คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2538
ฎีกาที่ 1053/2538
หลักกฎหมาย
นับตั้งแต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์โดยเด็ดขาดจำเลยที่1เป็นต้นไป เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวมีอำนาจเข้าว่าคดีแทนจำเลยที่1ตามพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ.2483มาตรา22(3)จำเลยที่1ไม่มีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาหรือว่าคดีได้อีกการที่จำเลยที่1เป็นผู้ดำเนินกระบวนพิจารณายื่นคำร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดทรัพย์พิพาทที่ เจ้าพนักงานบังคับคดี ขายทอดตลาดและดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลชั้นต้นที่สืบเนื่องต่อมาจนถึงการยื่นอุทธรณ์ภายหลังที่จำเลยที่1ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้วจึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
มูลกรณี สืบเนื่อง มาจาก ศาลชั้นต้น พิพากษา ให้ จำเลย ทั้ง สอง ร่วมกันชำระ เงิน จำนวน 7,782,465.61 บาท พร้อม ด้วย ดอกเบี้ย ร้อยละ 20 ต่อ ปีใน ต้นเงิน 7,000,000 บาท นับแต่ วันฟ้อง จนกว่า ชำระ เสร็จ แก่ โจทก์หาก ไม่ชำระ ให้ เอา ที่ดิน ที่ จำนอง ขายทอดตลาด ชำระหนี้ หาก ไม่พอ ให้จำเลย ทั้ง สอง ชำระหนี้ จน ครบ ให้ จำเลย เสีย ค่าฤชาธรรมเนียม แทน โจทก์โดย กำหนด ค่า ทนายความ 10,000 บาท ชั้น บังคับคดี โจทก์ นำยึด ที่ดินโฉนด เลขที่ 76233 และ เลขที่ 76234 แขวง คันนายาว เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร พร้อม สิ่งปลูกสร้าง ออก ขายทอดตลาด โดย ได้ มี การขายทอดตลาด ครั้งแรก เมื่อ วันที่ 28 ธันวาคม 2526 และ เลื่อน การขายทอดตลาด มา จน กระทั่ง การ ขาย ใน วันที่ 15 สิงหาคม 2528 ซึ่ง เป็นครั้งที่ 10 มี ผู้ เสนอราคา สูงสุด เป็น เงิน 7,200,000 บาท เจ้าพนักงานบังคับคดี ตกลง ขาย ให้ แก่ ผู้ เสนอราคา สูงสุด ผู้ซื้อทรัพย์ ได้ ชำระ เงินครบถ้วน วันที่ 29 สิงหาคม 2528 จำเลย ที่ 1 ยื่น คำร้อง ต่อ ศาลชั้นต้นให้ เพิกถอน การ ขายทอดตลาด และ ประกาศ ขายทอดตลาด ใหม่ ศาลชั้นต้นพิจารณา แล้ว มี คำสั่ง ให้ยก คำร้อง จำเลย ที่ 1 อุทธรณ์ คำสั่ง ของศาลชั้นต้น ดังกล่าว โดย ยื่น อุทธรณ์ เมื่อ วันที่ 25 ตุลาคม 2528ขณะที่ คดี อยู่ ใน ระหว่าง การ พิจารณา ของ ศาลอุทธรณ์ โจทก์ ขอให้ ดำเนินการบังคับคดี ต่อไป ศาลชั้นต้น จึง ให้ เจ้าพนักงาน บังคับคดี ดำเนินการเจ้าพนักงาน บังคับคดี แจ้ง ให้ ผู้ซื้อทรัพย์ นำ เงิน มา ชำระ เนื่องจากก่อนหน้า นั้น ผู้ซื้อทรัพย์ ได้ ขอรับ เงิน คืน ไป จำนวน 7,000,000 บาทแต่ ผู้ซื้อทรัพย์ ไม่นำ เงิน มา วาง และ ยอม ให้ เจ้าพนักงาน บังคับคดีริบ เงิน จำนวน 200,000 บาท เจ้าพนักงาน บังคับคดี จึง ยกเลิก การขายทอดตลาด และ ขายทอดตลาด ใหม่ เป็น ครั้งที่ 11 ใน วันที่ 14 สิงหาคม2529 และ ได้ ตกลง ขาย ทรัพย์ ให้ แก่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เกศสุดา ซึ่ง เป็น ผู้ เสนอราคา สูงสุด ใน ราคา 6,100,000 บาท วันที่ 20 สิงหาคม2529 จำเลย ที่ 1 ยื่น คำร้องขอ ให้ เพิกถอน การ ขายทอดตลาด ของ เจ้าพนักงานบังคับคดี ที่ ขาย เมื่อ วันที่ 14 สิงหาคม 2529 และ ประกาศ ขายทอดตลาดใหม่ และ ใน วันที่ 16 กันยายน 2529 จำเลย ที่ 1 ได้ ยื่น คำร้องขอ ถอนอุทธรณ์ ฉบับ ลงวันที่ 25 ตุลาคม 2528 แต่ก่อน ที่ ศาลอุทธรณ์ จะ มีคำสั่ง คำร้องขอ ถอน อุทธรณ์ ฉบับนี้ ศาลอุทธรณ์ ได้ มี คำพิพากษา ยืนตาม คำสั่งศาล ชั้นต้น ที่ ให้ยก คำร้องขอ งจำเลย ที่ 1 ฉบับ ลงวันที่29 สิงหาคม 2528 โดย ศาลชั้นต้น อ่าน คำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ ดังกล่าวให้ คู่ความ ฟัง เมื่อ วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2530 ต่อมา วันที่7 มกราคม 2531 ศาลอุทธรณ์ มี คำสั่ง อนุญาต ให้ จำเลย ที่ 1 ถอน อุทธรณ์ฉบับที่ ศาลอุทธรณ์ ได้ มี คำพิพากษา ดังกล่าว ไป แล้ว อีก ส่วน คำร้องขอ งจำเลย ที่ 1 ฉบับ ลงวันที่ 20 สิงหาคม 2529 ที่ ขอให้ เพิกถอน การขายทอดตลาด ของ เจ้าพนักงาน บังคับคดี ที่ ขาย เมื่อ วันที่ 14 สิงหาคม2529 นั้น โจทก์ ยื่น คำคัดค้าน ว่า จำเลย ที่ 1 ได้ ถูก ศาลชั้นต้นมี คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ เด็ดขาด แล้ว เมื่อ วันที่ 13 มีนาคม 2529ตาม คดีล้มละลาย หมายเลขแดง ที่ ล. 65/2529 ของ ศาลชั้นต้น อำนาจ ดำเนินคดี ก็ ตก อยู่ แก่ เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ ตาม พระราชบัญญัติ ล้มละลายพ.ศ. 2483 มาตรา 22 การ ขาย ทรัพย์ ราย นี้ เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ก็ เห็นชอบ ด้วย และ นำ เงิน ที่ ขาย ได้ เข้า ไป ใน คดีล้มละลาย แล้วจำเลย ที่ 1 จึง ไม่มี อำนาจ ที่ จะ ยื่น คำร้องขอ ดังกล่าว ขอให้ ยกคำร้อง ขอศาลชั้นต้น พิจารณา แล้ว มี คำสั่ง ยกคำร้อง ขอ ของ จำเลย ที่ 1 โดย มีคำสั่ง เมื่อ วันที่ 16 มีนาคม 2530 ต่อมา วันที่ 16 เมษายน 2530จำเลย ที่ 1 อุทธรณ์ คำสั่ง ของ ศาลชั้นต้น ดังกล่าว และ ต่อมา วันที่9 มกราคม 2533 ศาลชั้นต้น มี หนังสือ ตาม คำขอ ของ เจ้าพนักงาน บังคับคดีแจ้ง ให้ เจ้าพนักงาน ที่ดิน กรุงเทพมหานคร สาขา บางกะปิ จดทะเบียน ระงับ การ จำนอง และ จดทะเบียน โอน กรรมสิทธิ์ ที่ดิน พร้อม สิ่งปลูกสร้างซึ่ง เป็น ทรัพย์ ของ จำเลย ที่ 1 ที่ เจ้าพนักงาน บังคับคดี ขายทอดตลาดเมื่อ วันที่ 14 สิงหาคม 2529 หลังจาก ศาลชั้นต้น มี หนังสือ ดังกล่าวแล้ว ต่อมา วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2533 จำเลย ที่ 1 ยื่น คำร้องขอเพิกถอน การ บังคับคดี อีก ว่า อุทธรณ์ ของ จำเลย ที่ 1 ลงวันที่ 16เมษายน 2530 ซึ่ง เป็น อุทธรณ์ ครั้งที่ สอง จน ถึง บัดนี้ ยัง ไม่มี คำสั่งของ ศาลอุทธรณ์ แต่ ประการใด จึง ยัง อยู่ ระหว่าง การ พิจารณา ของ ศาลอุทธรณ์บัดนี้ ปรากฏว่า เจ้าพนักงาน บังคับคดี เข้าใจผิด ประมาท เลินเล่อไม่รวม การ พิจารณา รูปคดี ตาม ข้อเท็จจริง ที่ ปรากฏ ใน สำนวน กลับ เข้าใจ ว่าการ อุทธรณ์ ชั้น บังคับคดี ทั้ง สอง ครั้ง ดังกล่าว ยุติ แล้ว เจ้าพนักงานบังคับคด
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง