มาตราที่อ้างถึง: พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 31
1,131 รายการ · หน้า 44 จาก 57
- ฎีกาที่ 871/2531
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรม จำเลยให้การว่า โจทก์กระทำการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับและผิดวินัยตามระเบียบของจำเลยโดยทุจริตและจงใจทำให้จำเลยเสียหาย การเลิกจ้างโจทก์จึงมิใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ดังนี้ ศาลจำต้องฟังข้อเท็จจริงถึงเหตุแห่งการเลิกจ้างว่าเป็นเพราะเหตุใด และเหตุดังกล่าวเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่ ส่วนการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนจะชอบด้วยระเบียบของจำเลยหรือไม่ไม่เกี่ยวกับการที่ศาลจะวินิจฉัยในกรณีนี้ การที่ศาลแรงงานกลางเพียงแต่ฟังคำแถลงด้วยวาจาของฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลยซึ่งเป็นการแถลงของแต่ละฝ่ายโดยอีกฝ่ายมิได้ยอมรับข้อเท็จจริงด้วย แล้วมีคำสั่งงดสืบพยานและวินิจฉัยว่าการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนไม่ชอบด้วยระเบียบของจำเลย การเลิกจ้างจึงเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม นั้น เป็นเรื่องที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายวิธีพิจารณาความว่าด้วยการพิจารณาพิพากษา ศาลฎีกาใ …
- ฎีกาที่ 871/2531
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรม จำเลยให้การว่าโจทก์กระทำการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับและผิดวินัยตามระเบียบของจำเลยโดยทุจริตและจงใจทำให้จำเลยเสียหาย การเลิกจ้างโจทก์จึงมิใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ดังนี้ ศาลจำต้องฟังข้อเท็จจริงถึงเหตุแห่งการเลิกจ้างว่าเป็นเพราะเหตุใด และเหตุดังกล่าวเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่ ส่วนการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนจะชอบด้วยระเบียบของจำเลยหรือไม่ ไม่เกี่ยวกับการที่ศาลจะวินิจฉัยในกรณีนี้ การที่ศาลแรงงานกลางเพียงแต่ฟังคำแถลงด้วยวาจาของฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลยซึ่งเป็นการแถลงของแต่ละฝ่ายโดยอีกฝ่ายมิได้ยอมรับข้อเท็จจริงด้วย แล้วมีคำสั่งงดสืบพยานและวินิจฉัยว่าการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนไม่ชอบด้วยระเบียบของจำเลย การเลิกจ้างจึงเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมนั้น เป็นเรื่องที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายวิธีพิจารณาความว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาศาลฎีกาให้ …
- ฎีกาที่ 871/2531
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรม จำเลยให้การว่า โจทก์กระทำการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับและผิดวินัยตามระเบียบของจำเลยโดยทุจริตและจงใจทำให้จำเลยเสียหาย การเลิกจ้างโจทก์จึงมิใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ดังนี้ ศาลจำต้องฟังข้อเท็จจริงถึงเหตุแห่งการเลิกจ้างว่าเป็นเพราะเหตุใด และเหตุดังกล่าวเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่ ส่วนการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนจะชอบด้วยระเบียบของจำเลยหรือไม่ไม่เกี่ยวกับการที่ศาลจะวินิจฉัยในกรณีนี้ การที่ศาลแรงงานกลางเพียงแต่ฟังคำแถลงด้วยวาจาของฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลยซึ่งเป็นการแถลงของแต่ละฝ่ายโดยอีกฝ่ายมิได้ยอมรับข้อเท็จจริงด้วย แล้วมีคำสั่งงดสืบพยานและวินิจฉัยว่าการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนไม่ชอบด้วยระเบียบของจำเลย การเลิกจ้างจึงเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม นั้น เป็นเรื่องที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายวิธีพิจารณาความว่าด้วยการพิจารณาพิพากษา ศาลฎีกาใ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:904/2531
ความว่า จำเลยอุทธรณ์ มีทางชนะคดีโจทก์อย่างแน่นอนโปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 56) ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้โจทก์ 83,629 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับ (อันดับ 45) จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 51,52) คำสั่ง ศาลฎีกาสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยแล้ว ไม่จำต้องสั่งคำร้องนี้
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:908/2531
ความว่า ตามที่จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้จนกว่ายื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์นั้น บัดนี้จำเลยได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์แล้วและมีทางชนะคดีถึงแม้จะแพ้คดีในที่สุดจำเลยก็สามารถชำระเงินตามคำพิพากษาได้โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 46) ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์เป็นเงิน 31,200 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอ้างว่าเป็นปัญหาข้อเท็จจริง (อันดับ 42) จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่ง (คำร้องอุทธรณ์คำสั่ง) พร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 47,46) คำสั่ง ศาลฎีกาสั่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องสั่งคำร้องนี้
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:925/2531
ความว่า โจทก์ที่ 2 ยื่นอุทธรณ์ไว้ บัดนี้โจทก์ที่ 2 ไม่ติดใจอุทธรณ์ต่อไป จึงขอถอนอุทธรณ์โปรดอนุญาต หมายเหตุ จำเลยแถลงไม่คัดค้าน (อันดับ 23) คดีของศาลแรงงานกลางหมายเลขแดงที่ 1038/2531 นี้ ศาลแรงงานกลางพิจารณาพิพากษารวมกับอีกคดีหนึ่ง โดยให้เรียกโจทก์ในคดีนี้ว่า โจทก์ที่ 2 และเรียกโจทก์ในอีกคดีหนึ่งว่าโจทก์ที่ 1 ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินแก่โจทก์ที่ 1เป็นเงิน 43 บาท แก่โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 515 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดต่อปีตามคำขอ นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง โจทก์ที่ 1 ที่ 2 อุทธรณ์ (อันดับ 15) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 23) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้โจทก์ที่ 2 ถอนอุทธรณ์ได้ จำหน่ายคดีเฉพาะโจทก์ที่ 2 จากสารบบความ
- ฎีกาที่ 105/2530
อุทธรณ์ของจำเลยมิได้อ้างเหตุที่จะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามกฎหมาย จึงไม่มีประเด็นที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัย ส่วนอุทธรณ์เรื่องการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมนั้น แม้ศาลแรงงานกลางจะวินิจฉัยว่าการเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม แต่ก็มิได้กำหนดให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ดังนั้น การที่จะวินิจฉัยว่าการเลิกจ้างเป็นธรรมหรือไม่ ย่อมไม่เป็นประโยชน์แก่คดี อุทธรณ์ของจำเลยในข้อนี้จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย.(ที่มา-เนติ)
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1253/2530
ความว่า จำเลยอุทธรณ์ มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน ฯลฯ (อันดับ 63) ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าจ้างค้างจ่าย รวม 80,000 บาทให้โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันเลิกจ้าง (12 กุมภาพันธ์ 2530)เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จคำขอของโจทก์นอกนั้นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 56,57) คำสั่ง ศาลฎีกาได้พิพากษาคดีนี้แล้ว จึงไม่จำต้องสั่งคำร้อง
- ฎีกาที่ 1323/2530
คำสั่งของศาลแรงงานกลางที่สั่งอนุญาตตามคำขอให้พิจารณาใหม่เกิดขึ้นภายหลังคำพิพากษา จึงมิใช่คำสั่งระหว่างพิจารณา คู่ความมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้ ศาลฎีกาได้มีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับคำร้องขอพิจารณาใหม่ของจำเลยที่ 1 ว่า เป็นคำขอที่ได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งเหตุที่คู่ความขาดนัดและข้อคัดค้านคำชี้ขาดตัดสินของศาลแรงงานกลางแล้วโจทก์จะยกปัญหาที่ศาลฎีกาได้วินิจฉัยเป็นที่ยุติไปดังกล่าวแล้ว ขึ้นมาอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาอีกไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 ประกอบด้วย พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 จำเลยที่ 1 เดินทางไปต่างประเทศก่อนถูกฟ้องและไม่เคยกลับเข้ามาประเทศไทยอีกเลย จำเลยที่ 1 ย่อมไม่สามารถแถลงขอให้ศาลพิจารณาใหม่ภายในกำหนดเจ็ดวันตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 41 เมื่อจำเลยที่ 1 มิได้จงใจขาดนัด …
- ฎีกาที่ 1323/2530
คำสั่งของศาลแรงงานกลางที่สั่งอนุญาตตามคำขอให้พิจารณาใหม่เกิดขึ้นภายหลังคำพิพากษา จึงมิใช่คำสั่งระหว่างพิจารณา คู่ความมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้ ศาลฎีกาได้มีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับคำร้องขอพิจารณาใหม่ของจำเลยที่ 1 ว่า เป็นคำขอที่ได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งเหตุที่คู่ความขาดนัดและข้อคัดค้านคำชี้ขาดตัดสินของศาลแรงงานกลางแล้วโจทก์จะยกปัญหาที่ศาลฎีกาได้วินิจฉัยเป็นที่ยุติไปดังกล่าวแล้วขึ้นมาอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาอีกไม่ได้ ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 144ประกอบด้วย พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 31 จำเลยที่ 1 เดินทางไปต่างประเทศก่อนถูกฟ้องและไม่เคยกลับเข้ามาประเทศไทยอีกเลย จำเลยที่ 1 ย่อมไม่สามารถแถลงขอให้ศาลพิจารณาใหม่ภายในกำหนดเจ็ดวันตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 41 เมื่อจำเลยที่ 1มิได้จงใจขาดนัด ศาลแรงงานกลางย่อมมีอำนาจที่จะให้จำเลย …
- ฎีกาที่ 1323/2530
คำสั่งของศาลแรงงานกลางที่สั่งอนุญาตตามคำขอให้พิจารณาใหม่เกิดขึ้นภายหลังคำพิพากษา จึงมิใช่คำสั่งระหว่างพิจารณา คู่ความมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้ ศาลฎีกาได้มีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับคำร้องขอพิจารณาใหม่ของจำเลยที่ 1 ว่า เป็นคำขอที่ได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งเหตุที่คู่ความขาดนัดและข้อคัดค้านคำชี้ขาดตัดสินของศาลแรงงานกลางแล้วโจทก์จะยกปัญหาที่ศาลฎีกาได้วินิจฉัยเป็นที่ยุติไปดังกล่าวแล้ว ขึ้นมาอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาอีกไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 ประกอบด้วย พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 จำเลยที่ 1 เดินทางไปต่างประเทศก่อนถูกฟ้องและไม่เคยกลับเข้ามาประเทศไทยอีกเลย จำเลยที่ 1 ย่อมไม่สามารถแถลงขอให้ศาลพิจารณาใหม่ภายในกำหนดเจ็ดวันตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 41 เมื่อจำเลยที่ 1 มิได้จงใจขาดนัด …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1331/2530
ความว่า ผู้คัดค้านที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 อุทธรณ์คัดค้านคำสั่งศาลแรงงานกลางที่ให้เลิกจ้างผู้คัดค้านในข้อ 2.2 ว่าผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอเลิกจ้างผู้คัดค้านโดยอาศัยคำพิพากษาในคดีอาญาที่พิพากษาว่าผู้คัดค้านมีความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้ร้องบัดนี้ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาในคดีดังกล่าวโดยกลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ให้ยกฟ้องโจทก์ ซึ่งมีผลผูกพันผู้ร้องที่เป็นโจทก์ร่วมด้วย ผู้คัดค้านจึงมิได้หมิ่นประมาทหรือกระทำความผิดอาญาต่อนายจ้าง จงใจให้นายจ้างเสียหาย หรือฝ่าฝืนข้อบังคับและระเบียบเกี่ยวกับการทำงาน ทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง ผู้คัดค้านที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 จึงขออุทธรณ์เพิ่มเติมและขอส่งสำเนาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เพื่อประกอบการพิจารณาของศาลฎีกา เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม โปรดรับไว้ด้วย หมายเหตุ ผู้ร้องยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างนายธีระพงศ์มณฑาลพผู้คัดค้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1332/2530
ความว่า เนื่องจากผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอเลิกจ้างผู้คัดค้านโดยอ้างว่าผู้คัดค้านกระทำความผิดอาญาต่อนายจ้าง ศาลแขวงธนบุรีได้พิพากษาลงโทษผู้คัดค้านแล้ว บัดนี้ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายกฟ้อง และศาลเพิ่งอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2530ผู้คัดค้านเห็นว่าคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์เป็นพยานหลักฐานอันสำคัญต่อการพิจารณาคดีนี้ จึงขอระบุพยานเพิ่มเติมตามบัญชีพยานท้ายนี้เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม โปรดอนุญาต หมายเหตุ ผู้ร้องยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างนายธีระพงศ์มณฑาลพผู้คัดค้านที่1นายสมชายอิทธิฤกษ์ฤทธิ์ผู้คัดค้านที่ 2 และนายมณฑล ศรีเสมอ ผู้คัดค้านที่ 4 กรรมการลูกจ้างได้ ฯลฯ ผู้คัดค้านที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ (อันดับ 103) ผู้คัดค้านที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง(อันดับ 104) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ผู้คัดค้านท …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1368/2530
ความว่า คดีนี้ โจทก์ที่ 2 ได้ยื่นอุทธรณ์ไว้ แต่เนื่องจากโจทก์ที่ 2 สามารถตกลงกับจำเลยได้ไม่ติดใจดำเนินคดีต่อไปจึงขอถอนอุทธรณ์ โปรดอนุญาต หมายเหตุ ทนายจำเลยแถลงไม่คัดค้าน (อันดับ 28) คดีหมายเลขแดงที่ 2635/2530 นี้ ศาลแรงงานกลางพิจารณาพิพากษารวมกับคดีอื่นอีกสองสำนวน โดยเรียกโจทก์ในคดีนี้ว่าโจทก์ที่ 2 โจทก์ที่ 2 ฟ้องขอให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานตามเดิมค่าจ้างเท่าเดิม นับอายุการทำงานต่อจากอายุเดิมเสมือนหนึ่งมิได้มีการเลิกจ้าง และให้จ่ายค่าเสียหายในอัตราวันละ 75 บาทนับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะรับกลับ หากไม่รับกลับให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย เป็นเงิน 7,950 บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเงิน 1,766 บาท ค่าเสียหาย เป็นเงิน 5,000 บาท ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี เป็นเงิน 530 บาทและเงินโบนัสเป็นเงิน 2,650 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในยอดเงินดังกล่าวข้างต้น นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1482-1495/2530
ความว่า คดีนี้ จำเลยได้ยื่นอุทธรณ์ไว้ บัดนี้โจทก์และจำเลยตกลงกันได้แล้ว โดยบรรดาโจทก์ยินดียอมรับเงินค่าแรงในวันหยุดพักผ่อนประจำปี ปีละ 6 วัน ตามกฎหมาย และจำเลยยินดีชำระเงินจำนวนดังกล่าว โจทก์ไม่ติดใจดำเนินคดีในชั้นบังคับคดีอีกต่อไป จำเลยจึงขอถอนอุทธรณ์ โปรดอนุญาต หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้ลงชื่อในคำร้องขอถอนอุทธรณ์ด้วยแล้ว(อันดับ 27) คดีทั้ง 14 สำนวนนี้ จำเลยเป็นบุคคลรายเดียวกัน ศาลแรงงานกลางพิจารณาพิพากษารวมกับคดีอื่นอีก 11 สำนวน ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ที่ 1ถึงโจทก์ที่ 9 จำนวน 2,191.50 บาท,2,678.50 บาท,4,502 บาท,2,435 บาท,2,435 บาท,2,435 บาท,2,922 บาท และ 2,678.50 บาทตามลำดับ และให้ชำระเงินแก่โจทก์ที่ 21 ถึงโจทก์ที่ 25 คนละ3,404 บาท ส่วนคำขออื่นและโจทก์คดีอื่นได้ถอนคำขอไปหมดแล้วให้จำหน่ายคดี จำเลยอุทธรณ์ และยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 23,27) คำสั่ง อนุญาตให้จำเลยถอนอุทธรณ์ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1541/2530
ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลยข้อ 2(1) เป็นการคัดค้านการกำหนดประเด็นซึ่งเป็นคำสั่ง ระหว่างพิจารณา จำเลยมิได้โต้แย้งไว้จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31จึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ข้อ 2(1) คงให้รับอุทธรณ์เฉพาะข้อ 2(2) จำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยข้อ 2(1) เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ถึงแม้ศาลแรงงานกลางจะไม่ได้ตั้งประเด็นไว้และไม่มีการคัดค้านในการกำหนดประเด็น ก็ไม่ตัดสิทธิจำเลยที่จะกล่าวอ้างและก็ไม่ตัดสิทธิศาลสูงที่จะหยิบยกขึ้นวินิจฉัย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 225 จำเลยจึงขอคัดค้านคำสั่งของศาลแรงงานกลางที่ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยข้อ 2(1) และขอศาลฎีกาได้โปรดหยิบยกปัญหาดังกล่าวขึ้นพิจารณาด้วย หมายเหตุ ทนายโจทก์ไ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1597/2530
