ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2558

ฎีกาที่ 10461/2558

หลักกฎหมาย

เมื่อโจทก์ผู้รับประกันภัยได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เอาประกันแล้ว ก็ย่อมเข้ารับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยผู้เป็นเจ้าหนี้ได้และชอบที่จะใช้สิทธิทั้งหลายบรรดาที่เจ้าหนี้มีอยู่ในมูลหนี้ รวมทั้งประกันแห่งหนี้ในนามของตนเองตาม ป.พ.พ. มาตรา 226 และมาตรา 880 มีความหมายว่าเจ้าหนี้มีสิทธิเพียงใด ผู้รับช่วงสิทธิก็ได้รับสิทธิไปเพียงนั้นเสมอเหมือนกันตามความเสียหายที่แท้จริง

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 14,809,195.74 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 14,575,587.02 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 7,549,342.63 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2550 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 30,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนเท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ที่เสียเกินมา 1,865.16 บาท แก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ของโจทก์นอกจากที่สั่งคืนและของจำเลยให้เป็นพับ โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้ฎีกาโต้แย้งกันรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า กรมทางหลวงชนบททำสัญญาจ้างบริษัทกำแพงเพชรวิวัฒน์ก่อสร้าง จำกัด เป็นผู้รับจ้างโครงการก่อสร้างถนนลาดยาง AC สายแยกทางหลวงหมายเลข 34 (กิโลเมตรที่ 26) เชื่อมกับทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 จังหวัดสมุทรปราการ ขนาด 4 ช่องจราจร ระยะทาง 8.890 กิโลเมตร โจทก์รับประกันภัยโครงการจากบริษัทกำแพงเพชรวิวัฒน์ก่อสร้าง จำกัด จำเลยก่อสร้างหมู่บ้านโครงการชัยพฤกษ์ บางนา 2 ตำบลบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยใช้รถแบ็กโฮขุดลอกคลองสนามพลีซึ่งอยู่ใกล้กับแนวถนนโครงการ โดยตักดินขึ้นมาไว้ข้างคลอง เพื่อนำน้ำในคลองไปใช้ในโครงการของจำเลยซึ่งอยู่ติดกับแนวถนนที่เกิดเหตุ หลังจากนั้นถนนที่เกิดเหตุทรุดตัวและแตกร้าวได้รับความเสียหายเป็นระยะทางประมาณ 200 เมตร บริษัทกำแพงเพชรวิวัฒน์ก่อสร้าง จำกัด ดำเนินการซ่อมแซมถนนที่เสียหายแล้ว ต่อมาโจทก์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่บริษัทกำแพงเพชรวิวัฒน์ก่อสร้าง จำกัด เป็นเงิน 14,575,587.02 บาท มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การขุดลอกคลองของจำเลยเป็นเหตุให้ถนนที่เกิดเหตุได้รับความเสียหายหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาอ้างว่า การก่อสร้างถนนบริเวณที่เกิดเหตุไม่เป็นไปตามแบบแปลนที่มีการกำหนดให้ต้องสร้างกำแพงกันดินบริเวณติดกับคลอง การทรุดตัวแตกร้าวของถนนบริเวณที่ติดกับคลองเกิดจากการก่อสร้างผิดแบบไม่ได้มาตรฐาน ก่อสร้างผิดหลักวิศวกรรมนั้น เห็นว่า ตามทางนำสืบของโจทก์ได้ความว่า การก่อสร้างถนนบริเวณที่เกิดเหตุมีการตัดลดงานกำแพงดิน คสล. และเสาเข็มสำหรับกำแพงกันดินออกไปเนื่องจากไม่ได้ก่อสร้างคันทางชิดคลอง โดยทางบริษัทเอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัด ซึ่งกรมทางหลวงชนบทได้ว่าจ้างให้เป็นที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้างโครงการได้เสนอการแก้ไขเพิ่มเติมแบบให้กรมทางหลวงชนบทพิจารณา เมื่อกรมทางหลวงชนบทพิจารณาแล้วเห็นชอบและอนุมัติให้แก้ไขแบบแปลนก่อสร้างได้ โดยโจทก์มีนายสุวัฒน์ วิศวกรของบริษัทเอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัด และนายกนกกร ผู้อำนวยการโครงการก่อสร้างทางในเขตเมืองสุวรรณภูมิ กรมทางหลวงชนบทมาเป็นพยานสนับสนุนและยังได้ความว่าถนนที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากคลองประมาณ 10 เมตร โดยแนวคลองในช่วงดังกล่าวเป็นคลองตายซึ่งหมายถึง ต้นทางเป็นคลอง แต่เมื่อมาถึงจุดที่แบบออกไว้ให้ทำกำแพงดินนั้นไม่มีลักษณะเป็นคลอง นอกจากนี้ถัดขึ้นไปก็มีการปรับถมคลองเชื่อมเป็นถนนข้ามไปอีกฝั่งหนึ่ง เป็นข้อสนับสนุนให้เห็นว่า แนวคลองในช่วงนั้นตื้นเขินไม่มีลักษณะเป็นคลองที่มีน้ำเต็มคลองให้ใช้สัญจรไปมาโดยทางเรือเป็นหลักอย่างในอดีตเพราะสภาพบ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปซึ่งจำเลยก็ยอมรับว่าคลองในช่วงดังกล่าวมีสภาพตื้นเขินทำให้ไม่สามารถสูบน้ำได้ จำเลยจึงทำการขุดลอกคลองและสูบน้ำไปใช้จึงเกิดการยุบตัวและแตกร้าวของถนนที่เกิดเหตุจึงเจือสมข้อนำสืบของโจทก์ ทั้งการปรับลดเนื้องานในโครงการมีการสำรวจตรวจสอบ โดยบริษัทที่ปรึกษาควบคุมการก่อสร้างโครงการก่อสร้างเส้นทางถนนที่เกิดเหตุมีรายละเอียดของการแก้ไขปรับปรุงและเพิ่มเติมแบบก่อสร้างในส่วนอื่น ๆ ด้วยมิใช่การแก้ไขในจุดเกิดเหตุเพียงแห่งเดียว เมื่ออธิบดีกรมทางหลวงชนบทอนุมัติให้ดำเนินการตามที่มีการเสนอมาตามลำดับดังกล่าวและผู้ก่อสร้างทำการก่อสร้างถนนตามแบบก่อสร้างที่แก้ไขเพิ่มเติมที่มีการออกแบบตามมาตรฐานวิชาชีพของวิศวกรโครงการจะถือว่าเป็นการก่อสร้างผิดแบบแปลนมิได้ ฝ่ายจำเลยก็มิได้นำสืบให้เห็นว่า กรมทางหลวงชนบทมีข้อโต้แย้งกับผู้รับจ้างในข้อนี้และไม่ยอมตรวจรับงานเพราะเป็นความผิดของผู้รับจ้างแต่ประการใด พยานหลักฐานของโจทก์จึงมีน้ำหนักให้รับฟังมากกว่าพยานหลักฐานของจำเลย ข้อเท็จจริงรับฟังว่า การขุดลอกคลองของจำเลยเป็นสาเหตุโดยตรงของมูลเหตุที่ทำให้ถนนที่เกิดเหตุทรุดตัวและแตกร้าวได้รับความเสียหาย จำเลยจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากเหตุละเมิดของจำเลย มีปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปตามฎีกาของโจทก์และจำเลยว่า จำเลยจะต
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10461/2558 · ทนอย Thanoy