มาตราที่อ้างถึง: ป.วิ.อ. 108
1,454 รายการ · หน้า 1 จาก 73
- ฎีกาที่ 3594/2557
คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้เพิกถอนการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาที่ 1 เป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นเห็นว่าผู้ต้องหาที่ 1 ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งและไม่มีสิทธิอยู่ในราชอาณาจักร พฤติการณ์ของผู้ต้องหาที่ 1 อาจหลบหนีได้ ซึ่งเป็นดุลพินิจของศาลชั้นต้นที่พิจารณาโดยอาศัยหลักเกณฑ์แห่ง ป.วิ.อ. มาตรา 108 และเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่ไม่ทำให้คดีเสร็จสำนวน กรณีจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ฎีกาคำสั่งนั้นในระหว่างพิจารณาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 196
- ฎีกาที่ 4829/2553
จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราว และคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องเพื่อประกอบการขอให้ปล่อยชั่วคราว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวและยกคำร้องที่ขอให้ไต่สวน จำเลยที่ 2 อุทธรณ์เฉพาะคำสั่งที่ยกคำร้องขอให้ไต่สวนคำร้องเพื่อประกอบการขอให้ปล่อยชั่วคราว ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาต้องห้ามอุทธรณ์ จำเลยที่ 2 ฎีกา เห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นไม่ไต่สวนคำร้องของจำเลยที่ 2 เพื่อประกอบการพิจารณาขอให้ปล่อยชั่วคราวก็สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราว ซึ่งเป็นดุลพินิจของศาลชั้นต้นที่จะพิจารณาโดยอาศัยหลักเกณฑ์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 108 คำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าว จึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่ไม่ทำให้คดีเสร็จสำนวน จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งนั้นในระหว่างพิจารณาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 196 และการที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้คืนถ้อยคำสำนวนพร้อมคำร้องอุทธรณ์คำสั่งแก่ศ …
- ฎีกาที่ 8484/2549
ในการวินิจฉัยคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราว ป.วิ.อ. มาตรา 108 (ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะเกิดเหตุ) บัญญัติให้พิจารณาข้อเหล่านี้ประกอบด้วย (1) ความหนักเบาแห่งข้อหา (2) พยานหลักฐานที่นำมาสืบแล้วมีเพียงใด (3) พฤติการณ์ต่างๆ แห่งคดีเป็นอย่างไร (4) เชื่อถือผู้ร้องขอประกันหรือหลักประกันได้เพียงใด (5) ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะหลบหนีหรือไม่ (6) ภัยอันตรายหรือความเสียหายที่จะเกิดจากการปล่อยชั่วคราวมีเพียงใด หรือไม่ (7) ในกรณีที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยต้องขังตามหมายศาล ถ้ามีคำคัดค้านของพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือโจทก์แล้วแต่กรณี ศาลพึงรับฟังประกอบการวินิจฉัยได้ ดังนั้น การที่จำเลยสั่งในคำร้องลงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2545 ที่ ต. ซึ่งเป็นผู้ขอประกันยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวโจทก์ในระหว่างสอบสวนว่า โจทก์มีที่อยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง ผู้ขอประกันไม่ใช่ญาติของโจทก์ ประกอบกับพนักงานสอบสวนกำลังขยายผลรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีในค …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:11/2545
ความว่า ผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยขอใช้หลักประกันเดิม คำสั่ง พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องที่เป็นภัยอย่างร้ายแรงเมทแอมเฟตามีนของกลางมีจำนวนมากถึง 3,530 เม็ด ยังไม่เห็นควรให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:11/2545
ความว่า ผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยขอใช้หลักประกันเดิม คำสั่ง พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องที่เป็นภัยอย่างร้ายแรงเมทแอมเฟตามีนของกลางมีจำนวนมากถึง 3,530 เม็ด ยังไม่เห็นควรให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:111/2545
ความว่า จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ คำสั่ง พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีประกอบกับศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 10 ปี และจำเลยที่ 1 ไม่ได้โต้แย้งคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ในเหตุผลที่ว่าระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ได้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดอีก 2 คดีและศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ในคดีดังกล่าวคดีหนึ่งไว้ 5 ปี 4 เดือน จึงไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ยกคำร้องของจำเลยที่ 1 ชอบแล้ว มีคำสั่งยืนตามคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 1
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:118/2545
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ คำสั่ง พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหา และพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ยังไม่มีเหตุสมควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ที่จำเลยอ้างว่าป่วยด้วยวัณโรคปอดต้องรับการรักษาโดยแพทย์เฉพาะทาง ขอให้ศาลฎีกาไต่สวนแพทย์ผู้ทำการรักษาเพื่อชี้แจงอาการป่วยของจำเลยนั้นเห็นว่าไม่จำเป็น เพราะหากจำเลยมีอาการป่วยร้ายแรงถึงขั้นอันตราย อธิบดีกรมราชทัณฑ์มีอำนาจอนุญาตให้ออกไปรักษาตัวนอกเรือนจำได้อยู่แล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:128/2545
ความว่า ผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยขอใช้หลักประกันเดิม คำสั่ง พิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีต้องห้ามมิให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง จึงยังไม่สมควรอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยที่จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:134/2545
ความว่า จำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา คำสั่ง พิเคราะห์แล้วเห็นว่า เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 ชั่วคราวแล้ว คำสั่งดังกล่าวย่อมถึงที่สุด แต่จำเลยทั้งสามมีสิทธิจะยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาต่อศาลชั้นต้นได้อีก และคำร้องของจำเลยทั้งสามพอถือได้ว่าเป็นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกาที่ยื่นเข้ามาใหม่ แม้ศาลชั้นต้นยังมิได้พิจารณาคำร้องดังกล่าว แต่เมื่อคำร้องดังกล่าวขึ้นมาสู่การพิจารณาของศาลฎีกาแล้ว ศาลฎีกาเห็นสมควรสั่งคำร้องดังกล่าวเพื่อให้เสร็จไป พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบกับการยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในครั้งนี้ ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นได้อนุญาตให้จำเลยทั้งสามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้แล้ว จึงอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 ชั่วคราวตีราคาคนละสองแสนบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:172/2545
ความว่า ผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยขอใช้หลักประกันเดิม คำสั่ง คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกา หากจำเลยไม่ยื่นฎีกาหรือยื่นฎีกาแล้วศาลไม่รับฎีกาของจำเลย คดีย่อมถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุอันสมควรที่จะอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว ยกคำร้องแจ้งคำสั่งให้จำเลยทราบโดยเร็ว
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:173-174/2545
ความว่า ผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยที่ 1 และที่ 3 ชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยขอใช้หลักประกันเดิม คำสั่ง พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์ต่าง ๆ แห่งคดีแล้ว เห็นว่าข้อหาที่ฟ้องเป็นข้อหาหนักและจำเลยที่ 1 และที่ 3 ให้การรับสารภาพบางข้อหาหากปล่อยจำเลยที่ 1 และที่ 3 ชั่วคราวในระหว่างฎีกา จำเลยที่ 1 และที่ 3 น่าจะหลบหนีจึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:187/2545
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ประกันขอใช้หลักประกันเดิม คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นจำคุกจำเลยมีกำหนด5 ปี ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคแรก และจำเลยยังไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกา ประกอบกับพฤติการณ์ตามข้อกล่าวหาเป็นการกระทำต่อเด็กมีลักษณะเป็นภัยต่อสังคม ชั้นนี้ยังไม่มีเหตุสมควรอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:189/2545
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาด้วยแล้ว คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นโดยให้ลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละไม่เกิน 5 ปี ซึ่งต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ดังนั้น ในชั้นนี้เมื่อจำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา จึงยังไม่สมควรอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกาให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:19/2545
ความว่า ผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยขอใช้หลักประกันเดิม คำสั่ง พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว กรณีไม่มีเหตุสมควรอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกา จึงไม่อนุญาตให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:19/2545
ความว่า ผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยขอใช้หลักประกันเดิม คำสั่ง พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว กรณีไม่มีเหตุสมควรอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกา จึงไม่อนุญาตให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:209/2545
ความว่า จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้มีอัตราโทษสูงถึงประหารชีวิตและศาลชั้นต้นพิพากษาให้ประหารชีวิตจำเลยที่ 2 แม้ศาลอุทธรณ์จะยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลยที่ 2ก็ตาม พฤติการณ์ต่าง ๆ แห่งคดีเช่นนี้ หากให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา จำเลยที่ 2อาจจะหลบหนีและเกิดความเสียหายแก่กระบวนการยุติธรรม จึงไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:214/2545
ความว่า ผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยขอใช้หลักประกันเดิม คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว การลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ของผู้อื่นถือว่าเป็นภัยอย่างร้ายแรงต่อสังคม ในชั้นนี้ยังไม่มีเหตุอันสมควรอย่างอื่นที่จะอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:219/2545
ความว่า ผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยขอใช้หลักประกันเดิม คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนให้จำคุกจำเลยมีกำหนด 6 เดือนคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาและได้รับอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ชั้นนี้จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:229/2545
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 6 ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ปรากฏข้อเท็จจริงตามฎีกาของจำเลยว่าจำเลยได้ชำระค่าปรับตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นแล้ว จำเลยไม่ได้ถูกกักขังแทนค่าปรับ จึงไม่มีเหตุให้ต้องปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ส่วนที่จำเลยขอให้คืนเงินค่าปรับนั้น เมื่อไม่ปรากฏว่าคำพิพากษาของศาลชั้นต้นได้ถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นที่จะทำให้ต้องมีการคืนเงินค่าปรับแก่จำเลย กรณีจึงย่อมจะคืนเงินค่าปรับให้แก่จำเลยไม่ได้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:239/2545
ความว่า ผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยขอใช้หลักประกันเดิม คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้ไขเล็กน้อยและให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาจึงไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวจำเลยในระหว่างฎีกา ยกคำร้อง