มาตราที่อ้างถึง: ป.วิ.อ. 108
1,454 รายการ · หน้า 23 จาก 73
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:911/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอวางเงินสด 80,000 บาท เป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 25(2),27(5),59 ฯลฯจำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปีจำเลยฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษา ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 25,24,23 แผ่นที่ 2 และแผ่นที่ 1) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลฎีกายกคำร้อง (อันดับ 22) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ตีราคาประกัน 80,000 บาท (อันดับ 5) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ตีราคาค่าประกันหนึ่งแสนบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและหลักประกันเพิ่มแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:919/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอวางเงินสดจำนวน 10,000 บาท เป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสอง,340 ตรีประกอบด้วยมาตรา 80,83 ในขณะที่จำเลยทั้งสองกระทำผิด จำเลยทั้งสองมีอายุกว่าสิบสี่ปี แต่ยังไม่เกินสิบเจ็ดปีลดมาตราส่วนโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ให้ระวางโทษจำคุกคนละ 6 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและจากทางพิจารณาของจำเลยทั้งสองนำสืบอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาของศาลอยู่บ้าง ลดโทษให้คนละหนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ 4 ปี ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองได้รับโทษจำคุกมาก่อน ประกอบรายงานแสดงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับจำเลยทั้งสองของสถานพินิจและคุ้มครองเด็กกลางแล้ว เห็นว่ายังไม่สมควรพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสอง อาศัยตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2494 มาตรา 31(2) และ มาต …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:937/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 ที่แก้ไขใหม่ ประกอบมาตรา 281 จำเลยได้ขอขมาผู้เสียหายต่อหน้าศาล มีเหตุอันควรปรานี ให้จำคุก 2 ปีจำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 15) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์โดยตีราคาประกัน 100,000 บาท (สำนวนธุรการ อันดับ 5) คำสั่ง ศาลฎีกาอนุญาตให้ผู้ขอประกันถอนคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวแล้ว จึงไม่จำต้องสั่งคำร้องนี้
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:945/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ แต่ให้ขังจำเลยไว้ในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4) ลงโทษประหารชีวิตคำให้การรับสารภาพของจำเลยในชั้นสอบสวนมีประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกตลอดชีวิตจำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 59) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ตีราคาประกัน 220,000 บาท (อันดับ 46) คำสั่ง พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหา และพฤติการณ์แห่งคดีแล้วยังไม่มีเหตุสมควรปล่อยจำเลยชั่วคราวระหว่างฎีกา จึงไม่อนุญาตให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:947/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291,91 พระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 43,157 ขณะกระทำความผิดจำเลยอายุ18 ปี รู้รับผิดชอบดีแล้วไม่สมควรลดมาตราส่วนโทษให้ ความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายกับฐานขับรถโดยประมาทน่าหวาดเสียว เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 อันเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 4 ปี ข้อหาอื่นให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291,90 ให้ลงโทษจำเลยโดยลดมาตราส่วนโทษหนึ่งในสามแล้ว จำคุก 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบว่า ประสงค์จะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 61, อันดับ 60 แผ่นที่ 2) …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:994/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง แต่ให้ขังจำเลยไว้ในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289(6)(7),339 วรรคท้าย ลงโทษตามมาตรา 289(6)(7)ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด ให้ลงโทษประหารชีวิต และมีความผิดตามมาตรา 199 อีกกระทงหนึ่ง จำคุก 1 ปี คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม เฉพาะความผิดตามมาตรา 289(6)(7) ประกอบด้วยมาตรา 52(1) คงจำคุกตลอดชีวิตและตามมาตรา 199 จำคุก 8 เดือน เมื่อรวมโทษความผิดทุกกระทงแล้วคงให้จำคุกตลอดชีวิต จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 131) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 300,000บาท (อันดับ 4,111) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่าง …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:995/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ลงโทษจำคุก 3 ปี คำให้การ ของจำเลยในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ของศาลอยู่บ้างลดโทษให้จำเลยหนึ่งในสาม คงให้ลงโทษจำคุก จำเลยไว้มีกำหนด 2 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 66,65) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 