มาตราที่อ้างถึง: พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 31
1,131 รายการ · หน้า 26 จาก 57
- ฎีกาที่ 964/2539
โจทก์บรรยายฟ้องข้อแรกว่า เมื่อ พ.นำใบถอนเงินมาขอถอนเงินแทนผู้ฝาก จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ได้ลงนามอนุมัติให้ถอนเงินหลายครั้งหลายหนในเอกสารใบถอนเงินโดยไม่ตรวจสอบลายมือชื่อผู้ถอนเงินหรือผู้มอบฉันทะแล้วแต่กรณีในใบถอนเงินว่าเหมือนหรือคล้ายกับตัวอย่างลายมือชื่อผู้ฝากในบัตรคู่บัญชีหรือไม่ หากมีการตรวจสอบแล้วเห็นว่าไม่เหมือนหรือไม่คล้ายกันก็ยังอนุมัติให้ถอนเงิน และอีกข้อบรรยายว่า จำเลยที่ 4 ถึงที่ 9 ละเลยการปฏิบัติเช่นเดียวกับที่บรรยายไว้ในข้อแรกทุกประการหลายครั้งหลายหน โดยไม่ได้บรรยายว่าใบถอนเงินที่จำเลยทั้งเก้าอนุมัติให้ถอนเงินโดยไม่ตรวจสอบ และใบถอนเงินที่จำเลยทั้งเก้าตรวจสอบแล้วเห็นว่าลายมือชื่อไม่เหมือนก็ยังอนุมัติให้ถอนเงินนั้นเป็นเงินในบัญชีของผู้ฝากรายใด ถอนเงินไปจำนวนเท่าใด เมื่อวันเดือนปีใดจึงเป็นคำฟ้องที่ไม่แจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหา ทั้งโจทก์ไม่ได้แนบบัญชีผู้ฝากเงินดังกล่าวมาท้ายฟ้อง เพ …
- ฎีกาที่ 9650-9651/2539
จำเลยที่1เป็นผู้อำนวยการของโจทก์ซึ่งมีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ในขณะเดียวกันจำเลยที่1ก็ยังมีฐานะเป็นลูกจ้างของโจทก์ด้วยและยังต้องปฏิบัติหน้าที่การงานภายใต้ระเบียบข้อบังคับของโจทก์ส่วนจำเลยที่2ที่3และที่4เป็นลูกจ้างโจทก์และได้รับแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการตรวจรับสินค้ามีหน้าที่ไปตรวจรับสินค้าว่ามีการซื้อขายตามจำนวนประเภทและราคาสินค้านั้นถูกต้องตรงตามสัญญาซื้อขายกันหรือไม่การที่จำเลยที่1มีคำสั่งให้คณะกรรมการตรวจรับที่โจทก์ตั้งขึ้นตรวจรับสินค้าตามหลักฐานเอกสารที่มีเพียงลายมือชื่อของผู้ซื้อว่าได้รับสินค้าไปถูกต้องแล้วพิจารณาจ่ายเงินให้ผู้ขายสินค้าไปและวิธีปฏิบัติตามที่จำเลยที่1กำหนดขึ้นก็ขัดต่อข้อบังคับว่าด้วยการรับเงินการจ่ายเงินและการเก็บรักษาเงินพ.ศ.2528ของโจทก์เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยละเลยไม่ปฏิบัติตามระเบียบดังกล่าวเป็นการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง จำเลยที่2ที่3และที่4เป็น …
- ฎีกาที่ 9948/2539
การเลิกจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 วรรคสอง นอกจากจะหมายถึงการที่นายจ้างไม่ให้ลูกจ้างทำงานต่อไป และไม่จ่ายค่าจ้างให้แล้ว ยังหมายความรวมถึงกรณีที่ลูกจ้างไม่ได้ทำงานและไม่ได้รับค่าจ้าง เพราะเหตุที่นายจ้างไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปอีกด้วย คดีนี้จำเลยจ้างโจทก์มาเพื่อจะให้ทำงานให้แก่จำเลย หมายความว่าจำเลยดำเนินกิจการมีงานที่จะมอบหมายให้โจทก์ทำตามที่จ้าง และในขณะเดียวกันจำเลยจะต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่โจทก์ โดยจำเลยมีเงินที่จะจ่ายค่าจ้างได้ เมื่อโจทก์ไม่ได้ทำงานตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2538 ถึงวันที่ 20 ธันวาคม 2538 ไม่ว่าจะเป็นเพราะจำเลยไม่มีงานให้โจทก์ทำหรือเพราะเหตุอื่นใด และโจทก์ไม่ได้รับค่าจ้างเนื่องจากจำเลยไม่มีเงินจะจ่ายให้ การกระทำของจำเลยเช่นนี้ย่อมอยู่ในความหมายที่ว่า เป็นกรณีที่ลูกจ้างไม่ได้ทำงานและไม่ได้รับค่าจ้างเพราะเหตุที่นายจ้างไม่สามารถดำเนินกิจการต่ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1058/2538
ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า คำฟ้องอุทธรณ์ เป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามอุทธรณ์ตาม พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 ไม่รับอุทธรณ์ จำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ที่ว่า โจทก์ไม่รายงานตามหน้าที่ให้จำเลยทราบว่าบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ให้สิทธิในการซื้อหุ้นราคาจองแก่จำเลยและกลับเบียดบังใช้สิทธิซื้อหุ้นราคาจองเพื่อประโยชน์ของตนเอง เป็นการทุจริตต่อหน้าที่และ จงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของจำเลยเป็นเหตุให้เสียหาย แก่จำเลยอย่างร้ายแรงนั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่ง ให้รับอุทธรณ์และคำร้องขอทุเลาการบังคับของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 101,102) ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้โจทก์จ่ายเงินจำนวน2,883.30 บาท แก่จำเลย พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละสิบครึ่ง ต่อปีนับแต่วันที่ 3 พฤษภาคม 2537 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1209/2538
ความว่า โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คำขอท้ายอุทธรณ์ของโจทก์ขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษา ของศาลชั้นต้น เป็นการไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงาน และวิธีพิจารณาคดีแรงงาน มาตรา 54 ที่บัญญัติให้อุทธรณ์ ข้อกฎหมายไปยังศาลฎีกา อุทธรณ์จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่รับอุทธรณ์ โจทก์ทั้งสองเห็นว่า โจทก์ทั้งสองมีความประสงค์ที่จะ ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา มิได้มีความประสงค์ที่จะยื่นอุทธรณ์ แต่อย่างใด ส่วนในคำขอท้ายอุทธรณ์ของโจทก์ที่ขอให้ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับคำพิพากษาศาลแรงงานกลางนั้นก็เพราะโจทก์ พิมพ์ผิดพลาดไป สมควรที่จะให้โจทก์แก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยนี้ได้ การที่ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสอง ด้วยเหตุดังกล่าวโดยมิได้พิจารณาถึงเนื้อความในอุทธรณ์ จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ประกอบกับอุทธรณ์ของโจทก์เป็นปัญหา ข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนโปรดมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์ …
- ฎีกาที่ 134/2538
คู่ความท้ากันขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดข้อเท็จจริงเพียงประเด็นเดียวเป็นข้อแพ้ชนะกันว่า โจทก์กล่าววาจาข่มขู่ ดูหมิ่นท้าทาย กระด้างกระเดื่องไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาจริงหรือไม่ หากเป็นความจริงโจทก์ยอมแพ้ โดยไม่มีข้อความในคำท้ายกเว้นไว้ว่าจำเลยยังคงต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีแก่โจทก์ด้วย เมื่อศาลแรงงานวินิจฉัยฟังว่าโจทก์กล่าววาจาข่มขู่ ดูหมิ่นท้าทายผู้บังคับบัญชาจริง โจทก์จึงต้องเป็นฝ่ายแพ้คดีตามคำท้า จำเลยไม่จำต้องชำระเงินจำนวนใด ๆ ตามฟ้องแก่โจทก์
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1363/2538
ความว่า จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลาง มีคำสั่งว่า เป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามอุทธรณ์ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 ไม่รับอุทธรณ์ จำเลยทั้งสองเห็นว่า อุทธรณ์ที่ว่า การส่งหมายเรียก และสำเนาคำฟ้องให้จำเลยทั้งสองเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายทำให้จำเลยทั้งสองไม่มีโอกาสต่อสู้คดีเป็นปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 45) กรณีเป็นชั้นขอให้พิจารณาใหม่ คดีสืบเนื่องจากจำเลยทั้งสองขาดนัดและ ขาดนัดพิจารณาศาลแรงงานกลางจึงพิจารณาและชี้ขาด ตัดสินคดีโจทก์ไปฝ่ายเดียว ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกัน ชำระเงินจำนวน 370,500 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ย ในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 11 มกราคม 2538) เป็นต้นไปจนกว่าจะ ชำระให้โจทก์แล้วเสร็จ จำเลยทั้งสองยื …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1390/2538
ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานจึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงอันเป็นการต้องห้าม ไม่รับอุทธรณ์ จำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยข้อ 5.1 ที่ว่า การเลิกงานก่อนเวลาเป็นการละทิ้งงานไปเสียหรือเป็นการกระทำ อันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและ สุจริตหรือไม่ และอุทธรณ์ข้อ 5.2 ที่ว่า ศาลแรงงานกลาง วินิจฉัยโดยไม่มีข้อเท็จจริงปรากฏอยู่ในสำนวน เป็นการ วินิจฉัยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ศาลแรงงานกลางส่งสำเนาคำร้อง โดยวิธีปิดประกาศหน้าศาล (อันดับ 30) ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน15,318 บาท แก่โจทก์ และให้จำเลยออกใบสำคัญแสดงการทำงาน แก่โจทก์ด้วย จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ดังกล่าว (อันดับ 25) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันด …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:206-211/2538
ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า จำเลยอุทธรณ์ ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงาน และวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 ส่วนอุทธรณ์ว่า โจทก์เบิกความโดยไม่ได้สาบานตน จำเลยมิได้แถลงคัดค้านไว้ ในขณะที่พยานเบิกความ จึงไม่รับอุทธรณ์เช่นกัน จำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ที่ว่า ศาลแรงงานกลางพิพากษาคดีไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะไม่ได้นำข้อเท็จจริงที่โจทก์ที่ 2ถึงที่ 5 เบิกความยอมรับว่าขณะทำงานอยู่กับจำเลย โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 5 ได้ลาป่วย ลากิจ แล้วนำเงินค่าจ้างในวันดังกล่าว ไปหักออกจากเงินจำนวนที่พิพากษาให้จำเลยชำระ และอุทธรณ์ที่ว่า โจทก์ทั้งหกเบิกความโดยไม่ได้สาบานตนซึ่งจำเลยได้แถลงคัดค้าน ภายในกำหนดเวลาแล้วนั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่ง ให้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ทั้งหกได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 46,47) คดีทั้งหกสำนวนนี้ ศาลแรงงานกลางรวมพิจารณาพิพ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2111/2538
ความว่า จำเลยทั้งสองยื่นอุทธรณ์พร้อมคำร้อง ขออนุญาตยื่นอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งคำร้องว่า กรณียื่นเมื่อพ้นกำหนดตามกฎหมายแล้ว ไม่มีกฎหมายใดสนับสนุน ให้ทำได้ประกอบกับเหตุผลตามคำร้องที่ว่า ทนายจำเลยไม่ทราบ ข้อกฎหมายอันเป็นความบกพร่องของทนายจำเลยเอง ไม่มีเหตุ ที่จะอนุญาตให้อุทธรณ์เมื่อพ้นกำหนด ยกคำร้อง และมีคำสั่ง ในอุทธรณ์ว่า อุทธรณ์เมื่อพ้นกำหนด 15 วัน ต้องห้ามตาม พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน มาตรา 54 ไม่รับอุทธรณ์ และสั่งคำร้องขอทุเลาการบังคับ ว่าศาลมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์แล้ว จึงไม่รับคำร้องขอทุเลาการบังคับ จำเลยทั้งสองเห็นว่า จำเลยทั้งสองยื่นอุทธรณ์เกินกำหนด เนื่องจากทนายจำเลยทั้งสองเข้าใจโดยสุจริตว่าการ ยื่นอุทธรณ์นั้น จะต้องยื่นภายในกำหนด 1 เดือน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่ง เหตุที่ทนายจำเลยสำคัญผิด ในข้อกฎหมายดังกล่าว เพราะกฎหมายแรงงานนั้นเป็นกฎหมายเฉพาะ แล …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2390/2538
ความว่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ของโจทก์เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานอันเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้าม จึงไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ที่ว่า ศาลแรงงานกลางพิพากษาคดีโดยไม่ได้วินิจฉัยรายละเอียดในสัญญาจ้างแรงงาน และประเด็นข้อพิพาทเรื่องค่าเสียหาย และศาลแรงงานกลางวินิจฉัยชี้ขาดคดีขัดต่อพยานหลักฐานในสำนวนที่รับฟังได้ว่าจำเลยบกพร่องและทุจริตต่อหน้าที่นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ จำเลยทั้งหกได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 108,109) โจทก์ฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งหก ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 340,092.53 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งนับแต่วันฟ้อง จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำส …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2398/2538
ความว่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์โจทก์เป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้าม ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 วรรคแรก ไม่รับอุทธรณ์ โจทก์เห็นว่า คดีนี้มีประเด็นข้อพิพาทรวม 6 ข้อแต่ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยวินิจฉัยประเด็นข้อพิพาท 4 ประเด็นแรกนอกเหนือสำนวน อีกทั้งมิได้ วินิจฉัยประเด็นที่ 5 ที่ 6 ซึ่งเป็นประเด็นข้อกฎหมาย หากศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยโดยรอบคอบประกอบการใช้ ดุลพินิจแล้วผลคำพิพากษาจะเปลี่ยนแปลงไป ประกอบกับคดีนี้ มีทุนทรัพย์สูงเพื่อให้เกิดความยุติธรรม โปรดมีคำสั่ง ให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ ศาลแรงงานกลางส่งสำเนาคำร้องให้แก่จำเลยทั้งสองแล้วโดยวิธีประกาศหน้าศาล (อันดับ 107) โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิด ศาลแรงงานกลางพิจารณาใหม่แล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาล …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2424/2538
ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า เป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงที่มิได้ว่ากล่าวกันมาแล้ว ในศาลชั้นต้น เป็นอุทธรณ์ต้องห้าม ไม่รับ จำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยที่ว่า ศาลแรงงานกลางพิจารณาตัดสินคดีโดยมิได้วินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทให้ครบทุกประการ เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนหนังสือเตือนของจำเลย ที่เตือนโจทก์วันที่ 11 กรกฎาคม 2538 จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ดังกล่าว (อันดับ 60) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 22) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ข้อที่จำเลยอุทธรณ์ว่า คดียังมีประเด็นข้อพิพาทว่า โจทก์ได้กระทำอันเป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575 หรือไม่ จำเลย มิได้ให้การเป็นประเด็นไว้ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลแรงงานกลางต้องห้ามตามประม …
- ฎีกาที่ 2621/2538
จำเลยได้ให้การด้วยวาจาต่อสู้คดีว่าโจทก์ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย รับงานนอกมาทำในระหว่างการทำงานโดยใช้อุปกรณ์ของจำเลย แม้จะมิได้ระบุว่าฝ่าฝืนในข้อใด แต่จำเลยก็ได้บรรยายการกระทำของโจทก์ชัดเจนอยู่ในตัวพอที่จะปรับกับระเบียบข้อบังคับของจำเลยได้ว่า การกระทำของโจทก์เป็นการทุจริตต่อหน้าที่หรือไม่ โจทก์ทำงานออกแบบเสื้อให้จำเลย โดยหน้าที่โจทก์ย่อมต้องปฏิบัติงานให้จำเลยในระหว่างทำงานให้ลุล่วงไปตามสมควรเพื่อหวังให้เกิดผลคุ้มค่ากับค่าจ้างที่จำเลยจ่ายให้เป็นการตอบแทน การที่โจทก์รับงานนอกเข้ามาทำในระหว่างทำงานโดยใช้อุปกรณ์ของจำเลยอันได้แก่ พู่กัน สี และกระดาษเป็นการเบียดบังทั้งเวลาและทรัพย์สินของจำเลยโดยมิชอบต่อหน้าที่เพื่อแสวงหาประโยชน์สำหรับตนเอง จำเลยย่อมได้รับความเสียหาย การกระทำของโจทก์ถือได้ว่าเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
- ฎีกาที่ 2680/2538
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยจ่าย ค่าจ้าง สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและ ค่าชดเชยส่วนจำเลย ฟ้องแย้งขอให้โจทก์ชดใช้เงินค่ารถยนต์ของจำเลยที่โจทก์นำไปใช้งานส่วนตัวที่บ้านโดยพลการแล้วสูญหายไปและโจทก์ได้ รับสภาพหนี้ไว้แม้ทั้งฟ้องเดิมและฟ้องแย้งจะเป็นคดีแรงงานแต่ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเป็นคนละประเด็นไม่เกี่ยวข้องกันจึงไม่อาจรับฟ้องแย้งไว้พิจารณารวมกับฟ้องเดิมได้
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2751/2538
ความว่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า อุทธรณ์โจทก์เป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้าม ไม่รับ โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ที่ว่าศาลแรงงานกลางวินิจฉัย ข้อเท็จจริงผิดไปจากพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวน เป็นปัญหา ข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ จำเลยแถลงคัดค้าน (อันดับ 51) โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรับโจทก์เข้าทำงานในตำแหน่ง อัตราค่าจ้างและสวัสดิการเดิม หากจำเลยไม่สามารถรับโจทก์ กลับเข้าทำงานได้ขอให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายกรณีเลิกจ้าง ไม่เป็นธรรม 900,000 บาท ฯลฯ ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ดังกล่าว (อันดับ 47) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 48) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ที่ว่า คณะกรรมการสอบสวน ทางวินัยของจำเลยมีความเห็นว่า การกระทำของโจทก์ เป็น ความผิดวินัยไม่ถึงขั้นร้ายแรงที่จำเลยมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์ จึงไม่ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2783-2784/2538
ความว่า โจทก์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมี คำสั่งว่า อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงาน และวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 จึงไม่รับ โจทก์ทั้งสองเห็นว่า อุทธรณ์ที่ว่า คำสั่งของจำเลยที่ให้ ลงโทษโจทก์ทั้งสองชอบด้วยระเบียบข้อบังคับของจำเลย ฉบับที่ 46 ว่าด้วยวินัยการสอบสวน การลงโทษ พ.ศ. 2524 หรือไม่ ตามประเด็นข้อพิพาทข้อ 1 ที่ว่ามีเหตุเพิกถอนคำสั่งจำเลย ที่ 311/2535 และคำสั่งจำเลยที่ 394/2536 หรือไม่นั้นเป็นปัญหาข้อกฎหมาย และประเด็นพิพาทข้อ 2,3 และข้อ 4เป็นประเด็นต่อเนื่องจากประเด็นข้อพิพาทข้อ 1 โปรดมีคำสั่ง รับอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 73) คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งรวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกัน โดยให้เรียกโจทก์ตามลำดับสำนวนว่าโจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2 โจท …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2993/2538
ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตาม พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน มาตรา 54 จึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ที่ว่า ศาลแรงงานกลางมิได้นำ ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวน คือเอกสารหมาย จ.4 มาวินิจฉัยจึงเป็นการวินิจฉัยคดีขัดต่อพยานหลักฐานในสำนวนและวินิจฉัย ข้อเท็จจริงนอกสำนวนนั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่ง รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 42) ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 45,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันเลิกจ้าง (วันที่ 30 มิถุนายน 2538) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ดังกล่าว (อันดับ 35) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ โดยมิได้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษา หรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 38 …
- ฎีกาที่ 3027/2538
โจทก์บรรยายฟ้องว่าโจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเท่าใดกำหนดจ่ายค่าจ้างเมื่อใดสหภาพแรงงานแต่งตั้งโจทก์เป็นกรรมการลูกจ้างเมื่อใดรวมทั้งวันที่จำเลยมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์โดยมิได้ขออนุญาตต่อศาลแรงงานซึ่งไม่เป็นการเลิกจ้างตามกฎหมายขอให้เพิกถอนคำสั่งเลิกจ้างดังกล่าวและรับโจทก์กลับเข้าทำงานตามเดิมพร้อมทั้งจ่ายค่าจ้างและดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ถือได้ว่าเป็นคำฟ้องที่แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาคำขอบังคับและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาแล้วโดยไม่จำต้องบรรยายว่ากรรมการลูกจ้างที่สหภาพแรงงานแต่งตั้งมีจำนวนกี่คนเป็นบุคคลใดบ้างและตำแหน่งกรรมการลูกจ้างที่ว่างลง2คนนั้นคือใครตำแหน่งว่างเพราะเหตุใดสหภาพแรงงานมีจำนวนสมาชิกที่เป็นลูกจ้างจำเลยจำนวนเท่าใดมากพอเท่ากับที่กฎหมายกำหนดไว้ในการที่จะมีอำนาจแต่งตั้งกรรมการลูกจ้างหรือไม่เพราะข้อเท็จจริงดังกล่าวโจทก์นำสืบในชั้นพิจารณาได้ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือ …
- ฎีกาที่ 3027/2538
โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเท่าใดกำหนดจ่ายค่าจ้างเมื่อใด สหภาพแรงงานแต่งตั้งโจทก์เป็นกรรมการลูกจ้างเมื่อใด รวมทั้งวันที่จำเลยมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์โดยมิได้ขออนุญาตต่อศาลแรงงาน ซึ่งไม่เป็นการเลิกจ้างตามกฎหมาย ขอให้เพิกถอนคำสั่งเลิกจ้างดังกล่าวและรับโจทก์กลับเข้าทำงานตามเดิม พร้อมทั้งจ่ายค่าจ้างและดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ ถือได้ว่าเป็นคำฟ้องที่แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหา คำขอบังคับ และข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาแล้ว โดยไม่จำต้องบรรยายว่า กรรมการลูกจ้างที่สหภาพแรงงานแต่งตั้งมีจำนวนกี่คน เป็นบุคคลใดบ้าง และตำแหน่งกรรมการลูกจ้างที่ว่างลง 2 คน นั้นคือใคร ตำแหน่งว่างเพราะเหตุใด สหภาพแรงงานมีจำนวนสมาชิกที่เป็นลูกจ้างจำเลยจำนวนเท่าใด มากพอเท่ากับที่กฎหมายกำหนดไว้ในการที่จะมีอำนาจแต่งตั้งกรรมการลูกจ้างหรือไม่ เพราะข้อเท็จจริงดังกล่าวโจทก์นำสืบในชั้นพิจารณาได …