มาตราที่อ้างถึง: ป.วิ.อ. 39
1,378 รายการ · หน้า 41 จาก 69
- ฎีกาที่ 3774/2529
โจทก์เคยฟ้องจำเลยทั้งสองเกี่ยวกับการกระทำตามฟ้องนี้เป็นคดีอาญามาครั้งหนึ่งแล้วซึ่งในคดีดังกล่าวโจทก์ไม่มาศาลในชั้นไต่สวนมูลฟ้องศาลชั้นต้นจึงพิพากษายกฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 166 วรรคแรกคดีถึงที่สุดเช่นนี้ โจทก์จะฟ้องจำเลยทั้งสองในเรื่องเดียวกันอีกไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 166 วรรคสาม
- ฎีกาที่ 3774/2529
โจทก์เคยฟ้องจำเลยทั้งสองเกี่ยวกับการกระทำตามฟ้องนี้เป็นคดีอาญามาครั้งหนึ่งแล้วซึ่งในคดีดังกล่าวโจทก์ไม่มาศาลในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ศาลชั้นต้นจึงพิพากษายกฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 166 วรรคแรก คดีถึงที่สุด เช่นนี้ โจทก์จะฟ้องจำเลยทั้งสองในเรื่องเดียวกันอีกไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 166 วรรคสาม
- ฎีกาที่ 3788/2529
โจทก์จำเลยแถลงต่อศาลร่วมกันว่าคดีตกลงกันได้โดยจำเลยยอมชดใช้เงินตามจำนวนที่สั่งจ่ายเช็คแก่โจทก์แต่จำเลยต้องใช้เวลารวบรวมเงินขอให้ศาลเลื่อนการพิพากษาคดีออกไปหนึ่งนัดหากจำเลยชำระเงินให้โจทก์ครบถ้วนตามกำหนดโจทก์จะถอนฟ้องทันทีหากผิดนัดให้ศาลพิพากษาคดีไปได้ทันทีเช่นเดียวกันเช่นนี้ข้อตกลงดังกล่าวไม่มีข้อความใดแสดงว่าโจทก์ตกลงสละสิทธิในการดำเนินคดีอาญากับจำเลยในทันทีแต่กลับมีเงื่อนไขให้จำเลยต้องชำระเงินเสียก่อนโจทก์จึงจะถอนฟ้องให้แสดงว่าในระหว่างนั้นโจทก์ยังติดใจที่จะดำเนินคดีอาญากับจำเลยอยู่การที่จำเลยเตรียมเงินมาครบถ้วนในวันนัดต่อมาแต่โจทก์ไม่ยอมมาศาลก็เป็นเพียงข้อแสดงว่าจำเลยมิได้ผิดนัดเท่านั้นข้อตกลงดังกล่าวหามีผลเป็นการยอมความตามประมวลกฎหมายหวิธีพิจารณาความอาญามาตรา39(2)ไม่.
- ฎีกาที่ 3788/2529
โจทก์จำเลยแถลงต่อศาลร่วมกันว่าคดีตกลงกันได้ โดยจำเลยยอมชดใช้เงินตามจำนวนที่สั่งจ่ายเช็คแก่โจทก์ แต่จำเลยต้องใช้เวลารวบรวมเงินขอให้ศาลเลื่อนการพิพากษาคดีออกไปหนึ่งนัดหากจำเลยชำระเงินให้โจทก์ครบถ้วนตามกำหนด โจทก์จะถอนฟ้องทันที หากผิดนัดให้ศาลพิพากษาคดีไปได้ทันทีเช่นเดียวกันเช่นนี้ ข้อตกลงดังกล่าวไม่มีข้อความใดแสดงว่าโจทก์ตกลงสละสิทธิในการดำเนินคดีอาญากับจำเลยในทันที แต่กลับมีเงื่อนไขให้จำเลยต้องชำระเงินเสียก่อนโจทก์จึงจะถอนฟ้องให้แสดงว่าในระหว่างนั้นโจทก์ยังติดใจที่จะดำเนินคดีอาญากับจำเลยอยู่การที่จำเลยเตรียมเงินมาครบถ้วนในวันนัดต่อมาแต่โจทก์ไม่ยอมมาศาลก็เป็นเพียงข้อแสดงว่าจำเลยมิได้ผิดนัดเท่านั้น ข้อตกลงดังกล่าวหามีผลเป็นการยอมความตามประมวลกฎหมายหวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2) ไม่
- ฎีกาที่ 3788/2529
โจทก์จำเลยแถลงต่อศาลร่วมกันว่าคดีตกลงกันได้ โดยจำเลยยอมชดใช้เงินตามจำนวนที่สั่งจ่ายเช็คแก่โจทก์ แต่จำเลยต้องใช้เวลารวบรวมเงินขอให้ศาลเลื่อนการพิพากษาคดีออกไปหนึ่งนัด หากจำเลยชำระเงินให้โจทก์ครบถ้วนตามกำหนด โจทก์จะถอนฟ้องทันที หากผิดนัดให้ศาลพิพากษาคดีไปได้ทันทีเช่นเดียวกันเช่นนี้ ข้อตกลงดังกล่าวไม่มีข้อความใดแสดงว่าโจทก์ตกลงสละสิทธิในการดำเนินคดีอาญากับจำเลยในทันที แต่กลับมีเงื่อนไขให้จำเลยต้องชำระเงินเสียก่อนโจทก์จึงจะถอนฟ้องให้แสดงว่าในระหว่างนั้นโจทก์ยังติดใจที่จะดำเนินคดีอาญากับจำเลยอยู่การที่จำเลยเตรียมเงินมาครบถ้วนในวันนัดต่อมาแต่โจทก์ไม่ยอมมาศาลก็เป็นเพียงข้อแสดงว่าจำเลยมิได้ผิดนัดเท่านั้น ข้อตกลงดังกล่าวหามีผลเป็นการยอมความตามประมวลกฎหมายหวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) ไม่
- ฎีกาที่ 3981/2529
บันทึกข้อตกลงไม่มีข้อความใดแสดงว่าฝ่ายผู้เสียหายตกลงสละสิทธิในการดำเนินคดีอาญากับจำเลยในทันทีแต่กลับมีเงื่อนไขที่จำเลยจะต้องปฏิบัติต่อฝ่ายผู้เสียหายเสียก่อนกล่าวคือจำเลยต้องชำระเงินให้แก่ผู้เสียหายตามข้อตกลงเมื่อปรากฏว่าจำเลยไม่ชำระเงินให้ฝ่ายผู้เสียหายข้อตกลงดังกล่าวก็ไม่มีผลผูกพันผู้เสียหายให้เลิกคดีอาญากรณีจึงยังถือไม่ได้ว่าเป็นการยอมความกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา39(2)ที่จะทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไป.
- ฎีกาที่ 3981/2529
บันทึกข้อตกลงไม่มีข้อความใดแสดงว่าฝ่ายผู้เสียหายตกลงสละสิทธิในการดำเนินคดีอาญากับจำเลยในทันที แต่กลับมีเงื่อนไขที่จำเลยจะต้องปฏิบัติต่อฝ่ายผู้เสียหายเสียก่อนกล่าวคือจำเลยต้องชำระเงินให้แก่ผู้เสียหายตามข้อตกลง เมื่อปรากฏว่าจำเลยไม่ชำระเงินให้ฝ่ายผู้เสียหาย ข้อตกลงดังกล่าวก็ไม่มีผลผูกพันผู้เสียหายให้เลิกคดีอาญา กรณีจึงยังถือไม่ได้ว่าเป็นการยอมความกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39(2) ที่จะทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไป
- ฎีกาที่ 3981/2529
บันทึกข้อตกลงไม่มีข้อความใดแสดงว่าฝ่ายผู้เสียหายตกลงสละสิทธิในการดำเนินคดีอาญากับจำเลยในทันที แต่กลับมีเงื่อนไขที่จำเลยจะต้องปฏิบัติต่อฝ่ายผู้เสียหายเสียก่อน กล่าวคือจำเลยต้องชำระเงินให้แก่ผู้เสียหายตามข้อตกลง เมื่อปรากฏว่าจำเลยไม่ชำระเงินให้ฝ่ายผู้เสียหาย ข้อตกลงดังกล่าวก็ไม่มีผลผูกพันผู้เสียหายให้เลิกคดีอาญา กรณีจึงยังถือไม่ได้ว่าเป็นการยอมความกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39 (2) ที่จะทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไป
- ฎีกาที่ 4056/2529
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 350 ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาโจทก์ขอถอนฟ้อง เมื่อเป็นความผิดต่อส่วนตัว โจทก์ย่อมถอนฟ้องได้ก่อนคดีถึงที่สุด เมื่อศาลฎีกาอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องได้ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2)ศาลฎีกาสั่งจำหน่ายคดี
- ฎีกาที่ 4736/2529
ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำคุกจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิด อันเกิดจากการใช้เช็คฯ จำเลยฎีกา ระหว่างการพิจารณา ของศาลฎีกา โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้อง จำเลยไม่คัดค้าน เมื่อเป็นคดีความผิดต่อส่วนตัวโจทก์จะถอนฟ้องในเวลาใดก่อนคดี ถึงที่สุดก็ได้ ศาลฎีกาอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้อง สิทธินำคดีอาญา มาฟ้องจึงเป็นอันระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2) ศาลฎีกาสั่งจำหน่ายคดี
- ฎีกาที่ 539-540/2529
สัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่งระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ระบุไว้ว่าหากจำเลยชำระหนี้ให้โจทก์เสร็จสิ้นตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้วโจทก์จะถอนฟ้องคดีอายาที่โจทก์ฟ้องจำเลยให้รับผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯนั้นไม่มีผลเป็นการยอมความทางอาญาสิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์จึงยังไม่ระงับ จำเลยไม่ได้เป็นหนี้โจทก์แต่ได้ออกเช็คพิพาทให้โจทก์เพื่อเป็นประกันหนี้ผู้อื่นถือไม่ได้ว่าจำเลยออกเช็คเพื่อชำระหนี้โดยเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินแม้ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คจำเลยก็ไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)
- ฎีกาที่ 539-540/2529
สัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่งระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ระบุไว้ว่าหากจำเลยชำระหนี้ให้โจทก์เสร็จสิ้นตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้วโจทก์จะถอนฟ้องคดีอาญาที่โจทก์ฟ้องจำเลยให้รับผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯนั้นไม่มีผลเป็นการยอมความทางอาญาสิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์จึงยังไม่ระงับ จำเลยไม่ได้เป็นหนี้โจทก์แต่ได้ออกเช็คพิพาทให้โจทก์เพื่อเป็นประกันหนี้ผู้อื่นถือไม่ได้ว่าจำเลยออกเช็คเพื่อชำระหนี้โดยเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินแม้ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คจำเลยก็ไม่มีความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ.
- ฎีกาที่ 932/2529
เหตุที่จำเลยกระทำอนาจารผู้เสียหายอายุ 20 ปี เกิดขึ้นในเวลากลางคืนบนรถโดยสารและข้างทางขณะที่ ป.คนขับลงรถไปปัสสาวะในที่เกิดเหตุคงมีแต่ ป.ซึ่งต้องหาว่าร่วมกระทำผิดด้วยเพียงคนเดียวแต่พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง การกระทำผิดของจำเลยจึงมิได้เกิดต่อหน้าธารกำนัล เป็นความผิดอันยอมความได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 281 เมื่อผู้เสียหายยื่นคำร้องของถอนคำร้องทุกข์ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) ศาลฎีกามีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1/2528
คดีความผิดต่อส่วนตัว ผู้เสียหายขอถอนคำร้องทุกข์ ภายในกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ ก็เป็นการถอนคำร้องทุกข์ก่อนคดีจะถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 35 วรรคสอง เมื่อจำเลย ไม่คัดค้าน ศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจสั่งได้แต่เมื่อคดีขึ้นมาสู่ศาลฎีกา ศาลฎีกาอนุญาตให้ถอนคำร้องทุกข์ได้ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วย ความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ ลดโทษกึ่งหนึ่งจำคุก 1 เดือน โดยได้อ่านให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2527 ผู้เสียหายยื่นคำร้องฉบับลงวันที่2 พฤษภาคม 2527ว่า ตกลงยอมความกับจำเลยได้ ขอถอนคำร้องทุกข์ ศาลอุทธรณ์ สั่งว่า คดีนี้ ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2527โจทก์หรือจำเลยมิได้อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้น ที่ให้ลงโทษจำเลยนั้นแต่อย่างใดเลย คดีก็ไม่มีโอกาสขึ้นสู่ ศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์จึงไม่มีอำนาจหรือหน้าที่จะสั …
- ฎีกาที่ 2497/2528
ผู้เสียหายตกลงเลิกคดีกับจำเลย โดยจำเลยจำนำเงินมาชำระให้แก่ผู้เสียหาย แล้วผู้เสียหายจึงจะถอนคำร้องทุกข์ การที่จำเลยจะต้องชำระเงินให้แก่ผู้เสียหายเป็นเงื่อนไขในการถอนคำร้องทุกข์เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขโดยไม่ชำระเงินให้ครบถ้วนตามที่ตกลงจึงมีผลว่าผู้เสียหายไม่ผูกพันที่จะต้องถอนคำร้องทุกข์ และผู้เสียหายมีสิทธิยกเลิกข้อตกลงที่ได้ทำมาแล้วเสียได้ คดียังถือไม่ได้ว่าเป็นการยอมความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2)
- ฎีกาที่ 2498/2528
ผู้เสียหายตกลงเลิกคดีกับจำเลย โดยจำเลยจะนำเงินมาชำระให้แก่ผู้เสียหาย แล้วผู้เสียหายจึงจะถอนคำร้องทุกข์ การที่จำเลยจะต้องชำระเงินให้แก่ผู้เสียหายเป็นเงื่อนไขในการถอนคำร้องทุกข์ เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขโดยไม่ชำระเงินให้ครบถ้วนตามที่ตกลง จึงมีผลว่าผู้เสียหายไม่ผูกพันที่จะต้องถอนคำร้องทุกข์ และผู้เสียหายมีสิทธิยกเลิกข้อตกลงที่ได้ทำมาแล้วเสียได้ คดียังถือไม่ได้ว่าเป็นการยอมความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2)
- ฎีกาที่ 3834/2528
การที่จำเลยบุกรุกเข้าไปในเคหสถานของผู้เสียหายแล้ว ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายจำเลยมีเจตนาเข้าไปเพื่อข่มขืนกระทำชำเรา เป็นสำคัญการกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมาย หลายบท เฉพาะความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราเท่านั้นที่เป็น ความผิดอันยอมความได้การถอนคำร้องทุกข์คงมีผลทำให้สิทธินำคดีอาญา มาฟ้องของโจทก์เฉพาะความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราระงับไป ส่วนความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 มิใช่ความผิดอันยอมความได้การถอนคำร้องทุกข์ย่อมไม่ตัดสิทธิ ของพนักงานอัยการโจทก์ที่จะฟ้องจำเลยในความผิดฐานนี้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 126 วรรคสอง สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์จึงไม่ระงับคดีลงโทษจำเลย ในความผิดฐานบุกรุกตามที่จำเลยให้การรับสารภาพได้
- ฎีกาที่ 4421/2528
ฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค เมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จแล้วคดีอยู่ระหว่างสืบพยานจำเลยจำเลยส่งหนังสือสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์ร่วมกับจำเลยต่อศาลและแถลงว่าสิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ระงับไปแล้ว โจทก์ร่วมรับว่าทำสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวจริง แต่ทำด้วยความสำคัญผิดแต่โจทก์ก็ไม่ได้แถลงขอสืบพยานเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสมบูรณ์ของสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวโดยที่ภาระการพิสูจน์ตกแก่โจทก์ เมื่อโจทก์ไม่สืบพยานให้เห็นว่าทำสัญญานั้นโดยสำคัญผิดก็ต้องฟังว่าสัญญานั้นสมบูรณ์ การยอมความกันโดยชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2) นั้น ไม่จำเป็นต้องกระทำต่อหน้าศาลเสมอไปอาจกระทำกันนอกศาลก็ได้แต่กรณีที่โจทก์ไม่นำสืบให้เห็นว่าผู้เสียหายหรือโจทก์ร่วมถูกหลอกให้ทำสัญญา และไม่นำสืบให้เห็นว่าผู้เสียหายหรือโจทก์ร่วมไม่ยอมรับข้อสัญญาโดยที่ภาระกา …
- ฎีกาที่ 54/2528
ความผิดฐานกระทำอนาจารเช่นจับต้องของสงวนก่อนข่มขืนกระทำชำเรา ก็เป็นความผิดกรรมเดียวกับความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราดังนั้น เมื่อศาลพิพากษาลงโทษจำเลยในข้อหากระทำอนาจาร คดีถึงที่สุดแล้วสิทธินำคดีอาญามาฟ้องจำเลยในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราย่อมระงับไป
- ฎีกาที่ 54/2528
ความผิดฐานกระทำอนาจาร เช่น จับต้องของสงวนก่อนข่มขืนกระทำชำเราก็เป็นความผิดกรรมเดียวกับความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา ดังนั้น เมื่อศาลพิพากษาลงโทษจำเลยในข้อหากระทำอนาจาร คดีถึงที่สุดแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องจำเลยในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราย่อมระงับไป