ปี พ.ศ.: 2563
1,187 รายการ · หน้า 17 จาก 60
- ฎีกาที่ 1942-1943/2563
แม้การดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 สามารถนำกฎหมายที่แก้ไขใหม่ย้อนหลังไปบังคับแก่การกระทำความผิดที่เกิดขึ้นก่อนกฎหมายที่แก้ไขได้ก็ตาม แต่ผู้ร้องยังคงบรรยายคำร้องในความผิดมูลฐานตามกฎหมายขณะกระทำความผิด และโดยที่มาตรา 59 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่าการดำเนินการทางศาลเกี่ยวกับทรัพย์สิน ให้นำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม ศาลจึงมิอาจนำลักษณะการกระทำความผิดมูลฐานตามความหมายของกฎหมายที่แก้ไขใหม่มาชี้ขาดคดีได้ เพราะจะเป็นการเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำร้อง ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142
- ฎีกาที่ 1953/2563
- ฎีกาที่ 1954/2563
- ฎีกาที่ 198/2563
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:198/2563
- ฎีกาที่ 1981/2563
- ฎีกาที่ 199/2563
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:199/2563
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2/2563
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:2/2563
แม้จำเลยที่ ๑ เป็นราชการส่วนท้องถิ่นซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แต่สัญญาซื้อขายครุภัณฑ์ก่อสร้าง (รถตักหน้าขุดหลัง) ชนิดขับเคลื่อน ๔ ล้อ จำนวน ๑ คัน เป็นเพียงสัญญาซื้อขายรถยนต์ซึ่งเป็นอุปกรณ์ในการอำนวยความสะดวกให้แก่การดำเนินงานของจำเลยทั้งสอง โดยสัญญามีสาระสำคัญเพียงว่าให้โจทก์ส่งมอบครุภัณฑ์ก่อสร้าง (รถตักหน้าขุดหลัง) ชนิดขับเคลื่อน ๔ ล้อ จำนวน ๑ คัน ตามรายละเอียดคุณลักษณะที่ระบุในสัญญา เมื่อจำเลยที่ ๑ ตรวจสอบแล้วว่าถูกต้องครบถ้วนตามสัญญาจึงจะออกหลักฐานการรับมอบเพื่อให้โจทก์นำมาเป็นหลักฐานประกอบการขอรับเงินค่าส่งของนั้น ลักษณะของสัญญาพิพาทจึงเป็นเพียงสัญญาซื้อขายครุภัณฑ์ที่หน่วยงานทางปกครองผู้ซื้อมุ่งผูกพันตนกับผู้ขายซึ่งเป็นเอกชนด้วยใจสมัครบนพื้นฐานแห่งความเสมอภาค ทั้งไม่มีลักษณะเป็นการให้โจทก์เข้าร่วมจัดทำบริการสา …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:2/2563
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:20/2563
คดีที่โจทก์เป็นเอกชนยื่นฟ้องจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ซึ่งเป็นเอกชนด้วยกันและบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) จำเลยร่วม ว่ากิจการร่วมค้า ฯ ตกลงเช่ารถยนต์จากโจทก์เพื่อนำไปใช้ในการบริหารจัดการด้านการขนส่งสำหรับธุรการทั่วไป ภายในเขตปลอดอากรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แต่เมื่อถึงกำหนดชำระค่าเช่า กิจการร่วมค้า ฯ ตัวแทนจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ไม่ชำระค่าเช่าและบอกเลิกสัญญาเช่ารถยนต์ โดยอ้างว่าจำเลยร่วมได้บอกเลิกสัญญาจ้างผู้บริหารและจัดการด้านการขนส่งสินค้าภายในเขตปลอดอากร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (สัญญาหลัก) โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นเหตุให้สัญญาเช่ารถยนต์ต้องสิ้นสุดลง ขอให้จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ร่วมกันชำระเงินจำนวนพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ กรณีจึงเป็นสัญญาระหว่างเอกชนกับเอกชนที่มุ่งประสงค์ให้ผู้เช่าต้องดูแลบำรุงรถยนต์ที่ให้เช่าเพื่อให้อยู่ในสภาพดี สามารถใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ โดยผู้ให้เช่าได้รับผลประโยชน์ตอบแทนเป็นค่ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:20/2563
- ฎีกาที่ 200/2563
- ฎีกาที่ 2004/2563
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:201/2563
- ฎีกาที่ 2022-2023/2563
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 โดยวินิจฉัยว่าเป็นฟ้องซ้ำกับคดีหมายเลขแดงที่ 2728/2559 ของศาลชั้นต้น แต่เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 2 ฟังว่า ฟ้องโจทก์ในส่วนของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ไม่เป็นฟ้องซ้ำ จึงมีปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปว่าจำเลยที่ 1 ร่วมกับพวกกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ โดยศาลอุทธรณ์ภาค 2 ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นทำการพิจารณาและพิพากษาใหม่ในส่วนของจำเลยที่ 1 แต่กลับพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 นั้นจึงไม่ถูกต้อง เพื่อให้การวินิจฉัยเป็นไปตามลำดับชั้นศาลเห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นทำการพิจารณาและพิพากษาใหม่ในส่วนของจำเลยที่ 1 ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 208 (2) ประกอบมาตรา 225
- ฎีกาที่ 2026/2563
โจทก์ทั้งสองฟ้องตั้งประเด็นว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมรู้กับจำเลยที่ 2 และที่ 3 หาประโยชน์จากกองมรดกของผู้ตายด้วยการนำคลังสินค้าพิพาทซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตายออกให้จำเลยที่ 2 เช่าในราคาต่ำ แล้วจำเลยที่ 2 นำคลังสินค้าพิพาทออกให้จำเลยที่ 3 เช่าช่วง ทำให้กองมรดกของผู้ตายเสียหายต้องขาดรายได้ที่ควรจะได้รับ สภาพแห่งข้อหาตามคำฟ้องของโจทก์ทั้งสองจึงเป็นกรณีที่โจทก์ทั้งสองในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายฟ้องอ้างว่าจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกร่วมอีกผู้หนึ่ง นำเอาทรัพย์มรดกของผู้ตายไปหาประโยชน์แก่ตนและพวกโดยไม่มีสิทธิ ขอให้บังคับคืนเงินค่าเช่าดังกล่าวแก่กองมรดกของผู้ตายและขับไล่จำเลยทั้งสามจากคลังสินค้าพิพาท อันถือเป็นการฟ้องคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดก ซึ่งมีอายุความ 5 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1733 วรรคสอง ดังนั้น แม้โจทก์ทั้งสองจะกล่าวบรรยายฟ้องอ้างการกระทำของจำเลยทั้งสามว่าเป็นการ …
- ฎีกาที่ 2036/2563
- ฎีกาที่ 2038/2563