ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2539

ฎีกาที่ 10155/2539

หลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดในความประมาทเลินเล่อที่ทำให้สินค้าเครื่องจักรของโจทก์เสียหายจำเลยให้การรับว่าโจทก์ได้นำสินค้าเครื่องจักรมาฝากไว้ในโกดังเก็บสินค้าของจำเลยและขอให้จำเลยช่วยจัดคนงานและรถยกเพื่อขนถ่ายสินค้าเครื่องจักรจำเลยมีรถยกตัวเดียวงารถยกไม่อาจรับความกว้างยาวของสินค้าเครื่องจักรได้จึงตกลงบนพื้นจำเลยรับฝากสินค้าโจทก์โดยไม่มีบำเหน็จและได้ใช้ความระมัดระวังเช่นผู้ประกอบวิชาชีพตามคำให้การดังกล่าวเท่ากับจำเลยรับตามฟ้องโจทก์จึงรับฟังได้ว่าจำเลยเป็นผู้จัดให้คนงานและรถยกยกสินค้าเครื่องจักรออกจากตู้รถบรรจุสินค้าแต่เนื่องจากสินค้าเครื่องจักรมีขนาดใหญ่และรถยกมีขนาดเล็กเป็นเหตุให้สินค้าเครื่องจักรตกจากรถยกลงบนพื้นและเกิดความเสียหายการกระทำดังกล่าวนับเป็นความประมาทเลินเล่อของจำเลยเมื่อโจทก์ร่วมได้รับประกันภัยสินค้าเครื่องจักรรายนี้และได้ใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ไปแล้วย่อมรับช่วงสิทธิจากโจทก์ที่จะเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้ โจทก์ฝากสินค้าเครื่องจักรไว้กับจำเลยแต่โจทก์ฟ้องให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เนื่องจากโจทก์ให้จำเลยทำการขนย้ายสินค้าเครื่องจักรออกจากตู้บรรจุสินค้าในการขนยายจำเลยได้กระทำโดยประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้สินค้าเครื่องจักรเสียหายอันเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่อและเสียหายต่อโจทก์เป็นการกระทำละเมิดด้วยจึงมีอายุความ1ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา448วรรคหนึ่ง

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อเดือนมิถุนายน 2533 โจทก์สั่งซื้อเครื่องจักรอัดแผ่นพลาสติกสูญญากาศจากประเทศเยอรมนี เพื่อนำมาแสดงในงานนิทรรศการพลาสติกไทย'90 โดยให้บริษัทผู้รับมอบอำนาจโจทก์เป็นผู้นำสินค้าเข้า ดำเนินการทางพิธีการศุลกากรในประเทศไทยและขนส่งเครื่องจักรพิพาทจากท่าเรือไปส่งมอบให้โจทก์บริษัทผู้รับมอบอำนาจโจทก์นำตู้บรรจุเครื่องจักรพิพาทไปฝากเก็บไว้ในโกดังสินค้าของจำเลย โดยจำเลยเป็นผู้รับผิดชอบในการนำเครื่องจักรพิพาทออกจากตู้บรรจุสินค้าเอง เมื่อวันที่2 สิงหาคม 2533 ลูกจ้างหรือผู้ที่จำเลยใช้ จ้าง วาน ให้ดำเนินการนำสินค้าออกจากตู้บรรจุสินค้า โดยใช้เชือกผูกติดกับตัวเครื่องจักรอีกด้านหนึ่งผูกติดกับรถบรรทุกเพื่อใช้ลากสินค้าและนำรถยกสินค้าที่งารถยาวเพียง 1 เมตร แต่สินค้ามีขนาดกว้าง 1.40 เมตรยาว 2.90 เมตร ไม่สามารถรับสินค้าได้ การกระทำดังกล่าวเป็นความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเป็นเหตุให้เครื่องจักรพิพาทตกจากตู้บรรจุสินค้ากระแทกพื้นโกดังในขณะที่กำลังจะนำออกจากตู้บรรจุสินค้า ตัวเครื่องจักรได้รับความเสียหาย อุปกรณ์ชิ้นส่วนของตัวเครื่องจักรแตกหัก บางส่วนยุบ โค้ง งอ โจทก์ได้รับความเสียหายขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 1,725,306 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน 1,604,936.90 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยประกอบธุรกิจขายพื้นที่ระวางบรรทุกสินค้าในเครื่องบินสายต่าง ๆ เพื่อให้ลูกค้าซื้อพื้นที่ระวางขนส่งสินค้าไปต่างประเทศและที่มาจากต่างประเทศ การประกอบธุรกิจของจำเลยได้เช่าโกดังสินค้าของผู้อื่นเพื่อไว้เก็บสินค้าของลูกค้าวันเกิดเหตุบริษัทผู้รับมอบอำนาจโจทก์ได้นำเครื่องจักรพิพาทไปฝากไว้ในโกดังของจำเลย บริษัทผู้รับมอบอำนาจโจทก์ขอร้องให้จำเลยช่วยจัดคนงานและรถยกไปช่วยขน จำเลยได้ให้คนงานและรถยกไปช่วยขนเครื่องจักรพิพาทลงจากรถตู้บรรจุสินค้าโดยไม่คิดค่าเช่าและค่าบริการ กรณีระหว่างผู้รับมอบอำนาจโจทก์กับจำเลยจึงเป็นการรับฝากที่ไม่มีบำเหน็จ เมื่อรถยกได้ใช้งาลองยกเครื่องจักรพิพาทปรากฏว่ายกไม่ได้ คนงานจึงใช้เชือกมัดตัวเครื่องจักรไว้กับเหล็กงาที่ติดกับตัวรถยกและลองยกดูซึ่งก็พอยกได้ แต่เมื่อได้ถอยรถยกออกจากตู้บรรจุสินค้าที่ใส่เครื่องจักรพิพาท รถยกไม่อาจรองรับความยาวและความกว้างของเครื่องจักรพิพาทได้ เครื่องจักรพิพาทจึงพลิกและตกลงบนพื้น ได้รับความเสียหายจำเลยได้ใช้ความระมัดระวังสงวนทรัพย์สินที่ขอฝากโดยไม่คิดค่าฝากหรือบำเหน็จด้วยความระมัดระวังเช่นที่เคยประพฤติปฏิบัติในกิจการของตนเองโดยมิได้ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ทั้งอยู่ในความควบคุมดูแลของเจ้าหน้าที่ของฝ่ายผู้รับมอบอำนาจโจทก์ด้วย จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดในความเสียหาย โจทก์ไม่เคยมีนิติสัมพันธ์กับจำเลยกรณีระหว่างบริษัทผู้รับมอบอำนาจโจทก์กับจำเลยเป็นเรื่องการฝากทรัพย์ ไม่ใช่ละเมิด การเรียกร้องค่าเสียหายมีกำหนด 6 เดือนนับแต่วันสิ้นสัญญา สัญญาฝากทรัพย์ระหว่างผู้รับมอบอำนาจโจทก์กับจำเลยถือว่าสิ้นสุดแล้วตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2533โจทก์ฟ้องคดีนี้เกิน 6 เดือน นับแต่วันสิ้นสัญญาฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา บริษัทการ์เดียนประเทศไทย (ประเทศไทย)จำกัด ยื่นคำร้องสอดขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม โดยอ้างว่าผู้ร้องเป็นผู้รับประกันภัยสินค้าเครื่องจักรพิพาทจากโจทก์ มีทุนประกัน7,811,050 บาท ผู้ร้องได้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน448,943 บาท จึงรับช่วงสิทธิจากโจทก์ ที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจำนวน 448,943 บาท คืนจากจำเลย ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 285,066.48 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2533 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์คำขอนอกจากนี้ให้ยก โจทก์ร่วมและจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โจทก์ได้สั่งซื้อสินค้าเครื่องจักรสำหรับอัดแผ่นพลาสติกสูญญากาศจากประเทศเยอรมนีเข้ามาในประเทศไทย โดยมอบหมายให้บริษัททรานส์-ลิงค์ เอ็กซ์เปรส (กรุงเทพ) จำกัด ดำเนินการทางพิธีการศุลกากรในประเทศไทย และขนส่งสินค้าดังกล่าวให้โจทก์ในวันที่ 2 สิงหาคม 2533 บริษัทดังกล่าวได้นำสินค้าไปเก็บไว้ที่โกดังเก็บสินค้าของจำเลย ในระหว่างขนถ่ายสินค้าเครื่องจักรออกจากตู้บรรจุสินค้าเครื่องจักรได้ตกจากรถยกลงบนพื้นได้รับความเสียหาย โจทก์ร่วมได้รับประกันภัยความเสียหายสินค้ารายนี้ได้ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2535เป็นเงิน 448,943 บาท ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ร่วมประการแรกมีว่า จำเลยประมาทเลินเล่อหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดในความประมาทเลินเล่อที่ทำให้สินค้าเครื่องจักรของโจทก์เสียหายจำเลยให้การรับว่าโจทก์ได้นำสินค้าเครื่องจักรมาฝากไว
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10155/2539 · ทนอย Thanoy