ปี พ.ศ.: 2566
451 รายการ · หน้า 1 จาก 23
- คำวินิจฉัย(คำสั่ง)ที่ คำวินิจฉัย(คำสั่ง):1/2566
พระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. 2542 มาตรา 4 มาตรา 5 มาตรา 16 และข้อบังคับคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ว่าด้วยวิธีการเสนอเรื่อง การพิจารณาและวินิจฉัย พ.ศ. 2544 ข้อ 6 กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับองค์ประกอบและองค์ประชุมของคณะกรรมการ ตลอดจนความมีส่วนได้เสียในเรื่องที่จะประชุมว่า คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ประกอบด้วย ประธานศาลฎีกา เป็นประธานกรรมการ ประธานศาลปกครองสูงสุด หัวหน้าสำนักตุลาการทหาร และผู้ทรงคุณวุฒิอื่นอีกสี่คน ได้แก่ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของศาลยุติธรรม กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของศาลปกครอง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของศาลทหาร และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นบุคคลภายนอก โดยในการประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้าคณะกรรมการคนใดมีผลปร …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:10/2566
คดีที่ เอกชน ยื่นฟ้องกรมที่ดิน ผู้ถูกฟ้องคดี ว่า ผู้ฟ้องคดีทั้งสองและนาย ส. ร่วมกันครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินมือเปล่า ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่เจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีออกโฉนดที่ดินพิพาทให้แก่ผู้มีชื่อทับที่ดินแปลงดังกล่าว และในการออกโฉนดที่ดินพิพาท นาย น. เจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีได้นำเอกสารเกี่ยวกับการไต่สวน ใบไต่สวน บันทึกถ้อยคำ อันเป็นเท็จมาให้นาย จ. อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ลงชื่อ โดยไม่ได้อ่านและตรวจสอบรายละเอียด เนื่องจากเชื่อใจ โดยนาย จ. ยืนยัน หนักแน่นว่า ที่ดินเป็นของผู้ฟ้องคดีทั้งสองและนาย ส. การกระทำของนาย น. จึงเป็นการกระทำละเมิดผู้ฟ้องคดีทั้งสอง ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอนโฉนดที่ดินพิพาท และให้ผู้ถูกฟ้องคดีชดใช้ค่าเสียหาย พร้อมดอกเบี้ย ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีให้การสรุปได้ว่า การออกโฉนดที่ดินพิพาทชอบด้วยกฎหมาย ไม่ได้กระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีทั้งสอง ผู้ถูกฟ้องคดีจึ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:100/2566
แม้กรมชลประทาน ผู้ถูกฟ้องคดี จะเป็นส่วนราชการระดับกรม สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตามมาตรา ๑๘ และมาตรา ๑๙ (๓) แห่งพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ และเป็นหน่วยงานทางปกครอง ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แต่เหตุแห่งการฟ้องคดีนี้ผู้ฟ้องคดีกล่าวอ้างว่า ได้รับความเสียหายจากการที่เจ้าหน้าที่ในสังกัดของผู้ถูกฟ้องคดีมีคำสั่งด้วยวาจาให้ผู้ฟ้องคดีระงับการก่อสร้างโดยแจ้งว่า ผู้ฟ้องคดีก่อสร้างที่พักอาศัยรุกล้ำที่ดินแนวเขตคลองชลประทานที่ ๑๓ ทั้งที่ผู้ฟ้องคดีได้ถมดินและก่อสร้างที่พักอาศัยบนที่ดินซึ่งมารดาของผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วม และได้ขออนุญาตก่อสร้างโดยถูกต้องต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นแล้ว ดังนี้ แม้คดีมีประเด็นเกี่ยวข้องกับการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐในการออกคำสั่งด้วยวาจาให้ผู้ฟ้องคดีระงับการก่อสร้างที่พักอาศัย ซึ่งมีผลกระท …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:101/2566
คดีนี้ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จำเลย เป็นสถาบันอุดมศึกษาจัดตั้งขึ้นตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พ.ศ. ๒๕๓๕ จึงเป็นหน่วยงานทางปกครองตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แต่เมื่อพิจารณาสัญญาพิพาท เป็นสัญญาที่จำเลยเช่าซื้อพร้อมติดตั้งและเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศแยกส่วนที่มีอยู่เดิมเป็นชนิดที่มีประสิทธิภาพสูง ตกลงชำระค่าเช่าซื้อเป็นงวดจำนวนเท่ากัน โดยให้ถือเอาค่าเช่าซื้อที่ชำระเป็นส่วนหนึ่งของราคาเครื่องปรับอากาศที่เช่าซื้อ และเมื่อผู้เช่าซื้อชำระราคาครบถ้วนตามสัญญาแล้ว กรรมสิทธิ์ในเครื่องปรับอากาศตกเป็นของผู้เช่าซื้อทันที ซึ่งมีลักษณะเป็นสัญญาเช่าซื้อทรัพย์สินทั่วไปที่พบเห็นได้ในการทำนิติสัมพันธ์ระหว่างเอกชนกับเอกชน และมิได้มีลักษณะเป็นสัญญาสัมปทาน สัญญาที่ให้จัดทำบริการสาธารณะ สัญญาจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภคหรือแสวงประโยชน์จากทรัพยากรธรรม …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:102/2566
