ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2545

ฎีกาที่ 1052/2545

หลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดฐานพยายามฆ่าโดยใช้อาวุธปืนยิงทำร้ายซึ่งกันและกันและกระสุนปืนที่จำเลยที่ 2ยิงไม่ถูกจำเลยที่ 1 โดยไม่ได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ได้รับอันตรายแก่กายอย่างไร และทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยที่ 2 ใช้อาวุธปืนตีศีรษะของจำเลยที่ 1 จนได้รับอันตรายแก่กายโดยไม่มีเจตนาฆ่าแต่การกระทำความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นรวมการกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกายด้วย และเป็นความผิดได้ในตัวเองดังนี้ ศาลย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยที่ 2 ในความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคท้าย

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 มีอาวุธปืนสั้นขนาด 6.35 มิลลิเมตร หมายเลขทะเบียน มก.6/16124 จำนวน 1 กระบอก และกระสุนปืน6 นัด อาวุธปืนและกระสุนปืนดังกล่าวเป็นของนายยุทธพล พงษ์พันธ์ผู้ซึ่งได้รับอนุญาตให้มีและใช้จากนายทะเบียน ไว้ในครอบครองของจำเลยที่ 1โดยไม่ได้รับใบอนุญาต ส่วนจำเลยที่ 2 มีอาวุธปืนสั้นขนาด 9 มิลลิเมตรจำนวน 1 กระบอก และกระสุนปืนขนาดเดียวกันไม่ทราบจำนวนแน่ชัดโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และจำเลยทั้งสองพาอาวุธปืนพร้อมกระสุนปืนดังกล่าวติดตัวไปในโปโลซิตี้ดิสโก้เธค ซึ่งเป็นร้านอาหารและสถานบริการสาธารณะอยู่ในเมืองโดยไม่มีเหตุอันควร โดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว และไม่ใช่กรณีที่ต้องมีอาวุธปืนติดตัวเมื่อมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ จากนั้นจำเลยทั้งสองต่างใช้อาวุธปืนที่ตนมีและพาไปดังกล่าวยิงโดยใช่เหตุในร้านอาหารและสถานบริการโปโลซิตี้ดิสโก้เธคซึ่งเป็นที่ชุมชนและอยู่ในเมืองคนละนัด และจำเลยทั้งสองต่างใช้อาวุธปืนที่ตนมีไว้ในครอบครองและพาติดตัวดังกล่าวยิงทำร้ายซึ่งกันและกันโดยมีเจตนาฆ่าอีกฝ่ายหนึ่ง กระสุนปืนที่จำเลยที่ 1 ยิงถูกบริเวณท้องจำเลยที่ 2 และพลาดไปถูกนางสาวภัสรา กาญจนถาวรวิบูลย์ ผู้เสียหายที่บริเวณทรวงอกด้านซ้าย และกระสุนปืนที่จำเลยคนใดคนหนึ่งยิงพลาดไปถูกสิบโทวันเผด็จ บัวคล้าย ผู้เสียหาย ที่เข่าด้านซ้าย จำเลยทั้งสองลงมือกระทำความผิดไปโดยตลอดแล้วแต่ไม่บรรลุผล เนื่องจากจำเลยที่ 2นางสาวภัสรา และสิบโทวันเผด็จได้รับการรักษาจากแพทย์ทันท่วงทีจึงไม่ถึงแก่ความตายและกระสุนปืนที่จำเลยที่ 2 ยิงไม่ถูกจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 จึงไม่ถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 80, 60, 371, 376, 91, 33, 32 พระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ริบปลอกกระสุนปืนขนาด 6.35 มิลลิเมตรจำนวน 3 ปลอก กระสุนปืนขนาด 9 มิลลิเมตร จำนวน 1 ปลอก ซองพกหนังขนาด 9 มิลลิเมตร จำนวน 1 ซอง หัวกระสุนปืน 1 หัว และคืนอาวุธปืนพกสั้นหมายเลขทะเบียน มก/6/16124 แก่เจ้าของ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบมาตรา 80, 288 ประกอบมาตรา 80, 60 อีกสองบทซึ่งมีอัตราโทษเท่ากัน จึงลงโทษเพียงบทเดียว มาตรา 371, 376 จำเลยที่ 2มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80,371, 376 และจำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคสาม, 72 ทวิ วรรคสอง เรียงกระทงลงโทษ ฐานพยายามฆ่าผู้อื่นและฐานยิงปืนในที่ชุมนุมชนโดยใช่เหตุเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานพยายามฆ่าผู้อื่นซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90จำคุกคนละ 15 ปี ฐานมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่น จำคุกคนละ 6 เดือนฐานพาอาวุธปืนไปในเมืองโดยฝ่าฝืนกฎหมายลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดจำคุกคนละ 6 เดือน รวมจำคุกคนละ15 ปี 12 เดือน ทางนำสืบของจำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 กำหนด 10 ปี 8 เดือน ริบปลอกกระสุนปืนขนาด 6.35 มิลลิเมตร 3 ปลอก ปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มิลลิเมตร1 ปลอก ซองพกหนังและหัวกระสุนปืนของกลาง และคืนอาวุธปืนหมายเลขทะเบียน มก.6/16124 แก่เจ้าของข้อหาอื่นให้ยก จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า ฐานพยายามฆ่าผู้อื่นให้จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 12 ปี รวมกับโทษฐานมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่น และฐานพาอาวุธปืนไปในเมืองโดยฝ่าฝืนกฎหมายเป็นจำคุกคนละ 12 ปี 12 เดือน ลดโทษให้จำเลยที่ 1 หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 8 ปี 8 เดือนนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว คดีสำหรับจำเลยที่ 1 เป็นอันยุติตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 7 และข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่าตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุจำเลยทั้งสองได้ต่อสู้กันโดยจำเลยที่ 1ใช้อาวุธปืนสั้นขนาด 6.35 มิลลิเมตร ยิงพยายามฆ่าจำเลยที่ 2 คดีสำหรับจำเลยที่ 2 ข้อหาความผิดฐานมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่น และฐานพาอาวุธปืนไปในเมืองโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และให้จำคุกจำเลยที่ 2 แต่ละกระทงไม่เกินห้าปี ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า ไม่ได้กระทำความผิดดังกล่าว เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยคงมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่าจำเลยที่ 2มีความผิดฐานพยายาม
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1052/2545 · ทนอย Thanoy