มาตราที่อ้างถึง: พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 31
1,131 รายการ · หน้า 32 จาก 57
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1375/2535
ความว่า จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลแรงงานกลางสั่งว่าพิเคราะห์แล้วเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 ไม่รับอุทธรณ์ จำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นการอุทธรณ์ว่ากระบวนการพิจารณาของศาลเป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบและ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฎว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องหรือไม่ จำเลยขาดนัดและขาดนัดพิจารณา ศาลจึงมีคำสั่งให้พิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียว ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย 8,000 บาทค่าเสียหายเนื่องจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม 8,000 บาทสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 8,000 บาท และค่าจ้างค้างจ่าย3,000 บาทแก่โจทก์ จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1376/2535
ความว่า จำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ มีเหตุผลที่ศาลฎีกาจะมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องหรือไม่ จำเลยขาดนัดและขาดนัดพิจารณา ศาลจึงมีคำสั่งให้พิจารณา ชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียว ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย 8,000 บาท ค่าเสียหายเนื่องจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม 8,000 บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 8,000 บาท และค่าจ้างค้างจ่าย 3,000 บาทแก่โจทก์ จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ดังกล่าว (อันดับ 18) จำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 24,23) คำสั่ง ศาลฎีกามีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยแล้ว จึงไม่จำต้องสั่งคำร้องนี้
- ฎีกาที่ 1378/2535
โจทก์ชักชวนพนักงานของจำเลยให้ไปทำงานที่สถานประกอบการอื่น ที่ประกอบกิจการอย่างเดียวกับจำเลยโดยกล่าวลอย ๆ ไม่มีข้อเสนอที่แน่นอน และผู้ที่ถูกชักชวนดังกล่าวมิได้ลาออกไปทำงานที่ สถานประกอบการอื่น การที่โจทก์ชักชวนและไม่ปรากฏว่าจำเลยเสียหาย การกระทำของโจทก์จึงไม่ถึงขั้นเป็นการสนทนาให้ร้ายเป็นผลให้เกิดความเสียหายต่อธุรกิจของจำเลยหรือดำเนินกิจการแข่งขันกับจำเลยซึ่งถือว่าเป็นการปฏิบัติตนเป็นปฏิปักษ์ต่อจำเลยตามคู่มือ ผู้ปฏิบัติงานของจำเลย ข้อ 35.10 และไม่ใช่เป็นการฝ่าฝืนระเบียบ ข้อบังคับของจำเลยในข้อที่ร้ายแรงตามข้อ 35.11 แต่อย่างใด อุทธรณ์ของจำเลยที่ว่าโจทก์ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของจำเลยเป็นการกระทำอันไม่สมควรแก่การปฏิบัติหน้าที่นั้นเป็นปัญหาที่มิได้ว่ากันมาในศาลแรงงานกลาง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย โจทก์มิได้มีคำขอให้จ่ายดอกเบี้ยสำหรับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1583/2535
ความว่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่าอุทธรณ์โจทก์เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 ไม่รับอุทธรณ์โจทก์ โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์โจทก์เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ ทนายจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 84) โจทก์ฟ้องขอบังคับให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย 63,360 บาทค่าสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 10,560 บาท และค่าเสียหายเป็นเงิน 633,600 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์หรือให้จำเลยเพิกถอนคำสั่งที่ 698/2533 แล้วให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่เดิมและในอัตราค่าจ้างเท่าเดิม ให้นับอายุการทำงานต่อเนื่องตลอดมา และให้จำเลยชดใช้ค่าจ้างให้กับโจทก์นับแต่วันเลิกจ้างจนถึงวันที่รับโจทก์กลับเข้าทำงานพร้อมด้วยด …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:167/2535
ความว่า จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ ของจำเลยตั้งแต่หน้า 15 ถึงหน้า 30 บรรทัดที่ 11 เป็นอุทธรณ์ ในลักษณะข้อกฎหมาย แต่ให้รับฟังข้อเท็จจริงที่ฝ่าฝืนคำพิพากษา ของศาลแรงงานกลาง เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ ข้อกฎหมาย ถือว่าเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตาม พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 สำหรับอุทธรณ์ของจำเลยที่ว่าศาลแรงงานฯ ไม่มีอำนาจ พิจารณาหรือมีคำสั่งเพราะเป็นเรื่องจ้างทำของและฟ้อง ของโจทก์เป็นฟ้องเคลือบคลุม เป็นข้อกฎหมายที่มิได้ว่ากันมาแต่ ในศาลชั้นต้น จึงไม่รับอุทธรณ์ทุกข้อของจำเลย จำเลยทั้งสองเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนและเป็นสาระสำคัญแห่งคดีสมควรที่ศาลฎีกาจะได้วินิจฉัย โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ ของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ ส่งสำเนาคำร้องให้ทนายโจทก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2093/2535
อุทธรณ์ของจำเลยที่ว่า การกระทำของโจทก์ที่ศาลแรงงานกลางฟังมานั้นเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นกรณีร้ายแรงและศาลแรงงานกลางพิพากษาเกินคำขอ เป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมาย ไม่ต้องห้ามอุทธรณ์
- ฎีกาที่ 2170/2535
ผู้ร้องและผู้คัดค้านซึ่งเป็นกรรมการลูกจ้างท้ากันในศาลแรงงานกลางว่า หากศาลฟังข้อเท็จจริงว่า ผู้คัดค้านมีหน้าที่ทำเพชรดิบให้เข้ารูปและมีหน้าที่ซ่อมแซมเพชรที่แผนกอื่นทำบกพร่องและไม่สามารถแก้ไขด้วยตนเองได้แล้วให้เข้ารูปอีกครั้งแล้วส่งไปยังแผนกอื่นต่อไป ให้ถือว่าผู้คัดค้านกระทำผิดตามคำร้องทุกประการ ผู้คัดค้านยอมแพ้ และให้ศาลพิพากษาให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านได้ตามคำร้อง เป็นการที่คู่ความตกลงกันกำหนดประเด็นเสนอศาลเพื่อให้กระบวนพิจารณาคดีเป็นไปโดย รวดเร็วซึ่งศาลแรงงานกลางมีอำนาจกระทำได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 138,183 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 เมื่อศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า ผู้คัดค้านมีหน้าที่ตรงตามคำท้าจึงต้องถือตามคำท้าว่าผู้คัดค้านกระทำผิดตามคำร้อง โดย ผู้คัดค้านฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานอันเป็นกรณีร้ายแร …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2185-2187/2535
ความว่า โจทก์ทั้งสามอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่าอุทธรณ์ของโจทก์เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 ไม่รับอุทธรณ์ โจทก์ทั้งสามเห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสามเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสาม ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ ทนายจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 163) คดีทั้งสามสำนวนนี้ ศาลมีคำสั่งให้รวมการพิจารณาพิพากษา เข้าด้วยกันโดยให้เรียกโจทก์ตามลำดับสำนวนว่าโจทก์ที่ 1 ถึงโจทก์ที่ 3 โจทก์ทั้งสามฟ้องขอให้บังคับจำเลยรับโจทก์ทั้งสามกลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่และอัตราค่าจ้างเท่าเดิมและให้นับอายุงานติดต่อกันเสมือนหนึ่งไม่มีการเลิกจ้างและให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ทั้งสาม ถ้าหากจำเลย ไม่สามารถรับโจทก์ทั้งสามกลับเข้าทำงานได้ ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย ค่าเสียหาย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล …
- ฎีกาที่ 241/2535
ข้อความที่จำเลยขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การเป็นเรื่องจำเลยยกข้อต่อสู้ขึ้นใหม่เป็นข้อแก้ข้อหาเดิม เปลี่ยนแปลงข้ออ้างข้อเถียงเพื่อสนับสนุนข้อหา หรือเพื่อหักล้างข้อหาของคู่ความอีกฝ่ายหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 179(3)ไม่ใช่เป็นการแก้ไขข้อบกพร่องหรือข้อผิดพลาดเล็กน้อยในรายละเอียดจำเลยจึงต้องขอแก้ไขเสียก่อนวันชี้สองสถาน เมื่อจำเลยได้ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การหลังจากวันชี้สองสถาน โดยไม่ปรากฏว่ามิอาจยื่นคำร้องขอแก้ไขก่อนวันชี้สองสถานและมิใช่เรื่องเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงเป็นการยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 180 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31
- ฎีกาที่ 241/2535
การที่จำเลยขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การโดยยกข้อต่อสู้ขึ้นใหม่ เป็นข้อแก้ข้อหาเดิม เปลี่ยนแปลงข้ออ้าง ข้อเถียงเพื่อสนับสนุน ข้อหา หรือเพื่อหักล้างข้อหาของคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 179(3) และไม่ใช่กรณีแก้ไขข้อบกพร่องหรือข้อผิดพลาดเล็กน้อย ในรายละเอียด ทั้งเรื่องดังกล่าวมิใช่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย ของประชาชนด้วยแล้ว จำเลยจะต้องขอแก้ไขเสียก่อนวันชี้สองสถาน มิฉะนั้นไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา180 ประกอบด้วย พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 31.
- ฎีกาที่ 2650/2535
คำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยได้อ้างถึงข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุและความจำเป็นที่มิได้ยื่นคำให้การและมาศาลในวันนัดพิจารณาว่า เนื่องจากไม่ทราบว่าถูกฟ้องและไม่ทราบวันนัดเนื่องจากจำเลยไปรักษาพยาบาลมารดาอยู่ต่างจังหวัด ในระหว่างวันที่ถูกฟ้องถึงวันที่ศาลชี้ขาดตัดสินคดีและมีการส่งคำบังคับ เพิ่งมาทราบเรื่องที่ถูกฟ้องและบังคับคดีหลังจากจำเลยออกโรงพยาบาลและกลับมาพักฟื้นอยู่ที่บ้าน ดังนี้ ถ้าข้อเท็จจริงเป็นดังที่จำเลยอ้างแล้วจำเลยก็ย่อมไม่สามารถมาแถลงให้ศาลแรงงานกลางทราบถึงความจำเป็นที่ไม่อาจมาศาลได้ภายในกำหนด 7 วัน ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 41 ได้กรณีเช่นนี้ต้องนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208มาใช้บังคับแก่การพิจารณาคดีโดย อนุโลมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31ศาลแรงงานกลางต้องไต่สวนคำร้อง ของ จำเลยและมี …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2858/2535
ความว่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่าศาลแรงงานกลางได้ดำเนินกระบวนพิจารณาโดยถูกต้องตามรายงาน กระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ 12 มิถุนายน 2535 โดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว แม้อุทธรณ์ของโจทก์จะเป็นข้อกฎหมายก็ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย จึงไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์เป็นการอุทธรณ์โต้เถียงว่าศาลแรงงานกลางจดรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่12 มิถุนายน 2535 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย กล่าวคือ ไม่ยอมจดบันทึกข้อเท็จจริงตามที่โจทก์แถลง แต่กลับจดบันทึกข้อเท็จจริงนอกไป จากคำแถลงของโจทก์ และคำแถลงของโจทก์จะทำให้ศาลแรงงานกลาง วินิจฉัยได้ว่า จำเลยได้เลิกจ้างโจทก์แล้วหรือไม่ อุทธรณ์ ดังกล่าวจึงเป็นสาระสำคัญแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย โปรดรับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปด้วย หายเหตุ จำเลยที่ 1 แถลงคัดค้าน (อันดับ 45) โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 เลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มี ความผิดและไม่ได้บอก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2858/2535
ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ลาออกจากงานพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ว่าศาลแรงงานกลางไม่ยอมจดบันทึกข้อเท็จจริงจากที่โจทก์แถลงกลับจดนอกไปจากคำแถลงของโจทก์คำแถลงของโจทก์จะทำให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยได้ว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์แล้วหรือไม่ เห็นว่า ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์ลาออกจากงานโดยอาศัยพยานหลักฐาน คือใบลาออกจากงานของโจทก์ มิได้อาศัยคำแถลงตามที่โจทก์โต้แย้งคัดค้านข้อเท็จจริงไว้ ซึ่งศาลแรงงานจะแก้ไขให้โจทก์หรือไม่ ก็ไม่ทำให้การวินิจฉัยเปลี่ยนแปลง อุทธรณ์ของโจทก์แม้จะเป็นข้อกฎหมาย แต่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 31
- ฎีกาที่ 2924/2535
จำเลยอุทธรณ์ว่า ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยไม่ถูกต้องตามพยานหลักฐานในสำนวน แปลพยานหลักฐานไม่ถูกต้อง ฟังข้อเท็จจริงผิดไปจากพยานหลักฐานในสำนวนและหยิบยกพยาน เหตุผลต่าง ๆ ขึ้นอ้างให้ศาลฎีกาฟังว่าโจทก์ไม่ได้ป่วยแตกต่างไปจากที่ศาลแรงงานกลางฟังมาเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ในคดีที่มีประเด็นข้อพิพาทว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมหรือไม่นั้น แม้ศาลแรงงานกลางกำหนดประเด็นเรื่องค่าเสียหายไว้ โดยไม่ได้กำหนดประเด็นว่ามีเหตุควรให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานหรือไม่ ถ้าศาลแรงงานกลางเห็นว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรม ศาลแรงงานกลางก็พิพากษาให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานต่อไปได้ ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯมาตรา 49 ซึ่งกำหนดให้ศาลแรงงานมีอำนาจที่จะคุ้มครองป้องกันมิให้นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยไม่เป็นธรรมโดยบัญญัติให้ศาลแรงงานอาจสั่งให้นายจ้างรับลูก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2924/2535
ความว่า โจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า อุทธรณ์ข้อกฎหมายของโจทก์มิใช่ข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลแรงงานกลาง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 ประกอบพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 จึงไม่รับ โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลแรงงานกลางแล้ว การที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์จึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 33) โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 24 วัน เป็นเงิน 3,945 บาท และขอคิดค่าเสียเป็นเงิน30,000 บาท และค่าชดเชยรวม 29,592 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับตั้งแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจำเลยจะชำระให้โจทก์เสร็จ ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2993/2535
ความว่า จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า พิเคราะห์แล้วอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ข้อ 2.1 เป็นปัญหาข้อกฎหมาย จึงรับเป็นอุทธรณ์ ส่วนข้อ 2.2 เป็นข้อที่ไม่ได้ว่ากล่าวกันมา ในศาลแรงงานกลาง จึงไม่รับ สำหรับอุทธรณ์ข้ออื่นนอกนั้น เป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับ จำเลยที่ 1 เห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยข้อ 2.2 จำเลยได้ต่อสู้ในคำให้การไว้ชัดแจ้งแล้ว สำหรับอุทธรณ์ของ 2.3และ 2.4 เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยข้อ 2.2 ข้อ 2.3 และข้อ 2.4 ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วย หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 81) ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 3ลงวันที่ 1 สิงหาคม 2534 เสีย และให้จำเลยชำระเงินจำนวน2,640 บาท ต่อเดือนให้แก่โจทก์ทุกเดือนพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละสิบห้าต่อปี นับแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2534 เป็นต้นไปค่าเสียหายรายเดือนให้จำเลยชำระจนถึงวันที่โจทก์ได้รับเงินเดือน เ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:3000-3002/2535
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ศาลแรงงานกลางสั่งว่า จำเลยมิได้นำค่าฤชาธรรมเนียมและเงิน มาชำระตามคำพิพากษาตามยอมหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาล จึงไม่รับอุทธรณ์คำสั่ง จำเลยเห็นว่า หนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความยังไม่ถึงกำหนดชำระ จำเลยจึงไม่มีหน้าที่ต้องนำเงินดังกล่าวมาวางต่อศาล โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วย หมายเหตุ โจทก์ที่ 8 ที่ 10 ที่ 16 ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 14,16,17,18) ศาลแรงงานกลางพิพากษาตามยอมให้จำเลยจ่ายเงินช่วยเหลือแก่โจทก์ทั้งสิบหก โดยจำเลยจะนำเงินมาวางที่ศาลนี้ภายในวันที่ 6 ตุลาคม 2535 หากผิดนัดยอมให้โจทก์ทั้งสิบหกบังคับคดีได้ทันที จำเลยยื่นคำร้องขอแก้ไขจำนวนเงินซึ่งโจทก์ที่ 8 ที่ 10ที่ 16 ควรได้รับ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งยกคำร้อง (อันดับ 9) จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์(อันดับ 10) จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับ …
- ฎีกาที่ 32/2535
ตามคำฟ้องของโจทก์ทั้งสามสำนวนในคดีก่อนและคำฟ้องโจทก์ทั้งสามในคดีนี้ตรงกันว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสามในคราวเดียวกัน ทั้งอ้างเหตุที่จำเลยเลิกจ้างว่าโจทก์ทั้งสามอายุครบ55 ปีบริบูรณ์อย่างเดียวกัน แต่ฟ้องของโจทก์ทั้งสามในคดีนี้กล่าวอ้างเหตุเพิ่มว่าโจทก์ทั้งสามยังไม่เกษียณอายุ จำเลยเลิกจ้างไม่เป็นธรรม เพื่อเปลี่ยนแปลงข้อหาใหม่ ซึ่งปรากฏว่าโจทก์ทั้งสามยอมรับตามสัญญาประนีประนอมยอมความตามข้อ 1 ในคดีก่อนว่า ระเบียบข้อบังคับของจำเลยในการทำงานกำหนดว่าพนักงานโรงงานเกษียณอายุเมื่อมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ ดังนั้นเหตุที่จำเลยเลิกจ้างในคดีนี้ก็เพราะโจทก์ทั้งสามมีอายุครบ 55 ปีซึ่งเกษียณอายุนั่นเอง ประเด็นคดีนี้จึงประเด็นที่ต้องวินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันกับในคดีก่อนซึ่งได้ว่ากล่าวกันมาแล้วซึ่งมีมูลมาจากการเลิกจ้างของจำเลยในคราวเดียวกัน ฟ้องของโจทก์ทั้งสามคดีนี้ที่อ้างเหตุต่าง ๆ เพิ่ม ก็ไม่ทำให้มีประเ …
- ฎีกาที่ 32/2535
ตามคำฟ้องของโจทก์ทั้งสามสำนวนในคดีก่อนและฟ้องโจทก์ทั้งสามในคดีนี้ตรงกันว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสามในคราวเดียวกันทั้งอ้างเหตุที่จำเลยเลิกจ้างว่าโจทก์ทั้งสาม อายุครบ 55 ปีบริบูรณ์อย่างเดียวกัน แต่ฟ้องของโจทก์ทั้งสามในคดีนี้กล่าวอ้างเหตุเพิ่มว่า โจทก์ทั้งสามยังไม่เกษียณอายุ จำเลยเลิกจ้างไม่เป็นธรรม เพื่อเปลี่ยนแปลงข้อหาใหม่ปรากฏว่าโจทก์ทั้งสามยอมรับตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีก่อนว่า ระเบียบข้อบังคับของจำเลยในการทำงานกำหนดว่า พนักงานโรงงานเกษียณอายุเมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ ดังนั้นเหตุที่จำเลยเลิกจ้างในคดีนี้เมื่อโจทก์ทั้งสาม มีอายุครบ 55 ปี ซึ่งเป็นการเกษียณอายุ ประเด็นคดีนี้จึงมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันกับในคดีก่อนซึ่งได้ว่ากล่าวกันมาแล้ว ซึ่งเป็นที่เห็นได้ว่ามีมูลมาจากการเลิกจ้างของจำเลยในคราวเดียวกัน ฟ้องของโจทก์ทั้งสามคดีนี้ที่อ้างเหตุต่าง ๆ เพิ่มก็ไม่ทำให้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:3314/2535
ความว่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์โจทก์มิได้โต้แย้งคำสั่งไม่รับฟ้องของศาล จึงไม่รับอุทธรณ์โจทก์ โจทก์เห็นว่า โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้ยกฟ้องโจทก์โดยมีคำสั่งเกี่ยวโยงถึงคำพิพากษาศาลฎีกาที่2527/2535 โจทก์จึงอุทธรณ์ โดยแสดงเหตุผลอื่นควบคู่กับโต้แย้ง คำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าว โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ด้วย หมายเหตุ จำเลยแถลงคัดค้าน (อันดับ 7) โจทก์ฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่ง ให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงาน ให้จำเลยจ่ายเงินต่าง ๆ ตามกฎหมายแก่โจทก์ ฯลฯ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า พิเคราะห์คำฟ้องโจทก์แล้วเห็นว่าโจทก์เคยยื่นฟ้องและศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2827/2535(31 สิงหาคม 2535 โดยศาลแรงงานกลางได้อ่านคำพิพากษาในวันนี้แล้ว) คดีถึงที่สุด ฟ้องโจทก์จึงเป็นฟ้องซ้ำ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 2) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 3) …