ปี พ.ศ.: 2563
1,187 รายการ · หน้า 1 จาก 60
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:1/2563
คดีที่เทศบาลนครนครศรีธรรมราช ยื่นฟ้องเอกชนเป็นจำเลย โดยมีมูลเหตุมาจากการที่โจทก์ได้ว่าจ้างจำเลยให้เก็บขยะมูลฝอยภายในเขตเทศบาลตามสัญญาจ้าง ๒ ฉบับ ซึ่งเป็นสัญญาทางปกครอง แต่ตามคำฟ้องโจทก์ฟ้องว่า โจทก์ว่าจ้างจำเลยให้เก็บขยะมูลฝอยภายในเขตเทศบาลตามสัญญาจ้าง ๒ ฉบับ โดยจำเลยเช่ารถบรรทุกขยะจากโจทก์เพื่อใช้เก็บขยะตามถนน ตรอก ซอยต่าง ๆ ตามสัญญาเช่า ๒ ฉบับ แต่จำเลยผิดสัญญาเช่าไม่ซ่อมแซมรถบรรทุกขยะให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ตามปกติก่อนส่งคืนโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย ประเด็นพิพาทแห่งคดีนี้จึงเป็นเพียงการฟ้องเรียกเงินตามสัญญาเช่ารถบรรทุกขยะเท่านั้น หาใช่เป็นข้อพิพาทเกี่ยวเนื่องกับสัญญาจ้างเก็บขยะมูลฝอยไม่ เห็นว่า แม้โจทก์จะเป็นหน่วยงานทางปกครอง และมีอำนาจหน้าที่รักษาความสะอาดของถนน หรือทางเดินและที่สาธารณะ รวมทั้งการกำจัดขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล ตามพระราชบัญญัติเทศบา …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:1/2563
- ฎีกาที่ 1-3/2563
เมื่อปรากฏว่ามีการกระทำความผิดมูลฐานเกิดขึ้นไม่ว่าจะจับกุมตัวผู้กระทำความผิดได้หรือไม่ หรือผู้กระทำความผิดจะถูกลงโทษหรือไม่ แต่มีทรัพย์สินเกิดขึ้นจากการกระทำนั้น ก็ถือได้ว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดอันเป็นเหตุให้เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินส่งเรื่องให้พนักงานอัยการพิจารณายื่นคำร้องต่อศาลและขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินได้ หากศาลเชื่อว่าทรัพย์สินตามคำร้องเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดมูลฐานก็มีคำสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดินได้ แม้ทรัพย์สินนั้นผู้เป็นเจ้าของหรือผู้รับโอนทรัพย์สินได้มาก่อน พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มีผลใช้บังคับ เพราะมาตรการดังกล่าวมิใช่โทษทางอาญาหรือคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา จึงมีผลใช้บังคับย้อนหลังได้ การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเป็นมาตรการทางแพ่งที่ให้อำนาจ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:10/2563
คดีที่เอกชน ยื่นฟ้องสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง และจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นเอกชนด้วยกัน อ้างว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) เลขที่ ๑๔๓๘ เดิมเป็นที่ดิน ส.ค. ๑ เลขที่ ๑๖ ของผู้มีชื่อ แต่จำเลยที่ ๒ และสามีจำเลยที่ ๒ ในขณะนั้นยื่นคำขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ต่อหน่วยงานของ จำเลยที่ ๑ โดยนำชี้ที่ดินเพื่อรังวัดและจัดทำแผนที่ต้นร่าง ส.ป.ก./สร ๒๒ ในเขตโครงการป่าดงหัวกองและป่าดงบังอี่ (อี) และยื่นคำขอแบ่งแยกที่ดินเพื่อแจ้งเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินทับซ้อนที่ดินของโจทก์ และจำเลยที่ ๒ รื้อถอนเสารั้วคอนกรีตและลวดหนามที่เป็นแนวเขต ใช้รถไถพรวนหน้าดิน และฝังเสาเดินสายไฟฟ้าเข้าไปในที่ดินโจทก์ ขอให้เพิกถอนคำขออนุญาตเข้าทำประโยชน์และเพิกถอนแผนที่แปลงที่ดินเพื่อประกอบการเกษตรกรรมตามแบบ ส.ป.ก./สร.๕ ก ในเขตปฏิรู …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:10/2563
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:100/2563
คดีที่เอกชน ยื่นฟ้องกรรมการบริหารปฏิบัติหน้าที่แทน ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร ที่ ๑ สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) ที่ ๒ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ที่ ๓ ผู้ถูกฟ้องคดี ว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ออกคำสั่งลงโทษทางวินัยไล่ผู้ฟ้องคดีออกจากการเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ตามการชี้มูลความผิดของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากผู้ฟ้องคดีไม่ได้กระทำผิดอาญาและผิดวินัยร้ายแรง ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งลงโทษทางวินัย และให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ มีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีกลับเข้าทำงาน พร้อมทั้งให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ ชดใช้ค่าเสียหายจากการขาดรายได้ เห็นว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ เป็นองค์การมหาชน ซึ่งเป็นหน่วยงานอื่นของรัฐ และมีฐานะเป็นหน่วยงานทางปกครอง ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีท …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:101/2563
คดีที่ ผู้ฟ้องคดีเป็นเอกชนยื่นฟ้องสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น สาขาน้ำพอง ที่ ๑ กรมที่ดิน ที่ ๒ และองค์การบริหารส่วนตำบลท่ากระเสริม ที่ ๓ ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.๒๕๔๒ โดยผู้ฟ้องคดีอ้างเหตุแห่งการฟ้องคดี ๒ ข้อหา ข้อหาแรก ผู้ฟ้องคดีกล่าวอ้างว่าการรังวัดสอบเขตที่ดินของเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ไม่มีการแจ้งเจ้าของที่ดินข้างเคียงครบทุกคน ช่างรังวัดไม่ดำเนินการรังวัดด้วยตนเองโดยปล่อยให้คนงานส่องกล้องและถือปริซึมรีเฟกต์ทำงานกันเอง และกระทำการล่าช้าโดยเลื่อนนัดรังวัดและไกล่เกลี่ยหลายครั้งตั้งแต่วันยื่นคำร้อง เป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหายจากการต้องเดินทางมาสำนักงานที่ดินหลายครั้ง โดยมีคำขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐที่เจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีที …
- ฎีกาที่ 1010/2563
ลูกจ้างที่ไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาและค่าล่วงเวลาในวันหยุด แต่มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินเท่ากับอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามชั่วโมงที่ทำนั้น ต้องพิจารณาว่างานที่ลูกจ้างทำล่วงเวลาหรือล่วงเวลาในวันหยุดเป็นงานที่กำหนดไว้ตามประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2549 ข้อ 40 (1) ถึง (7) ซึ่งอาจจะเป็นงานที่มีลักษณะและสภาพของงานเช่นเดียวกับงานที่ลูกจ้างทำในวันและเวลาทำงานปกติหรือไม่ก็ได้ ประกาศข้อดังกล่าว หาได้กำหนดให้งานที่ลูกจ้างทำในวันและเวลาทำงานปกติกับงานที่ลูกจ้างทำล่วงเวลาหรือล่วงเวลาในวันหยุดต้องต่างกันแต่อย่างใดไม่ ทั้งงานใดจะเป็นงานตามข้อ 40 (1) ถึง (7) ต้องพิจารณาที่ลักษณะและสภาพของงานนั้น ๆ เป็นสำคัญ นายจ้างหามีสิทธิกำหนดให้งานหนึ่งงานใดเป็นงานที่ลูกจ้างไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาหรือค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้แตกต่างไปจา …
- ฎีกาที่ 1017/2563
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:102/2563
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:102/2563
คดีนี้ ผู้ฟ้องคดีเป็นเอกชนยื่นฟ้ององค์การบริหารส่วนตำบล ส. ที่ ๑ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล ส. ที่ ๒ กรมที่ดิน ที่ ๓ อธิบดีกรมที่ดิน ที่ ๔ ผู้ถูกฟ้องคดี สรุปคำฟ้องได้ว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ ๔๗๖๙๙ ซึ่งออกมาจากหลักฐานตาม น.ส. ๓ เลขที่ ๙๘ และ น.ส. ๓ ก. เลขที่ ๑๑๑๕ ต่อมามีการออก น.ส.ล. เลขที่ ชย ๑๑๗๓ (ศาลตาปู่สาธารณประโยชน์) ทับซ้อนกับโฉนดที่ดินเลขที่ ๔๗๖๙๙ และเทพื้นถนนคอนกรีตเสริมเหล็กรุกล้ำเข้ามาในที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ ๔๗๖๙๙ ของผู้ฟ้องคดี โดยผู้ฟ้องคดีได้สร้างรั้วลวดหนามปิดกั้นถนนคอนกรีตที่สร้างรุกล้ำเขตที่ดินพิพาท แต่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ มีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีรื้อถอนอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างออกจากที่สาธารณประโยชน์ "ศาลตาปู่" ผู้ฟ้องคดีจึงอุทธรณ์คำสั่งต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ แต่มีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งเพิกถอนการออก น.ส.ล. เลขที่ ชย ๑๑๗๓ และ …
- ฎีกาที่ 1020/2563
- ฎีกาที่ 1021/2563
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1021/2563
- ฎีกาที่ 1022/2563
- ฎีกาที่ 1026/2563
- ฎีกาที่ 1027/2563
เมื่อมีการยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้และศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการแล้ว ย่อมมีผลต่อการดำเนินคดีแพ่งแก่ลูกหนี้โดยต้องบังคับตามบทบัญญัติแห่ง พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ซึ่งพระราชบัญญัติดังกล่าวมาตรา 90/12 (4) ห้ามมิให้ฟ้องลูกหนี้เป็นคดีแพ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้หรือเสนอข้อพิพาทที่ลูกหนี้อาจต้องรับผิดหรือได้รับความเสียหายให้อนุญาโตตุลาการชี้ขาด ถ้ามูลแห่งหนี้นั้นเกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผน และห้ามมิให้ฟ้องลูกหนี้เป็นคดีล้มละลาย ในกรณีที่มีการฟ้องคดีหรือเสนอข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการชี้ขาดไว้ก่อนแล้ว ให้งดการพิจารณาไว้ เว้นแต่ศาลที่รับคำร้องขอจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น คดีนี้ปรากฏข้อเท็จจริงตามสำนวนว่า หลังจากศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำพิพากษาและจำเลยที่ 2 ยื่นอุทธรณ์แล้ว เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2560 จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้งดการ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:103/2563
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:103/2563
คดีที่ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นเอกชนยื่นฟ้องอธิบดีกรมที่ดิน ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดิน น.ส. ๓ เลขที่ ๓ เนื้อที่ ๒๐ ไร่ ต่อเนื่องจากบิดาซึ่งครอบครองที่ดินมาก่อนที่จะมีการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) เลขที่ ๑๔๘๘๖ แต่ผู้ฟ้องคดีถูกกล่าวหาว่าบุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินสาธารณประโยชน์ตามหนังสือสำคัญ สำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) เลขที่ ๑๔๘๘๖ บางส่วน จนถูกฟ้องคดีอาญาฐานความผิดต่อประมวลกฎหมายที่ดินต่อศาลจังหวัดอุบลราชธานีและศาลจังหวัดเดชอุดม ทั้งสองศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ยกฟ้อง ผู้ฟ้องคดีจึงมิได้กระทำความผิดฐานบุกรุกที่ดินสาธารณประโยชน์ตามหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) เลขที่ ๑๔๘๘๖ ต่อมา ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ได้ขอรังวัดตรวจสอบแนวเขตที่ดินตามหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) เลขที่ ๑๔๘๘๖ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ศาลพิพากษาหรื …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:104/2563