มาตราที่อ้างถึง: ป.วิ.อ. 108
1,454 รายการ · หน้า 40 จาก 73
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:482/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265,268,341 ประกอบด้วยมาตรา 80ซึ่งเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษตามมาตรา 268 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด จำคุก 2 ปี และผิดตามมาตรา 173 ประกอบด้วยมาตรา174 วรรคสอง อีกกระทงหนึ่ง จำคุก 2 ปี รวมจำคุก 4 ปี ฯลฯ จำเลยฎีกา และยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 120,124 และ 125) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลฎีกาไม่อนุญาต (อันดับ 115) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว และในชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน 200,000 บาท (อันดับ 5,87) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวระหว่างฎีกา ตีราคา 300,000 บาทให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:483/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 จำคุก 3 ปี ข้อนำสืบของจำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 2 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก ฯลฯ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 27) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราว และในชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน 50,000 บาท(สำนวนธุรการ อันดับ 12 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ประกอบกับจำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกาเป็นเหตุให้ไม่อาจนำฎีกามาประกอบในการใช้ดุลพินิจว่ามีเหตุสมควรปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้หรือไม่ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:484/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมกับคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 4,5,6,9,14,31,35 ฯลฯ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ฯลฯ ให้จำคุกคนละ 1 ปีจำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งคงจำคุกคนละ 6 เดือน ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบของผู้ขอประกัน (อันดับ 29,28) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยทั้งสองชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์โดยตีราคาประกันคนละ 100,000 บาท (อันดับ 7) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงสมควรจะได้พิจารณาฎีกาของจำเลยประกอบด้วย แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยยื่นฎีกาแล้วหรืออย่างไร จึงไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:488/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15,67 จำคุก5 ปี ฯลฯ จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาอ้างว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง (อันดับ 87) จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง (อันดับ 88) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 80) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว และในชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน 250,000 บาท (อันดับ 57) คำสั่ง ศาลฎีกามีคำสั่ง ไม่รับฎีกาของจำเลยแล้ว จึงไม่รับคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาไว้พิจารณา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:490/2532
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ ขอให้ศาลฎีกาปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80 จำคุก 10 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม และนำสืบเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 6 ปี 8 เดือน จำเลยอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์สั่งว่า พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ยังไม่มีเหตุสมควรปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 64) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวตีราคาประกัน 100,000บาท(อันดับ 3) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ตีราคาค่าประกัน 150,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:492/2532
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7,8 ทวิ,72,72 ทวิฐานมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตให้จำคุก 2 ปี ฐานพาอาวุธปืนไปในเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาตให้จำคุก 1 ปี ฐานชิงทรัพย์โดยมีอาวุธปืนและร่วมกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 340 ตรี ให้จำคุก 15 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 18 ปี จำเลยที่ 2 พาอาวุธมีดไปในเมืองโดยไม่มีเหตุอันสมควรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ให้ปรับ 100 บาท ฐานชิงทรัพย์โดยมีอาวุธและร่วมกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปตามมาตรา 339 วรรคสองให้จำคุก 10 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 10 ปี ปรับ 100 บาท ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 8 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:493/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(3)(7) วางโทษจำคุก 5 ปี จำเลยที่ 2ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 ปี 6 เดือน จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 มาตรา 83 วางโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 คนละ 2 ปี จำเลยที่ 1 และที่ 3ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาและจำเลยที่ 4 นำสืบเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสาม คงลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 คนละ 1 ปี 4 เดือน ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคสอง จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคหนึ่ง นอกจากท …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:496/2532
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288,80,91 ลงโทษฐานฆ่าผู้อื่น จำคุก 15 ปี ลงโทษฐานพยายามฆ่าผู้อื่นจำคุกกระทงละ 10 ปี รวมจำคุก 35 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 23 ปี 4 เดือน ฯลฯ จำเลยอุทธรณ์ (อันดับ 137) จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 148) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 151) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างพิจารณาโดยตีราคาประกัน 400,000 บาท (อันดับ 10) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราว คำสั่งศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว มีคำสั่งยืนตามคำสั่งของศาลอุทธรณ์
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:509/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4,5,6,10,12,15 ฯลฯ จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 1 ไว้ 3 เดือน จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 จำคุกคนละ 1 เดือน 15 วัน ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 คนละ2,000 บาท อีกสถานหนึ่ง จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงปรับคนละ 1,000 บาท ฯลฯ โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 จ่ายสินบนนำจับคนละกึ่งค่าปรับนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 37,36) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ตีราคาประกัน 50,000 บาท (อันดับ 6 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:510/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอวางเงินสด 50,000 บาท เป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7,8 ทวิ,72,72 ทวิ ฯลฯประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91,371 ฯลฯ ฐานมีอาวุธปืนจำคุก 1 ปีฐานพกพา ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ บทหนักจำคุก 6 เดือนรวมจำคุก 1 ปี 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 9 เดือน ฯลฯ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบว่าจำเลยจะยื่นฎีกาต่อไป (สำนวนธุรการ อันดับ 12 แผ่นที่ 2 และแผ่นที่ 1) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ตีราคาประกัน 50,000 บาท (สำนวนธุรการ อันดับ 2) คำสั่ง คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่างซึ่งให้ลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด 9 เดือน โดยไม่เห็นสมควรให้รอการลงโทษตามที่จำเลยอุทธรณ์ขอมา คดีจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:518/2532
ความว่า จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ขอให้ศาลฎีกาปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 2 มีความผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(3) และ (7),336 ทวิจำคุก 7 ปี 6 เดือน จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ และยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์สั่งว่า ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ให้ยกคำร้องจำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 5) คำสั่ง อนุญาตให้ประกันระหว่างอุทธรณ์ ตีราคาหนึ่งแสนบาทให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:519/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371,91 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯพ.ศ. 2490มาตรา 7,8 ทวิ,72,72 ทวิ จำคุก 2 ปี ฐานพกพาอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงฯ จำคุก 1 ปี รวม 2 กระทงให้จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 14 สำนวนธุรการ) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว และในชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน 50,000 บาท (อันดับ 2,7 สำนวนธุรการ) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เป็นคดีที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงสมควรที่จะได้ตรวจพิเคราะห์คำฟ้องฎีกาของจำเลยก่อน แต่ปรากฏว่าจำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา จึงไม่มีเหตุอันควรปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:522/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7,24,72,73ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32,83,91 ฐานทำอาวุธปืนสำหรับการค้าเพื่อจำหน่ายและมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตเป็นความผิดที่ทำขึ้นในวันเวลาเดียวกันและต่อเนื่องกันเป็นความผิดกรรมเดียวต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษในความผิดฐานทำอาวุธปืนสำหรับการค้าเพื่อจำหน่ายซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 24 และมาตรา 73 ลงโทษจำคุก 2 ปีฐานจำหน่ายอาวุธปืนตามมาตรา 24 และมาตรา 82 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯจำคุก 2 ปี รวมลงโทษจำคุก 4 ปี จำเลยที่ 1 รับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่ามีความประสงค์ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:523/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151,157,264 วรรคแรก,266(1)ให้ลงโทษตามมาตรา 151 ซึ่งเป็นบทหนักและบทเฉพาะ จำคุก 6 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ข้อหาอื่นให้ยก นอกจากที่แก้ให้.เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่า จะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 157,156 แผ่นที่ 2) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างพิจารณาและในชั้นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ตีราคาประกัน 250,000 บาท (อันดับ 3,142) คำสั่ง พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่มีเหตุสมควรปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:524/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 295 ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2515ข้อ 56,83 ประกาศของผู้อำนวยการทางหลวงแผ่นดิน ฉบับลงวันที่14 ธันวาคม พ.ศ. 2519 จำคุก 2 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือนจำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่ามีความประสงค์จะฎีกาต่อไป (อันดับ 26,25) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว และในชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน 80,000 บาท (อันดับ 4,11) คำสั่ง คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง สมควรจะได้พิจารณาฎีกาของจำเลยประกอบเสียก่อน แต่จำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกาจึงไม่มีเหตุจะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ในชั้นนี้ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:529/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341,343,83,91 ฯลฯ พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 30,82 เรียงกระทงลงโทษ ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341,343 จำคุก2 ปี ผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน จำคุก3 ปี รวมจำคุก 5 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ (อันดับ 62,63) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 67 แผ่นที่ 5) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวโดยศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 200,000 บาท (อันดับ 3,46) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ตามพฤติการณ์ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:530/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291,300,390 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 21,22,43,152,157 แต่การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็นบทหนักจำคุก6 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 3 ปี จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 21) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราว และในชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน 150,000 บาท (สำนวนธุรการอันดับ 7 แผ่นที่ 11) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามไม่ให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจำเลยที่ 1 ยังไม่ได้ยื่นฎีกา สมควรฟังฎีกาของจำเลยที่ 1เสียก่อน ในชั้นนี้ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:535/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯพ.ศ. 2490 มาตรา 7,8 ทวิ,72,72 ทวิ ฯลฯ ฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาลงโทษจำคุก 18 ปี ฐานมีอาวุธปืนลงโทษจำคุก 1 ปีฐานพาอาวุธปืนลงโทษจำคุก 6 เดือน รวมลงโทษจำคุก 19 ปี 6 เดือนคำให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงลงโทษจำคุก 13 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง แต่ให้ขังจำเลยไว้ในระหว่างฎีกา โจทก์ฎีกา (อันดับ 58) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 62 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาตีราคาค่าประกัน 200,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:536/2532
ความว่า จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7,8 ทวิ,72,72 ทวิ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ลงโทษข้อหามีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่นไว้ในความครอบครอง จำคุก 1 ปี ข้อหานี้จำเลยเบิกความรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 6 เดือน ข้อหาพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะอันเป็นบทหนัก จำคุก 6 เดือน ลงโทษข้อหาขับขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติรถยนต์พ.ศ. 2522 มาตรา 42,46 จำคุก 1 เดือน จำเลยสืบพยานรับสารภาพผิดในข้อหานี้เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 15 วัน และให้ลงโทษจำเลยทั้งสองข้อหาเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวล …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:537/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ขอให้ศาลฎีกาปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 105) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 268 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 266(4),83, มาตรา 341ประกอบด้วยมาตรา 80 แต่ให้ลงโทษตามมาตรา 268 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 266(4) ซึ่งเป็นบทหนัก เป็นความผิด 2 กระทง ลงโทษจำคุกกระทงละ 6 ปี เรียงกระทงลงโทษตามมาตรา 91 ซึ่งแก้ไขแล้ว รวมจำคุก12 ปี ฯลฯ จำเลยที่ 1 และโจทก์ต่างอุทธรณ์ (อันดับ 93 แผ่นที่ 2,44) จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์สั่งว่า ได้พิจารณาคำร้องของจำเลยที่ 1 ประกอบกับหลักฐานต่าง ๆ แล้ว ไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ถ้าหากจำเลยที่ 1 ป่วยเจ็บจริง ก็มีพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2479มาตรา 30 ให้อำนาจอธิบดีกรมราชทัณฑ์อนุญาตให้ไปรักษาตัว …