มาตราที่อ้างถึง: ป.วิ.อ. 39
1,378 รายการ · หน้า 35 จาก 69
- ฎีกาที่ 809/2532
จำเลยทั้งสองร่วมกันนำเฮโรอีนจำนวนหนึ่งออกนอกประเทศ โดยแบ่งแยกกันซุกซ่อนตามร่างกายของจำเลยทั้งสองแล้วนั่งรถแท๊กซี่คันเดียวกันไปยังท่าอากาศยานกรุงเทพเพื่อเดินทางออกนอกประเทศโดยเครื่องบินลำเดียวกัน ถูกจับที่ท่าอากาศยานในเวลาไล่เลี่ยกันขณะอยู่ห่างกัน 40 เมตร ดังนี้ การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการร่วมกันกระทำผิดในกรรมเดียวกัน เมื่อจำเลยที่ 2 เคยถูกฟ้องและมีคำพิพากษาถึงที่สุดไปแล้ว โจทก์มาฟ้องจำเลยที่ 2 อีกเป็นฟ้องซ้ำศาลชอบที่จะยกฟ้องโจทก์เฉพาะตัวจำเลยที่ 2
- ฎีกาที่ 809/2532
จำเลยทั้งสองร่วมกันนำเฮโรอีนออกนอกประเทศ โดยจำเลยที่ 1พกติดตัวไป 3 ก้อน จำเลยที่ 2 พกติดตัวไป 9 ก้อน จำเลยทั้งสองนั่งรถแท็กซี่คันเดียวกันไปยังท่าอากาศยานกรุงเทพเพื่อเดินทางออกนอกประเทศโดยเครื่องบินลำเดียวกัน ทั้งสองคนถูกจับในเวลาไล่เลี่ยกันขณะอยู่ห่างกัน 40 เมตร ดังนี้ การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการร่วมกันกระทำผิดในกรรมเดียวกัน เมื่อจำเลยที่ 2 เคยถูกโจทก์ฟ้องและมีคำพิพากษาถึงที่สุดในกรรมนี้ไปแล้ว โจทก์มาฟ้องจำเลยที่ 2 เป็นคดีนี้อีกจึงเป็นฟ้องซ้ำต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4)ศาลชอบที่จะยกฟ้องโจทก์เฉพาะตัวจำเลยที่ 2.(ที่มา-ส่งเสริม)
- ฎีกาที่ 900/2532
จำเลยออกเช็ค 3 ฉบับชำระหนี้ให้แก่โจทก์ เป็นการสั่งให้ธนาคารจ่ายเงินตามจำนวนและวันที่ที่มีปรากฏในเช็คแตกต่างกัน ซึ่งจำเลยผู้ออกเช็คอาจมีเงินจ่ายตามเช็คหรือมีเจตนาให้ใช้เงินตามเช็คแต่ละฉบับหรือไม่แตกต่างแยกจากกันได้เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คทั้ง 3 ฉบับ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน และเมื่อเช็คที่โจทก์นำไปฟ้องจำเลยในคดีก่อนเป็นเช็คคนละฉบับกับที่มาฟ้องเป็นคดีนี้ แม้จำเลยจะออกเช็คในคราวเดียวกันเพื่อชำระหนี้อันมีมูลหนี้มาจากค่าซื้อยาเช่นเดียวกันก็ตาม โจทก์ก็ย่อมนำมาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ได้ไม่เป็นฟ้องซ้ำ.
- ฎีกาที่ 900/2532
จำเลยออกเช็ค 3 ฉบับชำระหนี้ให้แก่โจทก์ เป็นการสั่งให้ธนาคารจ่ายเงินตามจำนวนและวันที่ที่มีปรากฏในเช็คแตกต่างกัน ซึ่งจำเลยผู้ออกเช็คอาจมีเงินจ่ายตามเช็คหรือมีเจตนาให้ใช้เงินตามเช็คแต่ละฉบับหรือไม่แตกต่างแยกจากกันได้ เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คทั้ง 3 ฉบับ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน และเมื่อเช็คที่โจทก์นำไปฟ้องจำเลยในคดีก่อนเป็นเช็คคนละฉบับกับที่มาฟ้องเป็นคดีนี้ แม้จำเลยจะออกเช็คในคราวเดียวกันเพื่อชำระหนี้ อันมีมูลหนี้มาจากค่าซื้อยาเช่นเดียวกันก็ตามโจทก์ก็ย่อมนำมาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ได้ ไม่เป็นฟ้องซ้ำ
- ฎีกาที่ 900/2532
จำเลยออกเช็ค 3 ฉบับชำระหนี้ให้แก่โจทก์ เป็นการสั่งให้ธนาคาร จ่ายเงินตามจำนวนและวันที่ที่มีปรากฏในเช็คแตกต่างกัน ซึ่งจำเลยผู้ออกเช็คอาจมีเงินจ่ายตามเช็คหรือมีเจตนาให้ใช้เงินตามเช็คแต่ละฉบับหรือไม่แตกต่างแยกจากกันได้เมื่อธนาคาร ปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คทั้ง 3 ฉบับ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันและเมื่อเช็คที่โจทก์นำไปฟ้องจำเลยในคดีก่อนเป็นเช็คคนละฉบับกับที่มาฟ้องเป็นคดีนี้ แม้จำเลยจะออกเช็คในคราวเดียวกันเพื่อชำระหนี้อันมีมูลหนี้มาจากค่าซื้อยาเช่นเดียวกันก็ตาม โจทก์ก็ย่อมนำมาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ได้ไม่เป็นฟ้องซ้ำ.
- ฎีกาที่ 944/2532
เมื่อข้อกฎหมายที่ยกขึ้นอุทธรณ์ ไม่มีผลทำให้การวินิจฉัยข้อเท็จจริงของศาลจากพยานหลักฐานที่โจทก์จำเลยนำสืบกันมาเปลี่ยนแปลงเป็นประการอื่นแล้วศาลอุทธรณ์ก็ไม่จำต้องวินิจฉัยข้อกฎหมายดังกล่าวให้ เพราะเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดี แม้คดีนี้กับคดีก่อนจะเป็นการกระทำอันเดียวกันและข้อหาอย่างเดียวกัน และศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยในคดีก่อนเสร็จเด็ดขาดไปแล้ว แต่เมื่อมิใช่จำเลยคนเดียวกัน จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ ฟ้องโจทก์ขอให้ลงโทษฐานประกอบการขนส่งไม่ประจำทางข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาฟังได้ว่าจำเลยประกอบการขนส่งส่วนบุคคล ย่อมไม่อาจลงโทษจำเลยในข้อหานี้ตามที่โจทก์ฟ้องได้.
- ฎีกาที่ 944/2532
เมื่อข้อกฎหมายที่ยกขึ้นอุทธรณ์ ไม่มีผลทำให้การวินิจฉัยข้อเท็จจริงของศาลจากพยานหลักฐานที่โจทก์จำเลยนำสืบกันมาเปลี่ยนแปลงเป็นประการอื่นแล้ว ศาลอุทธรณ์ก็ไม่จำต้องวินิจฉัยข้อกฎหมายดังกล่าวให้เพราะเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดี แม้คดีนี้กับคดีก่อนจะเป็นการกระทำอันเดียวกันและข้อหาอย่างเดียวกัน และศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยในคดีก่อนเสร็จเด็ดขาดไปแล้ว แต่เมื่อมิใช่จำเลยคนเดียวกัน จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ ฟ้องโจทก์ขอให้ลงโทษฐานประกอบการขนส่งไม่ประจำทางข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาฟังได้ว่าจำเลยประกอบการขนส่งส่วนบุคคลย่อมไม่อาจลงโทษจำเลยในข้อหานี้ตามที่โจทก์ฟ้องได้
- ฎีกาที่ 944/2532
เมื่อข้อกฎหมายที่ยกขึ้นอุทธรณ์ ไม่มีผลทำให้การวินิจฉัยข้อเท็จจริงของศาลจากพยานหลักฐานที่โจทก์จำเลยนำสืบกันมาเปลี่ยนแปลงเป็นประการอื่นแล้ว ศาลอุทธรณ์ก็ไม่จำต้องวินิจฉัยข้อกฎหมายดังกล่าวให้ เพราะเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดี แม้คดีนี้กับคดีก่อนจะเป็นการกระทำอันเดียวกันข้อหาอย่างเดียวกัน และศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยในคดีก่อนเสร็จเด็ดขาดไปแล้ว แต่เมื่อมิใช่จำเลยคนเดียวกันจึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ ฟ้องโจทก์ขอให้ลงโทษฐานประกอบการขนส่งไม่ประจำทางข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาฟังได้ว่าจำเลยประกอบการขนส่งส่วนบุคคล ย่อมไม่อาจลงโทษจำเลยในข้อหานี้ตามที่โจทก์ฟ้องได้.
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:987/2532
ความว่า คดีนี้อยู่ระหว่างการยื่นฎีกาของจำเลย เนื่องจากจำเลยยินยอมชำระเงินตามเช็คบางส่วนแก่โจทก์ โจทก์พอใจและไม่ติดใจจะดำเนินคดีต่อไป จึงขอถอนฟ้องจำเลย โปรดอนุญาต หมายเหตุ จำเลยแถลงท้ายคำร้องไม่คัดค้าน (อันดับ 61) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า คดีโจทก์มีมูลให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ให้เรียงกระทงลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด จำคุกกระทงละ 6 เดือนรวม2 กระทง จำคุก 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับ โดยอ้างว่าคดีต้องห้ามฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนปัญหาข้อกฎหมายนั้นไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแต่ศาลชั้นต้น (อันดับ 54) จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง (อันดับ 59) ศาลฎีกา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1175/2531
ความว่า คดีนี้ โจทก์และจำเลยทั้งห้าสามารถตกลงประนีประนอมยอมความกันได้ โจทก์ไม่มีความประสงค์จะดำเนินคดีอาญากับจำเลยทั้งห้าอีกต่อไป จึงขอถอนฟ้องของโจทก์เสีย โปรดอนุญาต หมายเหตุ จำเลยทั้งห้าแถลงท้ายคำร้องว่าไม่คัดค้านการขอถอนฟ้อง (อันดับ 54) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีโจทก์มีมูลเฉพาะจำเลยที่ 1 ที่ 2 ส่วนจำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 ไม่มีมูลให้ประทับฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 1 ที่ 2 ยกฟ้องจำเลยที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 ด้วยนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาเฉพาะข้อ 2.4 ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ส่วนฎีกาข้อ 2.1 ข้อ 2.2 ข้อ 2.3 ข้อ 2.5 และข้อ 2.6เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1223/2531
ความว่า คดีนี้ เป็นคดีความผิดต่อส่วนตัว บัดนี้ นายสมพงษ์รวยฟูพันธ์และนายวสันต์ภมรบุตร ซึ่งเป็นผู้เสียหายร่วมกับโจทก์ ได้ยอมความกับจำเลยโดยถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ดังปรากฏตามหนังสือยอมความท้ายคำร้องนี้ ดังนั้น สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2)ขอศาลได้โปรดมีคำสั่งจำหน่ายคดีเสียด้วย หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352,353ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีโจทก์มีมูล จึงมีคำสั่งให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 จำคุก 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา (อันดับ 134) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 141) คำสั่ง พิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์ซึ่งเป็นผู้เสียหายยั …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1299/2531
ความว่า คดีนี้ โจทก์และจำเลยตกลงยอมความกันได้แล้วโดยจำเลยยินยอมชำระหนี้ตามเช็คให้แก่โจทก์ โจทก์ไม่ติดใจดำเนินคดีกับจำเลยอีกต่อไป จึงขอถอนฟ้อง โปรดอนุญาต หมายเหตุจำเลยแถลงไม่คัดค้าน (อันดับ 71) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497มาตรา 3 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3จำเลยได้บรรเทาผลร้ายโดยชำระหนี้เช็คตามฟ้องให้แก่โจทก์บ้างแล้วลงโทษสถานเบาจำคุก 8 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 4 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอ้างว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง (อันดับ 50) จำเลยอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกา (อันดับ 54) ศาลฎีกาทำคำสั่งคำร้องเสร็จและส่งไปศาลชั้นต้นแล้วก่อนอ่านค …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1393/2531
ความว่า คดีนี้ โจทก์จำเลยตกลงประนีประนอมยอมความกันได้โจทก์จำเลยไม่มีหนี้สินใด ๆ ต่อกันอีก โจทก์ไม่ประสงค์ที่จะดำเนินคดีกับจำเลยอีกต่อไป จึงขอถอนฟ้อง โปรดอนุญาต หมายเหตุ จำเลยแถลงท้ายคำร้องว่าไม่คัดค้าน (อันดับ 74) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3(1)(2)เรียงกระทงลงโทษ จำคุก กระทงละ 3 เดือน 4 เดือนและ 3 เดือนตามลำดับ รวมจำคุก 10 เดือน ฯลฯ จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับ จำเลยจึงยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง (อันดับ 69,71) ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 74) คำสั่ง อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้อง จำหน่ายคดีจากสารบบความ
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1479/2531
ความว่า โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ได้ยื่นฎีกาไว้ บัดนี้ จำเลยที่ 1ได้เจรจาทำความเข้าใจกับโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 เป็นที่เรียบร้อยแล้วโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ไม่ติดใจดำเนินคดีอีกต่อไป จึงขอถอนฎีกาโปรดอนุญาต หมายเหตุ จำเลยที่ 1 แถลงไม่คัดค้าน (อันดับ 218) คดีของศาลชั้นต้นหมายเลขแดงที่ 7677/2528 นี้ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งเก้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326,328,332,83 ฯลฯ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งให้ประทับฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 5 ที่ 7 และที่ 9 นอกนั้นให้ยกฟ้องก่อนสืบพยาน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รวมพิจารณาและพิพากษาคดีนี้เข้ากับคดีอื่นอีกสี่สำนวน ซึ่งคดีดังกล่าวถึงที่สุดโดยคู่ความมิได้ฎีกา โดยเรียกโจทก์ในคดีนี้ว่า โจทก์ที่ 1 ที่ 2 และที่ 3ตามลำดับ และเรียกนายอบ วสุรัตน์ ว่า จำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยอื่นโจทก์ได้ขอถอนฟ้องทั้งหมดแล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทุกสำนวน โจทก์ทุกสำนวนอุทธรณ์ ศาลอุท …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1495/2531
ความว่า คดีนี้ จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกา คดีอยู่ระหว่างศาลชั้นต้นนัดฟังคำสั่งศาลฎีกาบัดนี้ โจทก์ร่วมได้รับชำระเงินตามเช็คจากจำเลย จำนวน 30,000 บาทแล้ว โจทก์ร่วมซึ่งเป็นผู้เสียหายคดีนี้ไม่ติดใจดำเนินคดีกับจำเลยอีกต่อไป จึงขอถอนคำร้องทุกข์ โปรดอนุญาต หมายเหตุ จำเลยแถลงไม่คัดค้าน (อันดับ 91) ระหว่างพิจารณา นางประยูรชาญชัยศรีสกุล ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3ให้จำคุกจำเลย 4 เดือน จำเลยรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลย 2 เดือน จำเลยเป็นหญิงไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน และได้ใช้หนี้ให้โจทก์ร่วมเป็นบางส่วนแล้วจึงให้รอการลงโทษจำคุกมีกำหนด 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่รอการลงโทษ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้ …
- ฎีกาที่ 1497/2531
จำเลยหลอกลวงชวนโจทก์ร่วมทั้งสามไปทำงานต่างประเทศเนื่องจาก การหลอกลวงของจำเลย โจทก์ร่วมทั้งสามได้จ่ายเงินให้จำเลยการหลอกลวงของจำเลยมิได้มีลักษณะเป็นการประกาศโฆษณาแก่บุคคลทั่ว ๆ ไปว่าจำเลยสามารถจัดหางานในต่างประเทศให้บุคคลทั่ว ๆ ไป ที่ต้องการทำ จำเลยเพียงแต่พูดชวนโจทก์ร่วมทั้งสามให้ไปทำงาน ในต่างประเทศเท่านั้น การกระทำของจำเลยจึงยังไม่เป็นความผิดฐาน ฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 คงเป็นความผิดฐานฉ้อโกงตามมาตรา 341 ซึ่งเป็นความผิดอันยอมความกันได้ เมื่อคดีขาดอายุความสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(6) พนักงานอัยการโจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนโจทก์ร่วมทั้งสามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 43 คำขอส่วนแพ่งของโจทก์ร่วมที่ขอถือเอาตามคำฟ้องของพนักงานอัยการโจทก์ก็ย่อมตกไปด้วย ศาลไม่มีอำนาจสั่งให้จำเลยคืนเงินแก่โจทก์ร่วม
- ฎีกาที่ 1499/2531
คดีก่อนโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองในข้อหาหมิ่นประมาทโดยจำเลย ทั้งสองกับพวกทำหนังสือใส่ความโจทก์ซึ่งเป็นกำนันร้องเรียนต่อ นายอำเภอ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง คดีเสร็จเด็ดขาดแล้ว โจทก์จะนำการกระทำอันเดียวกันมาฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้อีกในข้อหาแจ้งความเท็จกล่าวหาโจทก์ต่อนายอำเภอซึ่งเป็นเจ้าพนักงานไม่ได้แม้ประเด็นในคดีทั้งสองนี้จะต่างกันก็ตาม สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4) แล้ว
- ฎีกาที่ 1499/2531
คดีก่อนโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองในข้อหาหมิ่นประมาทโดยจำเลยทั้งสองกับพวกทำหนังสือใส่ความโจทก์ซึ่งเป็นกำนันร้องเรียนต่อนายอำเภอ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง คดีเสร็จเด็ดขาดแล้ว โจทก์จะนำการกระทำอันเดียวกันมาฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้อีกในข้อหาแจ้งความเท็จกล่าวหาโจทก์ต่อนายอำเภอซึ่งเป็นเจ้าพนักงานไม่ได้แม้ประเด็นในคดีทั้งสองนี้จะต่างกันก็ตาม สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4) แล้ว
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1507/2531
ความว่า คดีนี้เป็นคดีความผิดอันยอมความได้และอยู่ในระหว่างอายุฎีกา โจทก์ร่วมกับจำเลยตกลงกันได้ โดยจำเลยได้ชำระเงินให้โจทก์ร่วมจำนวน 50,000 บาท โจทก์ร่วมไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีและเรียกร้องใด ๆ กับจำเลยอีก จึงขอถอนคำร้องทุกข์ถอนฟ้องหรือยอมความในคดีนี้ โปรดอนุญาต หมายเหตุ จำเลยแถลงท้ายคำร้องว่าได้รับสำเนาแล้วไม่คัดค้าน (อันดับ 91 แผ่นที่ 3) ระหว่างพิจารณา บริษัทวรบูรณ์เอ็นจิเนียริ่ง จำกัดผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 353 จำคุก 6 เดือน ให้จำเลยคืนเงิน 63,315 บาทแก่โจทก์ร่วมซึ่งเป็นผู้เสียหายด้วย ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยกเสีย ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีอยู่ในระหว่างอายุฎีกา โจทก์ร่วมยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 91 แผ่นที่ 3) คำสั่ง คดี …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1687/2531
ความว่า คดีนี้ บัดนี้โจทก์จำเลยตกลงกันได้แล้ว โจทก์ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยทั้งสองอีกต่อไป จึงขอถอนฟ้องโปรดอนุญาต หมายเหตุ จำเลยที่ 1 และที่ 2 แถลงไม่คัดค้าน (อันดับ 97,95) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341,83 ให้จำคุกคนละ 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 6 เดือน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับ (อันดับ 64) จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกา (อันดับ 66) ศาลฎีกาสั่งคำร้องเสร็จและส่งไปศาลชั้นต้นเพื่อนัดคู่ความฟังแล้ว ก่อนอ่านคำสั่งศาลฎีกา โจทก์ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 83)ศาลชั้นต้นจึงให้งดอ่านคำสั่งศาลฎีกา และส่งสำนวนพร้อมคำสั่งคืนศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่งต่อไป (อันดับ 97) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้เป็นคดีความผิดต่อส่วนตัว เมื่อโจทก์ถอนฟ้องสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญ …