คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2532
ฎีกาที่ 1031/2532
หลักกฎหมาย
วันที่ 27 กรกฎาคม 2530 ทนายโจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาออกไปอีก 15 วัน นับแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2530 ซึ่งเป็นวันครบกำหนดยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องดังกล่าวเมื่อวันที่28 กรกฎาคม 2530 ว่า อนุญาตให้ขยายได้ 7 วัน นับแต่วันสุดท้ายดังนี้ แม้จะถือไม่ได้ว่าโจทก์ทราบคำสั่ง แต่ก็เป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องขวนขวายติดตามทราบคำสั่งศาลว่าอนุญาตให้ขยายเวลาหรือไม่เพียงใดก่อนครบกำหนดยื่นฎีกา โจทก์กลับเพิกเฉย เพิ่งนำฎีกามายื่นเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2530 และไม่ใช่กรณีมีเหตุสุดวิสัย เป็นการยื่นเลยกำหนดเวลาที่ศาลชั้นต้นอนุญาต การที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาโจทก์จึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับพิจารณาให้.
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ฟังในวันที่ 29 มิถุนายน 2530 ครบกำหนดยื่นฎีกาในวันที่ 29กรกฎาคม 2530 ทนายโจทก์ยื่นคำร้องลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2530ขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาออกไปอีก 15 วัน นับแต่วันที่ 29กรกฎาคม 2530 ถึงวันที่ 13 สิงหาคม 2530 โดยได้หมายเหตุในคำร้องว่า ผู้ร้อง (โจทก์) รอฟังคำสั่งอยู่ ถ้าไม่รอให้ถือว่าทราบแล้วโดยได้มอบฉันทะให้เสมียนทนายนำคำร้องมายื่น แต่ไม่ได้มอบฉันทะให้ฟังคำสั่งศาลด้วย ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องในวันรุ่งขึ้น อนุญาตให้ขยายได้ 7 วัน นับแต่วันสุดท้าย (วันที่ 29 กรกฎาคม 2530) ซึ่งครบกำหนดในวันที่ 5 สิงหาคม 2530 แม้จะยังถือไม่ได้ว่าโจทก์ทราบคำสั่งดังกล่าวแล้ว ก็เป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องขวนขวายติดตามทราบคำสั่งศาลว่าจะอนุญาตให้ขยายเวลาตามคำร้องหรือไม่เพียงใดก่อนที่จะครบกำหนดฎีกา โจทก์กลับเพิกเฉย เพิ่งนำฎีกามายื่นในวันที่ 11สิงหาคม 2530 และไม่ใช่กรณีมีเหตุสุดวิสัย เป็นการยื่นเลยกำหนดเวลาที่ศาลชั้นต้นอนุญาต แม้ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งให้รับฎีกาโจทก์ก็เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับพิจารณาให้" พิพากษายกฎีกาโจทก์ คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาให้โจทก์ ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง