คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2537
ฎีกาที่ 1053/2537
หลักกฎหมาย
โจทก์บรรยายฟ้องโดยระบุว่าโจทก์จำเลยได้ร่วมกันซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลเมื่อวันที่อะไร ประจำงวดใด และได้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลขณะที่โจทก์จำเลยเป็นสามีภรรยากันโดยชอบด้วยกฎหมายและอ้างเหตุจำเป็นในการที่โจทก์ขอเป็นผู้จัดการเงินรางวัลที่จำเลยถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลแต่ผู้เดียวเอาไว้ ฟ้องโจทก์ได้บรรยายโดยชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับแล้ว ส่วนการที่โจทก์จำเลยจะซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ไหนจากใคร เป็นเพียงรายละเอียดที่สามารถนำสืบในชั้นพิจารณาได้ และจำเลยเองก็เข้าใจข้อหาโจทก์ดีสามารถต่อสู้คดีโจทก์ได้ถูกต้อง ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม แม้ภรรยาเดิมของจำเลยจะฟ้องเพิกถอนการหย่า และศาลมีคำพิพากษาตามยอมให้เพิกถอนการจดทะเบียนหย่าแล้วก็ตาม แต่เป็นการทำภายหลังจากที่โจทก์จำเลยจดทะเบียนสมรสกันถูกต้องตามกฎหมายแล้ว การสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงไม่เป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. 2519มาตรา 1496 ประกอบด้วยมาตรา 1452 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น จำเลยใช้เงินของจำเลยซื้อสลากกินแบ่งฯ ก่อนสมรสกับโจทก์สลากกินแบ่งฯ ออกรางวัลหลังจากที่โจทก์จำเลยสมรสกันแล้ว และถูกรางวัล เงินรางวัลที่จำเลยได้รับมาจากการถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลระหว่างสมรสถือว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรสย่อมเป็นสินสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ที่ได้ตรวจชำระใหม่พ.ศ. 2519 มาตรา 1474(1) ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ที่ได้ตรวจชำระใหม่พ.ศ. 2519 มาตรา 1485 บัญญัติว่าสามีหรือภริยาอาจร้องขอต่อศาลให้ตนเป็นผู้จัดการสินสมรสโดยเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่งหรือเข้าร่วมจัดการในการนั้นได้ ถ้าการที่จะทำเช่นนั้นจะเป็นประโยชน์ยิ่งกว่าเป็นข้อยกเว้นจากหลักทั่วไป เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์จำเลยทำสัญญาก่อนสมรสกันไว้ เงินรางวัลที่เหลือฝากในธนาคารซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสินสมรส โจทก์จำเลยย่อมเป็นผู้จัดการสินสมรสร่วมกันอยู่แล้วกรณีจึงไม่มีเหตุจำเป็นใด ๆ ที่โจทก์จะเป็นผู้จัดการเงินรางวัลดังกล่าวเพียงผู้เดียวแต่อย่างใด
มาตราที่อ้างถึง
ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ.2519 1452ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ.2519 1474ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ.2519 1485ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ.2519 1496ป.วิ.พ. 172
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นสามีภรรยากันโดยชอบด้วยกฎหมายโจทก์จำเลยได้ร่วมกันซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลและถูกรางวัลที่ 1ได้รับรางวัลเป็นเงินทั้งสิ้น 12,000,000 บาท ฉะนั้นเงินดังกล่าวจึงเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์จำเลย และเป็นสินสมรสที่โจทก์จำเลยต้องร่วมกันจัดการ จำเลยฉวยโอกาสโดยพลการยักย้ายเงินรางวัลตลอดจนจำหน่ายจ่ายโอนและยกให้โดยเสน่หาแก่ผู้มีชื่ออื่น ๆ เป็นจำนวนมากเพื่อประโยชน์ของจำเลยฝ่ายเดียวโดยปราศจากความยินยอมจากโจทก์และการยกให้ดังกล่าวมิได้เป็นไปตามสมควรในทางศีลธรรมอันดีหรือทางสมาคม ทำให้โจทก์เสียหาย โจทก์พยายามห้ามปรามและขอร้องให้จำเลยระงับการจัดการเงินรางวัลไว้พลางก่อน จำเลยก็ไม่ยอมและถือเป็นสาเหตุโกรธเคือง ทำให้เกิดมีข้อพิพาทบาดหมางระหว่างกันบ่อยครั้งเรื่อยมา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อไป ขอให้บังคับจำเลยโดยให้โจทก์แต่ผู้เดียวเป็นผู้จัดการเงินที่ถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลดังกล่าวซึ่งเป็นสินสมรสและห้ามจำเลยเป็นผู้จัดการต่อไป หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมและสลากกินแบ่งรัฐบาลรายพิพาท จำเลยก็เป็นผู้ซื้อมาแต่ลำพังผู้เดียวก่อนวันจดทะเบียนสมรสกับโจทก์โดยโจทก์ไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวข้องด้วยสลากกินแบ่งรัฐบาลหรือเงินรางวัลจึงเป็นสินส่วนตัวของจำเลยที่มีอยู่ก่อนสมรส จำเลยย่อมมีสิทธิจัดการได้ ทั้งได้นำเงินรางวัลไปแจกจ่ายให้บิดามารดาผู้มีอุปการะคุณและทำบุญบ้าง ส่วนที่เหลือฝากไว้ในธนาคารในนามของจำเลย โดยโจทก์เองไม่เคยทักท้วงเรื่องนี้และการจดทะเบียนสมรสระหว่างโจทก์จำเลยก็เป็นโมฆะเพราะขณะนั้นจำเลยมีภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายอยู่ก่อนแล้ว จำเลยจดทะเบียนสมรสกับโจทก์เนื่องมาจากความสัมพันธ์ทางชู้สาว และโจทก์ได้ติดตามขู่เข็ญเรียกค่าเสียหายจากจำเลยจำนวน 500,000 บาทหรือให้จดทะเบียนสมรสกับโจทก์ มิฉะนั้นจะร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชา จำเลยเกรงกลัวจะเสื่อมเสียชื่อเสียงและไม่มีเงิน จึงได้ยอมจดทะเบียนสมรสให้โจทก์โดยตกลงว่า หากจำเลยมีเงินชดใช้ค่าเสียหายให้แล้ว โจทก์จะจดทะเบียนหย่าให้ ครั้นจำเลยถูกรางวัลที่หนึ่งสลากกินแบ่งรัฐบาลจึงได้จ่ายค่าเสียหายให้โจทก์จำนวน 500,000 บาท แต่โจทก์ผิดข้อตกลงไม่ยอมจดทะเบียนหย่าให้จำเลย และกลับเรียกร้องค่าเสียหายเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว จำเลยไม่ยินยอม โจทก์จึงนำคดีมาฟ้องศาลโดยไม่สุจริตขอให้ยกฟ้องและมีคำพิพากษาว่าการจดทะเบียนสมรสระหว่างโจทก์จำเลยเป็นโมฆะไม่มีผลตามกฎหมาย โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ก่อนจดทะเบียนสมรสกับจำเลย จำเลยได้หย่าขาดกับภรรยาเก่าผู้มีชื่อไปแล้ว จึงได้ชอบพอรักใคร่กับโจทก์และยินยอมเป็นสามีของโจทก์โดยเปิดเผยปราศจากการข่มขู่ใด ๆทั้งสิ้น โจทก์ไม่เคยขอความช่วยเหลือและไม่เคยข่มขู่เรียกค่าเสียหายจากจำเลย ขอให้ยกฟ้องแย้งของจำเลย ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์ และยกฟ้องแย้งของจำเลย โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยยอมให้โจทก์จัดการทรัพย์สินสมรสเฉพาะเงินที่ถูกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลตามฟ้องแต่เพียงลำพังผู้เดียวจำนวน 3,000,000 บาท หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาข้อแรกที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ จำเลยอ้างว่า โจทก์มิได้บรรยายฟ้องให้ละเอียดว่าโจทก์ได้ร่วมกับจำเลยซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ไหน จากผู้ใด ซื้อเมื่อวันที่อะไร ก่อนหรือหลังวันจดทะเบียนสมรส โจทก์หรือจำเลยเป็นผู้เลือกหมายเลขสลาก โจทก์จำเลยจ่ายค่าซื้อสลากคนละเท่าใด จึงทำให้จำเลยไม่อาจเข้าใจข้อหาของโจทก์ได้ถูกต้องยากแก่การยื่นคำให้การต่อสู้คดี ทั้งคำฟ้องว่าเงินรางวัลที่จำเลยถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นสินสมรสที่โจทก์จะต้องร่วมกันจัดการ แต่คำขอท้ายฟ้องโจทก์ขอเป็นผู้จัดการเงินสินสมรสเพียงผู้เดียว ห้ามมิให้จำเลยเกี่ยวข้องซึ่งเป็นการขัดแย้งกันเกี่ยวกับคำฟ้องและคำขอท้ายฟ้อง เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่าโจทก์จำเลยเป็นสามีภรรยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย เมื่อประมาณปลายเดือนกันยายน 2531 โจทก์จำเลยได้ร่วมกันซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลประจำงวดวันที่ 1 ตุลาคม 2531 หมายเลข 1105967 ทั้งชุดรวม 4 ฉบับและถูกรางวัลที่ 1 ได้รับรางวัลเป็นเงินทั้งสิ้น 12,000,000 บาทฉะนั้นเงินดังกล่าวจึงเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์จำเลย และเป็นสินสมรสที่โจทก์จำเลยต้องจัดการร่วมกัน แต่ปรากฏว่าจำเลยจัดการเงินสมรสดังกล่าวไปในทางที่เสียหาย จึงให้ศาลบังคับจำเลยให้โจทก์แต่ผู้เดียวเป็นผู้จัดการเงินที่ถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลดังกล่าว ดังนั้นฟ้องโจทก์ได้บรรยายโดยชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับแล้ว โดยระบุว่าโจทก์จำเลยได้ร่วมกันซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลเมื่อวันที่อะไร ประจำงวดใด และไ
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง