มาตราที่อ้างถึง: ป.วิ.อ. 39
1,378 รายการ · หน้า 31 จาก 69
- ฎีกาที่ 1009/2533
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ ระหว่างพิจารณาคดีในศาลชั้นต้น โจทก์จำเลยตกลงกันได้และต่างแถลงร่วมกันว่าจำเลยได้ชำระเงินแก่โจทก์เกือบหมดแล้ว ส่วนที่เหลือจำเลยจะนำเงินมาชำระให้โจทก์ในวันรุ่งขึ้นจากวันที่ตกลงกันโดยจำเลยจะออกเช็คเงินสดให้โจทก์ไว้ โจทก์รับว่าเมื่อได้รับเงินตามเช็คที่จำเลยออกให้แล้วโจทก์จะคืนเช็คอีก 2 ฉบับที่จำเลยที่ 3 ออกให้ไว้ล่วงหน้าแก่จำเลยและโจทก์จะถอนฟ้อง ศาลชั้นต้นจึงเลื่อนการอ่านคำพิพากษาไป เมื่อถึงวันนัดฟังคำพิพากษา ทนายโจทก์ยื่นคำร้องว่าจำเลยได้ชำระหนี้ตามเช็คแล้ว ทนายโจทก์เห็นควรให้ถอนฟ้อง แต่โจทก์ไม่ยอมถอนฟ้องดังนี้เมื่อคดีเป็นความผิดต่อส่วนตัว และใบแต่งทนายความปรากฏว่าทนายโจทก์มีอำนาจประนีประนอมยอมความแทนโจทก์ได้ ทนายโจทก์ย่อมจะขอยอมความได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 35 วรรคสองและมีผลผูกพันโจทก์ เมื่อโจทก์ได้ร …
- ฎีกาที่ 1009/2533
ระหว่างการพิจารณาคดีในศาลชั้นต้น โจทก์จำเลยตกลง กันได้ และต่าง แถลงต่อ ศาลร่วมกันว่าจำเลยได้ ชำระเงินแก่โจทก์เกือบหมดแล้วส่วนที่เหลือจำเลยจะนำเงินมาชำระให้โจทก์ในวันรุ่งขึ้นจากวันที่ตกลง กันโดย จำเลยจะออกเช็ค เงินสดให้โจทก์ไว้ ทนายโจทก์แถลงว่าเมื่อได้ รับเงินตาม เช็ค ที่จำเลยออกให้แล้วโจทก์จะคืนเช็ค เดิม ที่จำเลยที่ 3 ออกให้ไว้ล่วงหน้าแก่จำเลย และโจทก์จะถอนฟ้องจำเลยศาลชั้นต้นจึงเลื่อนการอ่านคำพิพากษาไป เมื่อถึง วันนัดฟังคำพิพากษา ทนายโจทก์ยื่นคำร้องว่าจำเลยได้ ชำระหนี้ตาม เช็ค แล้วทนายโจทก์เห็นควรให้ถอนฟ้อง แต่ โจทก์ไม่ยอมถอนฟ้อง ดังนี้เมื่อคดีเป็นความผิดต่อส่วนตัว และใบแต่งทนายความปรากฏว่าทนายโจทก์มีอำนาจประนีประนอมยอมความแทนโจทก์ได้ ทนายโจทก์ย่อมจะขอยอมความได้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 35 วรรคสอง และมีผลผูกพันโจทก์การที่ทนายโจทก์แถลงต่อหน้าศาลว่าจะถอนฟ้องไม่ ดำเนินคดีแก่จำเลยและเมื่อโจทก์ได้ รับ …
- ฎีกาที่ 1009/2533
โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯระหว่างพิจารณาคดีในศาลชั้นต้น โจทก์จำเลยตกลงกันได้และต่างแถลงร่วมกันว่าจำเลยได้ชำระเงินแก่โจทก์เกือบหมดแล้ว ส่วนที่เหลือจำเลยจะนำเงินมาชำระให้โจทก์ในวันรุ่งขึ้นจากวันที่ตกลงกันโดยจำเลยจะออกเช็คเงินสดให้โจทก์ไว้ โจทก์รับว่าเมื่อได้รับเงินตามเช็คที่จำเลยออกให้แล้ว โจทก์จะคืนเช็คอีก2 ฉบับที่จำเลยที่ 3 ออกให้ไว้ล่วงหน้าแก่จำเลย และโจทก์จะถอนฟ้องจำเลย ศาลชั้นต้นจึงเลื่อนการอ่านคำพิพากษาไป เมื่อถึงวันนัดฟังคำพิพากษา ทนายโจทก์ยื่นคำร้องว่าจำเลยได้ชำระหนี้ตามเช็คแล้ว ทนายโจทก์เห็นควรให้ถอนฟ้อง แต่โจทก์ไม่ยอมถอนฟ้อง ดังนี้เมื่อคดีเป็นความผิดต่อส่วนตัว และใบแต่งทนายความปรากฏว่าทนายโจทก์มีอำนาจประนีประนอมยอมความแทนโจทก์ได้ทนายโจทก์ย่อมจะขอยอมความได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 35 วรรคสองและมีผลผูกพันโจทก์ เมื่อโจทก์ได้รับเงินตามเช็คที่จ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1012/2533
ความว่า เนื่องจากผู้เสียหายตกลงประนีประนอมยอมความกับจำเลยได้โดยจำเลยได้นำเงินมาชำระให้ผู้เสียหายครบถ้วนตามข้อตกลงแล้วผู้เสียหายไม่ประสงค์จะเอาผิดแก่จำเลยอีกต่อไป จึงขอถอน คำร้องทุกข์ โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์และจำเลยแถลงข้างคำร้องว่าไม่คัดค้าน(อันดับ 85) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3(2) การกระทำของจำเลยผิด 2 กรรม ให้เรียงกระทงลงโทษ ผิดตามคำฟ้องข้อ 1ก.จำคุก 2 เดือน ผิดตามคำฟ้องข้อ 1ข. จำคุก 3 เดือน รวมจำคุก5 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 3 เดือน 10 วัน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นฎีกา ฉบับลงวันที่ 23 เมษายน 2533 ศาลชั้นต้นสั่งว่าเป็นฎีกาข้อเท็จจริงแต่คดีนี้ผู้เสียหายขอถอนคำร้องทุกข์เห็นว่าข้อความที่ตัดสินเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุดเพื่อพิจารณาคำร้องขอถอน …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1023/2533
ความว่า เนื่องจากโจทก์และจำเลยตกลงกันได้แล้วโดย จำเลยยินยอมจ่ายเงินให้แก่โจทก์จำนวน 110,000 บาท โจทก์ จึงไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยต่อไป จึงขอถอนฟ้องคดีนี้โปรดอนุญาต หมายเหตุ จำเลยแถลงท้ายคำร้องไม่คัดค้าน (อันดับ 99) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 จำเลยกระทำความผิดสามกรรม ลงโทษกรรมแรกจำคุก 5 เดือนกรรมที่สองจำคุก 3 เดือน และกรรม ที่สามจำคุก 5 เดือน รวมจำคุก13 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับ (อันดับ 91) จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง (อันดับ 100) โจทก์ยื่นคำร้องดังกล่าวโดยทนายโจทก์ซึ่งมีอำนาจถอนฟ้องลงชื่อในคำร้อง (อันดับ 99,2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คดีเป็นคดีความผิดต่อส่วนตัว โจทก์จะถอนฟ้องหรือยอมความในเวลาใดก่อนคดีถึงที่สุดก็ได้ คดีนี้เป็นความผิดต่อส่วนตัว โจทก์ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1120/2533
ความว่า เนื่องจากโจทก์ จำเลย สามารถตกลงประนีประนอมยอมความกันได้ โดยจำเลยยินยอมชำระเงินค่าเสียหายแก่โจทก์จนเป็นที่พอใจแล้วโจทก์ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยอีกต่อไป จึงขอถอนฟ้องโปรดอนุญาต หมายเหตุ ทนายจำเลยแถลงท้ายคำร้องว่าไม่คัดค้าน (อันดับ 94)โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2477 มาตรา 3จำคุก 5 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 86) จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 91) โจทก์ยื่นคำร้องดังกล่าว โดยทนายโจทก์ผู้ลงชื่อในคำร้องมีอำนาจถอนฟ้องได้ (อันดับ 94,2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้เป็นความผิดต่อส่ว …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1131/2533
ความว่า เนื่องจากจำเลยและผู้เสียหายตกลงกันได้ ผู้เสียหายไม่ประสงค์ที่จะดำเนินคดีกับจำเลยอีกต่อไป จึงขอถอนคำร้องทุกข์โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์และจำเลยแถลงข้างคำร้องว่าไม่คัดค้าน(อันดับ 48) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3(2)จำคุก 5 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลดโทษจำเลยหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน 10 วันนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ผู้ร้องยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 48) คำสั่ง คดีความผิดต่อส่วนตัว ผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39(2) จำหน่ายคดี
- ฎีกาที่ 1211/2533
จำเลยเป็นหนี้โจทก์ 54,600 บาท โจทก์จำเลยทำบันทึกข้อตกลงกันไว้ที่สถานีตำรวจว่า จำเลยจะชำระหนี้แก่โจทก์โดย ออกเช็คลงวันที่ล่วงหน้าสั่งจ่ายเงินตาม จำนวนหนี้แก่โจทก์ โจทก์ไม่ติดใจฟ้องจำเลยเป็นคดีแพ่งและคดีอาญาครั้นเช็ค ถึง กำหนด จำเลยนำเงิน5,000 บาทไปชำระหนี้แก่โจทก์ และได้ ออกเช็ค พิพาทชำระหนี้ส่วนที่เหลือมอบให้โจทก์ไว้ แต่ สั่งจ่ายเงินขาดไป 1,000 บาท โดย รับรองว่าจะชำระให้โจทก์ในคราวหน้า ครั้นวันเช็ค พิพาทถึง กำหนด จำเลยนำเงินไปชำระแก่โจทก์ 2,000 บาท เป็นการชำระเงินที่ขาดอยู่ 1,000 บาทและให้ค่าเสียหายแก่โจทก์อีก 1,000 บาท ต่อมาโจทก์เรียกเก็บเงินตาม เช็ค พิพาท ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ดังนี้ ถือ ไม่ ได้ว่าเป็นการยอมความในกรณีความผิดตาม เช็ค พิพาทซึ่ง จำเลยออกชำระหนี้แก่โจทก์แทนเช็ค ฉบับ จำนวน เงิน 54,600 บาท.
- ฎีกาที่ 1361/2533
เดิมโจทก์ฟ้องจำเลยข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค ระหว่างออกหมายจับจำเลยตกลงผ่อนชำระหนี้โดยชำระเงินสดส่วนหนึ่ง และสั่งจ่ายเช็คชำระส่วนหนึ่ง โจทก์จึงถอนฟ้อง ต่อมาธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คดังกล่าวดังนี้ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปเฉพาะคดีเดิมเท่านั้น เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คที่ออกใหม่วันใด ก็เป็นความผิดที่เกิดขึ้นใหม่วันนั้น โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ ในเช็คดังกล่าวได้.
- ฎีกาที่ 1361-1363/2533
เดิมโจทก์ฟ้องจำเลยข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค ระหว่างออกหมายจับจำเลยตกลงผ่อนชำระหนี้โดยชำระเงินสดส่วนหนึ่ง และสั่งจ่ายเช็คชำระส่วนหนึ่ง โจทก์จึงถอนฟ้อง ต่อมาธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คดังกล่าวดังนี้ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปเฉพาะคดีเดิมเท่านั้น เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คที่ออกใหม่วันใด ก็เป็นความผิดที่เกิดขึ้นใหม่วันนั้น โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ ในเช็คดังกล่าวได้
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:162/2533
ความว่า เนื่องจากโจทก์ (น่าจะเป็นผู้เสียหาย) ได้รับเงินจากจำเลยเรียบร้อยแล้ว โจทก์ (น่าจะเป็นผู้เสียหาย) จึงไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยอีกต่อไปและขอถอนคำร้องทุกข์คดีนี้ โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์แถลงไม่คัดค้าน (อันดับ 89) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกจำเลยกระทงความผิดละ 3 เดือนรวมสองกระทงเป็นจำคุก 6 เดือน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับ (อันดับ 69) จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง (อันดับ 73) ศาลฎีกาสั่งคำร้องและส่งไปศาลชั้นต้นเพื่อนัดคู่ความฟังแล้ววันนัดฟังคำสั่ง ผู้เสียหายยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 89) คำสั่ง พิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้เป็นคดีอาญาความผิดต่อส่วนตัวและยังไม่ถึงที่สุด ผู้เสียหายจะถอนคำร้องทุกข์เสียเมื่อใดก็ได้เมื่อผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตา …
- ฎีกาที่ 1808/2533
คดีอาญาความผิดต่อส่วนตัวโจทก์จะถอนฟ้องในเวลาใด ก่อนคดีถึงที่สุดก็ได้ เมื่อจำเลยไม่คัดค้าน และศาลอนุญาตให้ถอนฟ้องสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39(2).
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1826/2533
ความว่า เนื่องจากจำเลยได้ชดใช้ค่าเสียหายจนเป็นที่พอใจแล้ว ผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความกับจำเลยอีกต่อไป จึงขอถอนคำร้องทุกข์ โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 57) ส่วนจำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352 วรรคแรก จำคุก 1 ปี คำขออื่นให้ยก ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 55) จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกา(อันดับ 58) ผู้เสียหายยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 57) ศาลชั้นต้นสั่งนัดพร้อมและสอบโจทก์แล้วแถลงรับว่านายสุชาติจิตรเย็น เป็นผู้เสียหายคดีนี้จริง และสอบผู้เสียหายแล้วยืนยันถอนคำร้องทุกข์ตามคำร้อง จึงให้รวบรวมคำร้องดังกล่าวของผู้เสียหายพร้อมกับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยส่งไปศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่งต่อไป(อันดับ 59) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คดีนี้เป็นความผิดต่อส่ว …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2281/2533
ความว่า เนื่องจากโจทก์ร่วมได้ประนีประนอมยอมความกับจำเลยโดยจำเลยนำเงินมาชำระให้แก่โจทก์ร่วมเป็นที่พอใจแล้ว โจทก์ร่วมจึงไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยอีกต่อไป ซึ่งโจทก์ร่วมได้ถอนคำร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานตำรวจแล้ว โปรดอนุญาต หมายเหตุ จำเลยแถลงท้ายคำร้องไม่คัดค้าน (อันดับ 145แผ่นที่ 2) ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 จำคุก1 ปี คำรับของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 9 เดือน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับ (อันดับ 130) จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง (อันดับ 133) ศาลฎีกาสั่งคำร้องและสั่งไปศาลชั้นต้นเพื่อนัดคู่ความฟังแล้วก่อนวันนัดฟังคำสั่ง โจทก์ร่วมยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 145แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้เป็นความผ …
- ฎีกาที่ 2282/2533
ปัญหาข้อกฎหมายว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมและขาดอายุความเป็นปัญหาเกี่ยวกับความถูกต้องสมบูรณ์ของคำฟ้องตาม ป.วิ.อ.มาตรา 158(5) และอายุความเป็นเรื่องเกี่ยวกับอำนาจฟ้อง จึงเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ดังนี้ แม้จำเลยเพิ่งจะยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาศาลฎีกาก็เห็นสมควรรับวินิจฉัยให้ ความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯเกิดขึ้นเมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค หาใช่เกิดในวันที่จำเลยเขียนเช็คพิพาทมอบให้แก่โจทก์ไม่.
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2370/2533
ความว่า คดีนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ปรากฏว่านายพริ้ง ทองคำใส จำเลยที่ 8 ได้ถึงแก่กรรมแล้วเมื่อวันที่ 12พฤษภาคม 2533 ปรากฏตามภาพถ่ายใบมรณบัตรที่แนบท้ายคำร้องโปรดมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 8 ด้วย หมายเหตุ โจทก์แถลงไม่คัดค้าน (อันดับ 379 แผ่นที่ 3)ระหว่างพิจารณาจำเลยที่ 7 ถึงแก่ความตาย ศาลชั้นต้นมี คำสั่งให้จำหน่ายคดี ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จำคุก 5 ปี จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 สองกระทง ให้เรียงกระทงลงโทษ จำคุกกระทงละ 5 ปี รวมจำคุก 10 ปี จำเลยที่ 3 ที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 สองกระทง ให้เรียงกระทงลงโทษจำคุกกระทงละ 6 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 3 ที่ 4 คนละ 12 ปี จำเลยที่ 8 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86,151,157 รวมสองกระทงให้ลงโทษตามมาตรา 86,151 ซึ่งเป็นบทหน …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2972/2533
ความว่า จำเลยได้ยื่นฎีกาไว้ บัดนี้ โจทก์ โจทก์ร่วม และจำเลยตกลงกันได้แล้ว จึงขอถอนฎีกา โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น ห้างหุ้นส่วนจำกัดห้างขายทองโต๊ะกังเยาวราช ผู้เสียหาย ได้ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลอนุญาต ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352,83 ลงโทษจำคุก 2 ปี และให้จำเลยคืนหรือชดใช้ราคาทรัพย์จำนวน 1,000,000 บาท แก่ผู้เสียหายด้วย จำเลยฎีกา (อันดับ 125) คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 166) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้โจทก์ร่วมขอถอนคำร้องทุกข์ ศาลฎีกาได้มีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ เพราะสิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2)จึงไม่จำต้องสั่งคำร้องของจำเลย ให้ยกคำร้อง
- ฎีกาที่ 377/2533
จำเลยได้ยักยอกสร้อยคอทองคำของผู้เสียหายไป ต่อมาผู้เสียหายตกลงยอมความกับจำเลยโดยยอมรับเอาบ้านจำเลยเป็นการตีใช้หนี้ค่าสร้อยคอทองคำดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นการตกลงยอมความทั้งในทางอาญาและทางแพ่งแล้ว เมื่อคดีนี้เป็นคดีความผิดต่อส่วนตัวสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมเป็นอันระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2).
- ฎีกาที่ 377/2533
จำเลยได้ยักยอกสร้อยคอทองคำของผู้เสียหายไป ต่อมาผู้เสียหายตกลงยอมความกับจำเลยโดยยอมรับบ้านจำเลยเป็นการตีใช้หนี้ค่าสร้อยคอทองคำดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นการตกลงยอมความทั้งในทางอาญาและทางแพ่งแล้ว เมื่อคดีนี้เป็นคดีความผิดต่อส่วนตัวสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมเป็นอันระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2)
- ฎีกาที่ 377/2533
จำเลยได้ยักยอกสร้อยคอทองคำของผู้เสียหายไป ต่อมาผู้เสียหายทำสัญญากับจำเลยโดยยอมรับบ้านจำเลยเป็นการตีใช้หนี้ค่าสร้อยคอทองคำดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นการตกลงยอมความทั้งในทางอาญาและทางแพ่งแล้ว เมื่อคดีนี้เป็นคดีความผิดต่อส่วนตัว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมเป็นอันระงับ ไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 39(2).