100,000บาท (อันดับ 3,47 แผ่นที่ 3) คำสั่ง คดีนี้ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก และจำเลยก็ยังไม่ได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงไม่มีเหตุที่จะพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องขอให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:996/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 จำคุก 16 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 69,68) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 550,000บาท (อันดับ 6,50) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ตีราคาสี่แสนบาทให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกัน และดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:997/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ให้จำคุกจำเลยไว้มีกำหนด 2 ปี ข้อหาอื่นให้ยกเสีย ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 จำคุก 10 ปีจำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 6 ปี 8 เดือน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยทนายจำเลยแถลงในคำร้องประกอบว่าจำเลยจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 100,99) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 120,000บาท (อันดับ 22,85) คำสั่ง พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ยังไม่สมควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:998/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3(2) การกระทำของจำเลยผิด 2 กรรม ให้เรียงกระทงลงโทษ ผิดตามคำฟ้อง ข้อ 1 ก. จำคุก 2 เดือน ผิดตามคำฟ้อง ข้อ 1 ข.จำคุก 3 เดือน รวมจำคุก 5 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์ แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 3 เดือน 10 วัน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นฎีกา ฉบับลงวันที่ 23 เมษายน 2533 ศาลชั้นต้นสั่งว่าเป็นฎีกาข้อเท็จจริงแต่คดีนี้ผู้เสียหายขอถอนคำร้องทุกข์เห็นว่าข้อความที่ตัดสินเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุดเพื่อพิจารณาคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์ อนุญาตให้ฎีกาข้อเท็จจริง (อันดับ 76) ต่อมาจำเลยยื่นฎีกาอีกฉบับหนึ่ง ลงวันที่ 26 เมษายน 2533 ศาลชั้นต้นสั่งว่าให้เบิกจำเลยมาถามว่าจ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:999/2533
ความว่า ผู้ประกันขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์ที่ได้ยื่นไว้เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7,8 ทวิวรรคแรก,72 วรรคแรก,72 ทวิวรรคสองประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 เรียงกระทงลงโทษฐานมีอาวุธปืนไม่มีเครื่องหมายของนายทะเบียนและเครื่องกระสุนปืน จำคุก 2 ปี ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว จำคุก 1 ปี รวมจำคุก 3 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ลดโทษให้จำเลย 1 ใน 3คงจำคุก 2 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นผู้ขอประกันยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 56) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวชั้นอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 45,000 บาท (อันดับ 4,40) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1055/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอวางเงินสด 80,000 บาท เป็นหลักประกัน หมายเหตุ โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137 จำคุก 1 เดือน คดีไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยกระทำความผิดมาก่อนเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน ฯลฯ ศาอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนดหกเดือนนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอ้างว่าเป็นฎีกาข้อเท็จจริง(อันดับ 90) จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งและยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 97,100,99) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลฎีกายกคำร้อง (อันดับ 91) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว และในชั้นอุทธรณ์ ศาล …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1056/2532
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอวางเงินสด 80,000 บาท เป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7,72 ฯลฯ จำคุก 6 เดือนและให้นับโทษต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 5944/2530 ของศาลชั้นต้น ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7,72 วรรคสาม ฯลฯนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 32) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราว และในชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน 80,000 บาท (สำนวนธุรการ อันดับ 21แผ่นที่ 3) คำสั่ง คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง สมควรจะได้พิจารณาฎีกาของจำเลยประกอบเสียก่อน แต่จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา จึงไม่มีเหตุจะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1057-1058/2532
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมกับคำร้องแล้ว หมายเหตุ คดีทั้งสองสำนวนนี้ โจทก์เป็นบุคคลเดียวกัน จำเลยในสำนวนหลังเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยที่ 2 ในสำนวนแรก โจทก์ฟ้องเป็นทำนองเดียวกันขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัตว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ฯลฯศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องคดีทั้งสองสำนวนแล้ว เห็นว่าคดีมีมูลจึงมีคำสั่งให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา ระหว่างพิจารณาศาลชั้นต้นรวมพิจารณาคดีทั้งสองเข้าด้วยกัน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2447 มาตรา 3 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,91 จำเลยที่ 1 ออกเช็ค 3 ฉบับผิด 3 กระทง เช็คฉบับแรกสั่งจ่ายเงิน 180,000 บาท ปรับ 10,000 บาทฉบับที่ 2 จำนวนเงิน 225,000 บาท ปรับ 20,000 บาท ฉบับที่ 3จำนวนเงิน 110,000 บาท ปรับ 10,000 บ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1059/2532
ความว่า จำเลยทั้งสองขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,297 ให้จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ8 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 75,76) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว และในชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นตีราคาประกันคนละ 100,000 บาท (อันดับ 3,54) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ที่ 2 ชั่วคราวในระหว่างฎีกา ตีราคาค่าประกันคนละสองแสนบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1060/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานปลอมตั๋วเงินและใช้ตั๋วเงินปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 266,268 จำเลยเป็นผู้ปลอมเอกสารเอง จึงให้ลงโทษฐานใช้ตั๋วเงินปลอมแต่กระทงเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 จำเลยกระทำผิดในฐานนี้หลายกรรมต่างกัน จึงให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป โดยให้จำคุกกระทงละ 3 ปี รวม 3 กระทง เป็นจำคุก 9 ปี การนำสืบของจำเลยซึ่งรับว่าเป็นผู้นำเช็คไปขึ้นเองทั้ง 3 ฉบับ เป็นการให้ความรู้แก่ศาลอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยไว้มีกำหนด 6 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก จำเลยเป็นผู้ปลอมตั๋วเงินให้ลงตาม มาตรา268 วรรคสอง ให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1062/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357,83 จำคุก 2 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 1 ปี 4 เดือน ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคหนึ่ง ฯลฯ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาในศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 67,66,68) จำเลยที่ 1 เคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลฎีกายกคำร้อง (อันดับ 64) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวโดยศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 90,000 บาท (อันดับ 39, แผ่นที่ 6) คำสั่ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1067/2532
ความว่า จำเลยทั้งสิบสี่ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสิบสี่มีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 7,11,48,72,74,74 จัตวา ฯลฯ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,91 ฯลฯ วางโทษฐานทำไม้หวงห้ามโดยมิได้รับอนุญาต จำคุกคนละ 2 ปี ปรับคนละ30,000 บาท ฐานมีไม้หวงห้ามแปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุกคนละ 2 ปี ปรับคนละ 30,000 บาท รวม 2 กรรม จำคุกคนละ4 ปี ปรับคนละ 60,000 บาท จำเลยทั้งสิบสี่ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 2 ปีปรับคนละ 30,000 บาท โทษจำคุกจำเลยทั้งสิบสี่ให้รอไว้มีกำหนด2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จ่ายเงินสินบนนำจับแก่ผู้นำจับกึ่งหนึ่งของค่าปรับโดยจ่ายจากเงินค่าปรับหรือจากเงินค่าขายของกลางที่ศาลสั่งริบแล้วแต่กรณี …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1068/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297,371,91 ให้ลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297จำคุก 3 ปี และฐานพาอาวุธมีดไปในเมืองหรือทางสาธารณะตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ปรับ 100 บาท รวมจำคุกจำเลย3 ปี ปรับ 100 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80 กระทงหนึ่ง ให้ลงโทษจำคุก10 ปี เมื่อรวมกับโทษตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นสำหรับกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 แล้ว เป็นลงโทษจำเลยรวมจำคุก 10 ปี และปรับ 100 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา (อันดับ 85 แผ่นที่ 2) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบของผู้ขอประกัน(อันดับ 91 แผ่นที่ 2 และแผ่นที่ 1) จำเลยเคยยื่นคำร้อ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1069/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497มาตรา 3 ให้จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 14) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว และในชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน 40,000 บาท (สำนวนธุรการ อันดับ 1,7) คำสั่ง คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยไม่รอการลงโทษจำคุกซึ่งมีกำหนด 3 เดือนตามที่จำเลยอุทธรณ์จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเมื่อจำเลยยังไม่ยื่นฎีกาจึงไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวตามคำร้องของจำเลยให้ยกคำร้อง