มาตราที่อ้างถึง: ป.วิ.อ. 106
1,442 รายการ · หน้า 8 จาก 73
- ฎีกาที่ 2302/2538
โจทก์ฟ้องเรียกค่าปรับจากจำเลยที่ทำสัญญาประกันตัวผู้ต้องหาในชั้นสอบสวนแม้จำเลยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ว่าค่าปรับสูงเกินไปเมื่อศาลเห็นว่ามีเหตุสมควรลดค่าปรับก็ย่อมทำได้เพราะค่าปรับตามสัญญาประกันชั้นสอบสวนเป็นเบี้ยปรับจึงเป็นดุลพินิจของศาลที่มีอำนาจจะลดค่าปรับให้ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา383
- ฎีกาที่ 259/2538
แม้พนักงานสอบสวนไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคลแต่ก็เป็นบุคคลธรรมดาซึ่งกฎหมายกำหนดให้มีอำนาจทำสัญญาประกันได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา106,113จึงย่อมมีอำนาจฟ้องขอให้บังคับตามสัญญาประกันในฐานะเจ้าพนักงานตามอำนาจแห่งหน้าที่โดยชื่อตำแหน่งหน้าที่ของตนได้ส่วนกรมตำรวจไม่ใช่พนักงานสอบสวนและมิได้เป็นคู่สัญญาในสัญญาประกันจึงฟ้องเองหรือมอบอำนาจให้ฟ้องหาได้ไม่
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:18/2537
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอใช้หลักประกันเดิม ตามบัญชีทรัพย์ที่เสนอมาพร้อมคำร้อง หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264,266,268 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 266,341 และมาตรา 341 ประกอบด้วยมาตรา 80 การที่จำเลยทำปลอมขึ้นซึ่งเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการและนำไปใช้อ้างแสดงต่อผู้เสียหายกับได้หลอกลวงผู้เสียหายด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ ก็โดยเจตนาเพื่อให้ได้ไปซึ่งเงินจาก ผู้เสียหายการกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อ กฎหมายหลายบท ซึ่งต้องลงโทษตามมาตรา 268 วรรคแรกประกอบด้วย มาตรา 266 อันเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90แต่การที่จำเลยซึ่งเป็นผู้ใช้เป็นผู้ปลอมเอกสาร ดังกล่าวด้วย จึงต้องโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 266 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง ให้จำคุกกระทงละ 3 ป …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:567/2537
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอใช้หลักประกันเดิมที่วางไว้ในชั้นอุทธรณ์ หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518มาตรา 4,13 ทวิ วรรคหนึ่ง,89 จำคุก 6 ปีคำให้การของจำเลยในชั้นจับกุมและสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 4 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้วางโทษจำคุก5 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุก 3 ปี 4 เดือนนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องนี้ โดยมีคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาภายในกำหนดต่อไป ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 400,000 บาท คำสั่ง เป็นคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและจำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา จึงยังไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1346/2536