ความว่า จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 72) ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งอธิบดีกรมแรงงานที่ 8/2530 เรื่อง อุทธรณ์คำสั่งพนักงานเงินทดแทน ลงวันที่24 มีนาคม 2530 แล้วให้จำเลยที่ 2 จ่ายค่าทดแทนแก่โจทก์และผู้มีสิทธิเป็นรายเดือนเดือนละ 3,834 บาท มีกำหนดห้าปีนับแต่วันที่ 2 กรกฎาคม 2529 เป็นต้นไป จำเลยที่ 1 และที่ 2 ต่างอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ (อันดับ 64,63) จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 67,68) คำสั่ง ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานสั่งไม่รับอุทธรณ์แล้ว จึงไม่จำต้องสั่งคำร้องนี้อีก
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:160-163/2530
ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า ศาลฎีกามีคำวินิจฉัยในเรื่องวิธีการคำนวณเงินบำเหน็จเสร็จสิ้นแล้ว จำเลยจะอุทธรณ์คำพิพากษาศาลฎีกาไม่ได้ ส่วนค่าชดเชยจำเลยไม่ได้โต้เถียงในอุทธรณ์ฉบับก่อนจะย้อนมาอุทธรณ์อีกไม่ได้จึงไม่รับอุทธรณ์ จำเลยเห็นว่า ศาลแรงงานกลางยังไม่ได้วินิจฉัยเกี่ยวกับระเบียบข้อบังคับคำสั่งกระทรวงอุตสาหกรรมที่ 124/2501 ข้อ 37ว่าด้วยการจะได้รับทั้งเงินบำเหน็จและค่าชดเชยเนื่องจากออกจากงานเพราะเหตุเกษียณอายุ ในคำพิพากษาที่ได้พิพากษาใหม่ตามรูปคดีตามคำพิพากษาของศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ทนายโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ได้รับสำเนาคำร้องแล้วคดีสี่สำนวนนี้ ศาลแรงงานกลางพิจารณาพิพากษารวมกันโดยเรียกโจทก์ในคดีทั้งสี่สำนวนว่า โจทก์ที่ 1 ถึงโจทก์ที่ 4ตามลำดับ ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ที่ 2 จำนวน 19,880 บาท จ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ที่ 3 จ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1684/2530
ความว่า จำเลยได้ยื่นฎีกา (น่าจะเป็นอุทธรณ์) ไว้ บัดนี้จำเลยไม่ติดใจดำเนินคดีต่อไป จึงขอถอนฎีกา (น่าจะเป็นอุทธรณ์) โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์แถลงท้ายคำร้อง ไม่คัดค้าน (อันดับ 61) ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า รวม 51,120 บาทแก่โจทก์ คำขอของโจทก์นอกนั้นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ (อันดับ 54) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ผู้ร้องยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 61) คำสั่ง อนุญาตให้จำเลยถอนอุทธรณ์ได้ จำหน่ายคดีจากสารบบความศาลฎีกา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1710/2530
ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลยข้อ 2 ทั้งใน (1)(2) และ (3) ล้วนเป็นอุทธรณ์มาจากพื้นฐานข้อเท็จจริงที่ศาลวินิจฉัยแล้ว จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยเห็นว่า ประเด็นที่ว่า การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่ นั้น จะต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานของโจทก์และจำเลยเพื่อหาข้อยุติว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้โดยชอบด้วยระเบียบข้อบังคับหรือสภาพการจ้างหรือไม่จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายและเป็นข้อสาระสำคัญ ควรที่ศาลฎีกาจะได้วินิจฉัยและการที่ศาลแรงงานกลางสั่งตัดพยานจำเลยซึ่งเป็นพยานสำคัญ2 ปากในชั้นพิจารณานั้น เป็นการไม่เปิดโอกาสให้จำเลยได้ต่อสู้คดีอย่างเต็มภาคภูมิ อาศัยเหตุดังกล่าว โปรดรับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ยื่นคำคัดค้าน (อันดั …