปฝึกอบรมเพื่อแก้ไขและขัดเกลาความประพฤติของจำเลย อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:893/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 6 ที่ 7 ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องนี้ หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 ถึงที่ 7 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295, มาตรา 335(1)(7) และมาตรา 358ประกอบมาตรา 83 ให้เรียงกระทงลงโทษ จำเลยที่ 4 และที่ 5 อายุ17ปี สมควรพิพากษาลงโทษโดยให้ลดมาตรา ส่วนโทษกึ่งหนึ่ง จำเลยที่ 3 กระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ให้เพิ่มโทษกึ่งหนึ่งฐานทำร้ายร่างกายให้จำคุกจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3, ที่ 6และที่ 7 คนละ 1 ปีจำคุกจำเลยที่ 4 ที่ 5 คนละ 6 เดือนฐานร่วมกันลักทรัพย์ให้จำคุกจำเลยที่ 1, ที่ 2 ที่ 6 และที่ 7 คนละ 3 ปีจำคุกจำเลยที่ 4ที่ 5 คนละ 1 ปี 6 เดือน และจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 4 ปี 6 เดือนฐานร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ให้จำคุกจำเลยที่ 1 ถึง ที่3, ที่ 6และที่ 7 คนละ 6 เดือน จำคุกจำเลยที่ 4 ที่ 5 คนละ 3 เดือนรวมให้จำคุกจำเลยที่ 1 ถึงที่ 2, …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:897/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 จำคุก 1 ปี จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 115) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 200,000บาท (อันดับ 28,93) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้ จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:899/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7,8 ทวิ วรรคหนึ่ง,72 วรรคหนึ่ง,72 ทวิ วรรคสอง ฯลฯ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 371,91 ฯลฯ ลงโทษจำคุกฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยมิได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7 ประกอบกับมาตรา 72 วรรคหนึ่ง มีกำหนด 2 ปี และฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯมาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่งประกอบกับมาตรา 72 ทวิ วรรคสอง ซึ่งเป็นบทหนัก มีกำหนด 1 ปี รวมจำคุก 3 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7,72 วรรคสามที่แก้ไขแล้ว จำคุก 1 ปี มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง,72 ทวิ วรรคสองที่แก้ไขแล้ว และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ลงโทษตามพระราชบ …