มาตราที่อ้างถึง: ป.วิ.อ. 108
1,454 รายการ · หน้า 16 จาก 73
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:243/2533
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 ขอให้ศาลฎีกาปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 80 มาตรา 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯมาตรา 7,8 ทวิ,72,72 ทวิ ลงโทษฐานพยายามฆ่า จำคุก 10 ปี ฐานมีอาวุธปืน จำคุก 1 ปี ฐานพาอาวุธปืนลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 1 ปี รวมจำคุก 12 ปี คำให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนและทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 8 ปี จำเลยอุทธรณ์ จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 สั่งว่า พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง (อันดับ 18) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 20) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่ว …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:247/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 เป็นความผิดสองกรรมให้เรียงกระทงลงโทษ ให้จำคุกกระทงละ 1 เดือน 15 วันรวม 2 กระทง ให้จำคุก 3 เดือนให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีหมายเลขแดงที่ ช.10190/2528 ของศาลนี้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่นับโทษจำเลยต่อ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ(อันดับ 78,77) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2500/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรก จำคุก 8 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา (อันดับ 89) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 86) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน200,000 บาท (อันดับ 3,66) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ตีราคาสองแสนบาทให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2501/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วางโทษจำคุก 1 ปี คำให้การชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 8 เดือน ยกฟ้องโจทก์ข้อหาลักทรัพย์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 67) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน70,000 บาท (อันดับ 4,54) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ตีราคาเจ็ดหมื่นบาทให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2506/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา นายเฉลิมศักดิ์แซ่ฉั่ว และนางสำลี แซ่ฉั่ว หรือสุดใจ บิดามารดาผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เสียหาย ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80,83,91,310,289(7) เรียงกระทงลงโทษความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,310 จำคุกคนละ 2 ปีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80,83,289(7) จำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ตลอดชีวิต เมื่อศาลลงโทษจำคุกจำเลยในความผิดหลังจำคุกถึงตลอดชีวิตแล้วจึงไม่ต้องนำโทษในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,310 มาลงโทษจำเลยอีก คงจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ไว้ตลอดชีวิต ส่วนจำเลยที่ 4 และคำขออื่นของโจทก์นอกจากนี้ให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2507/2533
ความว่า จำเลยที่ 3 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา นายเฉลิมศักดิ์แซ่ฉั่ว และนางสำลี แซ่ฉั่ว หรือสุดใจ บิดามารดาผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เสียหาย ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80,83,91,310,289(7) เรียงกระทงลงโทษความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,310 จำคุกคนละ 2 ปีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80,83,289(7) จำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ตลอดชีวิต เมื่อศาลลงโทษจำคุกจำเลยในความผิดหลังจำคุกถึงตลอดชีวิตแล้วจึงไม่ต้องนำโทษในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,310 มาลงโทษจำเลยอีก คงจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ไว้ตลอดชีวิต ส่วนจำเลยที่ 4 และคำขออื่นของโจทก์นอกจากนี้ให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:251/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358,359 ให้จำคุก 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 63,62) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน100,000 บาท (อันดับ 3,49) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา ในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราวยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2518/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องนี้ หมายเหตุ คดีนี้เดิมศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 853/2532 ของศาลชั้นต้น แต่คดีดังกล่าวถึงที่สุดโดยมิได้อุทธรณ์ คงขึ้นสู่การพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 เฉพาะคดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,7,15,66 วรรคแรก,102ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายบทเดียวกันและมีโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานจำหน่ายเฮโรอีนโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุก 30 ปี ของกลางริบ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ คำสั่ง พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ยังไม่มีเหตุสมควรให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:252/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83,295,297 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295 ให้จำคุก 6 เดือน ความผิดที่โจทก์ฟ้องตามมาตรา 297 ให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยจึงยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 67) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน50,000 บาท (อันดับ 5,56 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา ในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2526/2533
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์ที่ได้ยื่นไว้เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา นางเช็งอ้ายแซ่เตียว มารดาผู้ตายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 290 วรรคแรก พิเคราะห์ถึงประวัติของผู้ตาย และสาเหตุที่ผู้ตายก่อกวนระรานคนของจำเลย ใช้มะม่วงขว้างใส่หน้าภริยาจำเลยก่อนเช่นนี้ เห็นสมควรวางโทษจำเลยสถานเบา ให้จำคุก 6 ปี คำขอนอกเหนือจากนี้ให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการอันดับ 44) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 300,000บาท (สำนวนธุรการอันดับ 3 แผ่นที่ 2, อันดับ 23 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ตีราคาค่าประกันสามแสนบาท ถือหลักประกันเดิ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:253/2533
ความว่า จำเลยทั้งสองขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7) วรรคแรก ให้จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 3 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 19) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยทั้งสองชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ ตีราคาประกันคนละ 70,000 บาท (สำนวนธุรการ อันดับ 7 แผ่นที่ 2,10แผ่นที่ 2) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2538/2533
ความว่า จำเลยที่ 4 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา นายโพยม สุดใหม่ และนายบุญชอบสองแก้ว ผู้เสียหายทั้งสองขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตและต่อมาระหว่างสืบพยานโจทก์จำเลยที่ 3 ถึงแก่ความตาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 3 ออกจากสารบบความ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297,83 เป็นความผิด 2 กระทง เรียงกระทงลงโทษจำคุกกระทงละ 3 ปี รวม 6 ปี ข้อหาอื่นยกและยกฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80,83,91 ที่แก้ไขแล้วให้ลงโทษจำคุกกระทงละ 10 ปี รวมสองกระทงเป็น 20 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 144) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 4 ชั่วคราวทั้งในระหว่างกา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2539/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ประเภท 2 ไว้ในความครอบครอง จำคุก 6 เดือนคำรับสารภาพของจำเลยชั้นสอบสวนและชั้นสืบพยานเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 3 เดือน คำขอนอกจากนี้ให้ยก ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ประเภท 2 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา13,89 จำคุก 5 ปี การที่จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา และของกลางมีไว้เพื่อจำหน่ายไม่มาก ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 3 ปี 4 เดือน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ตีราคาประกัน150,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลั …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2541/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 4,6,13,89 ฯลฯเป็นการกระทำ 2 กรรม ต่างวาระ ให้ลงโทษเรียงกระทงความผิดฐานขายวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 โดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 5 ปี ฐานมีวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 ไว้เพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 5 ปีรวมจำคุก 10 ปี จำเลยรับสารภาพในชั้นจับกุมลดโทษให้หนึ่งในสี่คงจำคุก 7 ปี 6 เดือน ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 13 วรรคหนึ่ง,89 จำคุก 5 ปี จำเลยรับสารภาพชั้นจับกุม ลดโทษให้หนึ่งในสี่คงจำคุก 3 ปี 9 เดือน นอกจากที่แก้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 60 แผ่นที่ 2) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2544/2533
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 มีความผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(3) และ (7),336 ทวิให้จำคุกคนละ 7 ปี 6 เดือน เฉพาะจำเลยที่ 3 เพิ่มโทษหนึ่งในสามเป็นจำคุก 10 ปี จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุม ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 6 ปี 8 เดือน สำหรับจำเลยที่ 1 ให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอที่ให้เพิ่มโทษจำเลยที่ 3 คงจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 7 ปี 6 เดือน จำเลยที่ 3รับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 5 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 44) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:255/2533
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 7(5),26,76,102ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุกจำเลย 8 ปี ข้อนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยไว้ 5 ปี 4 เดือน จำเลยอุทธรณ์ (อันดับ 82) จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่มีเหตุสมควรปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์จึงไม่อนุญาตให้ยกคำร้อง (อันดับ 77) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 89) คำสั่ง พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้วยังไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ศาลอุทธรณ์ยกคำร้องของจำเลยชอบแล้วมีคำสั่งยืนตามคำสั่งของศาลอุทธรณ์
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:256/2533
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ คดีนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกับคดีอื่นอีกคดีหนึ่ง โดยเรียกนายวิโรจน์หรือบูเริงสอาด จำเลยในคดีนี้ว่าจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288,80,288 ประกอบกับมาตรา 83 ลงโทษตามมาตรา 288,83 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด และผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 371 อีกกระทงหนึ่งขณะเกิดเหตุจำเลยอายุ 18 ปี ลดมาตราส่วนโทษกึ่งหนึ่ง เรียงกระทงลงโทษจำคุก 9 ปี และปรับ 40 บาท คำรับสารภาพชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสี่คงจำคุกจำเลย 6 ปี 9 เดือน และปรับ 30 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ให้ขังจำเลยที่ 2ไว้ระหว่างฎีกา จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 155) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวในระหว่างพิจารณาตีราคา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2560/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66 วรรคสองประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และมาตรา 90 ให้ลงโทษฐานจำหน่ายเฮโรอีนซึ่งเป็นบทหนักที่สุด วางโทษจำคุกจำเลยทั้งสองตลอดชีวิต ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ให้ขังจำเลยทั้งสองไว้ในระหว่างฎีกา โจทก์ฎีกา (อันดับ 126) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 135) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวในระหว่างฎีกา ตีราคาค่าประกันหกแสนบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและหลักประกันเพิ่มแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2561/2533
ความว่า จำเลยขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157,191 แต่เห็นว่าการกระทำของจำเลยต่อเนื่องเป็นกรรมเดียวกัน จึงให้ลงโทษตามมาตรา 157 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 4 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 191 วรรคแรก ที่ได้แก้ไขแล้ว ให้ลงโทษจำคุก 4 ปี ข้อหาอื่นให้ยก จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 150,149) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน250,000 บาท (อันดับ 3,128,129) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:258/2533
ความว่า จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยจำเลยทั้งสองชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7,8 ทวิ วรรคหนึ่ง,72 วรรคสาม,72 ทวิ วรรคสอง,78 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในความครอบครอง ลงโทษตามมาตรา 78 จำคุก 10 ปี ข้อหามีอาวุธปืนของผู้อื่นซึ่งได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมาย ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ลงโทษตาม มาตรา 72 วรรคสามจำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพข้อหานี้ในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 4 เดือนข้อหาพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ ข้อหาพาอาวุธปืนของผู้อื่นและของตนซึ่งได้รับ …