มาตราที่อ้างถึง: ป.วิ.อ. 106
1,442 รายการ · หน้า 41 จาก 73
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:346/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,78,157,160 ลงโทษฐานขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 อันเป็นบทหนัก จำคุก 6 ปี ฐานหลบหนีไม่แจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ใกล้เคียงทันที จำคุก 1 เดือน รวมจำคุก 6 ปี 1 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(4),78 วรรคหนึ่ง,157,160 วรรคสอง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบว่าจำเลยจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 93,92) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวโดยศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 200,000 บาท (อันดับ 67) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วครา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:347/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 55,78 ฯลฯ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32 ลงโทษจำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี ฯลฯ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 29,28) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว และในชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน 150,000 บาท (อันดับ 4 และ 16 แผ่นที่ 2) คำสั่ง คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง สมควรจะได้พิจารณาฎีกาของจำเลยประกอบเสียก่อน แต่จำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกา จึงไม่มีเหตุจะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:348/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300,90,91(ที่แก้ไขแล้ว) พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,157,67 วรรคหนึ่ง,152,39,151(ที่แก้ไขแล้ว) ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 1 ปี และผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522มาตรา 67 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยมาตรา 152 ปรับ1,000 บาท และผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522มาตรา 39 ประกอบด้วยมาตรา 151 ปรับ 400 บาท รวมจำคุก1 ปี และปรับ 1,400 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 6 เดือน และปรับ 700บาท ฯลฯ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 1) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและจำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา จึงไม่มีเหตุจะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:349/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 จำคุก 20 ปี ฯลฯ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบว่าจำเลยจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 115,114) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว และในชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน 250,000 บาท (อันดับ 101) คำสั่ง พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีและความหนักเบาแห่งข้อหาแล้วไม่มีเหตุสมควรอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:350/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมกับคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น นางสาวกิ่งกาญจน์จริยา และนางเรณู จริยา ผู้เสียหายทั้งสองยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 278,288,80,83 ฯลฯ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ฯลฯจำเลยอายุ 19 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกฐานกระทำอนาจาร 2 ปี และฐานพยายามฆ่าผู้อื่น จำคุก 33 ปี 4 เดือนรวมจำคุก 35 ปี 4 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง แต่ให้ขังจำเลยไว้ระหว่างฎีกาโจทก์และโจทก์ร่วมทั้งสองต่างยื่นฎีกา (อันดับ 80,81) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 91,90) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว โดยตีราคาประกัน150,000 บาท (อันดับ 5) คำสั่ง อนุญาต …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:351/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ ขอให้ศาลฎีกาโปรดอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7) ฯลฯ จำเลยที่ 1 อายุไม่เกินสิบเจ็ดปีลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่ง ให้ลงโทษจำคุก 2 ปี 6 เดือน ฯลฯ จำเลยรับสารภาพในชั้นสอบสวน ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยที่ 1ไว้ 1 ปี 8 เดือน ฯลฯ คำขออื่นให้ยก จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ และยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์สั่งว่า พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าจำเลยที่ 1 ถูกต้องในข้อหาเดียวกันนี้หลายคดี ชั้นจับกุมและสอบสวนจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ รูปคดีไม่มีเหตุสมควรปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์จึงให้ยกคำร้อง (อันดับ 5) จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 6) คำสั่ง พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ยังไม่มีเหตุสมควรที่จะอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราว ศาลอุทธ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:352/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 7,8,26,75,76,102 ฯลฯประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฯลฯ ลงโทษฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจำคุก 2 ปี และปรับ 20,000 บาท ฐานจำหน่ายกัญชาโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 2 ปี และปรับ 20,000 บาทรวมจำคุก4 ปี และปรับ 40,000 บาท จำเลยรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี และปรับ 20,000 บาทไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 3 ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 โดยให้คุมประพฤติจำเลยไว้มีกำหนด 2 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่รอการลงโทษ ไม่ปรับและไม่คุมประพฤติจำเลย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 50) คำสั่ง พิ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:353/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7,55,72,78 วางโทษจำคุก 6 ปีจำเลยรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงลงโทษจำคุก 3 ปี จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 50) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว และในชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน 150,000 บาท (อันดับ 23,32) คำสั่ง คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกาจึงไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวในระหว่างนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:354/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 17,58,69,91,102 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2528 มาตรา 6,10ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ลงโทษฐานมีฝิ่นไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุก 6 เดือนฐานเสพฝิ่น จำคุก 6 เดือน รวมลงโทษจำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลย 8 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า เฉพาะความผิดฐานมีฝิ่นไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 17 วรรคแรก,69 วรรคแรกนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ(อันดับ 58,57) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว และในชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้น …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:437/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1) จำคุก 4 ปี จำเลยรับสารภาพชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 2 ปี 8 เดือน ฯลฯ จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอ้างว่า เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง (อันดับ 58 แผ่นที่ 3) จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 64,63) ก่อนยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวตีราคาประกัน 120,000 บาท (อันดับ 56 แผ่นที่ 2) คำสั่ง คดีนี้ศาลฎีกาได้มีคำสั่งยืนตามคำสั่งของศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลย จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:438/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 จำคุก 18 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ให้ขังจำเลยไว้ในระหว่างฎีกา ฯลฯ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 75) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างพิจารณาโดยตีราคาประกัน 200,000 บาท (อันดับ 6) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างนี้ ตีราคาค่าประกัน200,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:441/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง แต่ให้ขังจำเลยทั้งสองไว้ระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(7)(11) ลงโทษตามวรรคสาม จำคุกคนละ 2 ปี จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 96) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราว และในชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน 100,000 บาท (อันดับ 7,70) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวระหว่างฎีกา ตีราคา150,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักทรัพย์แล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:442/2532
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง แต่ให้ขังจำเลยทั้งสองไว้ระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(7)(11) ลงโทษตามวรรคสาม จำคุกคนละ 2 ปี จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 98) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราว และในชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน 100,000 บาท (อันดับ 18,74) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวระหว่างฎีกา ตีราคา150,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักทรัพย์แล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:443/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 4,5,6,9,14,31 ฯลฯจำคุก 6 เดือน ปรับ 5,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน ปรับ 2,500 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้เป็นเวลา 2 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ลงโทษจำเลยจำคุก 2 ปีสถานเดียวจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 1 ปี และไม่รอการลงโทษ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบว่าจำเลยจะยื่นฎีกาต่อไป คำสั่ง คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และปรากฏว่าศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยเพราะเหตุต้องห้ามดังกล่าวแล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:447/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์เติมเป็นเงินสดจำนวน 60,000 บาท ซึ่งวางไว้ต่อศาลชั้นต้นแล้วเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264,265,268,83 ลงโทษฐานใช้เอกสารราชการปลอมตามมาตรา 268 วรรค 2 ให้จำคุก 3 ปีจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ (สำนวนธุรการอันดับ 7 แผ่นที่ 2 และแผ่นที่ 1) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์โดยตีราคาประกัน 60,000 บาท (สำนวนธุรการ อันดับ 1) คำสั่ง คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา ในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุจะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราวให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:452/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล จึงประทับฟ้องไว้พิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137 วางโทษจำคุก 1 เดือน คดีไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยกระทำผิดมาก่อน เห็นควรเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนดหกเดือนนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 88) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวและในชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน 20,000 บาท (อันดับ 25,59) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดียังไม่มีเหตุสมควรจะปล่อยชั่วคราวจำเลยในระหว่างนี้ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:46/2532
ความว่า จำเลยที่ 4 ยื่นฎีกาคำสั่ง (น่าจะเป็นคำร้องอุทธรณ์ คำสั่งศาลอุทธรณ์) ขอให้ศาลฎีกาโปรดอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 4 ชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 83 ฯลฯจำคุกคนละ 4 ปี คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยกจำเลยอุทธรณ์ และ ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่าพิเคราะห์แล้วตามพฤติการณ์ แห่งคดี ไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง จำเลยจึงยื่นคำร้องดังกล่าว คำสั่ง ได้พิเคราะห์พฤติการณ์ต่าง ๆ แห่งคดีแล้ว ไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:464/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมกับคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,7,8,26,75,76,102 ฯลฯประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฯลฯ เรียงกระทงลงโทษฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจำคุก 2 ปี ฐานจำหน่ายกัญชาจำคุก 2 ปีรวมจำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2532โดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 51,50) ต่อมาวันที่ 7 มีนาคม 2532 จำเลยยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอ้างว่าฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 และไม่ปรากฏคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกาของจำเลยในสำนวนแต่อย่างใด(อันดับ 57) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว และใน …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:465/2532
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วางโทษจำคุก 2 ปี และมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน ปรับ 900 บาท จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 160 แผ่นที่ 5 แผ่นที่ 1) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวโดยศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 80,000 บาท (อันดับ 11,125) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยที่ 2 ยังมิได้ยื่นฎีกา จึงไม่มีเหตุสมควรให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 2 ในระหว่างนี้ไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:466/2532
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ ขอให้ศาลฎีกาปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,5,7,8,15,66,67,102 ฯลฯเป็นความผิดหลายกรรมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฯลฯ ความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายเฮโรอีนโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายวางโทษจำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 2 กระทง คงลงโทษจำคุกจำเลย 10 ปี ฯลฯ จำเลยอุทธรณ์ และยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์สั่งว่า พิเคราะห์แล้วตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ไม่อนุญาตให้ยกคำร้อง จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 62) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวตีราคาประกัน 250,000บาท (อันดับ 4 แผ่นที่ 3) คำสั่ง พิเคราะห์แล้วตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ที่ศาลอุทธรณ …