มาตราที่อ้างถึง: ป.วิ.อ. 108
1,454 รายการ · หน้า 18 จาก 73
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2753/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 และมาตรา 72ให้จำคุก 3 ปี จำเลยเข้ามอบตัวต่อเจ้าพนักงานและได้ให้การในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีอยู่บ้างลดโทษให้จำเลยหนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี ริบอาวุธปืนและปลอกกระสุนปืนของกลาง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 79,78) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 100,000 บาท (อันดับ 4,56) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา จึงไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2754/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,83 จำคุก 15 ปี จำเลยฎีกาและยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ(อันดับ 80,82,41) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน350,000 บาท (อันดับ 10,59) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ตีราคาห้าแสนบาทให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกัน โดยเรียกหลักประกันเพิ่ม แล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2755/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา นางสินทรขันจันแสง ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291,300,390 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522มาตรา 43,157 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียว ผิดกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 3 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าประสงค์จะฎีกาต่อไป (อันดับ 135,134) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน100,000 บาท (อันดับ 3,113) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2757/2533
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 3ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 133) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277 วรรคแรก ประกอบมาตรา 285 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราอันเป็นบทเฉพาะแล้วก็ไม่ต้องปรับบทฐานกระทำอนาจารอีก จำคุก 12 ปี จำเลยอุทธรณ์ (อันดับ 127) จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งว่า ตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง (อันดับ 123แผ่นที่ 2, อันดับ 128 แผ่นที่ 2) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 133) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น ตีราคาประกัน 150,000 บาท (อันดับ 3) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ตามข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดี ไม่เห็นสมควรอนุญ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2761/2533
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297(8),83 เห็นสมควรลงโทษจำเลยทั้งสองหนักเบาต่างกันตามความร้ายแรงที่ก่อ ให้จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด1 ปี ให้จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 6 เดือน คำให้การชั้นจับกุมชั้นสอบสวนและการนำสืบของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 8 เดือนจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 4 เดือน ข้อหาอื่นให้ยก ริบของกลาง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 80 และ 83ลงโทษจำคุกคนละ 12 ปี คำให้การชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามแล้วคงลงโทษจำคุกคนละ 8 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2762/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264,265,266,83 ลงโทษบทหนักตามมาตรา 266 จำคุก 4 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุก 3 ปี ฯลฯ จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 258) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 200,000 บาท (อันดับ 6,231) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เป็นคดีที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงสมควรที่จะได้ตรวจพิเคราะห์ฟ้องฎีกาของจำเลยที่ 1 ก่อน แต่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ยังมิได้ยื่นฎีกา จึงไม่มีเหตุอันควรให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2783/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักประกันซึ่งวางไว้ในชั้น ขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์เป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 จำคุก 6 เดือน ฯลฯ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 30) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 100,000บาท (สำนวนธุรการ อันดับ 2,16) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2788/2533
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดหลายกรรมให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ฐานปลอมเอกสารราชการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 265 จำคุก 1 ปี ฐานใช้เอกสารสิทธิ์ปลอมตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 265 และมาตรา 268 จำคุก 1 ปี ฐานพยายามฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ประกอบมาตรา 80 จำคุก 6 เดือนฐานมีกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7,72 ปรับ 200 บาท รวมจำคุก 2 ปี6 เดือน ปรับ 200 บาท จำเลยอุทธรณ์ (อันดับ 90) จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า ตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง (อันดับ 86) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 92) …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2794/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง,83 ประกอบมาตรา 340 ตรีจำคุก 15 ปี ฯลฯ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 83,82) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว โดยศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 200,000 บาท (อันดับ 3,67) คำสั่ง พิเคราะห์ตามพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ยังไม่สมควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2795/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 89,106 ลงโทษฐานขาย จำคุก 5 ปี ลงโทษฐานมีไว้ในครอบครอง จำคุก 3 เดือน รวมจำคุก 5 ปี 3 เดือน ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงลงโทษจำคุก 3 ปี 6 เดือน ฯลฯศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 13วรรคหนึ่ง,62 วรรคหนึ่ง,89,106 นอกจากที่แก้ไขให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว และมีคำร้องประกอบของผู้ขอประกัน(อันดับ 142,141) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน150,000 บาท (อันดับ 10,110) ค …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2796/2533
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา นางพริ้งภู่กำจัด ภริยาของผู้ตายยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4),83 ให้ประหารชีวิตจำเลยทั้งสองริบของกลางและเมื่อวางโทษประหารชีวิตชั้นสูงสุดแล้ว คำขอให้นับโทษจำเลยทั้งสองต่อจากคดีอื่น จึงให้ยกเสีย ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 แต่ให้ขังจำเลยที่ 2 ไว้ระหว่างฎีกา นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ โจทก์ร่วม และจำเลยที่ 1 ต่างฎีกา (อันดับ 134,126,131) จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบของผู้ขอประกัน (อันดับ 146,145) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น ตีราคาประกัน 200,000 บาท (อั …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2798/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264,357 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษแก่จำเลย ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 264 จำคุก 1 ปี และตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 จำคุก3 ปี รวมจำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุก 3 ปีศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องของโจทก์สำหรับความผิดฐานปลอมเอกสาร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 ให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานรับของโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 จำคุก3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2800/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ คดีนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกับอีกคดีหนึ่งซึ่งถึงที่สุดแล้วโดยคู่ความไม่ได้ฎีกา โดยเรียกจำเลยทั้งสองในคดีนี้ว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 และเรียกจำเลยของอีกคดีหนึ่งว่าจำเลยที่ 3 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 แต่ให้ขังไว้ในระหว่างอุทธรณ์ ฯลฯ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 83ให้ลงโทษจำคุก 15 ปี ฯลฯ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกา (อันดับ 124,123) จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 125) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 290,000 บาท (อันดับ 16,102) คำสั่ง พิเคราะห์ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2801/2533
ความว่า จำเลยที่ 3 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157,160 กระทงหนึ่ง การกระทำเป็นกรรมเดียวผิดหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 157 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 4 ปี และผิดตามมาตรา 265,268 อีกกระทงหนึ่ง โดยที่จำเลยที่ 3 เป็นผู้ปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการนั้นเอง จึงให้ลงโทษตามมาตรา 268วรรค 2 แต่กระทงเดียว จำคุก 2 ปี รวมโทษจำคุก 6 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 3 มีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14,31 วรรคหนึ่งที่แก้ไขแล้ว พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 11,73วรรคหนึ่ง,69 วรรคหนึ่ง ที่แก้ไขแล้ว ความผิดฐานทำไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507มาตรา 14,31 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 6 เดือน ฐานมีไม้หวง …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2803/2533
ความว่า จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 4 ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343 วรรคหนึ่ง,91,83 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 30 วรรคหนึ่ง,82 ฐานฉ้อโกงประชาชนจำคุก 5 ปี ฐานจัดหางานโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานกลาง จำคุก 4 ปี รวมจำคุก 9 ปี จำเลยที่ 4 อุทธรณ์ และยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง จำเลยที่ 4 จึงยื่นคำร้องดังกล่าว คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 4 ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ตีราคาค่าประกันสามแสนบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2806/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง ประกอบ 340 ตรี,371,83พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7,8 ทวิ วรรคหนึ่ง,72 วรรคหนึ่ง,72 ทวิ วรรคสอง ความผิดฐานชิงทรัพย์ตามมาตรา 339วรรคสอง ประกอบ 340 ตรี จำคุก 15 ปี ฐานมีปืนไม่มีหมายเลขทะเบียนของนายทะเบียนประทับไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 7,72 วรรคหนึ่ง จำคุก 1 ปี ความผิดฐานพาปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน เป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ตามมาตรา 8 ทวิวรรคหนึ่ง,72 ทวิ วรรคสอง อันเป็นบทหนัก จำคุก 6 เดือน รวมจำคุก16 ปี 6 เดือน คำให้การรับสารภาพของจำเลยในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 11 ปีศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2814/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 เป็นความผิดต่างกรรมกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป จำคุก กระทงละ 2 เดือน รวม 3 กระทงจำคุก 6 เดือน ฯลฯ จำเลยฎีกา (อันดับ 122) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 124) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคา 100,000บาท (อันดับ 24 แผ่นที่ 2,103) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ตีราคาหกหมื่นบาทให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกัน และดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2817/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 พิเคราะห์พฤติการณ์แล้วให้ลงโทษจำคุกคนละ 5 ปี จำเลยทั้งสองรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ 3 ปี 4 เดือนข้อหาอื่นให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษา ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง (อันดับ 188,187) จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ202,201) จำเลยที่ 1 เคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 199) ศาลอุทธรณ์และศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ตามลำดับ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 400,000 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:282/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283,83 จำคุก 6 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา (อันดับ 93) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 90,89) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน150,000 บาท (อันดับ 9,70,75) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ตามพฤติการณ์แห่งคดี ไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2848/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300,91 พระราชบัญญัติจราจรทางบกมาตรา 43,78,157,160 วรรคสอง ลงโทษฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส จำคุก 8 เดือน ลงโทษฐานหลบหนี จำคุก 2 เดือนรวมจำคุก 10 เดือน จำเลยรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก5 เดือน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบว่าจำเลยจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 30,29) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ตีราคาประกัน 80,000 บาท (อันดับ 6) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง