คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2559
ฎีกาที่ 10339/2559
หลักกฎหมาย
พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ.2514 มาตรา 34 กำหนดให้โจทก์มีหน้าที่ต้องจัดทำประมาณการกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิที่พึงมีสำหรับรอบระยะเวลาบัญชี โดยรายได้ของโจทก์ที่จะนำไปคำนวณกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิ ย่อมต้องเป็นไปตามมาตรา 22 สำหรับกำไรหรือขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของโจทก์มีที่มาจากบัญชีเจ้าหนี้ลูกหนี้ หนี้สิน หรือสิทธิเรียกร้อง ที่มีมูลค่าเป็นเงินตราต่างประเทศ ยอดเงินได้จากการขายปิโตรเลียมในส่วนนี้ ย่อมต้องคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศจากยอดขายปิโตรเลียมของโจทก์ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศจึงเป็นสาระสำคัญสำหรับในการคำนวณยอดเงินได้จากการขายปิโตรเลียม ที่ต้องนำมารวมเป็นรายได้ในการคำนวณกำไรสุทธิตามมาตรา 22 (1) โจทก์จึงมีหน้าที่จัดทำประมาณการกำไรหรือขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อใช้ในการคำนวณกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิที่พึงมีสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีตามมาตรา 34
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนหรือแก้ไขการประเมินของเจ้าพนักงานตามหนังสือแจ้งประเมินภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเลขที่ กค 0724/010005300/03/00006 ลงวันที่ 3 ตุลาคม 2550 เพิกถอนหรือแก้ไขคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เลขที่ ภญ.(อธ.3)/7/2554 ลงวันที่ 25 เมษายน 2554 และให้งดหรือลดเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม จำเลยให้การและแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันรับฟังได้ว่า เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยออกหนังสือแจ้งภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเลขที่ กค 0724/ก.01/01005300/03/00005 ลงวันที่ 21 ธันวาคม 2549 สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2546 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2546 แจ้งว่าโจทก์ประมาณการกำไรสุทธิตามแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ปิโตรเลียมตามมาตรา 39 ของกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมสำหรับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี (ภ.ง.ป.71) จำนวน 3,307,717,987.91 บาท เมื่อสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีปี 2546 โจทก์มีกำไรสุทธิจริงตามแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ปิโตรเลียมตามมาตรา 39 ของกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมสำหรับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้รอบระยะเวลาบัญชี (ภ.ง.ป.70) เป็นจำนวน 4,981,683,093.42 บาท เป็นผลให้โจทก์ยื่นประมาณการกำไรสุทธิต่ำไปเป็นจำนวน 1,673,965,105.51 บาท ขาดไปร้อยละ 33.60 ของกำไรสุทธิ จากการตรวจสอบประกอบคำชี้แจงของโจทก์พบว่าโจทก์ได้ประมาณการยอดขายก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบ และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนไว้ต่ำไปโดยไม่มีเหตุอันควร และประมาณการรายจ่ายที่จัดสรรจากสำนักงานใหญ่ในต่างประเทศไว้สูงไปโดยไม่มีเหตุอันควร โดยจำเลยยอมนำผลการเปลี่ยนแปลงราคาขายในช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนธันวาคม 2546 จำนวน 213,749,503.89 บาท และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนธันวาคม 2546 จำนวน 102,285,398.27 บาท มาปรับปรุงประมาณการกำไรสุทธิของโจทก์โดยถือเป็นเหตุอันสมควร เป็นเหตุให้โจทก์มีกำไรสุทธิหลังการปรับปรุงตามแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ปิโตรเลียมตามมาตรา 39 ของกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมสำหรับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี (ภ.ง.ป.71) จำนวน 3,623,752,890.07 บาท เท่ากับประมาณการกำไรสุทธิขาดไปร้อยละ 27.26 ของกำไรสุทธิ โจทก์จึงต้องรับผิดชำระเบี้ยปรับ ร้อยละ 20 ของภาษีที่ชำระขาดตามมาตรา 62 (1) แห่งพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ.2514 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2532 ภาษีเงินได้ครึ่งรอบระยะเวลาบัญชีที่ต้องชำระจำนวน 1,245,420,773.36 บาท ภาษีที่ชำระไว้แล้วตามแบบ ภ.ง.ป.71 จำนวน 826,929,496.98 บาท โจทก์มีภาษีที่ชำระขาดไปเป็นจำนวน 418,491,276.38 บาท โจทก์ต้องชำระเบี้ยปรับร้อยละ 20 ของภาษีที่ชำระขาดเป็นจำนวน 83,698,255.28 บาท โจทก์อุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2550 ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ จำเลยออกหนังสือแจ้งการยกเลิกใบแจ้งภาษีอากร (ท.ป.3 ก.) เลขที่ กค 0724/010005300/03/00005 ลงวันที่ 3 ตุลาคม 2550 เพื่อยกเลิกหนังสือประเมินฉบับดังกล่าว เนื่องจากมิได้คำนวณเงินเพิ่ม ตามมาตรา 63 แห่งพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตเลียม พ.ศ.2514 ในวันเดียวกันเจ้าพนักงานประเมินของจำเลยได้ออกหนังสือแจ้งภาษีเงินได้ปิโตรเลียม เลขที่ กค 0724/01005300/03/00006 ลงวันที่ 3 ตุลาคม 2550 เพื่อทำการประเมินภาษีเงินได้ปิโตรเลียมใหม่ โดยเจ้าพนักงานประเมินแจ้งรายละเอียด ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และเหตุผลในการประเมินโดยมีรายละเอียดเหมือนกับหนังสือประเมินฉบับที่ถูกยกเลิกเกือบทุกประการ โจทก์ยื่นอุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์อีกครั้งเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2550 ต่อมาเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2554 คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์เลขที่ ภญ.(อธ.3)/7/2554 มีมติให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์ ปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ประการแรกมีว่า โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการเงินได้ครึ่งรอบระยะเวลาบัญชีโดยประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินกว่าร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นโดยมีเหตุสมควรหรือไม่ โจทก์อุทธรณ์ว่า การประมาณการกำไรสุทธิของโจทก์คลาดเคลื่อนไปเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงไปของปริมาณการผลิตและจำหน่ายก๊าซธรรมชาติและอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ สำหรับปริมาณการผลิตและจำหน่ายก๊าซธรรมชาติ โจทก์ประมาณการผลิตและจำหน่ายก๊าซธรรมชาติในช่วง 5 เดือนหลังของปี 2546 โดยคำนึงถึงแนวโน้มการผลิตและจำหน่ายก๊าซธรรมชาติที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละช่วงเวลามาเป็นฐานในการจัดทำประมาณการ โดยประมาณการของโจทก์ใกล้เคียงกับความเป็นจริงและถือว่าเป็นการประมาณการอย่างรอบคอบและเ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง