ปี พ.ศ.: 2568
356 รายการ · หน้า 13 จาก 18
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:7/2568
คดีนี้ นาง อ ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้ององค์การบริหารส่วนตำบลท่าตลาด ผู้ถูกฟ้องคดีต่อศาลปกครองกลาง ความว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 58674 ได้ยื่นคำร้องขอรังวัดสอบเขตที่ดินของผู้ฟ้องคดี ผลปรากฏว่า ผู้ถูกฟ้องคดีได้ก่อสร้างถนนลาดยางแอสฟัลท์รุกล้ำเข้ามาในที่ดิน เจ้าพนักงานที่ดินจึงได้แจ้งให้ทั้งสองฝ่ายไปใช้สิทธิทางศาล ขอให้ศาลมีคำพิพากษา หรือคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีรื้อถอนถนนลาดยางแอสฟัลท์ออกไปจากโฉนดที่ดินเลขที่ 58674 หากไม่ดำเนินการ ให้ชดใช้ราคาที่ดินตามเนื้อที่ที่ขาดหาย รวมเป็นเงินจำนวน 1,575,000 บาท ให้แก่ผู้ฟ้องคดี ผู้ถูกฟ้องคดีให้การว่า ที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของถนนสาธารณประโยชน์ ผู้ถูกฟ้องคดี ดำเนินการดูแลรักษาตามหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด มิได้มีการบุกรุกเข้าไปในที่ดินของผู้ฟ้องคดี การดำเนินการของผู้ถูกฟ้องคดีชอบด้วยกฎหมายแล้ว และไม่เป็นละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี ขอให้ยกฟ้อง …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:70/2568
คดีที่เอกชนยื่นฟ้องเจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขามีนบุรี ที่ 1 กรมที่ดิน ที่ 2 จำเลย กรณีโจทก์ซื้อที่ดินมีโฉนดเฉพาะส่วนจากการขายทอดตลาดและครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวรวมทั้งที่ดินนอกโฉนดที่ดินต่อเนื่องจากเจ้าของเดิมซึ่งครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินอยู่ก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ โดยไม่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินและมิได้แจ้งการครอบครองตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 โจทก์ขอให้จำเลยที่ 1 ออกเดินสำรวจรังวัดทำแผนที่และ/หรือพิสูจน์สอบสวนการทำประโยชน์ในที่ดินเพื่อออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์เป็นการเฉพาะรายตามมาตรา 59 ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน แต่จำเลยที่ 1 มีคำสั่งยกเลิกคำขอรังวัดออกโฉนดที่ดิน ขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้โจทก์เป็นผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินนอกโฉนดที่ดิน กับให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันออกโฉนดที่ดินห …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:71/2568
คดีที่โจทก์ทั้งห้ายื่นฟ้องบริษัท ซ. จำกัด (มหาชน) จำเลย ว่า จำเลยทำสัญญาจ้างโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ให้ก่อสร้างงานติดตั้งท่อรวบรวมน้ำเสีย บ่อรับ – บ่อดันและงานอื่น ๆ และทำสัญญาซื้อวัสดุอุปกรณ์จากโจทก์ที่ 4 และที่ 5 ซึ่งงานก่อสร้างและวัสดุอุปกรณ์ดังกล่าวใช้สำหรับงานก่อสร้างตามสัญญาหลักงานก่อสร้างโครงการก่อสร้างระบบรวบรวมน้ำเสียและระบบบำบัดน้ำเสียธนบุรี สัญญาที่ 3 งานก่อสร้างระบบรวบรวมน้ำเสียพื้นที่ส่วนใต้ (เขตบางกอกน้อยและเขตบางกอกใหญ่) ระหว่างจำเลย ผู้รับจ้าง กับกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าจ้าง โดยโจทก์ทั้งห้าได้นำหนังสือค้ำประกันของธนาคารมาวางเป็นหลักประกัน ต่อมาจำเลยไม่ได้รับใบอนุญาตก่อสร้างจากกรมเจ้าท่าและไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างตามสัญญาได้ ทำให้โจทก์ทั้งห้าได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินและชดใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ทั้งห้า ให้จำเลยชำระค่าเช่าวัสดุอุปกรณ์ให้แก่โจทก์ที่ …
- ฎีกาที่ 7125/2568
เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าคณะอนุญาโตตุลาการได้มีคำชี้ขาดแล้วว่าสัญญาจ้างระหว่างโจทก์กับผู้รับจ้างเป็นโมฆียะเพราะเกิดขึ้นโดยการสำคัญผิดในคุณสมบัติของบุคคลและโจทก์ใช้สิทธิบอกล้างแล้ว สัญญาดังกล่าวย่อมตกเป็นโมฆะ คู่กรณีต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิม ตาม ป.พ.พ. มาตรา 176 วรรคหนึ่ง และคดีที่โจทก์ฟ้องผู้รับจ้างเพื่อเรียกคืนเงินค่าจ้างศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้พิพากษาให้ผู้รับจ้างคืนเงินค่าจ้างล่วงหน้างวดที่ 1 แก่โจทก์ อันเป็นการชี้ขาดตามคำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่สัญญาจ้างระหว่างโจทก์กับผู้รับจ้างตกเป็นโมฆะด้วยมีการบอกล้างโมฆียกรรมแล้ว ดังนั้น โจทก์ต้องผูกพันตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการที่ชี้ขาดว่าสัญญาจ้างระหว่างโจทก์กับผู้รับจ้างตกเป็นโมฆะ เป็นผลให้นิติกรรมระหว่างโจทก์กับผู้รับจ้างถือว่าเป็นโมฆะย้อนหลังขึ้นไปนับแต่วันเริ่มต้นทำสัญญาเสมือนว่าโจทก์กับผู้รับจ้างไม่ได้ทำนิติกรรมกันเลย …
- ฎีกาที่ 7179/2568
จำเลยติดต่อซื้อบริการทางเพศจาก พ. ซึ่งเป็นธุระจัดหาพาผู้เยาว์มาส่งให้แก่จำเลยเพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากการค้าประเวณีอันเป็นความผิดฐานค้ามนุษย์ตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 มาตรา 6 วรรคหนึ่ง (2) จำเลยรับตัวผู้เยาว์จาก พ. ไว้ภายในห้องพักที่เกิดเหตุเพียงลำพังกับจำเลยเพื่อมีเพศสัมพันธ์กับผู้เยาว์ ย่อมเป็นเหตุให้การพามาส่งของ พ. เสร็จสมบูรณ์ การกระทำของจำเลยจึงมีส่วนทำให้ความผิดฐานค้ามนุษย์ครบองค์ประกอบ เป็นการแสวงหาประโยชน์ทางกามอารมณ์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายดังกล่าวสำหรับตนเอง ซึ่งต้องด้วยความหมายของ "โดยทุจริต" แห่ง ป.อ. มาตรา 1 (1) แล้ว เมื่อจำเลยรับตัวผู้เยาว์ซึ่งถูกพรากไปเสียจากมารดาเพื่อหากำไรหรือเพื่อการอนาจาร การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานโดยทุจริต รับตัวผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี ซึ่งถูกพรากไปเสียจากมารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อหากำไรหรือก …
- ฎีกาที่ 719/2568
การที่จำเลยใช้รถยนต์เก๋งของกลางไปจอดรอบนดอยผาหมี ซึ่งเป็นภูเขาและเป็นแนวชายแดนของราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา แล้วรับคนต่างด้าวที่เพิ่งเดินลัดเลาะมาจากภูเขาฝั่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ผ่านช่องทางธรรมชาติเข้ามาในราชอาณาจักรไทย หลบหนีไปทันที แสดงให้เห็นถึงการติดต่อนัดหมายวางแผนกันกับคนต่างด้าวไว้เป็นอย่างดีมาก่อน โดยจำเลยไปรอคอยและใช้รถยนต์เก๋งในการพาคนต่างด้าวหลบหนีเพื่อให้เกิดความสะดวกในการกระทำความผิด ทำให้การลักลอบนำพาคนต่างด้าวหลบหนีมีความแนบเนียนเสมือนเป็นการโดยสารรถยนต์ทั่วไป เพื่อให้พ้นการจับกุม พฤติการณ์ในการใช้รถยนต์เก๋งของกลางของจำเลยในขณะกระทำความผิดตามฟ้องจึงไม่ใช่เป็นเพียงใช้เป็นพาหนะโดยสารโดยทั่วไป หากแต่เป็นการใช้ในการกระทำความผิดโดยตรง อันควรริบตาม ป.อ. มาตรา 33 (1) เพื่อไม่ให้จำเลยมีโอกาสใช้ทรัพย์ในการกระทำความผิดเช่นเดียวกันนั้นได้อีก และเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:72/2568
บริษัท ม. โจทก์ ยื่นฟ้องการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จำเลย ซึ่งเป็นเจ้าของและผู้ครอบครองหม้อแปลงไฟฟ้าและสายไฟฟ้าละเลยไม่ดูแลบำรุงรักษาหม้อแปลงไฟฟ้าและสายไฟฟ้า เป็นเหตุให้เกิดเหตุระเบิดและเพลิงไหม้อาคารที่โจทก์เป็นผู้รับประกันภัย ทำให้อาคารรวมทั้งทรัพย์สินของผู้เอาประกันภัยได้รับความเสียหาย จำเลยจึงต้องรับผิดต่อโจทก์ในฐานะผู้รับช่วงสิทธิจากผู้เอาประกันภัย ขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า เหตุเพลิงไหม้เกิดจากสายสื่อสารโทรคมนาคมของผู้ขอใช้บริการซึ่งมีหน้าที่ดูแลตรวจสอบ บำรุงรักษา แต่ไม่ดำเนินการให้เกิดความปลอดภัยตามระเบียบหลักเกณฑ์ โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยจึงไม่อาจรับช่วงสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายในมูลละเมิดจากจำเลยได้ จำเลยได้ปฏิบัติตามระเบียบหลักเกณฑ์และมิได้ละเลยต่อหน้าที่ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยยื่นคำร้องโต้แย้งเขตอำนาจศาลว่า คดีนี้เป็นคดีพิพาทตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติจั …
- ฎีกาที่ 7201/2568
ที่โจทก์ฎีกาขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เห็นว่า ผู้ร้องที่ 1 และที่ 2 เป็นผู้ยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ร้องที่ 1 และที่ 2 ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 และค่าสินไหมทดแทนเพราะเหตุได้รับอันตรายแก่กายดังกล่าวไม่ใช่ทรัพย์สินหรือราคาทรัพย์สินที่ผู้เสียหายสูญเสียไปเนื่องจากการกระทำความผิดตาม ป.วิ.อ. มาตรา 43 โจทก์ไม่มีสิทธิร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ร้องที่ 1 และที่ 2 โจทก์จึงไม่มีสิทธิฎีกาในคดีส่วนแพ่ง อย่างไรก็ตามในคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา การพิจารณาคดีส่วนแพ่งศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 46 เมื่อคดีอาญาศาลพิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องจึงต้องฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยกระทำละเมิดต่อผู้ร้องที่ 1 และที่ 2 และต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามคำร้องขอค่าสินไหมทดแทนของผู้ร้องที่ 1 และที่ …
- ฎีกาที่ 7207/2568
เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิจารณาโดยสืบพยานโจทก์และโจทก์ร่วมทั้งสองประกอบคำรับสารภาพ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 176 วรรคหนึ่ง โดยจำเลยไม่สืบพยาน แล้วพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง หากจำเลยไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ก็ชอบที่จะอุทธรณ์โต้แย้งว่า พยานหลักฐานโจทก์และโจทก์ร่วมทั้งสองที่นำสืบมายังไม่เป็นที่พอใจฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง เมื่อในชั้นอุทธรณ์ จำเลยอุทธรณ์แต่เพียงว่า ศาลชั้นต้นไม่มีอำนาจลงโทษจำเลยฐานเป็นตัวการร่วมกันกระทำความผิดตามฟ้อง เนื่องจากคำฟ้องโจทก์มิได้ระบุ ป.อ. มาตรา 83 ไว้ในคำขอท้ายฟ้อง และขอให้ปรับลดโทษให้แก่จำเลย จึงต้องถือว่าจำเลยเห็นพ้องด้วยกับการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้น กรณีจึงไม่มีปัญหาเกี่ยวกับการกระทำผิดของจำเลยในชั้นอุทธรณ์ ดังนั้น ที่จำเลยฎีกาว่า พยานหลักฐานโจทก์และโจทก์ร่วมทั้งสองไม่มีน้ำหนักเพียงพอจะพิสูจน์ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง จึงเ …
- ฎีกาที่ 7211/2568
ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 เมื่อไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์คดีจึงถึงที่สุดไปแล้ว แม้ต่อมาจำเลยไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการคุมประพฤติ จนศาลชั้นต้นเพิกถอนการคุมความประพฤติและกำหนดโทษให้จำคุกจำเลย 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 3 เดือน และออกหมายจับจำเลย ซึ่งจำเลยมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นในส่วนของการกำหนดโทษแก่จำเลยนี้ได้ หรืออุทธรณ์ขอให้กำหนดโทษสถานเบากว่านี้ หรือรอการลงโทษได้ และศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีอำนาจใช้ดุลพินิจกำหนดโทษให้น้อยลงอีก หรือพิจารณาลงโทษจำคุกจำเลยได้ตาม พ.ร.บ.คุมประพฤติ พ.ศ. 2559 มาตรา 34 แต่เมื่อจำเลยไม่อุทธรณ์คำสั่ง จนต่อมาเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2566 เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยมาส่งศาลชั้นต้น จำเลยและผู้เสียหายแถลงร่วมกันว่าจำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เสียหาย 80,000 บาท ผู้เสียหายขอถอนคำร้องทุกข์ แต่ก็เป็นการถอนคำร้องทุกข์เมื่อค …
- ฎีกาที่ 7211/2568
- ฎีกาที่ 7252/2568
หนังสือสำนักงานประกันสังคม ที่ รง 0609/ว 907 เรื่อง แนวปฏิบัติกรณีสถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯ ส่งผู้ประกันตนไปรักษาต่อ ลงวันที่ 13 กันยายน 2548 ข้อ 2 ระบุว่า กรณีสถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯ ไม่สามารถให้การรักษาพยาบาลแก่ผู้ประกันตนได้ หรือมีความจำเป็นต้องส่งผู้ประกันตนไปตรวจพิเศษ สถานพยาบาลจะต้องส่งผู้ประกันตนไปรักษาต่อ ณ สถานพยาบาลที่มีศักยภาพสูงกว่า โดยดำเนินการตามขั้นตอน คือ ออกหนังสือส่งตัวผู้ประกันตนไปรักษาต่ออย่างชัดเจนโดยไม่มีเงื่อนไขและรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นให้แก่สถานพยาบาลที่มีศักยภาพสูงกว่าต่อไปด้วย ดังนี้ การที่โรงพยาบาล ป. ส่งผู้ประกันตนซึ่งเป็นผู้ป่วยสิทธิประกันสังคมไปรักษาต่อที่โรงพยาบาล ว. ซึ่งเป็นสถานพยาบาลที่มีศักยภาพสูงกว่า โดยออกหนังสือส่งตัวอันเป็นการรับรองว่าโรงพยาบาล ป. จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายนั้นเป็นการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในหนังสือสำนักงานประกันสัง …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:73/2568
โจทก์ยื่นฟ้องกระทรวงมหาดไทย ที่ 1 กรมการปกครอง ที่ 2 ผู้ว่าราชการ ที่ 3 เทศบาลตำบล ที่ 4 นางสาว ส. ที่ 5 นางสาว ก. ที่ 6 นาง ร. ที่ 7 จำเลย ความว่า นาง ว. กับโจทก์ไปจดทะเบียนรับโจทก์เป็นบุตรบุญธรรม จำเลยที่ 5 เป็นเจ้าหน้าที่มีหน้าที่ทำคำร้องขอจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม ต้องนำเอกสารไปให้จำเลยที่ 7 มีหน้าที่ตรวจสอบเอกสารและตรวจคุณสมบัติในการรับบุตรบุญธรรม หลังจากตรวจสอบแล้วเสร็จจึงนำเอกสารไปให้โจทก์ นาง ว. และนาย ธ. ลงลายมือชื่อต่อหน้าจำเลยที่ 7 และพยาน แต่จำเลยที่ 5 กลับลงลายมือชื่อในช่องพยานแทน โดยอ้างว่าจำเลยที่ 6 และนางสาว ธ. ยินยอมให้ลงลายมือชื่อแทนเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ซึ่งได้ปฏิบัติกันมาเป็นเวลานานแล้ว ประกอบกับจำเลยที่ 7 เป็นนายทะเบียนรับจดทะเบียนต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติจดทะเบียนครอบครัว พ.ศ. 2478 มาตรา 6 วรรคสอง โดยให้นาง ว. ผู้รับบุตรบุญธรรมลงลายมือชื่อต่อหน้าจำเลยที่ 7 และ …
- ฎีกาที่ 731/2568
สัญญาจ้างเดิมระหว่างโจทก์กับบริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน อ. สิ้นสุดไปตามหนังสือลาออกของโจทก์ ฉบับลงวันที่ 27 มีนาคม 2561 แล้ว พยานหลักฐานของโจทก์จึงมีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่า การที่โจทก์ยื่นหนังสือลาออกและได้รับเงินด้วยไมตรีจิต แม้โจทก์จะกลับมาทำงานกับบริษัทเดิม ในเวลาต่อมานั้น ก็ถือเป็นการออกจากงานตาม ป.รัษฎากร มาตรา 48 (5) แล้ว โจทก์ได้รับเงินจำนวน 16,344,650 บาท จากนายจ้าง เนื่องจากโจทก์ลาออกจากงานตามสัญญาจ้างเดิมด้วยความสมัครใจ มิใช่การเลิกจ้างที่จะเป็นเหตุให้ได้รับเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน เงินจำนวนดังกล่าวจึงไม่ใช่เงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน ตาม ข้อ 1 (ค) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 45) ฯ แต่ถือได้ว่าเป็นเงินได้พึงประเมินที่จ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงานที่มีวิธีการคำนวนแตกต่างไปจากวิธีการตาม (ก) ตามข้อ 1 (ง) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได …
- คำวินิจฉัยที่ คำวินิจฉัย:74/2568
คดีนี้ นางสาว ว ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้อง องค์การบริหารส่วนตำบลบางปลา ที่ 1 บริษัท ก ที่ 2 ผู้ถูกฟ้องคดี ต่อศาลปกครองกลาง เป็นคดีหมายเลขดำที่ 1481/2567 ความว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินมีโฉนด เนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน 45 ตารางวา เมื่อปี 2566 ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ว่าจ้างให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ปรับปรุงก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก พร้อมวางท่อระบายน้ำ บ่อพักและรางวี ต่อมาวันที่ 14 มิถุนายน 2566 ผู้ฟ้องคดียื่นคำขอรังวัดสอบเขตที่ดินของผู้ฟ้องคดีต่อสำนักงานที่ดิน ผลการรังวัดปรากฏว่าถนนคอนกรีตและป้ายประกาศรุกล้ำเข้ามาในที่ดิน คิดเป็นเนื้อที่โดยประมาณ 35.9 ตารางวา เป็นการโต้แย้งสิทธิของผู้ฟ้องคดี ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองรื้อถนนท่อระบายน้ำ บ่อพัก และรางวี ขนย้ายเศษวัสดุรื้อป้ายประกาศที่รุกล้ำเข้ามาในบริเวณที่ดินของผู้ฟ้องคดี ปรับที่ดินให้มีสภาพเช่นเดิม ห้ามมิให้ผู้ถูกฟ้อง …
- ฎีกาที่ 7400/2568
พฤติการณ์ที่ผู้ตายถอนเสาปูนที่ปักไว้เพื่อแสดงแนวเขตที่ดินระหว่างที่ดินของภริยาจำเลยกับที่ดินของบุตรผู้ตาย เมื่อจำเลยไปสอบถามผู้ตายแล้วเกิดปากเสียงโต้เถียงกัน ผู้ตายใช้อาวุธมีดอีโต้ฟันจำเลย ถือว่ามีภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงแก่จำเลยแล้ว แม้ต่อมาจำเลยแย่งอาวุธมีดอีโต้ได้จากผู้ตายก็ตาม แต่ขณะนั้นผู้ตายยังคงอยู่บริเวณที่เกิดเหตุจึงมิใช่ภยันตรายที่จะเกิดขึ้นแก่จำเลยหมดไปแล้ว ในสถานการณ์เช่นนั้นจำเลยย่อมไม่มีเวลาคิดว่าต้องวิ่งหลบหนีเพื่อเอาชีวิตรอดหรือรอผู้ตายเข้ามาแย่งอาวุธมีดอีโต้จากจำเลย และไม่มีเหตุอันใดที่จำเลยจะเสี่ยงภัยต่อสู้กับผู้ตายอีก การที่จำเลยใช้อาวุธมีดอีโต้ฟันและตีผู้ตายจึงเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว แต่อย่างไรก็ตามเมื่อจำเลยใช้อาวุธมีดอีโต้ฟันและตีผู้ตายจนล้มลงแล้ว แสดงว่าภยันตรายที่เกิดจากการกระทำของผู้ตายนั้นถูกจำเลยควบค …
- ฎีกาที่ 7400/2568
พฤติการณ์ที่ผู้ตายถอนเสาปูนที่ปักไว้เพื่อแสดงแนวเขตที่ดินระหว่างที่ดินของภริยาจำเลยกับที่ดินของบุตรผู้ตาย เมื่อจำเลยไปสอบถามผู้ตายแล้วเกิดปากเสียงโต้เถียงกัน ผู้ตายใช้อาวุธมีดอีโต้ฟันจำเลย ถือว่ามีภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงแก่จำเลยแล้ว แม้ต่อมาจำเลยแย่งอาวุธมีดอีโต้ได้จากผู้ตายก็ตาม แต่ขณะนั้นผู้ตายยังคงอยู่บริเวณที่เกิดเหตุจึงมิใช่ภยันตรายที่จะเกิดขึ้นแก่จำเลยหมดไปแล้ว ในสถานการณ์เช่นนั้นจำเลยย่อมไม่มีเวลาคิดว่าต้องวิ่งหลบหนีเพื่อเอาชีวิตรอดหรือรอผู้ตายเข้ามาแย่งอาวุธมีดอีโต้จากจำเลย และไม่มีเหตุอันใดที่จำเลยจะเสี่ยงภัยต่อสู้กับผู้ตายอีก การที่จำเลยใช้อาวุธมีดอีโต้ฟันและตีผู้ตายจึงเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว แต่อย่างไรก็ตามเมื่อจำเลยใช้อาวุธมีดอีโต้ฟันและตีผู้ตายจนล้มลงแล้ว แสดงว่าภยันตรายที่เกิดจากการกระทำของผู้ตายนั้นถูกจำเลยควบค …
- ฎีกาที่ 7422/2568
ป.ยาเสพติด มาตรา 129 เป็นบทกฎหมายที่บัญญัติองค์ประกอบความผิดขึ้นใหม่ที่ใช้ในกรณีที่การกระทำไม่ถึงขนาดเป็นการสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิด แต่เป็นเพียงการเปิดบัญชีธนาคารโดยรู้หรือควรรู้ว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเท่านั้น หากการเปิดบัญชีธนาคารนั้นถึงขนาดเป็นการสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดก็เป็นความผิดตามมาตรา 125 วรรคหนึ่ง (1) ไม่เป็นความผิดตามมาตรา 129 เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยฐานสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่ง ป.ยาเสพติดยังคงบัญญัติให้การกระทำความผิดฐานดังกล่าวเป็นความผิดตามมาตรา 125 วรรคหนึ่ง (1) จำเลยจึงเป็นผู้สนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด โดยจำเลยต้องระวางโทษเช่นเดียวกับตัวการ
- ฎีกาที่ 7422/2568
ป.ยาเสพติด มาตรา 129 เป็นบทกฎหมายที่บัญญัติองค์ประกอบความผิดขึ้นใหม่ที่ใช้ในกรณีที่การกระทำนั้นไม่ถึงขนาดเป็นการสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิด แต่เป็นเพียงการเปิดบัญชีธนาคารโดยรู้หรือควรรู้ว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเท่านั้น หากการเปิดบัญชีธนาคารนั้นถึงขนาดเป็นการสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดก็เป็นความผิดตามมาตรา 125 วรรคหนึ่ง (1) ไม่เป็นความผิดตามมาตรา 129 เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยฐานสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่ง ป.ยาเสพติดยังคงบัญญัติให้การกระทำความผิดฐานดังกล่าวเป็นความผิดตามมาตรา 125 วรรคหนึ่ง (1) จำเลยจึงเป็นผู้สนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดโดยจำเลยต้องระวางโทษเช่นเดียวกับตัวการ
- ฎีกาที่ 7430/2568
จำเลยโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์และรถจักรยานยนต์พิพาท ซึ่งอยู่ในระหว่างที่โจทก์ร่วมซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอาจใช้มาตรการบังคับทางปกครอง โดยการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด จึงเป็นการโอนทรัพย์สินของตนให้แก่ผู้อื่นโดยมีเจตนาพิเศษเพื่อไม่ให้โจทก์ร่วมในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้รับชำระหนี้ค่าสินไหมทดแทน อันเป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ตาม ป.อ. มาตรา 350 และเป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ร่วม