ปี พ.ศ.: 2532
3,985 รายการ · หน้า 32 จาก 200
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1518/2532
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 95) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงิน 24,500 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จ ระหว่างอุทธรณ์โจทก์ถึงแก่กรรม นางอรฉลาดภัทรพักต์ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาต ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมิได้ลงชื่อท้ายคำร้อง (อันดับ 93,92) จำเลยทั้งสองได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยนำหนังสือสัญญาค้ำประกันของธนาคารมาวางเป็นประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 63,66) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยทั้งสองหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นเวลา 6 ปี มาให้เป็นที่พอใจภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ระหว่างฎีกา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1519/2532
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาข้อ 2.1 ที่ว่าฟ้องโจทก์ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5)เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แต่เป็นข้อที่มิได้ว่ากันมาในชั้นอุทธรณ์และไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ส่วนฎีกาข้อ 2.2 เป็นฎีกาที่โต้เถียงดุลพินิจของศาลจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยข้อ 2.1 เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย และเป็นข้อกฎหมายที่เป็นสาระแก่คดีแม้มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ก็ตามคู่ความย่อมฎีกาหรือศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยเองได้ และข้อ 2.2 ก็เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเล …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:152/2532
ความว่า ผู้ร้องขัดทรัพย์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าคดีนี้ ทุนทรัพย์ 40,000 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน และฎีกาของผู้ร้อง เป็นปัญหาข้อเท็จจริงเพราะจะวินิจฉัยข้อกฎหมายได้ต่อเมื่อฟังข้อเท็จจริงได้ตามฎีกาของผู้ร้องก่อน ฎีกาผู้ร้องขัดทรัพย์ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จึงไม่รับ ผู้ร้องเห็นว่า ประเด็นที่ว่าสัญญาเช่าซื้อรถยนต์พิพาทระหว่างผู้ร้องกับจำเลยเป็นนิติกรรมอำพรางหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายซึ่งผู้ร้องได้นำสืบต่อสู้มาแต่ศาลชั้นต้น อีกประการหนึ่งจำเลยไม่เคยได้กรรมสิทธิ์ในรถยนต์พิพาท เพราะจำเลยชำระค่าเช่าซื้อให้แก่ บริษัทเจนเนอรัลไฟแนนซ์ จำกัด เจ้าของกรรมสิทธิ์ยังไม่ครบ ดังนั้นเมื่อจำเลยขายรถยนต์ดังกล่าวให้แก่นายนพชัยฯ ตัวแทนของผู้ร้องจึงเป็นเพียงการขายสิทธิการเช่าซื้อให้แก่ผู้ร้องเท่านั้น ตัวแทนของผู้ร้องรับโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์พิพาทมาจากบริษัท เจนเนอรัลไฟแนนซ์ จำกัด โด …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1520/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91,291 ฯลฯ พระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 47,78,157,160,32 ฯลฯ สำหรับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 และพระราชบัญญัติจราจรทางบกมาตรา 43,157 ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 6 ปี ลงโทษตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก มาตรา 78,160 วรรค 2 จำคุก 2 เดือน รวม 2 กระทงให้จำคุก 6 ปี 2 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 3 ปี 1 เดือน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับ (อันดับ 34 แผ่นที่ 3) จำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 35,36) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาแล้วครึ่งหนึ่ง ศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 32) ศาลชั …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1521/2532
ความว่า ผู้ร้องทั้งสามฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการวางเงินประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 33) สืบเนื่องจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดตึกแถวสองชั้นเลขที่ 64 และเลขที่ 64/1 จำนวน 3 คูหา ตำบลในเมืองอำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร โดยอ้างว่าเป็นทรัพย์ของจำเลยเพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้ตามคำพิพากษาผู้ร้องทั้งสามยื่นคำร้องว่า ตึกพิพาทดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องทั้งสามซึ่งผู้ร้องทั้งสามได้อาศัยปลูกบนที่ดินของจำเลยโดยสุจริต และได้ครอบครองมาโดยเปิดเผยโดยสุจริต ไม่ใช่ทรัพย์สินของจำเลย ขอให้ศาลสั่งถอนการยึดตึกพิพาทดังกล่าว โจทก์ยื่นคำร้องว่า คำร้องของผู้ร้องทั้งสามไม่มีมูลและยื่นเข้ามาเพื่อประวิงการบังคับคดี ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้ร้องทั้งสามวางเงินต่อศาลเพื่อเป็นการประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ ศาลชั้นต้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1522/2532
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า พยานโจทก์ไม่มีข้อเท็จจริงในบางเรื่อง เช่น มูลหนี้เดิมที่เกี่ยวข้องกับมูลหนี้ในเช็คพิพาท หุ้นที่สั่งซื้อสั่งขายจำนวนเดียวกันหรือไม่ การใช้สิทธิหักกลบลบหนี้แล้วโจทก์จะต้องชำระหนี้ให้ฝ่ายจำเลยหรือไม่ จึงยกฟ้อง โจทก์ฎีกาว่าข้อเท็จจริงเหล่านั้นมีปรากฏในสำนวนแล้ว ดังนี้เป็นฎีกา โต้เถียงข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์นำข้อเท็จจริงนอกจากพยานหลักฐานในสำนวนทั้งเป็นข้อเท็จจริงที่ต้องพิจารณาในชั้นพิจารณามาวินิจฉัยยกฟ้องโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องนั้น เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ จำเลยทั้งสามได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (สำนวนธุรการอันดับ 20 แผ่นที่ 3 ถึงที่ 5) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลย …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1523/2532
ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า เป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ จึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยข้อ 2.1 และข้อ 3 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า การปรับบทกฎหมายของศาลแรงงานกลางไม่ถูกต้องเพราะมิได้นำข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานที่คู่ความนำสืบในสำนวนคดีมาวินิจฉัย โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 38) ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน24,960 บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 6,240 บาทเงินสะสมจำนวน 7,346.20 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินดังกล่าว สำหรับค่าชดเชยนับตั้งแต่วันเลิกจ้างสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และเงินสะสมนับตั้งแต่วันฟ้องให้โจทก์ คำขออย่างอื่นของโจทก์ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 30) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 33) คำสั่ง อุทธรณ์ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1524/2532
ความว่า จำเลยอุทธรณ์ คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 38) ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน24,960 บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 6,240 บาทเงินสะสมจำนวน 7,346.20 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินดังกล่าว สำหรับค่าชดเชยนับตั้งแต่วันเลิกจ้าง สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และเงินสะสมนับตั้งแต่วันฟ้องให้โจทก์ คำขออย่างอื่นของโจทก์ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับ (อันดับ 30) จำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ (อันดับ 33) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 31) คำสั่ง ศาลฎีกาสั่งยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ให้ศาลฎีกาสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยแล้ว จึงไม่จำต้องสั่งคำร้องนี้อีก
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1525/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์ที่ได้ยื่นไว้เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง แต่ให้ขังจำเลยไว้ในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 จำคุกจำเลยตลอดชีวิต คำให้การรับของจำเลยในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษหนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลย 33 ปี 4 เดือน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าประสงค์จะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 91 แผ่นที่ 1,3) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน300,000 บาท (อันดับ 47,74) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าพฤติการณ์แห่งคดี ยังไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง
- ฎีกาที่ 1526/2532
ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คในวันเดียวกับวันออกเช็คว่า "โปรดติดต่อผู้สั่งจ่าย" หรือ "ยังรอเรียกเก็บอยู่ โปรดนำมายื่นใหม่" ซึ่งอาศัยข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 991(1) คือเงินในบัญชีไม่พอจ่ายในวันที่ออกเช็ค กรณีเช่นนี้ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์ไม่จำต้องนำสืบถึงรายละเอียดเกี่ยวกับเงินในบัญชีของจำเลย คดีโจทก์ก็มีมูล
- ฎีกาที่ 1526/2532
ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คในวันเดียวกับวันออกเช็คว่า'โปรดติดต่อผู้สั่งจ่าย' หรือ 'ยังรอเรียกเก็บอยู่ โปรดนำมายื่นใหม่'ซึ่งอาศัยข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 991(1)คือเงินในบัญชีไม่พอจ่ายในวันที่ออกเช็ค กรณีเช่นนี้ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์ไม่จำต้องนำสืบถึงรายละเอียดเกี่ยวกับเงินในบัญชีของจำเลยอีก.(ที่มา-ส่งเสริม)
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1526/2532
ความว่า โจทก์ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ไม่มีเหตุผลสมควรที่จะฎีกา ฉะนั้นหากโจทก์ยังติดใจที่จะฎีกา ก็ให้นำค่าขึ้นศาลชั้นฎีกามาชำระและนำค่าธรรมเนียมที่จะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์มาชำระภายใน 30 วัน นับแต่วันนี้ มิฉะนั้นไม่รับฎีกาต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องลงวันที่ 10 พฤษภาคม 2532 อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าว ศาลชั้นต้นสั่งว่า โจทก์ไม่ได้อุทธรณ์คำสั่งภายในกำหนด 7 วัน นับแต่วันมีคำสั่ง จึงไม่รับโจทก์เห็นว่านับแต่วันที่โจทก์ได้ยื่นฎีกาและคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2533 โจทก์ก็ได้ติดตามเพื่อดูคำสั่งของศาลมาโดยตลอด จนกระทั่งวันที่ 8 พฤษภาคม 2532โจทก์จึงทราบคำสั่งของศาล และปรากฏว่าศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ฎีกาอย่างคนอนาถาและไม่รับฎีกาในวันที่ 18 เมษายน 2532ดังนั้นที่โจทก์ยื่นอุทธรณ์คำสั่งในวันที่ 10 พฤษภาคม 253 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1527/2532
ความว่า ผู้คัดค้านที่ 2 ถึงที่ 4 ฎีกา มีมูลที่จะชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ผู้ร้องแถลงคัดค้าน (อันดับ 113) กรณีสืบเนื่องจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำร้องสองฉบับขอให้เพิกถอนการโอนทรัพย์ของจำเลย ศาลชั้นต้นรวมพิจารณาคำร้องทั้งสองฉบับเข้าด้วยกัน โดยเรียกผู้รับโอนทรัพย์ซึ่งได้แก่นางสาววีรวรรณนิติเจริญนางสาวอรดีพิพัฒน์ชัยไพศาลนางสาวอัจฉราวรสิทธิ์ศักดิ์นางสาววัลพาวรสิทธิศักดิ์และธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด ว่า ผู้คัดค้านที่ 1 ถึงที่ 5ตามลำดับ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนการโอนที่ดินโฉนดที่ 16601ตำบลคลองสาน(ตลาดสมเด็จ)อำเภอคลองสาน (บางลำภูล่าง)กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างตึกแถวสามชั้น เลขที่ 3359/4ระหว่างนายโอฮวงทองอยู่เลิศหรือแซ่ตั้ง ลูกหนี้ (จำเลย) ที่ 2กับผู้คัดค้านที่ 1 ให้ผู้คัดค้านที่ 1 ใช้ราคาทรัพย์ดังกล่าวเป็นเงิน 400,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1528/2532
ความว่า จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งว่า ตามทางไต่สวนข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยมีรายได้ เมื่อเปรียบเทียบรายได้กับค่าธรรมเนียมที่จำเลยจะต้องเสียในการยื่นฎีกาคดีนี้แล้ว เห็นว่า จำเลยมีรายได้พอที่จะเสียค่าธรรมเนียมได้ จึงให้ยกคำร้อง หากจำเลยประสงค์จะฎีกาต่อไปก็ให้นำเงินค่าธรรมเนียมมาวางศาลภายใน15 วัน จำเลยเห็นว่า จำเลยเป็นคนยากจนจริง ไม่มีทรัพย์สินและไม่ได้ประกอบอาชีพใด ต้องอาศัยบุตรให้เงินเลี้ยงชีพ เงินที่ได้รับจากบุตรทุกเดือนก็เพียงแต่พอใช้จ่ายไปในแต่ละเดือนเท่านั้น ไม่มีเงินเหลือพอที่จะเสียค่าธรรมเนียมศาลในชั้นฎีกาได้ โปรดมีคำสั่งให้จำเลยฎีกาอย่างคนอนาถาต่อไป หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้านเมื่อพ้นกำหนด ศาลชั้นต้นรับไว้เป็นคำแถลงการณ์ (อันดับ 89) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยออกจากห้องเช่าพิพาทเลขที่35/14 ตามฟ้องของโจทก์ และส่งมอบคืนห้องพิพาทให้แก่โจ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1529/2532
ความว่า คดีนี้ จำเลยได้แต่งตั้งให้นายทรงเกียรติ โรจนวรเกียรติและนายสุรกิจโรจนวรเกียรติ เป็นทนายความของจำเลย บัดนี้จำเลยมีความประสงค์ที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาคดีด้วยตนเอง จึงขอถอดถอนการแต่งตั้งทนายดังกล่าวนับตั้งแต่วันยื่นคำร้องนี้เป็นต้นไป และพร้อมนี้จำเลยได้ยื่นใบแต่งทนายความโดยแต่งตั้งตัวจำเลยเองแนบมาด้วยแล้ว โปรดอนุญาต หมายเหตุ นายทรงเกียรติโรจนวรเกียรติและนายสุรกิจ โรจนวรเกียรติยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า ที่ดินภายในเส้นสีแดงตามแผนที่พิพาทเอกสารหมาย จ.ล.1, จ.ล.2 ซึ่งมีชื่อของโจทก์ที่ 1 ที่ 2และที่ 3 ปรากฎอยู่ภายในเส้นสีแดงแต่ละแปลง โจทก์ที่ 1 ที่ 2และที่ 3 เป็นผู้มีสิทธิครอบครองตามลำดับให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดินเลขที่ 121 หมู่ที่ 7 ตำบลห้วยเหนือ อำเภอขุขันธ์จังหวัดศรีสะเกษ ให้จำเลยไปถอนคำคัดค้านที่โจทก์ทั้งสามขอออกหนังสือ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:153/2532
