มาตราที่อ้างถึง: พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 31
1,131 รายการ · หน้า 47 จาก 57
- ฎีกาที่ 5926/2530
ฟ้องโจทก์บรรยายว่า เดิมมีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างเกี่ยวกับอัตราเงินเดือนอยู่แล้ว ต่อมาจำเลยประกาศใช้ระเบียบใหม่ปรับปรุงอัตราเงินเดือนโดยแบ่งครึ่งของแต่ละลำดับโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างที่ไม่เป็นคุณแก่โจทก์เนื่องจากจำเลยสามารถพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน ให้โจทก์เพียงครึ่งขั้นในรอบปีได้ ซึ่งปกติโจทก์ควรจะได้รับการพิจารณาเลื่อน 1 ขั้นเป็นอย่างน้อย ดังนี้เมื่อข้อเท็จจริงตามคำฟ้องไม่ปรากฏว่าจำเลยได้นำบัญชีอัตราเงินเดือนที่ได้ประกาศใช้ใหม่มาใช้บังคับกับ โจทก์แล้ว จึงยังถือไม่ได้ว่าจำเลยโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนบัญชีอัตราเงินเดือนดังกล่าว
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:625/2530
ความว่า ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลที่ไม่รับคำคู่ความไว้เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2529 บัดนี้โจทก์จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันและศาลได้พิพากษาตามยอมแล้ว ผู้ร้องไม่ประสงค์ที่จะขอเข้าเป็นคู่ความในคดีนี้ต่อไป จึงขอถอนคำร้องอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวโปรดอนุญาต หมายเหตุ ทนายโจทก์และทนายจำเลยต่างได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 101 แผ่นที่ 1 และแผ่นที่ 3) ระหว่างพิจารณา โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 1 ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งอนุญาต ศาลแรงงานกลางเรียกนางสาวพัฒนา โยธินพัฒนานายหาญชัยสุขวุฒิพงษ์และนายสถาพรจิตรานุเคราะห์ เข้ามาเป็นจำเลยร่วมตามคำขอของโจทก์ และให้เรียกว่าจำเลยที่ 10 จำเลยที่ 11และจำเลยที่ 12 ตามลำดับ และต่อมาโจทก์ขอถอนฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 12ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งอนุญาต สืบเนื่องจากผู้ร้องทั้งสามร้องสอดเข้ามาในคดีว่า ผู้ร้องทั้งสามเป็นผู้ถือหุ้นและเป็นกรรมการบริหารกองทุนช่วยเหลือซึ่งกันและกันของพนักงานคณะกรร …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:626/2530
ความว่า ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลที่ไม่รับคำคู่ความไว้เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2529 บัดนี้โจทก์จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันและศาลได้พิพากษาตามยอมแล้ว ผู้ร้องไม่ประสงค์ที่จะขอเข้าเป็นคู่ความในคดีนี้ต่อไป จึงขอถอนคำร้องอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวโปรดอนุญาต หมายเหตุ ทนายโจทก์และทนายจำเลยต่างได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 101 แผ่นที่ 1 และแผ่นที่ 3) ระหว่างพิจารณา โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 1 ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งอนุญาต ศาลแรงงานกลางเรียกนางสาวพัฒนา โยธินพัฒนานายหาญชัยสุขวุฒิพงษ์และนายสถาพรจิตรานุเคราะห์ เข้ามาเป็นจำเลยร่วมตามคำขอของโจทก์และให้เรียกว่าจำเลยที่ 10 จำเลยที่ 11และจำเลยที่ 12 ตามลำดับ และต่อมาโจทก์ขอถอนฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 12ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งอนุญาต สืบเนื่องจากผู้ร้องทั้งสามร้องสอดเข้ามาในคดีว่าผู้ร้องทั้งสามเป็นผู้ถือหุ้นและเป็นกรรมการบริหารกองทุนช่วยเหลือซึ่งกันและกันของพนักงานคณะกรรมา …
- ฎีกาที่ 64/2530
แม้ อ. ประธานกรรมการบริษัทจำเลยแต่ผู้เดียวทำหนังสือมอบอำนาจให้ ว. กรรมการบริหารมีอำนาจกระทำการแทนจำเลยอันเป็นการไม่ถูกต้องตามข้อบังคับของบริษัทจำเลยก็ตาม แต่หลังจาก ว. ได้ยื่นคำให้การต่อศาลแล้ว จำเลยก็ทำหนังสือมอบอำนาจใหม่ให้ ฉ.เป็นผู้มีอำนาจดำเนินคดีแทนโดยอ.และว. ลงชื่อถูกต้องตามข้อบังคับของจำเลยเช่นนี้ การที่ ฉ. ดำเนินคดีต่อมาโดยนำสืบพยานไปตามคำให้การที่ ว. ต่อสู้คดีไว้ ถือได้ว่าจำเลยได้ให้สัตยาบันยอมรับคำให้การดังกล่าวจึงมีสิทธินำสืบพยานไปตามคำให้การนั้นได้ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งเกี่ยวกับบัญชีระบุพยานของจำเลยว่า'รับ 5 อันดับ' แสดงว่าได้ใช้ดุลพินิจสั่งรับบัญชีระบุพยานของจำเลยที่ยื่นฝ่าฝืนต่อกฎหมายเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมแล้ว.(ที่มา-ส่งเสริม)
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:692-693/2530
คดีแรงงาน คู่ความที่ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ไม่รับอุทธรณ์ของศาลแรงงานก็ต้องนำเงินมาชำระตามคำพิพากษา หรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและ วิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 ศาลแรงงาน จึงจะรับอุทธรณ์คำสั่งนั้นได้
- ฎีกาที่ 719/2530
คดีที่ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลแรงงานขออนุญาตเลิกจ้างผู้คัดค้านซึ่งเป็นกรรมการลูกจ้าง โดยอ้างว่าผู้คัดค้านกระทำการทุจริตต่อหน้าที่การงานอันเป็นความผิดร้ายแรงนั้น เมื่อปรากฏว่าผู้คัดค้านยังให้การต่อสู้อยู่ว่าไม่เคยทุจริตต่อหน้าที่ศาลแรงงานจะสั่งงดสืบพยานผู้ร้องโดยนำคำให้การของพยานชั้นสอบสวน ความเห็นของคณะกรรมการสอบสวนตลอดจนความเห็นแย้งมาวินิจฉัยว่าการกระทำของผู้คัดค้านมิใช่เป็นกรณีที่ร้ายแรงถึงขนาดเลิกจ้างหาได้ไม่ เพราะไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้านได้รับรองถึงความมีอยู่ ความถูกต้องแท้จริงของเอกสารดังกล่าว ถือว่าเป็นเอกสารที่ผู้ร้องส่งศาลโดยไม่มีพยานบุคคลประกอบ ไม่มีผู้รับรอง ชอบที่จะดำเนินการสืบพยานในประเด็นแห่งคดีต่อไป.(ที่มา-ส่งเสริม)
- ฎีกาที่ 719/2530
คดีที่ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลแรงงานขออนุญาตเลิกจ้างผู้คัดค้านซึ่งเป็นกรรมการลูกจ้าง โดยอ้างว่าผู้คัดค้านกระทำการทุจริตต่อหน้าที่การงานอันเป็นความผิดร้ายแรงนั้นเมื่อปรากฏว่าผู้คัดค้านยังให้การต่อสู้อยู่ว่าไม่เคยทุจริตต่อหน้าที่ ศาลแรงงานจะสั่งงดสืบพยานผู้ร้องโดยนำคำให้การของพยานชั้นสอบสวน ความเห็นของคณะกรรมการสอบสวนตลอดจนความเห็นแย้งมาวินิจฉัยว่าการกระทำของผู้คัดค้านมิใช่เป็นกรณีที่ร้ายแรงถึงขนาดเลิกจ้างหาได้ไม่ เพราะไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้านได้รับรองถึงความมีอยู่ ความถูกต้องแท้จริงของเอกสารดังกล่าว ถือว่าเป็นเอกสารที่ผู้ร้องส่งศาลโดยไม่มีพยานบุคคลประกอบ ไม่มีผู้ รับรอง ชอบที่จะดำเนินการสืบพยานในประเด็นแห่งคดีต่อไป.
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:838-839/2530
จำเลยอุทธรณ์ว่าศาลแรงงานกลางมิได้กำหนดหน้าที่นำสืบ ตามภาระการพิสูจน์ที่ถูกต้อง แต่จำเลยไม่ได้โต้แย้งคำสั่งของ ศาลแรงงานกลางไว้ จึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์
- ฎีกาที่ 865-875/2530
จำเลยได้รับหมายเรียกและทราบกำหนดนัดพิจารณาของศาลแล้วแต่ไม่แต่งทนายความเข้ามาดำเนินคดีเพราะขณะนั้นจำเลยมีกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนไม่ครบ ต่อมาจำเลยได้ดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงอำนาจกรรมการให้ ส. คนเดียวลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัทกระทำการแทนจำเลยได้ ซึ่งหลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงอำนาจกรรมการของจำเลยแล้วยังอยู่ในระหว่างนัดสืบพยานโจทก์ เมื่อจำเลยไม่ดำเนินการแจ้งข้อขัดข้องให้ศาลทราบ ย่อมถือว่าจำเลยจงใจขาดนัดพิจารณา ไม่มีเหตุที่จะขอพิจารณาใหม่.(ที่มา-ส่งเสริม)
- ฎีกาที่ 944/2530
ศาลแรงงานกลางอนุญาตให้โจทก์ที่ 11 ถอนฟ้องไปแล้วก่อนที่จะมีคำพิพากษา ดังนั้นที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าจ้างสำหรับวันหยุดประจำสัปดาห์ให้แก่โจทก์ที่ 11 ด้วย จึงเป็นการไม่ชอบ.(ที่มา-เนติ)
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:112-114/2529
ความว่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า โจทก์อุทธรณ์เรื่องที่ไม่ได้ฟ้องมา จึงเป็นเรื่องที่มิได้ว่ากล่าวกันมาก่อนต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ มาตรา 31ไม่รับอุทธรณ์โจทก์ โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์โจทก์เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายที่ว่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 824 กำหนดไว้ว่าเมื่อตัวแทนกระทำการแทนตัวการที่มีภูมิลำเนาในต่างประเทศตัวแทนยังต้องรับผิดแทนตัวการด้วย และข้อกำหนดในสัญญาว่าจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยข้อ 18 จะเป็นข้อกำหนดที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือไม่ เมื่อโจทก์ได้ว่ากล่าวมาแต่ศาลชั้นต้น อุทธรณ์ของโจทก์จึงควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งให้ศาลแรงงานกลางรับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาและพิพากษาต่อไปด้วย หมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 58) คดีสามสำนวนนี้ ศาลแรงงานกลางสั่งพิจารณาพิ …
- ฎีกาที่ 122-130/2529
ฟ้องเคลือบคลุมเป็นฟ้องที่ไม่ชอบมาแต่แรกประเด็นตามคำฟ้องจึงไม่เกิดแม้ศาลมีอำนาจสอบถามคู่ความเพื่อให้ได้ความชัดในประเด็นข้อพิพาทแต่การสอบถามนั้นก็จำต้องตรวจจากคำคู่ความที่ชอบหากไม่เป็นคำคู่ความที่ชอบเสียแล้วแม้คู่ความจะแถลงเป็นประการใดก็หาอาจทำให้คำคู่ความนั้นกลับเป็นคำคู่ความที่ชอบและมีประเด็นขึ้นตามที่ศาลสอบถามและที่คู่ความแถลงไม่ โจทก์ที่2บรรยายฟ้องเพียงประโยคเดียวว่าจำเลยไม่จ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีแล้วมีคำขอให้จำเลยจ่ายเงินดังกล่าวเป็นจำนวน1,428.33บาทโดยมิได้บรรยายว่าตนมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีได้ปีละกี่วันมิได้หยุดในปีใดปีละกี่วันฟ้องของโจทก์ที่2จึงเป็นฟ้องเคลือบคลุม ส่วนโจทก์ที่9บรรยายฟ้องว่าตนมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีปีละ12วันรวม2ปีเป็นเวลา24วันได้ใช้สิทธิหยุดพักผ่อนไปแล้ว15วันจึงมีสิทธิได้รับค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ไม่ได้หยุด9วันคิดเป็นเงิน5,724บาทดังนี้เป็ …
- ฎีกาที่ 122-130/2529
ฟ้องเคลือบคลุมเป็นฟ้องที่ไม่ชอบมาแต่แรกประเด็นตามคำฟ้องจึงไม่เกิดแม้ศาลมีอำนาจสอบถามคู่ความเพื่อให้ได้ความชัดในประเด็นข้อพิพาทแต่การสอบถามนั้นก็จำต้องตรวจจากคำคู่ความที่ชอบหากไม่เป็นคำคู่ความที่ชอบเสียแล้วแม้คู่ความจะแถลงเป็นประการใดก็หาอาจทำให้คู่ความนั้นกลับเป็นคำคู่ความที่ชอบและมีประเด็นขึ้นตามที่ศาลสอบถามและที่คู่ความแถลงไม่ โจทก์ที่2บรรยายฟ้องเพียงประโยคเดียวว่าจำเลยไม่จ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีแล้วมีคำขอให้จำเลยจ่ายเงินดังกล่าวเป็นจำนวน1,428.33บาทโดยมิได้บรรยายว่าตนมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีได้ปีละกี่วันมิได้หยุดในปีใดปีละกี่วันฟ้องของโจทก์ที่2จึงเป็นฟ้องเคลือบคลุม ส่วนโจทก์ที่9บรรยายฟ้องว่าตนมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีปีละ12วันรวม2ปีเป็นเวลา24วันได้ใช้สิทธิหยุดพักผ่อนไปแล้ว15วันจึงมีสิทธิได้รับค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ไม่ได้หยุด9วันคิดเป็นเงิน5,724บาทดังนี้เป็นฟ …
- ฎีกาที่ 122-130/2529
ฟ้องเคลือบคลุมเป็นฟ้องที่ไม่ชอบมาแต่แรก ประเด็นตามคำฟ้องจึงไม่เกิด แม้ศาลมีอำนาจสอบถามคู่ความเพื่อให้ได้ความชัดในประเด็นข้อพิพาทแต่การสอบถามนั้นก็จำต้องตรวจจากคำคู่ความที่ชอบ หากไม่เป็นคำคู่ความที่ชอบเสียแล้วแม้คู่ความจะแถลงเป็นประการใดก็หาอาจทำให้คำคู่ความนั้นกลับเป็นคำคู่ความที่ชอบและมีประเด็นขึ้นตามที่ศาลสอบถามและที่คู่ความแถลงไม่ โจทก์ที่ 2 บรรยายฟ้องเพียงประโยคเดียวว่าจำเลยไม่จ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี แล้วมีคำขอให้จำเลยจ่ายเงินดังกล่าวเป็นจำนวน 1,428.33 บาท โดยมิได้บรรยายว่าตนมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีได้ปีละกี่วัน มิได้หยุดในปีใดปีละกี่วัน ฟ้องของโจทก์ที่ 2 จึงเป็นฟ้องเคลือบคลุม ส่วนโจทก์ที่ 9 บรรยายฟ้องว่าตนมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีปีละ 12 วัน รวม 2 ปี เป็นเวลา 24 วัน ได้ใช้สิทธิหยุดพักผ่อนไปแล้ว 15 วันจึงมีสิทธิได้รับค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ไม่ได้หยุด 9 วัน …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1287/2529
ความว่า จำเลยอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลแรงงานกลาง ศาลแรงงานกลางสั่งว่าเป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามอุทธรณ์ไม่รับอุทธรณ์ จำเลยเห็นว่า ปัญหาที่ว่า นายคงศักดิ์ คงคล้าย ผู้ตาย ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านเพื่อจะไปสำนักงานของนายจ้าง ระหว่างทางถูกรถยนต์ชนถึงแก่ความตายโดยที่ยังไม่ได้ลงมือปฏิบัติงานให้นายจ้างการประสบอันตรายถึงแก่ความตายของผู้ตายดังกล่าว เนื่องจากการทำงานให้แก่นายจ้างหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายอุทธรณ์ของจำเลยไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ โปรดรับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ ทนายโจทก์ทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 59) ศาลแรงงานกลางพิพากษา ให้จำเลยชำระเงิน 114,980 บาทแก่โจทก์ทั้งสองและผู้มีสิทธิได้รับเงินทดแทน จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 47) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 50) คำสั่ง ณ เวลาใดเป็นเวลาทำงานหรือไม่ จุดที่รถยนต์ชนลูกจ้างอ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1334/2529
ความว่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า ตามอุทธรณ์ของโจทก์ข้อ 2.1 ไม่เป็นประเด็นที่ว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นอุทธรณ์ข้อ 3 เป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ไม่รับอุทธรณ์โจทก์ในข้อดังกล่าว ส่วนอุทธรณ์ข้อ 2.2 โจทก์ได้ยื่นคำคัดค้านไว้แล้ว รับเป็นอุทธรณ์โจทก์ โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ข้อ 2.1 ที่ว่าหนังสือมอบอำนาจที่บริษัทจำเลยมอบอำนาจให้คุณหญิงวรรณีวิทยะสิรินันท์ มายื่นคำให้การไม่สมบูรณ์ เป็นประเด็นที่โจทก์ได้ยกขึ้นว่ากล่าวไว้แล้วในศาลแรงงานกลาง กล่าวคือโจทก์ได้หยิบยกไว้ในคำแถลงการณ์ปิดคดีของโจทก์ฉบับลงวันที่ 16 กรกฎาคม 2529 แล้ว โจทก์จึงมีสิทธิที่จะอุทธรณ์ในประเด็นนี้ต่อศาลฎีกาได้แต่ถึงแม้ศาลฎีกาจะเห็นว่าประเด็นนี้ไม่ได้ว่ากล่าวมาในศาลชั้นต้น โจทก์ก็ยังมีสิทธิที่จะอุทธรณ์ในประเด็นนี้ได้เพราะเป็นประเด็นเกี่ยวกับอำนาจต่อสู้คดีซึ่งเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนส่ว …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1346/2529
ความว่า จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ จำเลยจะต้องนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 234 ให้จำเลยนำเงินมาชำระหรือหาประกันมาวางภายใน 5 วันต่อมาจำเลยได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งเพิกถอนคำสั่งที่ให้นำเงินตามคำพิพากษามาวางศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234กับขอให้มีคำสั่งให้รับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยและให้ส่งศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่ง ศาลแรงงานกลางสั่งว่า ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ยกคำร้อง จำเลยเห็นว่า คดีนี้พิพาทเกี่ยวกับกฎหมายคุ้มครองแรงงานระหว่างลูกจ้างกับนายจ้าง ในส่วนอุทธรณ์นั้นพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน มาตรา 54 ถึง 57 ได้กำหนดเรื่องอุทธรณ์ไว้ชัดแจ้งว่าให้อุทธรณ์ได้ในปัญหาข้อกฎหมายและให้ส่งไปยังศาลฎีกา ไม่จำต้องนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 234 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1428/2529
ความว่า ผู้ร้องคัดค้านที่ 1 ถึงที่ 4 อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า พิเคราะห์แล้วอุทธรณ์ของผู้ร้องคัดค้านในประเด็นที่อ้างว่าผู้ร้องขอลงโทษผู้ร้องคัดค้านทั้งด้วยการตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรและสั่งพักงานคนละ 3 วันโดยไม่จ่ายค่าจ้างรวมยอดทีเดียวทั้งสองอย่างพร้อมกันไป และศาลเห็นด้วยกับคำร้องขอของผู้ร้องนั้น เห็นว่าอุทธรณ์ของผู้ร้องคัดค้านเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงที่ศาลอนุญาตให้ลงโทษสั่งพักงานผู้ร้องคัดค้านคนละ 3 วัน โดยไม่จ่ายค่าจ้างเท่านั้นมิได้อนุญาตให้ลงโทษตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรด้วยแต่อย่างใดเพื่อให้นำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายจากระเบียบข้อบังคับของผู้ร้องข้อ 14.1ซึ่งระบุความหนักเบาตามมาตรการลงโทษ ทางวินัยอย่างใดอย่างหนึ่งไว้ในหลาย ๆ ข้อ และผู้ร้องมีสิทธิที่จะร้องขออนุญาตศาลให้ลงโทษผู้ร้องคัดค้านสถานใดสถานหนึ่งก็ได้ ดังนั้น อุทธรณ์ของผู้ร้องคัดค้านจึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1435/2529
ความว่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ของโจทก์เป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯมาตรา 54 จึงไม่รับ โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์ในประเด็นที่ว่า จำเลยไล่โจทก์ออกเป็นธรรมหรือไม่ คำเตือนของจำเลยมีผลเป็นคำเตือนตามกฎหมายจริงหรือไม่ และปัญหาว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยได้หรือไม่ เหล่านี้เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ศาลแรงงานกลางได้ส่งสำเนาคำร้องให้จำเลยโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับแล้ว (อันดับ 39) โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า8,733.33 บาท ค่าจ้างค้างจ่าย 3,711.66 บาท และค่าชดเชย19,650 บาท ให้แก่โจทก์ ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 36) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 37) คำสั่ง อุทธรณ์ของโจทก์ข้อ 1 ข้อ 2 และข้อ 3 ที่ว่า โจทก์มิได้ฝ่าฝืนคำเ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1464/2529
ความว่า คำร้องอุทธรณ์คำสั่งของโจทก์พิมพ์ข้อความในข้อ 2ผิดพลาด จึงขอแก้ดังรายละเอียดปรากฏในคำร้อง โปรดอนุญาต หมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 37) โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยให้จ่ายค่าจ้างค้างจ่าย 500 บาทเงินค่าจ้าง 22,132.78 บาท ค่าทำงานในวันหยุด 10,399.74 บาทและค่าชดเชย 24,000 บาทแก่โจทก์ ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้างค้างจ่ายจำนวน800 บาทให้โจทก์ คำขออื่นของโจทก์ให้ยก โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ (อันดับ 31) โจทก์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง และยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 32,33) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ได้ตามขอ