ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2539

ฎีกาที่ 1053/2539

หลักกฎหมาย

จำเลยที่3ฟ้องจำเลยที่1และที่2ขอแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโดยครอบครองปรปักษ์จำเลยที่3กับจำเลยที่1และที่2ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันโดยจำเลยที่1และที่2จะไปจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทแก่จำเลยที่3ศาลพิพากษาคดีไปตามยอมไม่ใช่คำพิพากษาที่วินิจฉัยถึงกรรมสิทธิ์แห่งที่ดินพิพาทจึงไม่ผูกพันหรือใช้ยันแก่โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา145(2)ศาลไม่จำต้องเพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความหรือคำพิพากษาตามยอมในคดีดังกล่าว

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ ฟ้อง และ แก้ไข คำฟ้อง ว่า โจทก์ ทำ สัญญา จะซื้อ ที่ดินโฉนด เลขที่ 30545 เนื้อที่ 1 ไร่ 1 งาน 57 ตารางวา จาก จำเลยที่ 1 และ ที่ 2 โดย วาง มัดจำ ใน วัน ทำ สัญญา เป็น เงิน 1,000,000 บาทมี ข้อตกลง ว่า จำเลย ที่ 1 และ ที่ 2 จะ ต้อง ขอ รังวัด สอบ เขต ที่ดินเพื่อ ทราบ จำนวน เนื้อที่ เมื่อ รังวัด เสร็จ แล้ว จำเลย ที่ 1 และ ที่ 2ต้อง แจ้ง ให้ โจทก์ ทราบ ก่อน 15 วัน เพื่อ รับโอน ที่ดิน และ ชำระ เงินที่ ค้าง หาก โจทก์ ผิดสัญญา ไม่รับ โอน ที่ดิน ยอม ให้ริบ เงินมัดจำ หากจำเลย ที่ 1 และ ที่ 2 ไม่ ดำเนินการ ขอ รังวัด สอบ เขต ที่ดินและ แจ้ง ให้ โจทก์ ทราบ ภายใน กำหนด 6 เดือน ยอม ให้ โจทก์บังคับ ตาม สัญญา และ ยอม เสีย ค่าปรับ อีก 1,000,000 บาท แต่ จำเลย ที่ 1และ ที่ 2 มิได้ ขอ รังวัด สอบ เขต ที่ดิน และ มิได้ แจ้ง การ นัด โอน ที่ดินให้ โจทก์ ทราบ ต่อมา โจทก์ ไป อายัด ที่ดิน ที่ สำนักงาน ที่ดินจึง ทราบ ว่า จำเลย ที่ 3 ยื่นฟ้อง จำเลย ที่ 1 และ ที่ 2 ต่อ ศาลชั้นต้นเมื่อ วันที่ 18 ตุลาคม 2531 อ้างว่า ได้ ครอบครองปรปักษ์ที่ดิน ดังกล่าว เนื้อที่ 300 ตารางวา ทั้งนี้ โดย จำเลย ทั้ง สาม สมคบ กันฉ้อฉล โจทก์ โดย ทำ สัญญา ประนีประนอม ยอมความ ต่อ ศาล เพื่อ หลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติ ตาม สัญญาจะซื้อจะขาย จำเลย ที่ 3 มิได้ ครอบครองปรปักษ์ที่ดิน ดังกล่าว และ ทราบ ว่า โจทก์ ทำ สัญญาจะซื้อจะขาย ที่ดิน กับจำเลย ที่ 1 และ ที่ 2 การ ทำ สัญญา ประนีประนอม ยอมความ ดังกล่าว กระทำโดย ไม่สุจริต ไม่มี การ ชำระ ค่าตอบแทน และ ยัง มิได้ จดทะเบียนโจทก์ จึง มีสิทธิ ดีกว่า จำเลย ที่ 3 ถือได้ว่า จำเลย ที่ 1 และ ที่ 2ผิดสัญญา ต้อง รับผิด ชำระ ค่าปรับ 1,000,000 บาท แก่ โจทก์ ขอให้ เพิกถอนสัญญา ประนีประนอม ยอมความ ระหว่าง จำเลย ที่ 3 กับ จำเลย ที่ 1 และ ที่ 2และ คำพิพากษา ตามยอม ใน คดีแพ่ง หมายเลขแดง ที่ 5187/2531 ของศาลชั้นต้น สัญญา ประนีประนอม ยอมความ และ คำพิพากษา ตามยอมดัง กล่าว ไม่ผูกพัน โจทก์ ให้ จำเลย ที่ 1 และ ที่ 2 โอน ที่ดิน โฉนดเลขที่ 30545 ให้ แก่ โจทก์ และ รับ เงิน ที่ เหลือ 2,063,500 บาท จาก โจทก์โดย หัก ค่าเสียหาย และ เบี้ยปรับ 1,000,000 บาท คงเหลือ1,063,500 บาท ให้ จำเลย ที่ 1 และ ที่ 2 เป็น ผู้ ออก ค่าธรรมเนียมค่าภาษีอากร ใน การ โอน หาก ไม่ปฏิบัติ ตาม ให้ ถือเอา คำพิพากษาแทน การแสดง เจตนา จำเลย ที่ 1 และ ที่ 2 ให้การ และ แก้ไข คำให้การ ว่า จำเลย ที่ 1และ ที่ 2 ขอ รังวัด สอบ เขต ที่ดินพิพาท แต่ จำเลย ที่ 3 เจ้าของ ที่ดินซึ่ง มี แนวเขต ติดต่อ คัดค้าน การ รังวัด และ ไม่รับรอง แนวเขต โจทก์จึง ขอให้ จำเลย ที่ 1 และ ที่ 2 ยกเลิก คำขอ รังวัด และ ให้ โอน ที่ดินพิพาทแก่ โจทก์ เมื่อ จำเลย ที่ 1 และ ที่ 2 ยกเลิก คำขอ รังวัด โจทก์กลับ ไม่รับ โอน ที่ดินพิพาท โดย อ้างว่า หาก จำเลย ที่ 1 และ ที่ 2เสีย ภาษี การ โอน และ ภาษี รายได้ ถูก จะ ทำให้ โจทก์ จำนอง ที่ดินพิพาทแก่ ธนาคาร ได้ เงิน น้อย และ โจทก์ ก็ มิได้ เตรียม เงิน มา ชำระ ค่าที่ดินพิพาท จำเลย ที่ 1 และ ที่ 2 จึง มี หนังสือ บอกเลิก สัญญาจำเลย ที่ 3 ครอบครอง ที่ดินพิพาท ของ จำเลย ที่ 1 และ ที่ 2 บางส่วนโดย ครอบครองปรปักษ์ เกินกว่า 10 ปี สัญญา ประนีประนอม ยอมความระหว่าง จำเลย ที่ 3 กับ จำเลย ที่ 1 และ ที่ 2 จึง มีผล ผูกพัน ตาม กฎหมายโจทก์ เป็น ฝ่าย ผิดสัญญา จึง ไม่มี สิทธิ เรียกเงิน ค่าปรับ ขอให้ ยกฟ้อง จำเลย ที่ 3 ให้การ ว่า ได้ ครอบครองปรปักษ์ ที่ดินพิพาท เนื้อที่300 ตารางวา โจทก์ ทราบ มา ก่อน โจทก์ กับ จำเลย ที่ 1 และ ที่ 2ทำ สัญญาจะซื้อจะขาย ไม่สุจริต แต่ สัญญา ประนีประนอม ยอมความ ระหว่างจำเลย ที่ 3 กับ จำเลย ที่ 1 และ ที่ 2 กระทำ โดยสุจริต ขอให้ ยกฟ้อง ศาลชั้นต้น พิพากษา ให้ เพิกถอน สัญญา ประนีประนอม ยอมความ ใน คดีแพ่งหมายเลขแดง ที่ 5187/2531 ของ ศาลชั้นต้น ให้ จำเลย ที่ 1 และ ที่ 2โอน ที่ดิน โฉนด เลขที่ 30545 ตำบล บางบอน อำเภอบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร แก่ โจทก์ และ รับ เงิน ค่าที่ดิน จาก โจทก์ 2,063,500บาท กับ ให้ จำเลย ที่ 1 และ ที่ 2 ชำระ เบี้ยปรับ 300,000 บาทแก่ โจทก์ หาก ไม่ปฏิบัติ ตาม ให้ ถือเอา ตาม คำพิพากษา แทน การแสดง เจตนาของ จำเลย ที่ 1 และ ที่ 2 จำเลย ทั้ง สาม อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลย ทั้ง สาม ฎีกา ศาลฎีกา วินิจฉัย ว่า "พิเคราะห์ แล้ว ข้อเท็จจริง ฟังได้ ในเบื้องต้น ว่า เมื่อ วันที่ 13 มิถุนายน 2531 โจทก์ กับ จำเลย ที่ 1และ ที่ 2 ทำ สัญญาจะซื้อจะขาย ที่ดิน โฉนด เลขที่ 30545 ตำบล บางบอน อำเภอ บางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 1 ไร่ 1 งาน 57 ตารางวา ซึ่ง เป็น ที่ดินพิพาท ใน ราคา ตารางวา ละ 5,500 บาท รวมเป็น เงิน3,063,500 บาท โจทก์ วาง มัดจำ ใน วัน ทำ สัญญา เป็น เงิน 1,000,000บาท มี ข้อตกลง ว่า จำเลย ท
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1053/2539 · ทนอย Thanoy