คดีที่ นาย พ. ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้อง เทศบาลตำบลศรีสองรัก ที่ 1 นายกเทศมนตรีตำบลศรีสองรักที่ 2 ผู้ถูกฟ้องคดี ต่อมาศาลมีคำสั่งเรียกกรมธนารักษ์เข้ามาเป็นคู่กรณีฝ่ายผู้ถูกฟ้องคดี โดยกำหนดให้เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 เห็นว่า แม้เทศบาลตำบลศรีสองรัก ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 เป็นหน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่นมีฐานะเป็นนิติบุคคลจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 นายกเทศมนตรีตำบลศรีสองรัก ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ส่วนกรมธนารักษ์ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 มีสถานะเป็นนิติบุคคลสังกัดกระทรวงการคลัง ตามมาตรา 11 (3) แห่งพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามจึงเป็นหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 แต่เหตุแห่งการฟ้องคดีนี้ ผู้ฟ้องคดีกล่าวอ้างว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และที่ 2 ก่อสร้างถนน ค.ส.ล. รุ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:103/2566
แม้องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งน้อย ผู้ถูกฟ้องคดี เป็นหน่วยงานทางปกครองตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 แต่เหตุแห่งการฟ้องคดีนี้ ผู้ฟ้องคดีกล่าวอ้างว่าผู้ถูกฟ้องคดีก่อสร้างทางสาธารณประโยชน์รุกล้ำเข้ามาในที่ดินของผู้ฟ้องคดี แต่ผู้ถูกฟ้องคดีให้การว่า ที่ดินพิพาทเป็นทางสาธารณะมาเป็นระยะเวลามากกว่า 40 ปี ในระหว่างที่มีการก่อสร้างถนนคอนกรีตเมื่อปี 2552 เจ้าของที่ดินเดิมไม่เคยโต้แย้งหรือคัดค้านการก่อสร้างถนนดังกล่าว กรณีจึงถือได้ว่าเจ้าของที่ดินเดิมอุทิศที่ดินพิพาทให้เป็นทางสาธารณะโดยปริยายแล้ว กรณีจึงเป็นปัญหาเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน การที่ศาลจะวินิจฉัยว่าผู้ถูกฟ้องคดีกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีหรือไม่เป็นเพียงผลของการวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับสถานะของที่ดินพิพาทว่าเป็นที่ดินที่ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมก …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:104/2566
แม้เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี ผู้ถูกฟ้องคดี จะเป็นหน่วยงานทางปกครอง ตามบทนิยาม ในมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ และมีหน้าที่ในการจัดให้มีและบำรุงทางบกและทางน้ำ ตามมาตรา ๕๐ วรรคหนึ่ง (๒) แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ก็ตาม แต่การที่ผู้ฟ้องคดีทั้งสามฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีโดยอ้างเหตุว่ากระทำละเมิดก่อสร้างถนนรุกล้ำที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งสาม ทำให้ผู้ฟ้องคดีทั้งสามได้รับความเสียหาย ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีให้การว่า ที่ดินบางส่วนของผู้ฟ้องคดีทั้งสามอยู่ในเขตถนนชนเกษม ปัจจุบันมีสภาพเป็นถนนและทางเท้า ที่ดินพิพาทจึงเป็นทางสาธารณประโยชน์ ผู้ถูกฟ้องคดีมิได้กระทำละเมิดก่อสร้างถนนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งสาม ดังนั้น การที่จะวินิจฉัยว่าผู้ถูกฟ้องคดีกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีทั้งสามหรือไม่ จึงเป็นเพียงผลของการวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับสถานะของที่ดินพิพาทว่าเป็นที่ดินที …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:105/2566
แม้องค์การบริหารส่วนตำบลแสนตอ ผู้ถูกฟ้องคดีเป็นหน่วยงานทางปกครองตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 แต่เหตุแห่งการฟ้องคดีนี้ ผู้ฟ้องคดีกล่าวอ้างว่าผู้ถูกฟ้องคดีก่อสร้างถนนกว้างประมาณ 3 เมตร รุกล้ำที่ดินของผู้ฟ้องคดี แต่ผู้ถูกฟ้องคดีให้การว่า บิดาของผู้ฟ้องคดีและนาย ร. ได้ร่วมกันยกที่ดินให้เป็นทางสาธารณะ ถนนพิพาทจึงตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน กรณีจึงเป็นปัญหาเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน การที่ศาลจะวินิจฉัยว่าผู้ถูกฟ้องคดีกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีหรือไม่เป็นเพียงผลของการวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับสถานะของที่ดินพิพาทว่าเป็นที่ดินที่ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ซึ่งหากศาลวินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทเป็นของผู้ฟ้องคดี การที่ผู้ถูกฟ้องคดีกระทำการดังกล่าวโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ฟ้องคดีย่อ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:106/2566
แม้คดีนี้ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นเอกชน ยื่นฟ้องอธิบดีกรมที่ดิน ที่ ๑ องค์การบริหารส่วนตำบลสามกระทายที่ ๒ ผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและหน่วยงานทางปกครองตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ อ้างว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (แปลงทุ่งแห้ว) โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายทับที่ดินที่ผู้ฟ้องคดีครอบครองและทำประโยชน์ และผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ แจ้งให้ผู้ฟ้องคดีรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและย้ายสิ่งของออกจากที่ดินพิพาท ซึ่งผู้ฟ้องคดีเห็นว่าเป็นการออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการเลือกปฏิบัติและไม่เป็นธรรมแก่ผู้ฟ้องคดี โดยมีคำขอให้เพิกถอนหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงดังกล่าว กับให้ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทแต่เพียงผู้เดียว อันมีลักษณะเป็นการตั้งรูปเรื่องการฟ้องคดีเป็นการฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่เหตุแห่ง …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:107/2566
แม้คดีนี้ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นเอกชน ยื่นฟ้องอธิบดีกรมที่ดิน ที่ 1 องค์การบริหารส่วนตำบลสามกระทาย ที่ 2 ผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและหน่วยงานทางปกครองตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 อ้างว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (แปลงทุ่งแห้ว) โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายทับที่ดินที่ผู้ฟ้องคดีครอบครองและทำประโยชน์ และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 แจ้งให้ผู้ฟ้องคดีรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและย้ายสิ่งของออกจากที่ดินพิพาท ซึ่งผู้ฟ้องคดีเห็นว่าเป็นการออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการเลือกปฏิบัติและไม่เป็นธรรมแก่ผู้ฟ้องคดี โดยมีคำขอให้เพิกถอนหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงดังกล่าว กับให้ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทแต่เพียงผู้เดียว อันมีลักษณะเป็นการตั้งรูปเรื่องการฟ้องคดีเป็นการฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่เหตุแห่ …
- ฎีกาที่ 108/2566
จำเลยทำปลอมขึ้นซึ่งเงินตราธนบัตรของรัฐบาลไทยชนิดราคา 100 บาท และมีธนบัตรปลอมนั้นไว้เพื่อนำออกใช้โดยรู้ว่าเป็นของปลอม เป็นความผิดสำเร็จตั้งแต่ทำปลอมและมีธนบัตรปลอมไว้เพื่อนำออกใช้แล้ว จากนั้นจำเลยนำธนบัตรรัฐบาลไทยปลอมที่จำเลยทำปลอมขึ้นดังกล่าวไปใช้ลักทรัพย์ ด้วยการใส่ธนบัตรปลอมดังกล่าวเข้าไปในช่องรับเงินของตู้เติมเงินบุญเติมของผู้เสียหายเพื่อโอนเงินจำนวนดังกล่าวไปยังบัญชีธนาคารของผู้มีชื่อที่จำเลยมีหรือเปิดไว้ใช้งานโดยมีเจตนาทุจริตที่จะเอาเงินดังกล่าวไป เป็นการกระทำที่จำเลยมีเจตนาประสงค์ต่อผลต่างกัน สามารถแยกการกระทำแต่ละความผิดได้ จึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:108/2566
แม้คดีนี้ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นเอกชน ยื่นฟ้องอธิบดีกรมที่ดิน ที่ 1 องค์การบริหารส่วนตำบลสามกระทาย ที่ 2 ผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและหน่วยงานทางปกครองตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 อ้างว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (แปลงทุ่งแห้ว) โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายทับที่ดินที่ผู้ฟ้องคดีครอบครองและทำประโยชน์ และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 แจ้งให้ผู้ฟ้องคดีรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและย้ายสิ่งของออกจากที่ดินพิพาท ซึ่งผู้ฟ้องคดีเห็นว่าเป็นการออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการเลือกปฏิบัติและไม่เป็นธรรมแก่ผู้ฟ้องคดี โดยมีคำขอให้เพิกถอนหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงดังกล่าว กับให้ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทแต่เพียงผู้เดียว อันมีลักษณะเป็นการตั้งรูปเรื่องการฟ้องคดีเป็นการฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่เหตุแห่ …
- ฎีกาที่ 1081/2566
นอกจากจำเลยจำหน่ายซากเป็ดแดง 54 ซาก ให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อแล้ว หลังจากนั้นเมื่อเจ้าพนักงานผู้จับกุมไปตรวจค้นที่บ้านของจำเลยยังพบนกอีโก้ง 2 ตัว ที่ยังมีชีวิตอยู่ในกรงขังภายในบริเวณบ้านของจำเลย การที่จำเลยมีนกอีโก้งซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองของจำเลยโดยไม่ปรากฏว่าจำเลยมีไว้เพื่อการค้า จึงเป็นการกระทำโดยมีจุดมุ่งหมายหรือเจตนาในการกระทำความผิดต่างกัน ประกอบกับความผิดทั้งสองฐานดังกล่าว พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 บัญญัติแยกไว้คนละมาตรา โดยความผิดฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองและซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตอยู่ในมาตรา 17 และมาตรา 92 ส่วนความผิดฐานค้าซากสัตว์ป่าคุ้มครองอยู่ในมาตรา 29 และมาตรา 89 วรรคหนึ่ง แสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการแยกเป็นคนละความผิดต่างกระทงกัน การกระทำความผิดของจำเลยจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน กรณีไม่ต้องด้วยบทนิยามของคำว่ …
- ฎีกาที่ 1088/2566
คำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการต้องแสดงโดยชัดแจ้งถึง "ช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการ" ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/6 (3) ประกอบมาตรา 90/3 กิจการของลูกหนี้ไม่มีช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการ ศาลล้มละลายกลางมีอำนาจยกคำร้องขอของผู้ร้องขอทั้งสองตั้งแต่ในชั้นตรวจคำร้องขอได้ โดยหาจำต้องมีคำสั่งรับคำร้องขอของผู้ร้องทั้งสองไว้ก่อนไม่ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 18 ประกอบมาตรา 172 วรรคสาม ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ. 2542 มาตรา 14
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:109/2566
แม้คดีนี้ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นเอกชน ยื่นฟ้องอธิบดีกรมที่ดิน ที่ ๑ องค์การบริหารส่วนตำบล สามกระทาย ที่ 2 ผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและหน่วยงานทางปกครองตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 อ้างว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (แปลงทุ่งแห้ว) โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายทับที่ดินที่ผู้ฟ้องคดีครอบครองและทำประโยชน์ และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 แจ้งให้ผู้ฟ้องคดีรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและย้ายสิ่งของออกจากที่ดินพิพาท ซึ่งผู้ฟ้องคดีเห็นว่าเป็นการออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการเลือกปฏิบัติและไม่เป็นธรรมแก่ผู้ฟ้องคดี โดยมีคำขอให้เพิกถอนหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงดังกล่าว กับให้ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทแต่เพียงผู้เดียว อันมีลักษณะเป็นการตั้งรูปเรื่องการฟ้องคดีเป็นการฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่เหตุแห …
- ฎีกาที่ 1090/2566
ป.วิ.อ มาตรา 158 บัญญัติว่า "ฟ้องต้องทำเป็นหนังสือและมี...(7) ลายมือชื่อโจทก์ ผู้เรียง ผู้เขียนหรือพิมพ์ฟ้อง" และมาตรา 161 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าฟ้องไม่ถูกต้องตามกฎหมายให้ศาลสั่งโจทก์แก้ฟ้องให้ถูกต้อง หรือยกฟ้อง หรือไม่ประทับฟ้อง" ซึ่งคำว่า "ฟ้องไม่ถูกต้องตามกฎหมาย..."นั้น หมายถึง กรณีที่ศาลตรวจคำฟ้องของโจทก์แล้ว ปรากฏว่าคำฟ้องที่ยื่นนั้น โจทก์กระทำไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ว่าด้วยเขตอำนาจศาลที่ยื่นฟ้องตามมาตรา 157 หรือกระทำไม่ถูกต้องตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ในมาตรา 158 (1) ถึง (7) มาตรา 159 และมาตรา 160 หากผลการตรวจคำฟ้องปรากฏว่าคำฟ้องของโจทก์ไม่ถูกต้องตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ดังกล่าว ศาลย่อมมีอำนาจสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 161 วรรคหนึ่ง ดังนั้น เมื่อตามฟ้องโจทก์ปรากฏลายมือชื่อผู้เรียงและผู้พิมพ์แล้ว แต่ไม่ปรากฏลายมือชื่อโจทก์อันเป็นฟ้องที่ไม่ถูกต้องตาม ป.วิ.อ มาตรา 158 (7) ก …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:11/2566
คดีนี้ผู้ฟ้องคดีทั้งเก้าซึ่งเป็นเอกชน ยื่นฟ้องเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเชียงราย สาขาแม่จัน ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 อธิบดีกรมที่ดิน ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ อ้างว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 ออก น.ส.ล. โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และมีคำขอให้เพิกถอน น.ส.ล. ดังกล่าวเฉพาะส่วนที่ออกทับที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งเก้า อันมีลักษณะเป็นการตั้งรูปเรื่องการฟ้องคดีเป็นการฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองว่า ก่อสร้างถนนรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งเก้า และขุดทางเดินน้ำในลำเหมืองสาธารณะก่อนที่จะนำดินมาถมทำถนนอีกครั้ง แต่เหตุแห่งการฟ้องขอให้เพิกถอนหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงและการให้ระงับยับยั้งการกระทำดังกล่าว ก็เนื่องมาจากผู้ฟ้องคดีทั้งเก้าอ้างว่า เป็นการกระทำต่อที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งเก้าบางส่วน แต่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ที่ 3 และ …
- ฎีกาที่ 1101/2566
โจทก์เรียกให้จำเลยทั้งหกชําระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 18 ต่อปี ภายหลังจากจำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชําระหนี้แก่โจทก์ เนื่องจากโจทก์อาศัยข้อตกลงระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 1 ตามคําขอสินเชื่อ คําขอสินเชื่อธุรกิจ ประเภทวงเงินออกหนังสือค้ำประกัน คำขอและข้อตกลงยินยอมให้ธนาคารออกหรือต่ออายุหนังสือค้ำประกัน ที่ระบุว่า "หากโจทก์ได้รับความเสียหายใด ๆ ในการออกหนังสือค้ำประกัน ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายเงินตามหนังสือค้ำประกัน ค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายใด ๆ ตลอดจนค่าปรับต่าง ๆ จำเลยที่ 1 จะรับผิดชําระหนี้คืนให้แก่โจทก์ทันทีพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 18 ต่อปี หรือในอัตราสูงสุดที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้าได้ นับแต่วันที่โจทก์จ่ายเงินตามหนังสือค้ำประกันไปนั้น" ข้อตกลงดังกล่าวจะเห็นว่า โจทก์มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 18 ต่อปี จากจำเลยที่ 1 ได้ต่อเมื่อโจทก์ได้รับความเสียหายอย่างใด ๆ ในการอ …
- ฎีกาที่ 111-112/2566
การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่า โจทก์ร่วมมิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยไม่มีอำนาจร้องทุกข์ โดยอาศัยข้อเท็จจริงเพียงว่าโจทก์ร่วมมิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์คันพิพาท ไม่ชอบที่จะนำรถออกให้จำนำได้ โดยมิได้รับฟังข้ออ้างข้อเถียงของคู่ความถึงนิติสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างกัน จึงเป็นการด่วนวินิจฉัยข้อกฎหมายจากการฟังข้อเท็จจริงที่ยังไม่สิ้นกระแสความ เห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยใหม่
- ฎีกาที่ 1112/2566
แม้ข้อความสนทนาผ่านระบบแอปพลิเคชันไลน์ระหว่างโจทก์และจําเลยที่ 1 เป็นการสนทนาผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตถือว่าเป็นการส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 และเป็นหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อจําเลยที่ 1 ก็ตาม แต่ข้อความสนทนาตามที่โจทก์นำสืบมายังไม่พอมีน้ำหนักฟังได้ว่า เงินจำนวน 7,800,000 บาท ที่โจทก์มอบให้แก่จําเลยที่ 1 ไปเป็นเงินกู้ยืม และไม่อาจถือเป็นหลักฐานกู้ยืมเงินเป็นหนังสือที่จําเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อไว้แล้วหรือเป็นหนังสือรับสภาพหนี้เงินกู้ยืมตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาตรา 8 วรรคหนึ่ง และมาตรา 9 อันจะนํามาฟ้องร้องให้จําเลยที่ 1 และที่ 2 รับผิด ตาม ป.พ.พ. มาตรา 653 วรรคหนึ่ง