ปี พ.ศ.: 2563
1,187 รายการ · หน้า 5 จาก 60
- ฎีกาที่ 1170/2563
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:118/2563
พระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. ๒๔๙๘ มาตรา ๑๓ บัญญัติว่า ศาลทหารมีอำนาจพิจารณาพิพากษาวางบทลงโทษผู้กระทำผิดต่อกฎหมายทหารหรือกฎหมายอื่นในทางอาญา ในคดีซึ่งผู้กระทำผิดเป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารในขณะกระทำผิด จากบทบัญญัติดังกล่าวจะเห็นได้ว่า เจตนารมณ์ของกฎหมายในการที่ให้มีศาลทหารแยกต่างหากจากศาลพลเรือนก็เพื่อให้บุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารที่กระทำความผิดต่อกฎหมายทหารหรือกฎหมายอื่นที่มีโทษทางอาญาต้องได้รับการพิจารณาพิพากษาคดีในอำนาจของศาลทหาร เพื่อวัตถุประสงค์ในการปกครองบังคับบัญชาและส่งเสริมอำนาจของผู้บังคับบัญชาทหาร อันเป็นการยึดหลักเขตอำนาจศาลเหนือตัวบุคคลผู้กระทำผิดซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารในขณะกระทำผิด และเป็นการยกเว้นอำนาจศาลยุติธรรมซึ่งเป็นศาลพลเรือนไม่ให้พิจารณาพิพากษาคดีอาญาซึ่งผู้กระทำผิดเป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารในขณะกระทำผิด คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องโดยมุ่งหมายที่จะดำเนินค …
- ฎีกาที่ 1180/2563
คดีนี้กับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 5172/2547 ของศาลแขวงสมุทรปราการซึ่งโจทก์ฟ้องจำเลยกล่าวหาว่าการกระทำความผิดฐานยักยอกทรัพย์มรดกที่ดินพิพาท มีประเด็นเป็นเรื่องเดียวกัน คือ ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตายหรือเป็นของจำเลย และคดีอาญาดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว กรณีจึงเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ซึ่งตาม ป.วิ.อ. มาตรา 46 บัญญัติว่า ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา ซึ่งข้อเท็จจริงในคดีอาญาที่คดีแพ่งจะต้องถือตามนั้น ต้องเป็นข้อเท็จจริงที่วินิจฉัยไว้ในคดีอาญาแล้ว คดีดังกล่าวศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่า พยานหลักฐานโจทก์รับฟังลงโทษจำเลยไม่ได้เท่านั้น ยังไม่ได้วินิจฉัยชี้ขาดแน่นอนว่าที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตายหรือของจำเลย จึงรับฟังเป็นยุติในคดีนี้ไม่ได้ว่าที่ดินพิพาทไม่ได้เป็นทรัพย์มรดกของผู้ตาย จึงไม่ผูกพันให้การพิพากษาคดีนี้ต้องถือข้อเท็จจริงดั …
- ฎีกาที่ 1182/2563
- ฎีกาที่ 1184/2563
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:119/2563
คดีที่ ผู้ฟ้องคดีเป็นเอกชน ยื่นฟ้องผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดปัตตานี ที่ ๑ อธิบดีกรมบังคับคดี ที่ ๒ ผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้รับมอบอำนาจจากเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ ผบ. ๒๙๘๒/๒๕๖๒ ของศาลจังหวัดปัตตานี โดยเมื่อผู้ฟ้องคดียื่นคำร้องขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ อายัดเงินปันผลสหกรณ์ออมทรัพย์ครูปัตตานี จำกัด ของลูกหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าว ซึ่งผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ มีหน้าที่อำนวยความสะดวก ให้บริการแก่ประชาชนด้วยความรวดเร็วและเป็นธรรม ตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสาร และแนะนำผู้ฟ้องคดีให้ทราบถึงเอกสารที่จำเป็นต้องนำมายื่นพร้อมกับคำร้อง แต่กลับไม่กระทำตามหน้าที่และปฏิบัติหน้าที่ล่าช้า ประวิงเวลา ทำให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหายต่อสิทธิที่จะได้รับบริการอย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และเป็นธรรม อันเป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ในฐานะหน่วยงาน …
- ฎีกาที่ 1192/2563
- ฎีกาที่ 1197/2563
- ฎีกาที่ 12/2563
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:12/2563
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:12/2563
คดีที่ผู้ฟ้องคดีทั้งสี่เป็นเอกชนยื่นฟ้องสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ที่ ๑ คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ที่ ๒ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ที่ ๓ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดร้อยเอ็ด ที่ ๔ คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดร้อยเอ็ด ที่ ๕ กรมที่ดิน ที่ ๖ อธิบดีกรมที่ดิน ที่ ๗ สำนักงานที่ดินจังหวัดร้อยเอ็ด สาขาสุวรรณภูมิ ที่ ๘ เทศบาลตำบลทุ่งหลวง ที่ ๙ ผู้ถูกฟ้องคดี อ้างว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๕ มีมติไม่อนุญาตให้ผู้ฟ้องคดีที่ ๒ ถึงที่ ๔ เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินในบริเวณที่ผู้ฟ้องคดีที่ ๒ ถึงที่ ๔ ครอบครองเนื่องจากเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ และผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๙ มีหนังสือขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๗ รังวัดออก น.ส.ล. ที่ดินสาธารณประโยชน์แปลงริมลำพลับพลา โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๘ รังวัดออก น.ส.ล. และประกาศแจก น.ส.ล. แปลงริมลำพลับพลา ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งว่าที่ดินบร …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:120/2563
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:120/2563
คดีที่โจทก์กับพวกรวม ๔ คน เป็นเอกชน ยื่นฟ้องนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ธ. จำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๑๐ ซึ่งเป็นกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ธ. และกรุงเทพมหานคร จำเลยที่ ๑๑ ผู้อำนวยเขตสะพานสูง จำเลยที่ ๑๒ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำเลยที่ ๑๓ ขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๐ ระงับ หยุด ยกเลิกการเรียกเก็บเงินค่าใช้จ่ายส่วนกลาง ให้รื้อถอน ทำลาย ย้ายป้อมยามและไม้กั้นทางเข้าออกและห้ามก่อสร้าง ตั้ง วางเครื่องกีดขวางหรืออาคารหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใดๆ บนทางสาธารณะถนนซอยรามคำแหง ๑๕๐ และที่ดินอันเป็นสาธารณูปโภคที่ผู้จัดสรรได้อุทิศให้เป็นสาธารณประโยชน์ กับให้แสดงรายการงบดุล บัญชีรายรับรายจ่ายที่อ้างต่อนายทะเบียนตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ จนถึงปัจจุบัน และให้จำเลยที่ ๑๑ และที่ ๑๒ เข้ารื้อถอนป้อมยามและไม้กั้นทางเข้าออกจากถนนซอยรามคำแหง ๑๕๐ กับให้จำเลยที่ ๑๓ โดยพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางชันหรือพนักงานสอ …
- ฎีกาที่ 1206/2563
- ฎีกาที่ 1207/2563
มาตรา 154 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2510 ซึ่งใช้บังคับอยู่ในขณะเกิดเหตุ บัญญัติว่า บรรดาแร่ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ สัตว์พาหนะ ยานพาหนะ หรือเครื่องจักรกลใด ๆ ที่บุคคลได้มาหรือได้ใช้ในการกระทำความผิด หรือมีไว้เนื่องในการกระทำความผิด หรือได้ใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิดตามมาตรา 132 ทวิ ฯลฯ มาตรา 135 ฯลฯ มาตรา 148 ฯลฯ ให้ริบเสียทั้งสิ้นไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่ โดยมาตรา 135 เป็นบทลงโทษในความผิดฐานทำเหมืองแร่โดยไม่ได้รับอนุญาตประทานบัตรหรือประทานบัตรชั่วคราว และมาตรา 148 เป็นบทลงโทษในความผิดฐานมีแร่ไว้ในครอบครองเกินสองกิโลกรัม เมื่อผู้คัดค้านไม่ได้รับประทานบัตรหรือประทานบัตรชั่วคราวในการทำเหมืองแร่ แต่ผู้คัดค้านทำการขุดดินและดินนั้นเป็นแร่ ซึ่งเป็นการทำเหมืองตามคำนิยามในมาตรา 4 ถือได้ว่ามีการกระทำความผิดฐานทำเหมืองแร่โดยไม่ได้รับอนุญาตประทานบัตรหรือประทานบั …
- ฎีกาที่ 1209/2563
คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานมีเลื่อยโซ่ยนต์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 6 เดือน ฐานเข้าไปยึดถือครอบครองทำประโยชน์ ก่อสร้าง แผ้วถาง ทำให้เสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ และฐานทำไม้หวงห้ามภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ฯ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา 90 จำคุก 5 ปี ฐานมีไม้หวงห้ามอันยังไม่ได้แปรรูป จำคุก 5 ปี รวมจำคุก 10 ปี 6 เดือน ลดโทษให้ตาม ป.อ. มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 5 ปี 3 เดือน ให้จำเลย คนงาน ผู้รับจ้าง ผู้แทนและบริวารออกไปจากเขตป่าสงวนแห่งชาติ และให้ชดใช้ค่าเสียหาย 457,236.27 บาท แก่รัฐ ริบของกลาง ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่พิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่รัฐเป็นเงิน 457,236.27 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:121/2563
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:121/2563
คดีนี้เอกชนยื่นฟ้ององค์การบริหารส่วนตำบลบ้านนา ราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แต่เหตุแห่งการฟ้องคดีผู้ฟ้องคดีกล่าวอ้างว่าผู้ถูกฟ้องคดีกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีโดยการนำรถบรรทุกขยะของผู้ถูกฟ้องคดีนำขยะเข้ามาเททิ้งในที่ดินของผู้ฟ้องคดีโดยไม่ได้รับอนุญาต และได้มีการขุดหลุมทิ้งขยะในพื้นดินพิพาทเป็นบริเวณกว้างประมาณ ๕ ไร่เศษ ทำให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหายซึ่งการกระทำละเมิดตามฟ้องดังกล่าวมิได้เกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันจะเข้าหลักเกณฑ์ของมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็นแต่เพียงหน้าที่ที่ต้องทำในเขตองค์การบริหารส่วนตำบล ตามมาตรา ๖๗ (๒) ตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ ในเรื่องการ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1214/2563
- ฎีกาที่ 1217/2563