ความว่า โจทก์ฎีกา คดีโจทก์สามารถชนะในชั้นฎีกาได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายจำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว เฉพาะจำเลยที่ 2 แถลงคัดค้าน (อันดับ 135 แผ่นที่ 2,136) โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินจำนวน 231,856.89 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 11 ต่อปี ในต้นเงิน 438,095.89 บาทนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองยื่นคำให้การ เฉพาะจำเลยที่ 2 ฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ชำระหนี้จำนวน443,032.91 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 12.5 ต่อปี ของต้นเงิน347,950.59 บาท ให้แก่จำเลยที่ 2 นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้โจทก์ใช้เงินจำนวน 347,950.59บาท ให้จำเลยที่ 2 พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 12.5 ต่อปี นับแต่วันที่1 มกราคม 2524 จนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1530/2532
ความว่า จำเลยฎีกา มีเหตุที่ศาลฎีกาจะกลับคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ได้โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 87) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยคืนเงินมัดจำ 60,000 บาท และชำระเงินค่าเสียหาย 10,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี สำหรับเงิน 60,000 บาท นับแต่วันที่ผิดนัด ส่วนเงิน10,000 บาท นับแต่วันที่ศาลพิพากษาเป็นต้นจนกว่าจะชำระเงินเสร็จให้โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้จำเลยชำระค่าเสียหาย 40,000 บาทและดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีคิดตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม 2529จนถึงวันชำระเสร็จให้โจทก์นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา (อันดับ 80) จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 78,77) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์(อันดับ 52) แต่ไม่ปรากฏคำสั่งของศาลอุทธรณ์ในสำนวนที่ส่งมายังศาลฎีกา คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1531/2532
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสองยกเหตุผลเพื่อให้ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่นเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขเล็กน้อยให้จำคุก 3 ปี จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 ไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองเห็นว่า จำเลยได้ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าการที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองโดยอาศัยคำรับสารภาพของจำเลยทั้งสองในชั้นสอบสวน และอาศัยคำซัดทอดของจำเลยด้วยกันนั้นเป็นการขัดต่อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 ลงโทษจำคุกคนละ 3 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 83นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1532/2532
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 128แผ่นที่ 2) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 790,650 บาทพร้อมกับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินจำนวน200,000 บาทนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จให้แก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากจำนวนเงินต้น 200,000 บาทนับแต่วันที่20 ธันวาคม 2524 จนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ127,126) จำเลยทั้งสองได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์(อันดับ 114) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกาได้
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1533/2532
ความว่า จำเลยฎีกา มีมูลที่จะชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วโดยวิธีปิดหมาย (อันดับ 60แผ่นที่ 3) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 24,832เหรียญฮ่องกง (อัตราแลกเปลี่ยน 1 เหรียญต่อ 3.50 บาท) และเงินจำนวน 4,590 เหรียญดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (อัตราแลกเปลี่ยน 1 เหรียญต่อ 23 บาท) พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันผิดนัดจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้นแก่โจทก์ จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 56,55) ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ทุเลาการบังคับ แต่จำเลยไม่วางหลักประกันตามที่ศาลชั้นต้นกำหนด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีตามคำร้องของโจทก์แล้ว (อันดับ 40 แผ่นที่ 2,42,46) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว หากจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระให้โจทก์ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมดอกเบี้ยเป็นเวลา 6 ปีมาให้เป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำ …