คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2562
ฎีกาที่ 10/2562
หลักกฎหมาย
การยื่นคำร้องขอค่าขาดไร้อุปการะเป็นสิทธิเฉพาะตัวของทายาทแต่ละคนที่จะพึงเรียกจากผู้กระทำละเมิดต่อผู้ตาย เมื่อ ศ. ซึ่งบรรลุนิติภาวะโดยมีอายุ 20 ปี บริบูรณ์ และพ้นจากภาวะผู้เยาว์แล้วมิได้ยื่นคำร้องขอค่าขาดไร้อุปการะที่จำเลยกระทำละเมิดต่อผู้ตายที่ 3 ซึ่งเป็นบิดาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 และมิได้มอบอำนาจให้โจทก์ร่วมที่ 3 ซึ่งเป็นมารดายื่นคำร้องขอค่าขาดไร้อุปการะแทนตน โจทก์ร่วมที่ 3 จึงไม่มีอำนาจเรียกค่าเสียหายดังกล่าวแทน ศ.
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 80, 91, 288, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 8 ทวิ, 72 ทวิ ริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ระหว่างพิจารณา นางชุ่ม ภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายที่ 1 นางธนวดีหรือนางสาวศิริพร บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายที่ 2 นางอำนวย ภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายที่ 3 ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตเฉพาะข้อหาฆ่าผู้อื่น โจทก์ร่วมที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นค่าเสียหาย 1,000,000 บาท ค่าขาดไร้อุปการะ 1,080,000 บาท ค่าปลงศพ 88,000 บาท รวม 2,168,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันทำละเมิดจนกว่าจะชำระเสร็จ โจทก์ร่วมที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นค่าเสียหาย 1,000,000 บาท ค่าขาดไร้อุปการะ 300,000 บาท ค่าปลงศพ 85,000 บาท รวม 1,385,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันทำละเมิดจนกว่าจะชำระเสร็จ โจทก์ร่วมที่ 3 ยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นค่าเสียหาย 1,000,000 บาท ค่าขาดไร้อุปการะสำหรับโจทก์ร่วมที่ 3 จำนวน 672,000 บาท ค่าขาดไร้อุปการะสำหรับนางสาวศรินยา บุตรของผู้ตายที่ 3 จำนวน 50,000 บาท ค่าปลงศพ 65,000 บาท รวม 1,787,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันทำละเมิดจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การในคดีส่วนแพ่งขอให้ยกคำร้อง แต่ก่อนสืบพยานโจทก์ร่วมทั้งสาม จำเลยขอถอนคำให้การในคดีส่วนแพ่งสำหรับโจทก์ร่วมที่ 1 และที่ 2 ศาลชั้นต้นอนุญาต และจำเลยไม่ให้การในคดีส่วนแพ่งสำหรับโจทก์ร่วมที่ 3 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371, 288 ประกอบมาตรา 80 (ที่ถูก มาตรา 288 และมาตรา 288 ประกอบมาตรา 80) พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานฆ่าผู้อื่นและฐานพยายามฆ่าผู้อื่นเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานฆ่าผู้อื่นซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 20 ปี ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรและโดยไม่ได้รับใบอนุญาต เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ฐานฆ่าผู้อื่น จำคุก 10 ปี ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 3 เดือน รวมจำคุก 10 ปี 3 เดือน ริบของกลาง ให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ร่วมที่ 1 จำนวน 1,668,000 บาท โจทก์ร่วมที่ 2 จำนวน 885,000 บาท โจทก์ร่วมที่ 3 จำนวน 1,287,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 14 เมษายน 2559 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ร่วมทั้งสาม ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์ร่วมที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 อีกกรรมหนึ่ง จำคุก 20 ปี ฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ปรับ 2,000 บาท รวมจำคุก 20 ปี และปรับ 2,000 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 10 ปี และปรับ 1,000 บาท เมื่อรวมกับโทษจำคุกในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว เป็นจำคุก 20 ปี และปรับ 1,000 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้บังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งคัดค้านกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่า ในวันเวลาที่เกิดเหตุตามฟ้อง มีการจัดงานศพนางเฟื่อง ที่บริเวณบ้านเลขที่ 77 ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุ มีการจัดโต๊ะสำหรับเลี้ยงอาหารผู้ที่มาร่วมงานและมีการแสดงหนังตะลุง ขณะที่ผู้เสียหายและผู้ตายทั้งสามกำลังนั่งดูหนังตะลุงอยู่โดยนั่งร่วมโต๊ะเดียวกัน จำเลยพาอาวุธปืนมีทะเบียนของจำเลยติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรและโดยไม่ได้รับใบอนุญาตเข้ามาในสถานที่เกิดเหตุ แล้วจำเลยใช้อาวุธปืนดังกล่าวยิงผู้ตายทั้งสามและผู้เสียหายโดยมีเจตนาฆ่าจนเป็นเหตุให้ผู้ตายทั้งสามถึงแก่ความตาย และผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กาย สำหรับความผิดฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง