ปี พ.ศ.: 2531
3,444 รายการ · หน้า 27 จาก 173
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1501/2531
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมกับคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,340,340 ตรี ฯลฯ ให้จำคุกคนละ 18 ปี คำรับสารภาพในชั้นสอบสวนของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ12 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสอง,340 ตรี ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2แต่ให้ขังจำเลยที่ 2 ไว้ระหว่างฎีกา นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 128) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวในระหว่างฎีกา ตีราคาค่าประกัน 150,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1502/2531
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลมีคำสั่งย่นระยะเวลาฎีกาลงเป็นวันที่ 1 กรกฎาคม 2531 คดีถึงที่สุดแล้ว จำเลยยื่นฎีกาเมื่อพ้นกำหนดแล้ว ไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2531 จำเลยยื่นฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2531 ถือว่าจำเลยได้ยื่นฎีกาต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนดอายุความ 1 เดือนตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216 กำหนดแล้วหากกฎหมายประสงค์จะให้ย่นระยะเวลาได้ก็คงจะบัญญัติข้อยกเว้นไว้แล้ว การที่ศาลชั้นต้นให้ย่นระยะเวลาฎีกาให้สั้นเข้าจึงเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216วรรคแรก หากจะนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 มาใช้ก็ต้องเป็นกรณีที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาไม่ได้บัญญัติไว้เมื่อประมวลกฎหมา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1503/2531
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264,265,268 ซึ่งเป็นความผิดกระทงเดียวให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 จำคุก 3 ปีจำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือนของกลางริบ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 10 แผ่นที่ 2) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์โดยตีราคาประกัน 60,000 บาท (สำนวนธุรการ อันดับ 3 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 และจำเลยยังมิได้ฎีกามา ไม่สมควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างนี้ ให้ยกคำร้อง
- ฎีกาที่ 1504/2531
เอกสารที่จำเลยทำให้โจทก์มีข้อความว่าจำเลยจะนำเงินจำนวน 50,000 บาทมาใช้แก่โจทก์ภายในเดือนพฤษภาคม 2526 แสดงว่าจำเลย เป็นหนี้โจทก์ตามจำนวนที่ระบุไว้ ใช้เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินได้
- ฎีกาที่ 1504/2531
เอกสารที่จำเลยทำให้โจทก์มีข้อความว่าจำเลยจะนำเงินจำนวน 50,000 บาทมาใช้ให้แก่โจทก์ภายในเดือนพฤษภาคม 2526 แสดงว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามจำนวนที่ระบุไว้ ใช้เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินได้
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1504/2531
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยจำเลยขอใช้หลักทรัพย์เดิมเป็นหลักประกันในชั้นฎีกา หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรก,80,279 วรรคสอง ฯลฯแต่การกระทำความผิดดังกล่าวเป็นกรรมเดียวให้ลงโทษบทหนักตามมาตรา 279 วรรคสอง จำคุก 6 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรก,80,279 วรรคแรกให้ลงโทษบทหนักตามมาตรา 277 วรรคแรก,80 ฯลฯ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 87,86) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว โดยศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 200,000 บาท (อันดับ 6,64) คำสั่ง พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1505/2531
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ประกันได้ยื่นบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดฐานทำเอกสารปลอมและทำดวงตรารอยตราปลอมตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 265,251 กระทงหนึ่งซึ่งโทษตามมาตรา 251 เป็นบทหนักกับมีความผิดฐานใช้เอกสารปลอมและใช้รอยตราปลอมตามมาตรา 268วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 265 และมาตรา 252 อีกด้วย ซึ่งโทษตามมาตรา 252 เป็นบทหนัก และมาตรา 263 ให้ลงโทษตามมาตรา251 กระทงเดียวคงจำคุกมีกำหนด 5 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 12) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ตีราคาค่าประกัน 100,000 บาท (อันดับ 2) คำสั่ง คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 และจำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงไม่มีเหตุอนุญาตให้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1506/2531
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรค 2 ประกอบด้วยมาตรา340 ตรี,83 ฯ จำคุก 18 ปี ฯลฯ จำเลยที่ 1 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 88,90) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราว ตีราคาค่าประกัน 180,000 บาท (อันดับ 10) คำสั่ง พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้วไม่มีเหตุสมควรให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวในระหว่างฎีกาไม่อนุญาตให้ยกคำร้อง
- ฎีกาที่ 1507/2531
เมื่อโจทก์กับจำเลยที่ 1 เพียงแต่ประกอบพิธีสมรสโดยมิได้ มีเจตนาจะสมรสกันตามกฎหมาย เงินที่โจทก์อ้างว่าได้มอบให้แก่ฝ่ายหญิงจึงหาได้ให้ฐานะเป็นของหมั้นและสินสอดตามกฎหมายไม่โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกคืน
- ฎีกาที่ 1507/2531
เมื่อโจทก์กับจำเลยที่ 1 เพียงแต่ประกอบพิธีสมรสโดยมิได้มีเจตนาจะสมรสกันตามกฎหมาย เงินที่โจทก์อ้างว่าได้มอบให้แก่ฝ่ายหญิงจึงหาได้ให้ในฐานะเป็นของหมั้นและสินสอดตามกฎหมายไม่ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกคืน
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1507/2531
ความว่า คดีนี้เป็นคดีความผิดอันยอมความได้และอยู่ในระหว่างอายุฎีกา โจทก์ร่วมกับจำเลยตกลงกันได้ โดยจำเลยได้ชำระเงินให้โจทก์ร่วมจำนวน 50,000 บาท โจทก์ร่วมไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีและเรียกร้องใด ๆ กับจำเลยอีก จึงขอถอนคำร้องทุกข์ถอนฟ้องหรือยอมความในคดีนี้ โปรดอนุญาต หมายเหตุ จำเลยแถลงท้ายคำร้องว่าได้รับสำเนาแล้วไม่คัดค้าน (อันดับ 91 แผ่นที่ 3) ระหว่างพิจารณา บริษัทวรบูรณ์เอ็นจิเนียริ่ง จำกัดผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 353 จำคุก 6 เดือน ให้จำเลยคืนเงิน 63,315 บาทแก่โจทก์ร่วมซึ่งเป็นผู้เสียหายด้วย ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยกเสีย ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีอยู่ในระหว่างอายุฎีกา โจทก์ร่วมยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 91 แผ่นที่ 3) คำสั่ง คดี …
- ฎีกาที่ 1508/2531
การที่โจทก์สมัครใจวิวาทต่อสู้กับจำเลยจนเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับอันตรายสาหัสเป็นการยอมรับผลเสียหายที่จะเกิดขึ้นแก่ตนเอง ถือไม่ได้ว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากจำเลย.
- ฎีกาที่ 1508/2531
การที่โจทก์สมัครใจวิวาทต่อสู้กับจำเลยจนเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับอันตรายสาหัส เป็นการยอมรับผลเสียหายที่จะเกิดขึ้นแก่ตนเองถือไม่ได้ว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากจำเลย
- ฎีกาที่ 1508/2531
การที่โจทก์สมัครใจวิวาทต่อสู้กับจำเลยจนเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับอันตรายสาหัสเป็นการยอมรับผลเสียหายที่จะเกิดขึ้นแก่ตนเอง ถือไม่ได้ว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากจำเลย
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1508/2531
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289,83 ลงโทษประหารชีวิต ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ให้ขังจำเลยไว้ในระหว่างฎีกา ฯลฯ โจทก์ฎีกา (อันดับ 73 แผ่นที่ 2) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 78) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ตีราคาค่าประกัน 400,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและหลักประกันเพิ่ม แล้วดำเนินการต่อไป
- ฎีกาที่ 1509/2531
หนังสือมอบอำนาจของบริษัทโจทก์ที่มอบอำนาจให้ ร. ฟ้องคดีนี้มีหนังสือซึ่งโนตารีปับลิก แห่งเมืองที่โจทก์มีภูมิลำเนาลงนามรับรองว่า บริษัทโจทก์ตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศนั้นและผู้ลงนามในหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวซึ่งเป็นหัวหน้าเสมียนของบริษัทโจทก์ได้ลงนามและประทับตรากำกับในนามของบริษัทโจทก์โดยคำสั่งของคณะกรรมการด้วยความสมัครใจและเป็นการกระทำเพื่อบริษัทโจทก์ทุกประการ ทั้งยังมีคำรับรองลายมือชื่อโนตารีปับลิก จากประธานศาลและคำรับรองลายมือชื่อของประธานศาลดังกล่าวจากสถานกงสุลใหญ่ของประเทศไทยในประเทศนั้นต่อท้ายอีกด้วย เมื่อจำเลยมิได้นำสืบให้เห็นเป็นอย่างอื่น จึงฟังได้ตามหนังสือมอบอำนาจนั้นว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลและมอบอำนาจให้ ร. ฟ้องคดีนี้ เครื่องหมายการค้าของโจทก์เป็นอักษรโรมันว่า "Adidas"อ่านออกเสียงว่า อะดีดาส ส่วนเครื่องหมายการค้าของจำเลยเป็นอักษรโรมันว่า "Adidang" อ่านออกเสียงว่า อดีดังรูปลักษณ์และลีล …
- ฎีกาที่ 1509/2531
หนังสือมอบอำนาจของบริษัทโจทก์ที่มอบอำนาจให้ ร. ฟ้องคดีนี้มีหนังสือซึ่งโนตารีปับลิกแห่งเมืองที่โจทก์มีภูมิลำเนาลงนามรับรองว่า บริษัทโจทก์ตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศนั้นและผู้ลงนามในหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวซึ่งเป็นหัวหน้าเสมียนของบริษัทโจทก์ได้ลงนามและประทับตรากำกับในนามของบริษัทโจทก์โดยคำสั่งของคณะกรรมการด้วยความสมัครใจและเป็นการกระทำเพื่อบริษัทโจทก์ทุกประการ ทั้งยังมีคำรับรองลายมือชื่อโนตารีปับลิกจากประธานศาล และคำรับรองลายมือชื่อของประธานศาลดังกล่าวจากสถานกงสุลใหญ่ของประเทศไทยในประเทศนั้นต่อท้ายอีกด้วย เมื่อจำเลยมิได้นำสืบให้เห็นเป็นอย่างอื่น จึงฟังได้ตามหนังสือมอบอำนาจนั้นว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลและมอบอำนาจให้ ร. ฟ้องคดีนี้ เครื่องหมายการค้าของโจทก์เป็นอักษรโรมันว่า "Adidas" อ่านออกเสียงว่า อะดีดาส ส่วนเครื่องหมายการค้าของจำเลยเป็นอักษรโรมันว่า "Adidang" อ่านออกเสียงว่า อะดีดัง รูปลักษณ์และล …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1509/2531
ความว่า โจทก์ฎีกา มีทางชนะคดีได้อย่างแน่นอน ขอได้โปรดมีคำสั่งคุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โดยให้คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้อายัดเงินที่จำเลยฝากไว้กับธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาดินแดงบัญชีเลขที่ 3789 และบัญชีอื่นของจำเลยทุกบัญชีเป็นเงิน717,151 บาท มีผลต่อไปจนกว่าศาลฎีกาจะได้มีคำพิพากษา หมายเหตุ จำเลยและจำเลยร่วมแถลงคัดค้าน (อันดับ 244) ระหว่างพิจารณา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เรียกนายวิโรจน์ อรุณประพันธ์ เข้าเป็นจำเลยร่วมตามคำขอของโจทก์ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 717,151 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 22กันยายน 2524 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยกับจำเลยร่วมร่วมกันชำระเงินจำนวน 200,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 30พฤศจิกายน 2524 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1510/2531
ความว่า โจทก์ในคดีนี้ถูกจำเลยและจำเลยร่วมฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลแพ่ง ปรากฏตามคดีของศาลแพ่งหมายเลขแดงที่ 17709,17710/2527 โดยคดีดังกล่าวมีประเด็นอย่างเดียวกันกับคดีนี้ซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาแล้ว และจำเลย(โจทก์คดีนี้) ก็ได้ยื่นฎีกาไว้ เพื่อประโยชน์ในการวินิจฉัยคดีที่มีประเด็นอย่างเดียวกันให้เป็นไปในแนวเดียวกัน จึงขอความกรุณาท่านประธานศาลฎีกาได้โปรดให้มีการพิจารณาพิพากษาคดีนี้และคดีดังกล่าวโดยผู้พิพากษาคณะเดียวกันด้วย หมายเหตุ จำเลยและจำเลยร่วมยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ระหว่างพิจารณา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เรียกนายวิโรจน์อรุณประพันธ์ เข้าเป็นจำเลยร่วมตามคำขอของโจทก์ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 717,151 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 22 กันยายน 2524 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยกับจำเลยร่วมกันชำระเงินจำนวน200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตร …
- ฎีกาที่ 1510-1511/2531
จำเลยที่ 14 หยุดงานโดยฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการลากิจ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับที่เคยได้รับคำเตือนในเรื่องขาดงานโดยยื่นใบลาป่วยและมาสายกับเรื่องแจ้งในใบลาเท็จดังนั้นยังถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 14 ฝ่าฝืนคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายและระเบียบข้อบังคับของโจทก์ซึ่งโจทก์ได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว อันจะเป็นการกระทำผิดซ้ำคำเตือน ซึ่งเป็นเหตุให้โจทก์เลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)