มาตราที่อ้างถึง: ป.วิ.อ. 108
1,454 รายการ · หน้า 44 จาก 73
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1383/2531
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอวางเงินสดจำนวน 50,000 บาท เป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264,265,268,91 ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265,268 ให้จำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุก 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 8สำนวนธุรการ) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์โดยตีราคาประกัน 50,000 บาท (อันดับ 1 แผ่นที่ 7 สำนวนธุรการ) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 และขณะนี้จำเลยยังมิไ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1384/2531
ความว่า คดีนี้ ผู้ร้องได้ยื่นขอประกันตัวจำเลยในระหว่างฎีกาบัดนี้ผู้ร้องไม่ประสงค์จะประกันตัวจำเลยนี้อีกต่อไป จึงขอถอนคำร้องขอปล่อยชั่วคราวเสีย ขอได้โปรดอนุญาต หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,91,335(7)(12),362,365 ฯลฯลงโทษฐานลักทรัพย์ จำคุก 1 ปี ฐานบุกรุกตามมาตรา 365 จำคุก6 เดือน รวมจำคุก 1 ปี 6 เดือน คำรับของจำเลยชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 1 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคสอง ที่แก้ไขแล้ว จำคุก 1 ปีคำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามคงเหลือโทษจำคุก 8 เดือนนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมกับคำร้อง (อันดับ 52) ศาลฎีกาได้มีค …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1389/2531
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมกับคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 มาตรา 20,62 ทวิ,69พระราชบัญญัติการประมง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2528 มาตรา 10 ฯลฯประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ลงโทษจำคุกจำเลยคนละ 6 เดือนจำเลยให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงลงโทษจำคุกจำเลยคนละ 3 เดือน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงสมควรจะได้พิจารณาฎีกาของจำเลยประกอบด้วย แต่ไม่ปรากฏหลักฐานตามที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ส่งไปว่า จำเลยยื่นฎีกาแล้วหรืออย่างไรจึงไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1390/2531
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้ยื่นบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณาผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335,80 ฯ ให้จำคุก 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคสอง,80 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 64 แผ่นที่ 2) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นตีราคาค่าประกัน 80,000 บาท (อันดับ 51 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและปรากฏว่าจำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกา เป็นเหตุให้ไม่อาจนำฎีกามาประกอบในการใช้ดุลพินิจว่ามีเหตุสมควรปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างนี้หรือไม่ จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1395/2531
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341,83 จำคุก 2 ปี ฯลฯ จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 128แผ่นที่ 2 และแผ่นที่ 1) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราว และในชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน 300,000 บาท (อันดับ 106) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาตีราคาค่าประกันสี่แสนบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1396/2531
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ คดีของศาลชั้นต้นหมายเลขแดงที่ 7242/2528 นี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกันอีกคดีหนึ่ง โดยเรียกนายมงคล ยอดวิเชียร ว่า จำเลยที่ 2 ระหว่างพิจารณา นายชาญธนะหล่อเสรี ผู้เสียหาย ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ฯลฯ จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,340 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 340 ตรีฯลฯ กระทงหนึ่งจำคุก 18 ปี และมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83,337 วรรคสอง(2) อีกกระทงหนึ่ง จำคุก 2 ปี รวมจำคุก20 ปี ฯลฯ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ต่างฎีกา (อันดับ 169,165,166) จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบของภรรยาจำเลยที่ 2(อันดับ 185,184) จำเลยที่ 2 เคยยื่นคำร้องขอให้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1468/2531
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341,343 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนงาน พ.ศ. 2528 มาตรา 4,30,82แต่จำเลยกระทำผิดก่อนกฎหมายใหม่ประกาศใช้ ซึ่งแตกต่างกับกฎหมายที่ใช้ภายหลังจึงให้ใช้พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนงานพ.ศ. 2511มาตรา 7,27 ซึ่งเป็นคุณแก่จำเลย การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343 ซึ่งเป็นบทหนักให้จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 5 ปีให้นำโทษของจำเลยที่ 1 มีกำหนด 15 วัน ตามคดีหมายเลขแดงที่19239/2527 ของศาลแขวงพระนครเหนือ มาบวกกับคดีนี้ รวมจำคุกจำเลยที่ 1 เป็น 5 ปี15 วัน นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อคดีหมายเลขแดงที่ 2639/2528 ของศาลจังหวัดสระบุรี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่นำโทษจำคุ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1496/2531
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ จำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสอง ประกอบมาตรา 340 ตรีจำคุกคนละ 18 ปี ฯลฯ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา (อันดับ 83) จำเลยที่ 1 ที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ(อันดับ 80,84) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ที่ 2 ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ตีราคาประกันคนละ 200,000 บาท (อันดับ 50) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยจำเลยทั้งสองชั่วคราวในระหว่างฎีกา ตีราคาค่าประกันคนละสองแสนห้าหมื่นบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1499/2531
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ ขอให้ศาลฎีกาปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 80 จำคุก 10 ปีและผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ,72 ทวิ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2522 มาตรา 5และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 3 เดือนจำเลยรับสารภาพในข้อหานี้หลังจากสืบพยานโจทก์ไปเกือบหมดแล้วและข้อนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้างลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 6 ปี 10 เดือน จำเลยอุทธรณ์ จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์สั่งว่าพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ยังไม่มีเหตุให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ จึงไม่อนุ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1501/2531
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมกับคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,340,340 ตรี ฯลฯ ให้จำคุกคนละ 18 ปี คำรับสารภาพในชั้นสอบสวนของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ12 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสอง,340 ตรี ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2แต่ให้ขังจำเลยที่ 2 ไว้ระหว่างฎีกา นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 128) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวในระหว่างฎีกา ตีราคาค่าประกัน 150,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1503/2531
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264,265,268 ซึ่งเป็นความผิดกระทงเดียวให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 จำคุก 3 ปีจำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือนของกลางริบ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 10 แผ่นที่ 2) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์โดยตีราคาประกัน 60,000 บาท (สำนวนธุรการ อันดับ 3 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 และจำเลยยังมิได้ฎีกามา ไม่สมควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1504/2531
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยจำเลยขอใช้หลักทรัพย์เดิมเป็นหลักประกันในชั้นฎีกา หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรก,80,279 วรรคสอง ฯลฯแต่การกระทำความผิดดังกล่าวเป็นกรรมเดียวให้ลงโทษบทหนักตามมาตรา 279 วรรคสอง จำคุก 6 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรก,80,279 วรรคแรกให้ลงโทษบทหนักตามมาตรา 277 วรรคแรก,80 ฯลฯ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 87,86) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว โดยศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 200,000 บาท (อันดับ 6,64) คำสั่ง พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1505/2531
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ประกันได้ยื่นบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดฐานทำเอกสารปลอมและทำดวงตรารอยตราปลอมตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 265,251 กระทงหนึ่งซึ่งโทษตามมาตรา 251 เป็นบทหนักกับมีความผิดฐานใช้เอกสารปลอมและใช้รอยตราปลอมตามมาตรา 268วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 265 และมาตรา 252 อีกด้วย ซึ่งโทษตามมาตรา 252 เป็นบทหนัก และมาตรา 263 ให้ลงโทษตามมาตรา251 กระทงเดียวคงจำคุกมีกำหนด 5 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 12) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ตีราคาค่าประกัน 100,000 บาท (อันดับ 2) คำสั่ง คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 และจำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงไม่มีเหตุอนุญาตให้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1506/2531
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรค 2 ประกอบด้วยมาตรา340 ตรี,83 ฯ จำคุก 18 ปี ฯลฯ จำเลยที่ 1 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 88,90) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราว ตีราคาค่าประกัน 180,000 บาท (อันดับ 10) คำสั่ง พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้วไม่มีเหตุสมควรให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวในระหว่างฎีกาไม่อนุญาตให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1508/2531
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289,83 ลงโทษประหารชีวิต ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ให้ขังจำเลยไว้ในระหว่างฎีกา ฯลฯ โจทก์ฎีกา (อันดับ 73 แผ่นที่ 2) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 78) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ตีราคาค่าประกัน 400,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและหลักประกันเพิ่ม แล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1511/2531
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอวางเงินสด 60,000 บาท เป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91,264,265,268 ฯลฯ ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคท้าย โดยวางโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 268 วรรคแรก จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี6 เดือน ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยฐานทำเอกสารราชการปลอมและใช้เอกสารดังกล่าวปลอมครั้งแรก (ขาออก)ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรค 2 แต่กระทงเดียวซึ่งต้องระวางโทษตามมาตรา 265 ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 268วรรค 1 จำคุก 3 ปี และฐานใช้เอกสารราชการปลอมครั้งหลัง(ขาเข้า) ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรค 1 ต้องระวางโทษตามมาตรา 265 จำคุก 3 ปี รวมจำคุก 6 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลด …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1512/2531
ความว่า จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก จำคุกคนละ 3 ปี ฯลฯ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง (อันดับ 10) จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 12) โดยทนายจำเลยที่ 2 เป็นผู้ลงชื่อในคำร้อง แต่ไม่ปรากฏใบแต่งทนายในถ้อยคำสำนวนที่ส่งมาศาลฎีกา คำสั่ง พิเคราะห์คำร้องอุทธรณ์คำสั่งโดยตลอดแล้ว เห็นว่ามีเหตุสมควรให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 2 ในระหว่างอุทธรณ์ตีราคาค่าประกันหนึ่งแสนบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1513/2531
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 วรรคแรก จำคุก 3 ปี ฯลฯ จำเลยอุทธรณ์ จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง (อันดับ 13) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 15) โดยทนายจำเลยเป็นผู้ลงชื่อในคำร้อง แต่ไม่ปรากฏใบแต่งทนายในถ้อยคำสำนวนที่ส่งมาศาลฎีกา คำสั่ง พิเคราะห์คำร้องอุทธรณ์คำสั่งโดยตลอดแล้ว เห็นว่ามีเหตุสมควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยในระหว่างอุทธรณ์ตีราคาค่าประกันหนึ่งแสนบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและหลักประกันเพิ่ม แล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1514/2531
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรค 2 จำเลยอายุ 17 ปีลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75จำคุกจำเลย 8 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 4 เดือน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบของผู้ขอประกัน(อันดับ 25 แผ่นที่ 2 และแผ่นที่ 1) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ตีราคาประกัน 70,000 บาท (อันดับ 9 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ตามพฤติการณ์แห่งคดี ไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวในระหว่างนี้ ไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:164/2531
ความว่า จำเลยที่ 4 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า ฯลฯ จำเลยที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283 วรรคสอง,310,83 และพระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2503 มาตรา 8 การกระทำของจำเลยที่ 4เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทลงโทษตามมาตรา 283 วรรคสอง ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 7 ปี จำเลยที่ 4 รับสารภาพชั้นจับกุมเป็นการลุแก่โทษต่อเจ้าพนักงาน ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 4 ปี 8 เดือน ฯลฯ จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 111แผ่นที่ 6, ที่ 1 และที่ 2) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 4 ชั่วคราวโดยศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 300,000 บาท (อันดับ 86) คำสั่ง พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้วยังไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 4 ชั่วคราว ยกคำร้อง