ความว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยทั้งสองชั่วคราวในระหว่างฎีกา แต่เนื่องจากจำเลยที่ 1 ได้ถึงแก่กรรมลงบัดนี้ผู้ร้องไม่ประสงค์จะประกันตัวจำเลยอีกต่อไป จึงขอถอนคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวดังกล่าว และคืนหลักประกันแก่ผู้ร้องด้วย โปรดอนุญาต หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา นายณรงค์สุวัฒนพิมพ์ ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(2) ให้ลงโทษจำคุกคนละ 3 เดือนและปรับคนละ 2,000 บาท โทษจำคุกรอไว้คนละ 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(2) ประกอบด้วยมาตรา 362,83โดยไม่ปรับและไม่รอการลงโทษให้จำเลยทั้งสอง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยมีผู้ร้องเป็นผู้ขอประกัน (อันดับ 124 แผ่นที่ 2 และแผ่นที่ 1) คดีอยู่ระหว …
- ฎีกาที่ 4792/2536
พันตำรวจโท ส. ฟ้องผู้ที่ผิดสัญญาปล่อยชั่วคราวในชั้นสอบสวนในฐานะที่เป็นพนักงานสอบสวนซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ให้อำนาจไว้ตามมาตรา 106และ 113 มิได้ฟ้องในฐานะส่วนตัว แม้ว่าในขณะทำสัญญาประกันพันตำรวจโท ส. จะมิได้ดำรงตำแหน่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลสุทธิสาร แต่ในขณะยื่นฟ้องพันตำรวจโทส.ดำรงตำแหน่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลสุทธิสารจึงมีอำนาจฟ้อง หนังสือมอบอำนาจระบุว่า จำเลยที่ 1 มอบอำนาจให้จำเลยที่ 2 เป็นผู้มีอำนาจนำโฉนดที่ดินไปประกัน ป.กับพวกรวม 2 คน ผู้ต้องหาไปจากความควบคุมของพนักงานสอบสวนแทนจำเลยที่ 1 จนเสร็จการซึ่งเป็นการมอบอำนาจให้บุคคลคนเดียวไปกระทำการครั้งเดียว จึงต้องปิดอากรแสตมป์ 10 บาทตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร ข้อ 7(ก) สัญญาที่นายประกันร้องขอให้ปล่อยผู้ต้องหาชั่วคราวไปจากการควบคุมของพนักงานสอบสวนโดยสัญญาว่าจะส่งตัวผู้ต้องหาให้ตามกำหนดนัดของพนักงานสอบสวน ไ …
- ฎีกาที่ 4849/2536
จำเลยที่ 2 ร่วมกับพวกทำหนังสือมอบอำนาจปลอมว่าจำเลยที่ 1มอบอำนาจให้จำเลยที่ 2 นำหลักทรัพย์ไปประกันตัวผู้ต้องหากับโจทก์แล้วจำเลยที่ 2 เข้าทำสัญญาประกันกับโจทก์โดยอาศัยหนังสือมอบอำนาจปลอมดังกล่าว เพื่อให้โจทก์หลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริงและยินยอมให้จำเลยที่ 2 ประกันตัวผู้ต้องหาไป หลังจากนั้นจำเลยที่ 2ได้ไปขอผัดส่งตัวผู้ต้องหากับโจทก์หลายครั้ง โดยเป็นที่ตระหนักดีแก่จำเลยที่ 2 ว่าตนเองมิได้รับมอบอำนาจจากจำเลยที่ 1 แต่อย่างใดจึงเท่ากับจำเลยที่ 2 เข้าทำสัญญาประกันกับโจทก์ในฐานะส่วนตัว
- ฎีกาที่ 139/2535
ค่าปรับตามสัญญาประกันผู้ต้องหาชั้นสอบสวนเป็นเบี้ยปรับถ้าสูงเกินส่วน ศาลลดลงได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 383
- ฎีกาที่ 1851/2535
จำนวนเงินที่ระบุไว้ในสัญญาประกันตัวผู้ต้องหาที่ผู้ประกันทำไว้แก่พนักงานสอบสวนว่า ผู้ประกันจะชำระให้แก่พนักงานสอบสวนเมื่อผู้ประกันผิดสัญญาไม่ส่งตัวผู้ต้องหาได้ตามกำหนดนั้น เป็นการกำหนดค่าเสียหายไว้ล่วงหน้า มีลักษณะเป็นเบี้ยปรับ เมื่อปรากฏว่าผู้ประกันผิดสัญญาประกันโดยไม่สามารถนำผู้ต้องหามาส่งให้พนักงานสอบสวนตามกำหนด แต่ต่อมาได้ติดตามตัวผู้ต้องหาจนถึงชี้ตัวให้เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมมาดำเนินคดีต่อไปได้ ความเสียหายของพนักงานสอบสวนที่ดำเนินคดีแก่ผู้ต้องหาจึงน้อยลง การที่จะให้ผู้ประกันใช้เงินเต็มตามสัญญาประกันในกรณีเช่นนี้ ย่อมเป็นการกำหนดให้ชำระเบี้ยปรับสูงเกินส่วนศาลย่อมลดเบี้ยปรับลงได้ตามที่เห็นสมควร.
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1862/2535
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา บัดนี้จำเลยไม่ประสงค์จะฎีกาและไม่ต้องการจะประกันตัวชั่วคราว ตามที่ยื่นคำร้องไว้ จึงขอยกเลิกการขอปล่อยชั่วคราวดังกล่าว โปรดอนุญาต หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา นางวีณาวุ้นก้อน ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3(5)จำคุก 8 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา(สำนวนธุรการอันดับ 36 แผ่นที่ 2) ระหว่างศาลฎีกาพิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราว จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการอันดับ 37) คำสั่ง อนุญาตให้จำเลยถอนคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ให้ศาลชั้นต้นออกหมายจำคุกคดีถึงที่สุด เมื่อไม่มีฝ่ายใดฎีกา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:191/2535
ความว่า คดีนี้อยู่ระหว่างระยะเวลาฎีกา จำเลยยื่นคำร้องขอให้ ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาไว้ บัดนี้จำเลยประสงค์จะสละสิทธิ ในการฎีกา โปรดมีคำสั่งว่าจำเลยสละสิทธิฎีกาและยกเลิก การพิจารณาคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวของจำเลยด้วย หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา นายทองดี บัวเลิง ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 80,355(ที่ถูก 335) จำคุก 8 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน คดีอยู่ระหว่างระยะเวลาฎีกา จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราว (อันดับที่ 75 แผ่นที่ 2) ต่อมาทนายจำเลยซึ่งใบแต่งทนายความระบุว่า ให้มีอำนาจสละสิทธิในการอุทธรณ์หรือฎีกาด้วย ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 79) คำสั่ง ปรากฏว่าคดีนี้ถึงที่สุดไปแล้วโดยจำเลยมิได้ยื่นฎีกาฉะนั้นจึงไม่จำต้องสั่งคำร้องนี้
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:192/2535
ความว่า จำเลยที่ 3 ที่ 4 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยที่ 3 ที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,335(1)(3)(7) วรรคสามซึ่งได้แก้ไขแล้ว จำคุกคนละ 4 ปี ฯลฯ จำเลยที่ 3 ที่ 4 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 159) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 3 ที่ 4ชั่วคราวโดยศาลอุทธรณ์ตีราคาประกันคนละ 100,000 บาท(อันดับ 8,119) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงสมควรจะได้พิจารณาฎีกาของจำเลยที่ 3 ที่ 4 ประกอบก่อนแต่จำเลยที่ 3 ที่ 4 ยังไม่ได้ยื่นฎีกา จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2034/2535
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น ฯลฯ จำเลยที่ 2 มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 จำคุก 15 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 7 ปี 6 เดือน ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 แต่ให้ขังไว้ระหว่างฎีกาเว้นแต่จะได้มีคำสั่งปล่อยชั่วคราว ส่วนจำเลยที่ 2 จำคุก 15 ปี โดยไม่ลดโทษให้นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว(สำนวนธุรการ อันดับ 62 แผ่นที่ 13) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ตีราคาประกัน 300,000 บาท (สำนวนธุรการ อันดับ 42) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2035/2535
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่สมควร ให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง จำเลยเห็นว่า จำเลยได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาพร้อมกับอุทธรณ์คำสั่งนี้แล้ว และนายประกันได้ยื่นเสนอหลักประกันในราคาสูงกว่าหลักประกันที่วางไว้ในระหว่างการพิจารณาของ ศาลชั้นต้น จำเลยเป็นหัวหน้าครอบครัว ไม่เคยมีประวัติกระทำ ความผิดใด ๆ หรือเคยหลบหนีการปล่อยชั่วคราวมาก่อนโปรดมีคำสั่งให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ด้วย หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,78,157,160 วรรคสอง ข้อหาขับรถประมาท เป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหายและมีผู้ถึงแก่ความตาย เป็นกรรมเดียวกันลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 4 ปี ข้อหาไม่หยุดช่วยเหลือและไม่แสดงตัว แจ้งเหต …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2411/2535
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอใช้หลักประกันเดิมซึ่งวางไว้ในชั้นขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์เป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 ประกอบด้วยมาตรา 83การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษ จำคุกกระทงละ 2 ปี รวม 4 กระทงจำคุก 8 ปี คำรับในชั้นจับกุมและสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 5 ปี 4 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบว่าจำเลยจะยื่นฎีกาภายในกำหนด (อันดับ 57 แผ่นที่ 2, แผ่นที่ 1) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 250,000 บาท (อันดับ 3,41 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ในชั้นนี้ยังไม่มีเหตุสมควรให้ปล่อยชั่วคราวให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2677/2535
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคแรก ที่แก้ไขแล้วลงโทษจำคุก 8 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ให้ขังจำเลยไว้ในระหว่างฎีกา โจทก์ฎีกา (อันดับ 31) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 33) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ตีราคาสามแสนบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและดำเนินการต่อไป ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้ว มีคำสั่งว่าหลักประกันไม่น่าจะบังคับคดีได้ถึงราคาประกัน ให้หาหลักประกันมาเพิ่ม ถ้าเป็นหลักประกันที่มีลักษณะเป็นเงินสดไม่น้อยกว่าห้าหมื่นบาทหลักประกันอื่นไม่น้อยกว่าหนึ่งแสนบาทชั้นนี้ยังไม่อนุญาต (สำนวนธุรการ อันดับ 30,31) คำสั่ง ศาลฎีกาได้อนุญาต …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:27/2535
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตาม พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 11 วรรคหนึ่ง,47,48 วรรคหนึ่ง,69 วรรคสอง(1),73 วรรคสอง(1) พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2494 มาตรา 6 พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2518 มาตรา 19พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2525 มาตรา 4พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 มาตรา 6,16(2), 24,29 พระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าวัง น้ำเขียวและป่าครบุรีในท้องที่ตำบลสะแกราชตำบลวังน้ำเขียวอำเภอปักธงชัยตำบลครบุรีตำบลจระเข้หินตำบลโคกกระชายอำเภอครบุรี และตำบลสระตะเคียน ตำบลโนนสมบุรณ์อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา และป่าแก่งดินสอป่าแก่งใหญ่และป่าเขาสะโตนในท้องที่ตำบลบุพราหมณ์ ตำบลทุ่งโพธิ์ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี ให้เป็นอุทยานแห่งชาติพ.ศ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:783/2535
ความว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น นายสมบูรณ์ วงศ์จรัสกุล ผู้เสียหายที่ 1 ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7,8 ทวิ วรรคหนึ่ง,72 วรรคสาม,72 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297,371 ข้อหามีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่รับอนุญาต และโดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามพฤติการณ์ วางโทษจำคุก 2 ปีข้อหาพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันสมควร และโดยไม่รับอนุญาตหรือโดยไม่มีเหตุจำเป็นและ เร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมาย หลายบท ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เคร …
- ฎีกาที่ 1424/2534
จำเลยทำสัญญาประกันตัวผู้ต้องหาไปจากความควบคุมของร้อยตำรวจโท ช.ในฐานะที่ร้อยตำรวจโทช. เป็นพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลพระโขนง เมื่อจำเลยผิดสัญญาประกัน จำเลยก็ต้องรับผิดชอบต่อพนักงานสอบสวนแม้พันตำรวจโท ช. มิได้ทำการสอบสวนหรือร่วมทำการสอบสวนคดีดังกล่าว ตลอดจนมิใช่เป็นคู่สัญญาประกัน แต่พันตำรวจโท ธ. ในฐานะพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลพระโขนงขณะยื่นคำฟ้องก็มีอำนาจฟ้องจำเลยได้ สัญญาประกันตัวผู้ต้องหาไม่ใช่สัญญาค้ำประกันตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ซึ่งจะต้องบังคับตามมาตรา 104 และมาตรา 118แห่งประมวลรัษฎากร แม้ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ก็ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้.
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1000/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,7,26,75,76,102ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 เรียงกระทงลงโทษ ฐานมีกัญชาไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 2 ปี ฐานจำหน่ายกัญชา จำคุก 2 ปีรวมจำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26 วรรคแรก,75 วรรคแรก, 76 วรรคสองนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยอธิบดีกรมอัยการลงลายมือชื่อรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ (อันดับ 41,40) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว และมีคำร้องประกอบของทนายจำเลย(อันดับ 40,42) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว ชั้นอุทธร …