มาตราที่อ้างถึง: ป.วิ.อ. 108
1,454 รายการ · หน้า 20 จาก 73
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:306/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137,264,265,266,267,341 และ 342 ประกอบ มาตรา 83 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องเฉพาะข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137,264 และมาตรา 267 ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยกฟ้องระหว่างการพิจารณาโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 3 ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดฐานปลอมเอกสารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 ลงโทษจำคุกคนละ 2 ปีแล้วศาลชั้นต้นแก้ไขคำพิพากษาเป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานปลอมเอกสารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 จำคุกคนละ 2 ปีระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จำเลยที่ 2 ถึงแก่กรรม ศาลอุทธรณ์สั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดั …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:308/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26 วรรคแรก และมาตรา 76 วรรคแรก จำคุก 1 ปี คำให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 8 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 60,59) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน80,000 บาท (อันดับ 1,6,48) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:309/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(7) วางโทษให้หนักขึ้นอีกกึ่งหนึ่งตามมาตรา 336 ทวิ แล้ว ให้จำคุกคนละ 7 ปี 6 เดือน บวกโทษจำคุกจำเลยที่ 3 อีก 1 ปี ซึ่งศาลนี้รอการลงโทษไว้ตามคดีหมายเลขแดงที่ 6117/2529 เป็นจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 8 ปี 6 เดือนให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 คำขออื่นนอกนั้นให้ยกเสีย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบของผู้ขอประกัน (อันดับ 139,138) ศาลชั้นต้นและศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ตามลำดับ ชั้นอุทธรณ์ ศาลฎีกาตีราคาประกัน 200,000 บาท (อันดับ 5,126) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวในระหว่างฎีกา ตีราคาค่าปร …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:320/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 ลงโทษจำคุก 3 ปี คำรับสารภาพในชั้นสอบสวนและเบิกความรับในชั้นพิจารณาของศาลว่ารับซื้อโคของผู้เสียหายจริงเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษเห็นควรลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 2 ปี ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบว่าประสงค์จะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 78) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวทั้งในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน80,000 บาท (อันดับ 13 แผ่นที่ 3,60) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยที่ 1 ยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:52/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอวางเงินสดจำนวน 80,000 บาท เป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก จำคุก 3 ปี คำขออื่นให้ยกเสีย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาในศาลชั้นต้นรับรองและอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง (อันดับ 44) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 36) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลฎีกามีคำสั่ง ยกคำร้อง (สำนวนธุรการ อันดับ 33) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 70,000 บาท (สำนวนธุรการ อันดับ 5,16 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาตีราคาค่าประกันสองแสนบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกัน …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:55/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 ฯลฯ จำคุก 5 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 2 ปี 6 เดือน ฯลฯ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการอันดับ 13) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 150,000 บาท (สำนวนธุรการอันดับ 1,5) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา ในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาปล่อยชั่วคราวให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:69/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 55,78 ให้จำคุก 6 ปีกระทงหนึ่งและมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ 72 ทวิ วรรคสอง และตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 371 แต่ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯมาตรา 72 ทวิ วรรคสองซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ให้จำคุก1 ปี อีกกระทงหนึ่ง รวมจำคุก 7 ปี จำเลยให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 4 ปี 8 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ วรรคแรก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการอันดับ 27) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว ชั้นอุทธรณ์ ตีราคาประกัน 100,000 บาท …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:699/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 จำคุกกระทงละ 1 เดือน รวม 11 กระทง สำหรับความผิดตามเช็ค 4 ฉบับแรกทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง รวมจำคุก 9 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 63) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 180,000บาท (อันดับ 17 แผ่นที่ 2, อันดับ 51 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์ เป็นคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:70/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา นายสมศักดิ์สมร่างนางสาวบุษบาสมร่างและนางสาวปนัดดาชาญนุวงศ์ ผู้เสียหาย ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 300 จำคุก 1 ปี ผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522มาตรา 43,51,148,157 ปรับกระทงละ 500 บาท รวมปรับ1,000 บาท รวมจำคุก 1 ปี และปรับ 1,000 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 173) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน200,000 บาท (อันดับ 6,90) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:709/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7,8 ทวิ,72,72 ทวิ ฯลฯและประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371,91 ฯลฯ เรียงกระทงลงโทษ ข้อหามีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี ข้อหาพาอาวุธปืนติดตัวไปโดยไม่ได้รับอนุญาต ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ,72 ทวิ ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 1 ปี 6 เดือนจำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก1 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7,8 ทวิ วรรคหนึ่ง,72 วรรคหนึ่ง,72 ทวิ วรรคสอง นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบว่า จำเลยจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 61,60) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยช …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:710/2533
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 7,48,72 วรรคสอง ฯลฯ และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ที่แก้ไขแล้ว เรียงกระทงลงโทษ ฐานตั้งโรงงานแปรรูปไม้ไม่รับอนุญาตฐานแปรรูปไม้ไม่รับอนุญาต และฐานมีไม้แปรรูปไว้ในความครอบครองไม่รับอนุญาต จำคุก กระทงละ 1 ปี รวม 3 กระทงจำคุก 3 ปี ฯลฯ จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบว่าจำเลยที่ 2จะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 72,71 แผ่นที่ 2) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวในระหว่างพิจารณาตีราคาประกัน 80,000 บาท (อันดับ 3) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ตีราคาสองแสนบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:715/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136,296,91 ลงโทษฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานจำคุก 2 เดือน ฐานทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน จำคุก 4 เดือน รวมจำคุก6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 29) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โดยตีราคาประกัน 50,000 บาท (อันดับ 6) คำสั่ง ศาลฎีกาอนุญาตให้ผู้ขอประกันถอนคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวแล้วจึงไม่จำต้องสั่งคำร้องนี้
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:716/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง แต่ให้ขังจำเลยไว้ในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 วรรคหนึ่ง จำคุก 3 ปี จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบว่าประสงค์ จะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 86,85) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน80,000 บาท (อันดับ 14,46,65) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ตีราคาหนึ่งแสนบาทให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกัน และหลักประกันเพิ่ม และดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:719/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 4,38,74 ที่แก้ไข แล้ว ลงโทษจำคุก2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง (อันดับ 33,31 แผ่นที่ 2) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 35) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ตีราคาประกัน 80,000 บาท (อันดับ 5) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ตีราคาแปดหมื่นบาทให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกัน และดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:72/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 จำคุก 2 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้กักขังจำเลยมีกำหนด 1 เดือนแทนโทษจำคุก ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 36,35)ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 30,000 บาท (อันดับ 5,16) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:720/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 140,296 ผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษตามมาตรา 140 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 6 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบว่าประสงค์จะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 70,69) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 150,000บาท (อันดับ 15,52) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:723/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 จำคุก 1 ปี ฯลฯ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบว่าจำเลยจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 59,58) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 150,000บาท (อันดับ 8,42 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงสมควรได้พิจารณาคำฟ้องฎีกาของจำเลยประกอบด้วย แต่จำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกามา จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:726/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 334 จำคุก 2 ปี พิเคราะห์ถึงคำรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมตามบันทึกการจับกุมแล้ว ลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุก1 ปี 6 เดือน ฯลฯ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 57) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวโดยศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 100,000 บาท (อันดับ 3,41 แผ่นที่ 15) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:727/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง แต่ให้ขังจำเลยไว้ในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 339 วรรคสี่,83 ลงโทษจำคุก 15 ปี จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว และมีคำร้องประกอบของผู้ขอประกัน คำสั่ง พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ยังไม่สมควรที่จะอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:730/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 การกระทำของจำเลยเป็นความผิด2 กระทง ลงโทษจำคุกกระทงละ 8 เดือน รวมจำคุก 1 ปี 4 เดือนจำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 8 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ลงโทษจำคุกกระทงละ 4 เดือนรวม 2 กระทง จำคุก 8 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 4 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับ (อันดับ 39) จำเลยยื่นคำร้องอุทธร …