คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2557
ฎีกาที่ 10488/2557
หลักกฎหมาย
แม้การระบุถึงวันที่สินค้าพิพาทจะถึงท่าเรือปลายทาง ระบุคำว่า อีทีเอ 24.11.10 ซึ่งหมายถึง กำหนดวันโดยประมาณที่เรือจะเดินทางไปถึงท่าเรือปลายทางวันที่ 24 พฤศจิกายน 2553 อันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในการขนส่งสินค้าทางทะเลที่ผู้ขนส่งไม่สามารถยืนยันวันส่งมอบสินค้าที่ท่าเรือปลายทางหรือวันที่เรือเดินทางไปถึงท่าเรือปลายทางที่แน่นอนได้ แต่หากตัวแทนของจำเลยไม่ขนถ่ายสินค้าของโจทก์ลงเรือผิดลำ สินค้าของโจทก์ย่อมไปถึงท่าเรือปลายทางตามกำหนดวันที่ประมาณการไว้ เหตุที่สินค้าของโจทก์ไปถึงท่าเรือปลายทางในวันที่ 2 ธันวาคม 2553 มิใช่เหตุล่าช้าในการเดินเรือซึ่งตามปกติย่อมเกิดขึ้นได้ แต่เกิดขึ้นเพราะความบกพร่องและความประมาทเลินเล่อของผู้ขนส่ง กรณีจึงเป็นการส่งมอบที่ชักช้ากว่าระยะเวลาที่ได้ตกลงกันไว้ และทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายเพราะผู้ซื้อยกเลิกสัญญาซื้อขาย การขนส่งสินค้าทางทะเล ผู้ขนส่งมีหน้าที่ขนส่งสินค้าจากท่าเรือต้นทางไปถึงท่าเรือปลายทางตามกำหนดเวลาที่ตกลงกับผู้ส่งสินค้า การเปลี่ยนถ่ายสินค้าจากเรือเดินทะเลลำหนึ่งไปบรรทุกลงเรือเดินทะเลอีกลำหนึ่งหรือกว่านั้น ย่อมต้องเกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติเพื่อให้สินค้าถูกขนส่งไปถึงท่าเรือปลายทางโดยไม่เกิดความเสียหายและภายในกำหนดเวลาที่ประมาณการไว้ การขนถ่ายสินค้าลงเรือเดินทะเลผิดลำ จึงเป็นเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้โดยเฉพาะสินค้าของโจทก์ถูกบรรจุภายในตู้คอนเทนเนอร์ร่วมกับสินค้าของผู้อื่น เป็นเรื่องการจัดการผิดพลาด แม้จะมิได้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่ผู้ขนส่งสามารถนำสินค้าของโจทก์ไปถึงท่าเรือปลายทางในวันที่ 2 ธันวาคม 2553 ช้ากว่าเวลาที่ประมาณการไว้ 8 วัน จึงยังไม่พอฟังได้ว่า การส่งมอบชักช้าดังกล่าวเกิดขึ้นเพราะความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้ขนส่ง การที่จำเลยไม่สามารถนำสินค้าของโจทก์ไปถึงท่าเรือปลายทางได้ภายในเวลาที่ตกลงกัน ทำให้ผู้ซื้อสินค้าของโจทก์ยกเลิกการซื้อขาย ปฏิเสธไม่ยอมรับสินค้า ทำให้โจทก์เสียหายสิ้นเชิงเพราะสินค้าดังกล่าวไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์หรือจำหน่ายให้แก่บุคคลได้ แต่เมื่อโจทก์ผู้ส่งสินค้าไม่ได้แจ้งราคาสินค้าที่ขนส่งให้ผู้ขนส่งทราบ ทั้งไม่ปรากฏผู้ขนส่งมีเจตนาจะให้เกิดการส่งมอบสินค้าล่าช้า หรือเป็นการละเลยไม่เอาใจใส่ ทั้งที่รู้ว่าการส่งมอบชักช้านั้นอาจเกิดขึ้นได้ ความรับผิดของจำเลยในการส่งมอบชักช้า จึงอยู่ในบังคับของ พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 มาตรา 58 วรรคสาม คือ รับผิดไม่เกินค่าระวางทั้งหมดตามสัญญารับขนของทางทะเลที่จำเลยทำไว้กับโจทก์
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 910,351.66 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 862,892.66 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา จำเลยยื่นคำร้องขอให้เรียกบริษัทเกทเวย์ คอนเทนเนอร์ไลน์ จำกัด และสายการเดินเรือโอเรียน โอเวอร์ซีส์ คอนเทนเนอร์ ไลน์ หรือสายการเดินเรือโอโอซีแอลเข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางอนุญาต โดยเรียกบริษัทเกทเวย์ คอนเทนเนอร์ไลน์ จำกัด ว่า จำเลยร่วมที่ 1 และสายการเดินเรือโอเรียน โอเอร์ซีส์ คอนเทนเนอร์ ไลน์ หรือสายการเดินเรือโอโอซีแอล ว่า จำเลยร่วมที่ 2 จำเลยร่วมที่ 1 และที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่า พิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังในเบื้องต้นว่า ทีวีเอส เอสพีเอ ลูกค้าได้สั่งซื้อสินค้าประเภทแถบแม่เหล็กที่แสดงสูตรอาหารเป็นภาษาฝรั่งเศส จำนวน 67,650 ชิ้น มูลค่า 20,295 ยูโร คิดเป็นเงินไทย 862,892.66 บาท จากโจทก์ โดยให้โจทก์จัดส่งให้แก่ทีวีเอส เอสพีเอ ที่ประเทศอิตาลี ทีวีเอส เอสพีเอ ได้ชำระเงินมัดจำเพื่อการสั่งซื้อสินค้าให้แก่โจทก์จำนวน 10,147.50 ยูโร คิดเป็นเงินไทย 431,446.33 บาท เพื่อเป็นประกันการสั่งซื้อสินค้า โจทก์ว่าจ้างจำเลยเป็นผู้ขนส่งสินค้าไปยังท่าเรือเมืองเจนัว ประเทศอิตาลี โจทก์ส่งมอบสินค้าพิพาทให้แก่จำเลย และจำเลยได้ออกใบตราส่งให้แก่โจทก์ โดยในใบตราส่งได้ระบุถึงรายการสินค้า ชื่อเรือที่ใช้ในการขนส่งอันได้แก่เรือ YANTRA BHUM และเรือ APL HAMBURG โดยระบุถึงท่าเรือปลายทางคือ ท่าเรือเมืองเจนัว ประเทศอิตาลี จำเลยได้ส่งมอบสินค้าพิพาทให้แก่จำเลยร่วมที่ 2 ให้ดำเนินการขนส่งสินค้าพิพาทไปยังท่าเรือปลายทาง เรือ APL HAMBURG เดินทางถึงท่าเรือเมืองเจนัว ประเทศอิตาลี แต่ไม่มีสินค้าพิพาทถูกขนส่งโดยเรือดังกล่าว ทีวีเอส เอสพีเอ ขอเลิกสัญญาซื้อขายและเรียกให้โจทก์คืนเงินมัดจำ ต่อมาสินค้าพิพาทถูกบรรทุกบนเรือ LOS ANGELES EXPRESS เดินทางถึงท่าเรือเมืองเจนัว ประเทศอิตาลี ทีวีเอส เอสพีเอ ผู้รับตราส่งปฏิเสธไม่ยอมรับของ โจทก์คืนเงินมัดจำค่าซื้อสินค้าพิพาทให้แก่ทีวีเอส เอสพีเอ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์โจทก์ว่า การขนส่งสินค้าพิพาทไปถึงท่าเรือเมืองเจนัว ประเทศอิตาลี ชักช้ากว่าที่ได้ตกลงกันทำให้โจทก์เสียหายหรือไม่ ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า ตามสัญญาว่าจ้างขนส่งสินค้าที่ทำขึ้นระหว่างกัน จำเลยมีหน้าที่จะต้องขนส่งสินค้าพิพาทไปถึงท่าเรือปลายทางเมืองเจนัว ประเทศอิตาลี ภายในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2553 เมื่อสินค้าพิพาทไปถึงท่าเรือปลายทางในวันที่ 2 ธันวาคม 2553 อันเป็นระยะเวลาภายหลังจากที่ตกลงกันไว้ถึง 1 สัปดาห์ อันเป็นผลมาจากการส่งลงเรือผิดลำซึ่งเป็นกระทำของจำเลยและจำเลยร่วมทั้งสอง ซึ่งเป็นความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง จำเลยจึงต้องชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดให้แก่โจทก์นั้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังว่า มีการขนถ่ายสินค้าจากเรือ YANTRA BHUM ลงเรือ APL HAMBURG ที่ท่าเรือประเทศสิงคโปร์และโจทก์มีนางวงเดือนเป็นพยานเบิกความประกอบบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงและความเห็นว่า ในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2553 สินค้าของโจทก์ยังไม่ถูกขนส่งไปถึงท่าเรือเมืองเจนัว ประเทศอิตาลี เนื่องจากทีวีเอส เอสพีเอ ลูกค้าของโจทก์ติดต่อสอบถามมาว่าเหตุใดสินค้ายังไม่ส่งถึงท่าเรือเมืองเจนัว ประเทศอิตาลี วันที่ 25 พฤศจิกายน 2553 โจทก์จึงสอบถามไปยังตัวแทนที่ปลายทางของผู้ขนส่ง ได้รับแจ้งว่าภายในเรือ APL HAMBURG ที่เดินทางมาจากท่าเรือประเทศสิงคโปร์ไม่มีสินค้าของทีวีเอส เอสพีเอ ลูกค้าของโจทก์บรรทุกมาด้วย พยานได้โทรศัพท์สอบถามไปยังนางสาวรัชพรพนักงานของจำเลย นางสาวรัชพรขอเวลาตรวจสอบ วันที่ 26 พฤศจิกายน 2553 นางสาวรัชพรโทรศัพท์แจ้งว่าสินค้าของโจทก์ไม่ได้ถูก ขนถ่ายลงเรือ APL HAMBURG ตามที่ระบุไว้ และภายหลังทราบว่ามีการนำสินค้าของโจทก์ลงเรือ LOS ANGELES EXPRESS ซึ่งเป็นการบรรทุกลงเรือผิดลำตามสำเนาไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจำเลยมิได้นำสืบโต้แย้งข้อเท็จจริงดังกล่าวและรับว่าสินค้าของโจทก์ถูกส่งถึงท่าเรือเมืองเจนัว ประเทศอิตาลี ในวันที่ 2 ธันวาคม 2553 ข้อเท็จจริงแสดงให้เห็นว่า หากตัวแทนของจำเลยไม่ขนถ่ายสินค้าของโจทก์ลงเรือผิดลำ สินค้าของโจทก์ย่อมไปถึงท่าเรือปลายทางตามกำหนดวันที่ประมาณการไว้ เหตุที่สินค้าของโจทก์ไปถึงท่าเรือปลายทางในวันที่ 2 ธันวาคม 2553 อันมิใช่เหตุล่าช้าในการเดินเรือซึ่งตามปกติย่อมเกิดขึ้นได้ แต่เกิดขึ้นเพราะความบกพร่องและความประมาทเลินเล่อของผู้ขนส่ง กรณีย่อมถือได้ว่าสัญญาขนส่งของทางทะเลได้กำหนดเวลาส่งมอบไว้แก่ผู้ส่
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง