มาตราที่อ้างถึง: ป.วิ.อ. 106
1,442 รายการ · หน้า 30 จาก 73
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1392/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 ประกอบมาตรา 265 จำคุกสองปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 265นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 21) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 45,000 บาท (สำนวนธุรการ อันดับ 10 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าเป็นคดีต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเป็นต้องฟังฎีกาของจำเลยที่ 1 ก่อน เมื่อจำเลยที่ 1 ยังไม่ได้ยื่นฎีกา ในชั้นนี้ จึงยังไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1395/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์ที่ได้ยื่นไว้เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 ลงโทษจำคุก 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบของผู้ขอประกัน(อันดับ 50,49) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 80,000บาท (อันดับ 4,39 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง สมควรจะได้พิจารณาฎีกาของจำเลยประกอบเสียก่อน แต่จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาจึงไม่มีเหตุจะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1405/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์ที่ได้ยื่นไว้เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26,75,76 วรรคสอง ฯลฯ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90ความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522มาตรา 75 และมาตรา 76 วรรคสอง มีระวางโทษเท่ากัน จึงให้ลงโทษจำเลยฐานผลิตกัญชาตามมาตรา 75 แต่เพียงบทเดียวให้จำคุก 2 ปี คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษหนึ่งในสาม คงจำคุก 1 ปี 4 เดือน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 113,112) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 80,000 บาท (อันดับ 4,88) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยในระห …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1415/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์ที่ได้ยื่นไว้เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 364,365 และ 278 ประกอบมาตรา 90ลงโทษตามมาตรา 278 ซึ่งเป็นบทหนักจำคุก 1 ปี 6 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 62,61) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวชั้นอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 50,000 บาท (อันดับ 3,49) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 และขณะนี้จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาจึงไม่มีเหตุที่จะปล่อยชั่วคราวในระหว่างนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1416/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอวางสมุดฝากเงินประจำธนาคารออมสินรวมเงินฝาก 80,000 บาท ไว้เป็นประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ แต่ให้ขังจำเลยไว้ในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297(4),83 เห็นว่าจำเลยกับพวกหลายคนใช้อาวุธมีดคัทเตอร์และอาวุธมีดกรีดหน้าและฟันถูกส่วนสำคัญของร่างกายของผู้เสียหายทั้งสองเป็นบาดแผลฉกรรจ์ประกอบกับพฤติการณ์แห่งคดี ให้ลงโทษจำคุก 4 ปี จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 89) ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ตีราคาประกัน 80,000 บาท (อันดับ 75) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาตีราคาค่าประกัน 100,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและหลักประกันเพิ่มแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1417/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 และมาตรา 267 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทลงโทษจำเลยตามมาตรา 267อันเป็นบทหนัก จำคุก 3 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ให้ขังจำเลยในระหว่างฎีกา โจทก์ฎีกา (อันดับ 100) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบของผู้ขอประกัน (อันดับ 105,104) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว ตีราคาประกัน60,000 บาท (อันดับ 3) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ตีราคาประกัน 60,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1419/2532
ความว่า จำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง จำคุก 1 ปี ให้จำเลยและบริวารออกจากป่าสงวนแห่งชาติ ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลดโทษ และยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า พิเคราะห์เหตุแห่งคดีแล้ว ยังไม่มีเหตุสมควรปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ตีราคาค่าประกันหนึ่งแสนสองหมื่นบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1428/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก จำคุก 4 ปี ฯลฯจำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่น ฎีกาต่อไป (สำนวนธุรการ อันดับ 20,19) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวชั้นอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 300,000 บาท (สำนวนธุรการอันดับ 2,6 แผ่นที่ 9) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าเป็นคดีต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเป็นต้องฟังฎีกาก่อน เมื่อจำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่อนุญาตให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:143/2532
ความว่า จำเลยทั้งสามขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14,31,35 ฯลฯ พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 4,7,11,48,72,74,74 ทวิ ฯลฯประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,91 ฯลฯ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน จึงให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป โดยให้ลงโทษฐานทำไม้ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ มาตรา 73ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด กระทงหนึ่ง จำคุกคนละ 2 ปี ฐานแปรรูปไม้ตามมาตรา 73 อีกกระทงหนึ่งจำคุกคนละ 2 ปี รวมโทษจำคุกคนละ 4 ปีจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกคนละ 2 ปี ริบของกลาง จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 43,42) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยทั้งสามชั่วคราวในระหว่างอ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1457/2532
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวเพื่อหาเงินมาผ่อนชำระค่าปรับโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 4,5,6,7,11,47,48,69,73,74,74 ทวิ,74 จัตวา,75 ฯลฯ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33,83,91 ฯลฯ พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 4,5,6,14,31 ฯลฯ เรียงกระทงลงโทษฐานทำไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 31 วรรคสอง จำคุกคนละ 4 ปี ปรับคนละ 60,000 บาท ฐานมีไม้ยังมิได้แปรรูปไว้ในครอบครอง จำคุกคนละ 4 ปี ปรับคนละ 40,000 บาท ฐานแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ 4 ปี ปรับคนละ 40,000 บาท ฐานมีไม้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ 4 ปีปรับคนละ 40,000 บาท รวม 4 กระทง จำคุกคนละ 16 ปี ปรับคนละ180,000 บาท จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพลดโทษให้ก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1458/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมกับคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง ประกอบมาตรา 83 ฯลฯ ลงโทษจำคุก 10 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 11,115 บาท แก่ผู้เสียหาย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ตีราคาค่าประกัน300,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและหลักประกันเพิ่มแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1460/2532
ความว่า ผู้ขอประกันยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นขอให้ศาลอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวในระหว่างฎีกา หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกันโดยให้เรียกจำเลยในสำนวนแรกว่าจำเลยที่ 1 และเรียกจำเลยในสำนวนหลังว่าจำเลยที่ 2 ระหว่างพิจารณา นางสมจิตต์ น้อยแสง ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291,300,39,390,91 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522มาตรา 6,43,78,148,157,160 ฯลฯ การกระทำของจำเลยที่ 1เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291 ลงโทษจำคุก 3 ปี ส่วนจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้อง แต่ให้ขังในระหว่างอุทธรณ์ เว้นแต่จะมีประกันตัวออกไป ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 78,160 วรรคสองอีกกระทงหนึ่งใ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1465/2532
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์แนบท้ายคำร้องนี้ หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 จำคุก 8 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 4 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำคุกจำเลยมีกำหนด 6 ปีจำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง จำคุก 3 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฯลฯ ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับ (อันดับ 57) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 58,56) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 50) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวชั้นอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 200,000 บาท (อันดับ 8,27) คำสั่ง …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1466/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์ที่ได้ยื่นไว้เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,83 ให้จำคุกไว้มีกำหนดยี่สิบปี ฯลฯ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบของจำเลยและผู้ขอประกัน (อันดับ 107,106 แผ่นที่ 1,2) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 300,000 บาท (อันดับ 11,87 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยมีประกัน ตีราคาสี่แสนบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักทรัพย์และดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1468/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานมีฝิ่นและมีมูลฝิ่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ. 2472มาตรา 8,53 และมาตรา 11,53 ทวิ ฯลฯ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91และมีความผิดฐานมีไว้ในความครอบครองซึ่งฝิ่นอันเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 2 โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 17 วรรคแรก,69 วรรคแรก พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2528 มาตรา 10 จำเลยกระทำผิดในขณะพระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ. 2472 ใช้บังคับอยู่ ภายหลังกระทำผิดแล้วได้มีพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2528 ออกใช้บังคับซึ่งมีโทษเบากว่า จึงใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำผิด ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 17 วรรคแรก,69 วรรคแรก พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ( …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1469/2532
ความว่า จำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบมาตรา 83 และมาตรา 288 ประกอบมาตรา 83,80ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 83ซึ่งเป็นบทหนักจำคุก 20 ปี ฯลฯ ไม่ปรากฏในสำเนาสำนวนที่ศาลชั้นต้นส่งไปยังศาลฎีกาว่าจำเลยยื่นอุทธรณ์แล้ว จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่ายังไม่มีเหตุสมควรปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง (อันดับ 11) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 13) คำสั่ง พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหา และพฤติการณ์แห่งคดีแล้วยังไม่มีเหตุที่จะปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยชอบแล้ว จึงมีคำสั่งยืนตามคำสั่งของศาลอุทธรณ์
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1470/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์ที่ได้ยื่นไว้เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343,83 ให้จำคุกจำเลยมีกำหนด5 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 วรรคแรก นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 88,86) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน300,000 บาท (อันดับ 3 แผ่นที่ 3,69) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ยังไม่มีเหตุสมควรให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวระหว่างนี้ ไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1473/2532
ความว่า จำเลยทั้งสองขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์ที่ได้ยื่นไว้เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 391 ให้ลงโทษปรับจำเลยที่ 1 ไว้ 200 บาท จำเลยที่ 2มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371,297(8) ให้เรียงกระทงลงโทษ ข้อหาพกพาอาวุธไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะฯให้ปรับ 80 บาท ข้อหาทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสให้จำคุกไว้ 3 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 2 ไว้ 3 ปี ปรับ 80 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297(8),83 ให้จำคุกไว้ 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาข้อ 2 ของจำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1474/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,297 ให้ลงโทษจำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 2,1) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง สมควรจะได้พิจารณาฎีกาของจำเลยประกอบเสียก่อน จำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกาจึงไม่มีเหตุจะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:148/2532
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ฯลฯ จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 87,357 จำคุก 4 ปี คำรับสารภาพในชั้นจับกุมของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ฯลฯ จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก,83 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 95) ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราว ตีราคาประกัน 100,000 บาท (อันดับ 74 แผ่นที่ 14) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 และขณะนี้จำเลยที่ 2 ยังมิได้ยื่นฎีกา ชั้นนี้จึงไม่มีเหตุที่จะสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างนี้ ให้ยกคำร้อง